คิดแบบ ‘ศุภจี’

"พี่แต๋ม-ศุภจี สุธรรมพันธุ์" ก็เหมือนปี๊บครับ…ยิ่งตีก็ยิ่งดัง!คนแก้ปัญหากับคนวิจารณ์เป็นของคู่กันครับ ฉะนั้นวิจารณ์ดีก็รับไปพิจารณา ถ้าเอาแต่ด่าอย่างเดียวก็อย่าไปใส่ใจ เพราะมันคือขยะไอ้พวกที่เห็นช่องไม่ได้ จะเขย่าหวังผลประโยชน์ทางการเมืองอย่างเดียว พวกนี้ก็อย่าไปจมปลักด้วย เพราะจะนำมาแต่ความตกต่ำในชีวิตว่าไปแล้วพรรคเศรษฐกิจควรประกาศถอนตัว ไปเป็นฝ่ายค้าน แล้วค่อยวิจารณ์การทำงานของรัฐบาล มันจะดูสง่างามกว่าเป็นไหนๆไปเที่ยวสวนทุเรียนกันต่อครับ เพราะนับแต่อดีตไม่เคยปรากฏมาก่อนว่า จะมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์คนไหนให้ความสนใจกับการป้องกันราคาทุเรียนตกต่ำมากขนาดนี้มาก่อนที่ผ่านมารัฐไม่มีศักยภาพเพียงพอในการควบคุมการตลาดทุกระดับทั้งภายในและภายนอกเลยขีดเส้นใต้สิบเส้น "ป้องกัน" นะครับ ไม่ใช่ "แก้ไข"ไม่ใช่ตามแก้ปัญหาแบบวัวหายล้อมคอก เหมือนที่ผ่านๆ มาแน่นอนครับคนที่มองสถานการณ์ของทุเรียนในอนาคตออก ต้องทำการบ้านมาอย่างละเอียด ไม่ใช่รู้เรื่้องปลูกและขายทุเรียนเท่านั้นต้องรู้เศรษฐศาสตร์ทุเรียนด้วย ต้องมองภาพกว้างออกทั้งหมดที่จริงก็มีผลการวิจัยอยู่นะครับว่า ชาวสวนเองควรจะศึกษาและให้ความสำคัญกับการตลาดให้มากขึ้น โดยที่ชาวสวนสามารถขายสินค้ารูปแบบเดิมโดยให้พ่อค้าคนกลางมาเก็บเกี่ยว ส่วนทุเรียนที่มีมูลค่าการค้าต่ำ เช่น ทุเรียนผลเล็ก รูปทรงผิดรูป ทุเรียนมีรอยถลอก ขี้หนอนแห้ง ราดำ หนามแดง ไม่สามารถส่งออกขายในตลาดต่างประเทศได้ แต่สามารถขายภายในประเทศ เพราะเนื้อทุเรียนยังแจ่มอยู่สิ่งที่ชาวสวนควรทำคือ ปรับกลยุทธ์ทางการค้าโดยการขายปลีกแก่ผู้บริโภคโดยตรงนั่นก็คือการขายในตลาดการค้าออนไลน์ โดยผ่านสื่อสังคมออนไลน์ อย่างที่ พิมรี่พาย ไลฟ์สดแล้วถูกด่ากระเจิงนี่แหละครับทีนี้มาดูว่าสิ่งที่ "ศุภจี" ทำคือการทำลายตลาดทุเรียนตามที่วิจารณ์กันหรือไม่ที่ "ศุภจี" ชี้แจง และอ่านเกมทุเรียนด้วยใจเป็นกลาง ก็จะเห็นนะครับว่า รัฐมนตรีพาณิชย์คนนี้ก้าวไปก่อน—————–ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ได้รับความเห็น ข้อเสนอแนะ รวมถึงข้อติติงเรื่องการดูแลพืชผลทางการเกษตร โดยเฉพาะ “ทุเรียน” วันนี้ขอถือโอกาสพูดถึงความตั้งใจในสิ่งที่เรากำลังทำ โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อประโยชน์สูงสุดต่อพี่น้องเกษตรกรชาวสวนทุเรียนทุกท่านนะคะขอเริ่มจากสัญญาณที่เราเห็นล่วงหน้าว่า ในปีนี้ พี่น้องชาวสวนทุเรียนจะต้องเผชิญกับปัจจัยที่เป็นตัวกดราคา ๓ เรื่องด้วยกัน นั่นคือ๑.ผลผลิตทุเรียนสูงขึ้นจากปีก่อนถึง ๓๓%๒.ประเทศไทยเผชิญสภาวะอากาศร้อนและแล้งจัด ทุเรียนลูกเล็กหรือตกเกรดจะมีจำนวนมากขึ้น๓.ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ที่จะส่งผลให้ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น และค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น ซึ่งจะเป็นปัจจัยกดดันราคาทุเรียนส่งออกหากเราไม่ลงมือทำอะไรเลย เมื่อถึงช่วงเวลาที่ผลผลิตออกมาจำนวนมาก พี่น้องเกษตรกรชาวสวนทุเรียนก็จะถูกกดราคารับซื้อ ถ้ารอให้ถึงจุดนั้น ทุกอย่างก็จะสายเกินแก้ ซึ่งปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นทุกปี เป็นสภาวะเดิมๆ ที่เกิดซ้ำๆกระทรวงพาณิชย์ถึงตัดสินใจทำการตลาดในรูปแบบที่เป็นเชิงรุก ไม่ว่าจะเป็นการปลุกกระแสการบริโภคทุเรียน โดยเฉพาะทุเรียนไซส์เล็กที่เนื้อทุเรียนอร่อย มีคุณภาพ และราคาย่อมเยากว่าเราสนับสนุนการสร้างช่องทางการตลาดเพิ่มเติมผ่าน Live Commerce โดยซื้อทุเรียนทุกไซส์โดยตรงจากชาวสวน ทำให้ชาวสวนมีช่องทางขายเพิ่มขึ้น ไม่เน้นพึ่งพาคนกลางอย่างเดียว และให้ความรู้ความเข้าใจเพื่อสร้างความเข้าใจใหม่ๆ ให้แก่ผู้บริโภคว่า ทุเรียนที่ดีให้ดูที่เนื้อทุเรียน ไม่ใช่ดูที่ไซส์อย่างเดียวเพราะทุเรียนถึงแม้ลูกเล็ก แต่ถ้าออกมาจากสวนที่ดี มีการคัดคุณภาพ เนื้อทุเรียนก็อร่อยไม่แพ้ทุเรียนส่งออกค่ะนอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังเร่งขับเคลื่อนมาตรการอื่นๆ ได้แก่ การแปรรูปเพื่อการเพิ่มมูลค่าผ่านห้องเย็น การวางระบบน้ำ ควบคู่กับการผลักดันขยายช่องทางการตลาดในต่างประเทศ รุกตลาดส่งออก ทั้งตลาดเดิม คือ จีนฝั่งตะวันออก และตลาดใหม่ คือ จีนฝั่งตะวันตก รวมถึงตลาดที่มีศักยภาพ เช่น เกาหลีใต้ อินเดีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เรายังได้ส่งทีมงานไปดูแลให้การขนส่งและกระจายสินค้าผ่านด่านชายแดนเวียดนามตอนเหนือไปยังจีนตอนใต้เป็นไปได้อย่างคล่องตัวรวดเร็วยิ่งขึ้นด้วยสิ่งที่เรากำลังทำ เป็นการสร้างกลไกตลาดใหม่ เพื่อพี่น้องเกษตรกรชาวสวนทุเรียน เป็นการกระตุ้นดีมานด์หรือความต้องการบริโภค โดยเฉพาะทุเรียนลูกเล็ก ที่ขอเรียกว่า “ทุเรียนซูเปอร์จิ๋ว” ให้มีราคา ให้มีช่องทางการตลาด อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน เราอยากสร้างการเปลี่ยนแปลง ซึ่งแน่นอนว่าหลายคนอาจจะยังไม่เข้าใจหรือไม่แน่ใจ ระหว่างทางจึงมีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย คนที่ชื่นชมและคนที่ตำหนิอย่างรุนแรง ซึ่งน้อมรับฟังทั้งหมดจริงๆ ค่ะแต่ขอยืนยันว่า ถ้าวันนี้ไม่ทำอะไรเลย และปล่อยให้ทุกอย่างเดินไปในรูปแบบเดิม พอถึงวันที่ทุเรียนไซส์ซูเปอร์จิ๋วของพี่น้องออกมาล้นตลาดแล้วค่อยปลุกกระแส วันนั้นนอกจากเสียงตำหนิจะมากขึ้น ความเสียหายที่จะเกิดกับพี่น้องเกษตรกรก็จะมากขึ้นจนเกินแก้ ซึ่งเป็นเรื่องที่เรายอมให้เกิดไม่ได้ค่ะเราทำนอกกรอบการตลาดแบบเดิมๆ เป็นการเตรียมความพร้อมก่อนที่จะมีผลผลิตล็อตใหญ่ออกมาในอีกไม่กี่อาทิตย์ และพร้อมยอมรับคำตำหนิในวันนี้ เพื่อไม่ให้พี่น้องเกษตรกรต้องเจ็บตัวมากกว่าในวันข้างหน้าเราจะเดินหน้าสร้างทางเลือกเพื่อช่วยชาวสวนทุเรียน และรวมถึงทุเรียนลูกเล็ก “ซูเปอร์จิ๋ว” ที่มีคุณภาพดีให้คนไทยได้บริโภคในราคาที่เหมาะสม จะสร้างความต้องการบริโภคหรือดีมานด์ ให้มากกว่าผลผลิตหรืออุปทานที่มีออกมา ซึ่งสุดท้ายแล้วจะช่วยให้ราคาทุเรียนซูเปอร์จิ๋วมีราคาสูงขึ้นเป็นการเพิ่มทั้งมูลค่า และเพิ่มโอกาสที่มากกว่าให้พี่น้องชาวเกษตรกรสวนทุเรียนค่ะ——————–ครับ…พูดง่ายๆ ทุเรียนทุกลูกที่ชาวสวนปลูก ต้องขายได้และได้ราคาสมน้ำสมเนื้อลูกใหญ่เกรดเอส่งออกลูกเล็กป๊อกแป๊กขายในประเทศเมื่อมันมีกระแสกินทุเรียน มีอุปสงค์รอไว้ล่วงหน้า เจ้าทุเรียนส่วนเกินที่ออกมาก็จะไม่เป็นลูกเมียน้อยอีกต่อไปนอกจากขายได้แล้วยังราคาดีด้วยนั่นคือเป้าหมายที่ "ศุภจี" วางไว้ใครที่เอาแต่ด่าก็ไม่ว่ากัน อย่าลืมไปซื้อทุเรียน อุดหนุนชาวสวนด้วยนะครับ.


Posted

in

by

Tags: