พนักงานซัมซุง 4.8 หมื่นคนนัดหยุดงานประท้วง หลังเจรจาโบนัสไม่ลงตัว

20 พฤษภาคม 2569 สหภาพแรงงานของ ซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ เตรียมนำพนักงานกว่า 48,000 คน เข้าร่วมการนัดหยุดงานครั้งใหญ่ในวันพฤหัสบดีนี้ (21 พ.ค.) หลังการเจรจาเรื่องโบนัสกับฝ่ายบริหารไม่สามารถหาข้อยุติได้ ท่ามกลางความกังวลว่าเหตุการณ์ดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจเกาหลีใต้ รวมถึงห่วงโซ่อุปทานชิปทั่วโลกรายงานระบุว่า การหยุดงานครั้งนี้จะมีระยะเวลานานถึง 18 วัน โดยสาเหตุหลักมาจากข้อพิพาทเรื่องการจ่ายโบนัสและสัดส่วนผลตอบแทนให้พนักงาน แม้ล่าสุดทั้งสองฝ่ายจะกลับมาเปิดโต๊ะเจรจากันอีกครั้งในช่วงบ่ายวันพุธ ภายใต้การไกล่เกลี่ยของนายคิม ยองฮุน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานของเกาหลีใต้นายชเว ซึงโฮ ผู้นำสหภาพแรงงาน เปิดเผยว่า สหภาพได้ยอมรับข้อเสนอสุดท้ายจากคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์แห่งชาติแล้ว แต่ยังมีประเด็นสำคัญที่ฝ่ายบริหารไม่ยอมอ่อนข้อ ทำให้ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกันได้“ผมอยากขอโทษประชาชนที่เราไม่สามารถหาข้อสรุปที่ดีได้ แม้จะพยายามประนีประนอมมากที่สุดแล้ว” ผู้นำสหภาพกล่าว พร้อมยืนยันว่าจะยังคงเดินหน้าเจรจาต่อแม้อยู่ระหว่างการหยุดงานด้านซัมซุงออกแถลงการณ์ตอบโต้ว่า ข้อเรียกร้องของสหภาพแรงงาน “เกินกว่าที่จะยอมรับได้” โดยเฉพาะข้อเสนอเกี่ยวกับโบนัสของหน่วยธุรกิจที่ยังขาดทุน พร้อมระบุว่าหากยอมรับข้อเรียกร้องดังกล่าว อาจกระทบต่อหลักการบริหารพื้นฐานของบริษัทสหภาพแรงงานเรียกร้องให้บริษัท ยกเลิกเพดานโบนัสที่จำกัดไว้ไม่เกิน 50% ของเงินเดือนต่อปี รวมถึงขอให้แบ่งโบนัสคิดเป็น 15% ของกำไรจากการดำเนินงาน และต้องการให้ข้อตกลงดังกล่าวมีผลระยะยาวมากกว่า 1 ปีก่อนหน้านี้ ทั้งสองฝ่ายมีความเห็นไม่ตรงกันเกี่ยวกับการแบ่งโบนัสระหว่างธุรกิจชิปหน่วยความจำ ซึ่งทำกำไรสูง กับธุรกิจชิปตรรกะที่ยังขาดทุนขณะเดียวกัน รัฐบาลเกาหลีใต้กำลังจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หลังมีการพูดถึงความเป็นไปได้ในการใช้มาตรการ “อนุญาโตตุลาการฉุกเฉิน” ซึ่งอาจสั่งระงับการหยุดงานชั่วคราว 30 วัน เพื่อเปิดทางให้รัฐบาลเข้ามาไกล่เกลี่ยทั้งนี้ ซัมซุงถือเป็นบริษัทสำคัญของเศรษฐกิจเกาหลีใต้ โดยมีสัดส่วนเกือบหนึ่งในสี่ของการส่งออกทั้งหมดของประเทศ และยังเป็นผู้ผลิตชิปหน่วยความจำรายใหญ่ที่สุดของโลก ทำให้หลายฝ่ายกังวลว่าหากการผลิตหยุดชะงัก อาจยิ่งซ้ำเติมภาวะขาดแคลนชิปที่กำลังเกิดขึ้นจากกระแสความต้องการด้านปัญญาประดิษฐ์ที่เพิ่มสูงขึ้นทั่วโลก


Posted

in

by

Tags: