ชายขับรถบรรทุกป่วยหนัก ปอดอักเสบรุนแรง ทั้งตับ-ไต ก็เสียหาย พบต้นเหตุไม่ใช่จากการขับรถ แต่มาจากงานอดิเรกที่รักเลี้ยงนกแก้วใกล้ชิดเกินไป ชายจีนป่วยหนัก สแกนพบปอดขาวโพลน อักเสบรุนแรง แพทย์ชี้ โรคไข้นกแก้ว ติดต่อจากนกนกแก้วเป็นสัตว์เลี้ยงที่หลายคนหลงรัก เพราะฉลาด ขี้เล่น และผูกพันกับเจ้าของได้ดี แต่ความรักที่ใกล้ชิดเกินพอดี อาจกลายเป็นความเสี่ยงด้านสุขภาพโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะพฤติกรรมอย่างให้นกเกาะศีรษะหรือไหล่ จูบสัตว์เลี้ยง หรือป้อนอาหารด้วยปากข้อมูลจาก Centers for Disease Control and Prevention หรือ CDC ระบุว่า โรคพสิตตาโคซิส หรือ Psittacosis เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Chlamydia psittaci ซึ่งพบได้ในนก และสามารถติดต่อสู่คนได้ โดยผู้ป่วยมักมีอาการคล้ายไข้หวัด เช่น ไข้ ไอ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ และอาจรุนแรงถึงขั้นปอดอักเสบได้ชายขับรถเลี้ยงนกแก้วเป็นเพื่อน ก่อนป่วยหนักจนต้องเข้าโรงพยาบาลจากรายงานของ Huaxi Metropolis Daily และ Cover News ของจีน ระบุว่า ชายแซ่หลี่ วัย 40 กว่าปี อาชีพขับรถบรรทุกในเมืองเฉิงตู ประเทศจีน เกือบเสียชีวิตหลังติดเชื้อที่เกี่ยวข้องกับนกแก้วที่เขาเลี้ยงไว้เป็นเพื่อนระหว่างทำงานด้วยลักษณะงานที่ต้องขับรถทางไกลและใช้เวลาอยู่ลำพังบนท้องถนน นายหลี่จึงเลี้ยงนกแก้วตัวเล็กไว้เป็นเพื่อน เขามักให้นกแก้วเล่นอยู่บนศีรษะ ไหล่ และมือ รวมถึงมีพฤติกรรมป้อนอาหารให้นกด้วยปาก ซึ่งเป็นการสัมผัสใกล้ชิดที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการรับเชื้อโดยตรงตลอดช่วงแรกทุกอย่างดูปกติ จนกระทั่งเขาเริ่มมีไข้สูงถึง 39.4 องศาเซลเซียสหลายวันติดต่อกัน ร่วมกับอาการไอรุนแรง หายใจลำบาก และปวดเมื่อยตามตัว เขาเข้าใจว่าเป็นเพียงหวัดจากการพักผ่อนไม่พอ จึงซื้อยามากินเอง แต่ต่อมาอาการกลับแย่ลงจนไม่สามารถขับรถต่อได้แพทย์พบปอดอักเสบรุนแรง สาเหตุจากเชื้อ Chlamydia psittaciเมื่อเข้ารับการตรวจที่โรงพยาบาลเฉิงตูหมายเลข 1 แพทย์พบเสียงผิดปกติที่ปอดส่วนล่างทั้งสองข้าง และผล CT Scan พบการอักเสบของปอดที่รุนแรงกว่าการติดเชื้อทางเดินหายใจทั่วไป นอกจากนี้ ยังพบสัญญาณว่าตับและไตเริ่มได้รับผลกระทบหลังป่วยมาหลายวันแพทย์จึงทำการตรวจเพิ่มเติมด้วยการส่องกล้องหลอดลมและวิเคราะห์ตัวอย่างจากของเหลวในหลอดลมและถุงลมปอด ก่อนพบว่าเขาติดเชื้อ Chlamydia psittaci ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคพสิตตาโคซิส หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อโรคไข้นกแก้วนพ.เฉิน ติง ผู้เชี่ยวชาญด้านตับและทางเดินน้ำดีของโรงพยาบาล อธิบายว่า เชื้อชนิดนี้ไม่ได้พบเฉพาะในนกแก้วเท่านั้น แต่นกเลี้ยงและสัตว์ปีกหลายชนิด เช่น นกพิราบ นกสตาร์ลิง นกไนติงเกล หรือสัตว์ปีกอื่น ๆ ก็อาจเป็นพาหะได้ ที่สำคัญคือนกบางตัวอาจมีเชื้อโดยไม่แสดงอาการ ทำให้เจ้าของประมาทได้ง่ายโรคพสิตตาโคซิสติดต่อสู่คนได้อย่างไรCDC ระบุว่า คนสามารถติดเชื้อ Chlamydia psittaci ได้เมื่อสูดดมฝุ่นหรือละอองขนาดเล็กจากมูลนก สารคัดหลั่ง หรือฝุ่นจากขนนกที่ปนเปื้อนเชื้อ โดยเฉพาะเมื่ออยู่ในพื้นที่ปิดหรือระบายอากาศไม่ดีในกรณีของนายหลี่ แพทย์มองว่าความเสี่ยงอาจเกิดจากการอยู่ใกล้นกแก้วในห้องโดยสารรถบรรทุกที่คับแคบเป็นเวลานาน รวมถึงพฤติกรรมสัมผัสใกล้ชิด เช่น ให้นกอยู่บนไหล่ บนศีรษะ หรือป้อนอาหารด้วยปาก ซึ่งอาจทำให้เชื้อเข้าสู่ร่างกายผ่านทางเดินหายใจ เยื่อบุปาก จมูก หรือตาได้ง่ายขึ้นอาการคล้ายไข้หวัด ทำให้หลายคนชะล่าใจความน่ากังวลของโรคพสิตตาโคซิสคือ อาการช่วงแรกมักคล้ายไข้หวัดหรือการติดเชื้อทางเดินหายใจทั่วไป เช่น ไข้ ไอ หนาวสั่น ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ และอ่อนเพลีย ทำให้บางคนซื้อยากินเองและไม่ได้แจ้งประวัติการสัมผัสนกให้แพทย์ทราบพญ.เหอ เจี๋ย จากแผนกโรคระบบทางเดินหายใจและเวชศาสตร์ผู้ป่วยหนักของโรงพยาบาลเฉิงตูหมายเลข 1 เตือนว่า หากไม่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสม โรคอาจลุกลามจนเกิดปอดอักเสบรุนแรง หรือมีภาวะแทรกซ้อนต่ออวัยวะอื่นได้หลังแพทย์ทราบประวัติการเลี้ยงนกแก้วและปรับการรักษาให้ตรงกับโรค อาการของนายหลี่จึงค่อย ๆ ดีขึ้นอย่างชัดเจน และสามารถออกจากโรงพยาบาลได้หลังรับการรักษาอย่างใกล้ชิดประมาณหนึ่งสัปดาห์เลี้ยงนกอย่างไรให้ปลอดภัยทั้งคนและสัตว์การเลี้ยงนกไม่ได้เป็นเรื่องน่ากลัว หากดูแลอย่างถูกสุขลักษณะ แต่เจ้าของควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ใกล้ชิดเกินไป เพราะเชื้อบางชนิดอาจอยู่ในมูล ขน หรือสารคัดหลั่งของนกโดยที่นกยังดูแข็งแรงปกติหลีกเลี่ยงการจูบนก หรือป้อนอาหารให้นกด้วยปากไม่ควรให้นกเกาะบนศีรษะ ใบหน้า หรือบริเวณใกล้ตา จมูก และปากเป็นประจำล้างมือให้สะอาดทุกครั้งหลังจับนก ทำความสะอาดกรง หรือสัมผัสอุปกรณ์เลี้ยงนกสวมหน้ากากและถุงมือเมื่อต้องทำความสะอาดกรง เพื่อหลีกเลี่ยงการสูดดมฝุ่นจากมูลและขนนกทำความสะอาดกรงอย่างสม่ำเสมอ และจัดพื้นที่เลี้ยงให้มีอากาศถ่ายเทหากซื้อนกมาใหม่ ควรแยกสังเกตอาการก่อนนำไปรวมกับนกตัวอื่นหากนกมีอาการซึม ไม่กินอาหาร ขนฟู หายใจผิดปกติ หรือถ่ายผิดปกติ ควรพาไปพบสัตวแพทย์ป่วยหลังสัมผัสนก ควรบอกแพทย์ทันทีหากมีไข้สูง ไอ หายใจเหนื่อย ปวดเมื่อยตามตัว หรืออาการคล้ายไข้หวัดที่ไม่ดีขึ้น โดยเฉพาะหลังสัมผัสนกหรือทำความสะอาดกรงนก ควรแจ้งแพทย์ให้ทราบอย่างชัดเจนว่าเลี้ยงนกหรือเคยสัมผัสนกมาก่อนข้อมูลนี้สำคัญมาก เพราะช่วยให้แพทย์พิจารณาโรคติดเชื้อจากสัตว์สู่คนได้เร็วขึ้น และเลือกตรวจหรือรักษาได้ตรงจุดมากขึ้น ลดความเสี่ยงที่โรคจะลุกลามไปสู่ปอดอักเสบรุนแรงหรือภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆสรุป รักสัตว์เลี้ยงได้ แต่ต้องรักอย่างปลอดภัยกรณีของชายชาวจีนรายนี้เป็นบทเรียนสำคัญว่า ความรักต่อสัตว์เลี้ยงควรมาพร้อมความเข้าใจเรื่องสุขอนามัย โดยเฉพาะสัตว์เลี้ยงประเภทนกที่อาจเป็นพาหะของเชื้อบางชนิดได้ แม้ภายนอกจะดูแข็งแรงดีการเลี้ยงนกอย่างปลอดภัยไม่ได้หมายความว่าต้องห่างเหินจากสัตว์เลี้ยง แต่ควรลดการสัมผัสใกล้ชิดบริเวณใบหน้า ล้างมือสม่ำเสมอ ทำความสะอาดกรงอย่างถูกวิธี และแจ้งแพทย์ทุกครั้งเมื่อป่วยหลังมีประวัติสัมผัสนก เพราะข้อมูลเล็ก ๆ นี้อาจช่วยให้ได้รับการรักษาทันเวลา
ตะลึง! ภาพสแกนปอดชายขับรถบรรทุก “ขาวโพลน” ทั้งตับ-ไต ก็เสียหาย พบต้นเหตุจากงานอดิเรกที่รัก
by
Tags: