นายกฯล้มละลายทางการเมือง

นายกฯล้มละลายทางการเมืองหึ่ง…กระทรวงไหนที่ผู้มีอำนาจแสดงพฤกรรมฉาว โดยเรียกเก็บจากหน่วยงานระดับกรมในสังกัดรวมราว 300 ล้าน ภายใต้เงื่อนไขสุดพิเศษจ่ายเป็นรายเดือน เป็นเรื่องที่เจ้ากระทรวงควรไปตรวจสอบในจังหวะที่รัฐบาล โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย พลิกเกมจากที่ระบุสนับสนุนให้หน่วยงานรัฐฟ้องร้อง หลังคณะทำงาน Zero Corruption: กกร. และเพื่อนไม่ทน เปิดองค์กรรัฐ 26 แห่ง มีชื่อปรากฏในผลสำรวจความเสี่ยงสูงต่อการรับใต้โต๊ะโดยแบ่งเป็นหน่วยงานภายใต้ 1.สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทั้งตำรวจทางหลวง-ตำรวจจราจร องค์กรนี้ขึ้นตรงต่อนายกฯ 2.กระทรวงคมนาคม กรมเจ้าท่า กรมทางหลวง กรมการขนส่งทางบก3.กระทรวงการคลัง กรมสรรพากร กรมศุลกากร กรมสรรพสามิต 4.กระทรวงมหาดไทย กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมที่ดิน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) ในส่วนของอบต.-อบจ. กลุ่มรัฐวิสาหกิจ ทั้งการประปา การไฟฟ้า5.กระทรวงพาณิชย์ กรมทรัพย์สินทางปัญญา กรมพัฒนาธุรกิจการค้า 6.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กรมป่าไม้ กรมควบคุมมลพิษ กรมทรัพยากรธรณี7.กระทรวงสาธารณสุข สำนักคณะกรรมการอาหารและยา บริการสาธารณสุข 8.กระทรวงยุติธรรม กระบวนการยุติธรรม(ยกเว้นศาล) 9.กระทรวงอุตสาหกรรม กรมโรงงานอุตสาหกรรม 9.กระทรวงแรงงาน กรมจัดหางาน 10.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมชลประทาน กรมปศุสัตว์หน่วยงานที่มีความเสี่ยงสูงส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในกระทรวงการคลังกระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ที่เป็นกระทรวงมีอำนาจโดยตรง “อนุมัติ-อนุญาต-ประเมินภาษี-ตรวจจับควบคุม” เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ภาคธุรกิจต้องเผชิญ โดยอยู่ภายใต้การดูแลของพรรคภูมิใจไทยรัฐบาลกลับมอบดาบให้นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯฝ่ายกฎหมาย เชิญผู้แทนภาคเอกชน(กกร.)และคณะทำงาน Zero Corruptionฯ ประชุมด่วน ปรับจูนความคิดที่เข้าใจผิดระหว่างนายกฯกับภาคเอกชน ก่อนออกคำสั่งสำนักนายกฯ ตั้งคณะกรรมการประสานงานเพื่อต่อต้านการทุจริตหรือคตท. มีนายกฯนั่งเป็นประธานงานนี้เป็นบทพิสูจน์ “พูดแล้วทำ”ของนายกฯที่เน้นปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ กฎหมาย และวิธีการทำงานของระบบราชการเพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานของสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนาหรือ OECD ให้ทันภายในปี 71แม้จุดแข็งของคตท.มีอำนาจหน้าที่ “ขอให้เจ้าหน้าที่ของรัฐมาให้ข้อมูล ชี้แจงหรือส่งเอกสารหลักฐานต่อคตท. และหน่วยงานของรัฐทุกหน่วยมีหน้าที่ให้ความร่วมมือแก่คตท.” แต่หากนายกฯไม่เอาจริงตามที่ประกาศสงครามกับคอร์รัปชัน ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่รัฐมักตั้งแง่ ดึงเกม ซื้อเวลา สุดท้ายได้ข้อมูลล่าช้าหากยังมีพฤติกรรมหางโผล่โกงกิน นายกฯและรมต.ที่กำกับดูแลต้อง ทางออกที่ดีควรเริ่มจากหน่วยงานที่มีความเสี่ยงสูง “คลัง-คมนาคม-มหาดไทย-ทรัพย์” นับจากวินาทีจัดการและแสดงความรับผิดชอบ เพื่อเป็นจุดเริ่มเป็นสมาชิก OECD ตามกรอบเวลาขณะนี้ประเทศไทยอยู่ห่างจากความจริงถึงความโปร่งใส ต้องปูทางกรอบความโปร่งใสอีกอย่างน้อย 50 % ต้องยึดหลัก Rule of Law ถึงเข้าใกล้เป็นสมาชิกOECDดูตามทรงหากรัฐบาล “พูดแล้วทำ” กล้าผลักดันเมกะโปรเจกต์ปราบคอร์รัปชัน เชื่อว่าบรรลุตามธงที่ตั้งเอาไว้แต่หาก “พูดไปเรื่อย” รับรองศรัทธาที่ทรุดลงทุกวันกู่ไม่กลับ โดยเฉพาะตัวนายกฯ ผู้บังคับบัญชาครม. โชว์ฝีมือบริหารประเทศยังไม่ถึง 2 เดือน แต่ถูกตั้งข้อสังเกตว่าล้มละลายทางการเมืองชนิดกู่ไม่กลับ#มะม่วงแปดริ้ว


Posted

in

by

Tags: