เตือน “เสรีพิศุทธ์” บุกทวงถามเขากระโดงระวังก้าวล่วงอำนาจศาล!

“ศุภชัย” ออกโรงเตือน “เสรีพิศุทธ์” บุกทวงถามเขากระโดงระวังก้าวล่วงอำนาจศาล! ซัดพฤติกรรมชวนท้าตีท้าต่อย ไม่สมฐานะ อดีต ผบ.ตร.นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีที่พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ได้ออกมาติดตามทวงถามเรื่องข้อพิพาทที่ดินเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นเรื่องที่อยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลอยู่ในขณะนี้ ว่า เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นอันไม่ควรที่จะกระทำในฐานะ สส. เพราะเรื่องนี้สังคมโดยทั่วไปทราบแล้วว่า ที่ดินเขากระโดงพี่น้องประชาชนมีเอกสารสิทธิ์เป็นโฉนดที่ดินและ น.ส.3 ที่ถูกต้องตามกฎหมายซึ่งกรณีดังกล่าวมีเหตุผล 2 ประการคือ ไม่เข้าใจกฎหมาย หรือมิฉะนั้นก็คือการบิดเบือนข้อเท็จจริง เพื่อที่จะประสงค์ที่จะใส่ร้ายป้ายสีบุคคลซึ่งเป็นผู้สุจริต ขณะเดียวกัน วานนี้(31พ.ค.) พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ก็ได้เดินทางไปจังหวัดบุรีรัมย์ บริเวณหน้าบ้านของผู้ที่เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดิน ผู้เป็นเจ้าของโฉนดที่ดิน ไปท้าตีท้าต่อย ท้าทายเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ จ.บุรีรัมย์ พฤติการณ์อย่างนี้เป็นพฤติการณ์ที่คนเป็นสส. ไม่พึงกระทำ“คุณเสรีพิศุทธ์ เคยเป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มียศถึงพล.ต.อ. เพราะฉะนั้นควรจะต้องมีสำนึก มีความคิดว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำที่ผิดหน้าที่ และก้าวล่วงไปยังอำนาจของศาล การพูดเหมารวมว่าทุกคนที่นั่นบุกรุกที่ดินของรัฐ ทั้งๆ ที่โฉนดที่ดินยังไม่ถูกเพิกถอน และหลายคดียังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาล เป็นการพูดที่ข้ามขั้นตอน เป็นการกระทำการที่ก้าวล่วงเข้าไปในกระบวนการยุติธรรม และก็ละเลยหลักนิติรัฐอย่างชัดเจน” นายศุภชัย กล่าวนายศุภชัย กล่าวอีกว่า ถ้าทุกอย่างจบเด็ดขาดตามที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ได้มีการกล่าวอ้างจริง ตนขอตั้งคำถามต่อพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ว่า ทำไมการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ยังต้องฟ้องประชาชนเป็นคดีแพ่งอีกหลายคดี และทำไมศาลยังรับฟ้องไปพิจารณา คำตอบคือ ศาลทราบดีว่า ในหลักกฎหมายนั้น คำพิพากษาเดิมมีผลผูกพันเฉพาะคู่ความที่มีการฟ้องร้องคดีกันไปแล้ว ส่วนเรื่องของบุคคลภายนอกที่มีโฉนด มีเอกสารสิทธิ์ก็ย่อมที่จะมีสิทธิ์ต่อสู้ และพิสูจน์สิทธิ์ของตนได้ ตามหลักกฎหมายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งตามมาตรา 145 (ป.วิ.แพ่ง มาตรา 145) นอกจากนี้ ในอดีตของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เองก็เคยถูกกล่าวหาในลักษณะเดียวกัน ทั้งกรณีรีสอร์ทหรูริมแม่น้ำแควน้อย จ.กาญจนบุรี ที่อ้างสิทธิ์ในที่งอกริมตลิ่งเพื่อทำสวนหย่อมโดยไม่มีโฉนด จนในที่สุดก็แพ้คดีและต้องรื้อถอน รวมถึงกรณีท่าเทียบเรือริมแม่น้ำเจ้าพระยา ย่านบางกระบือ ที่ถูกกรมป่าไม้กล่าวหาว่าบุกรุก ซึ่งทั้งหมดล้วนต้องใช้กระบวนการยุติธรรมในชั้นศาลเพื่อสู้คดี ไม่ต่างจากที่พี่น้องประชาชนชาวบุรีรัมย์กำลังทำอยู่ตอนนี้“การกล่าวหาว่าบ้านที่บุรีรัมย์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล มีชื่ออยู่ด้วย แล้วไปตีความว่า นายอนุทิน ก็บุกรุกที่ด้วย อันนี้เป็นข้อกล่าวหาที่ไม่มีหลักกฎหมายใดรองรับ ฉะนั้นขอเตือนว่า อย่ากระทำการอะไรที่บิดเบือนให้ประชาชนเกิดความสับสน“ นายศุภชัย กล่าวนายศุภชัย กล่าวด้วยว่า ขอเรียกร้องคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) เร่งพิจารณาคำร้องที่พรรคภูมิใจไทยเคยมีการไปร้องเรียนพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ในข้อหาใส่ร้ายป้ายสีพรรคภูมิใจไทย โดยระบุว่า หากมีผลถึงที่สุดแล้ว และพบว่ามีการกระทำความผิด พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ จะต้องถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง และต้องพ้นจากการเป็น สส.ทันทีข่าวที่เกี่ยวข้อง“เสรีพิศุทธ์-ทนายอั๋น” บุกหน้าบ้าน “เนวิน-อนุทิน” ก่อนเข้าแจ้งความ! อธิบดีกรมการปกครองยันแชตหลุด “ช่วยน้ำเงินด้วย” เป็นของปลอม! เล็งฟ้องกลับ อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เตือน “เสรีพิศุทธ์” บุกทวงถามเขากระโดงระวังก้าวล่วงอำนาจศาล!ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่- Website : https://www.pptvhd36.com


Posted

in

by

Tags: