หัวหน้าทีมกลุ่มคนทำงาน เชื่อเลือกสก.50 เก้าอี้ พรรคส้มไม่แลนด์สไลด์แบบเลือกสส. เน้นนโยบาย เข้าไปแก้ข้อบัญญัติกทม.ปลดล็อกการทำมาหากินของคนเมืองหลวง18 พ.ค.2569-ดร.ดวงฤทธิ์ เบญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง หัวหน้าทีมกลุ่มคนทำงาน กล่าวถึงความพร้อมในการเปิดตัวผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร(สก.) ในนามกลุ่มคนทำงาน ที่จะเปิดตัววันเสาร์นี้ 23 ก.พ.ที่สวนลุมพินีว่า จากที่ทางกลุ่มจะส่งผู้สมัครทั้งสิ้น 33 คน ใน 33 เขต ไม่ส่งครบทั้ง 50 เขตนั้น การเปิดตัวในวันดังกล่าว นอกจากเปิดตัวผู้สมัครสก.ในนามกลุ่มคนทำงานทั้งหมด ที่มีจากหลายสาขาอาชีพ เช่นนักกฎหมาย สัตวแพทย์ นักธุรกิจสตาร์ทอัพ รวมถึงสก.ชุดปัจจุบันที่จะหมดวาระที่มาลงสมัครกับกลุ่มคนทำงาน 11 คนแล้วนอกจากนี้จะมีการเปิดนโยบายการเข้าไปบริหารงานในสภากรุงเทพมหานคร หากเลือกผู้สมัครสก.ของกลุ่มคนทำงานเข้าไปเป็นสก. โดยทางกลุ่มจะเน้นการสื่อสารกับคนกทม.แบบตรงไปตรงมาว่า เราจะทำงานอะไรให้กับเขาบ้าง เราจะเขียนเป็นข้อ ๆ เลย ที่จะมีการบอกกับคนกรุงเทพฯในการเปิดตัวผู้สมัครสก.ของกลุ่มคนทำงานวันที่ 23 พ.ค. ที่จะมีทั้งด้านเศรษฐกิจ-สังคม-การขนส่งมวลชน เป็นต้นหัวหน้าทีมกลุ่มคนทำงานกล่าวว่า วันเปิดตัวกลุ่มคนทำงานจะประกาศว่าเราจะทำอะไรให้กับคนกรุงเทพฯ ทำอะไรให้กับเมือง ซึ่งก็อาจจะไม่ได้กระชากใจมากนัก เพราะเป็นงานฝั่งนิติบัญญัติของกทม. เพราะเวลาหาเสียงการเลือกตั้งกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่เป็นนโยบายของฝั่งบริหาร(ผู้ว่าฯกทม.) ที่ก็จะรุนแรงกว่า แต่กลุ่มคนทำงานเราเข้าใจตัวของเราเองว่ากลุ่มพวกเราที่อาสามา เราอาสามาทำงานฝั่งนิติบัญญัติ จึงต้องทำหน้าที่ของเราก่อนในการแก้ไขข้อบัญญัติให้ตอบโจทย์ความต้องการคนกรุงเทพฯ พร้อมทั้ง ไปเชียร์ ไปสนับสนุน ไปขับเคลื่อนงานต่าง ๆ ร่วมกับทางฝั่งบริหาร ที่ก็คงยาวไปถึงในเรื่องของ การตรวจสอบ การบาลานซ์ถ่วงดุล การยืนเคียงข้างประชาชนในแต่ละเขตของสก.ในอนาคต แต่จุดเริ่มต้นคือการแก้ไขข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร“เราดูว่าถ้าระบบดี กลไกดี ใครมาทำงาน ก็จะไปตามระบบที่มันดี แต่ถ้าระบบไม่รู้ว่าดีหรือไม่ดี เราอาจตาดีได้ตาร้ายเสีย คนเก่งคนดีมาก็โชคช่วย แต่ถ้าผิดพลาด ไม่ได้คนที่ตรงกับความต้องการเรามา คราวนี้เรียบร้อยเลย แต่ถ้าเรามีระบบที่ดี มีข้อบัญญัติที่ดี ใครจะกล้าทำผิดกฎหมาย ใครจะกล้าทำนอกเหนือจากข้อบัญญัติ เพราะฉะนั้น เราเลยเห็นพ้องต้องกันในทีมคนทำงานว่า สิ่งที่เราต้องทำให้แข็งแกร่งคือระบบ -กลไกและข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร ที่ต้องทำให้ชัดเจน ทำให้แข็งแกร่ง เพื่อที่ในอนาคตไม่ว่าใครจะมาเป็นฝ่ายบริหารหรือมาทำงานในฝ่ายนิติบัญญัติของกทม. คุณก็ต้องไปตามกลไกที่ตอบโจทย์ความต้องการของเมือง ไปตามกลไกที่ตอบโจทย์ความต้องการของคนกทม.”ดร.ดวงฤทธิ์กล่าวว่า จุดแข็งของผู้สมัครสก.ไม่สังกัดพรรคการเมืองกับสมัครอิสระ มีข้อแตกต่างอย่างชัดเจน เพราะถ้าเป็นสก.อิสระ สิ่งที่เขาต้องทำและให้ความสำคัญที่สุดเลยก็คือ เมือง -พื้นที่ -ชุมชน คือคนในเขต ไม่ใช่นโยบายพรรค แต่หากเขาอยู่สังกัดพรรค เราก็เข้าใจได้ว่า หากหัวหน้าพรรคการเมืองเขามีนโยบายแบบนี้ บอกว่ามันต้องไปแบบนี้ รองหัวหน้าพรรคที่ดูแลกรุงเทพฯมีนโยบายแบบนี้ มันก็ต้องไปแบบนั้น แต่ถ้าเราเป็นสก.อิสระ เวลามีอะไร เรามีคณะกรรมการ เราไม่มีใครเป็นเจ้าของ เราคุยกันนโยบายที่กลุ่มคนทำงาน จะใช้หาเสียงเลือกตั้งสก.ของกลุ่มคนทำงานนั้น จริง ๆ เราเริ่มต้นจากหลักการเดิมในเรื่องของการแก้ไขข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร แต่การแก้ไขข้อบัญญัติ ก็จะมีหลายด้าน เพราะฉะนั้นจะเริ่มจากด้านเศรษฐกิจ เรื่องปากเรื่องท้องของคนกทม.โดยเรามองไปที่ต้นเหตุ ซึ่งก็คือเรื่องของข้อบัญญัติฯ อีก เพราะที่ผ่านมา ระบบ ระเบียบกฎหมายของเราจะสังเกตได้เลยว่าจะเน้นการควบคุมเป็นหลัก แต่เราจะทำข้อบัญญัติฯ ที่เน้นการสนับสนุนส่งเสริมการทำมาหากินของคนกทม. ข้อบัญญัติกรุงเทพฯ ที่เราจะทำออกมา จะไม่เน้นเรื่องควบคุม แต่จะเน้นสนับสนุนส่งเสริมการทำมาหากินของคนกทม.เป็นหลักถามว่าคิดว่าผลการเลือกตั้งระดับชาติเมื่อ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา จะมีผลต่อการเลือกตั้งท้องถิ่นที่กรุงเทพฯหรือไม่ เพราะคนกทม.ที่เคยเลือกสส.เขต พรรคส้ม มาคราวนี้ ก็จะเลือกสก.ของพรรคดังกล่าวอีกหรือไม่ หัวหน้าทีมกลุ่มคนทำงาน วิเคราะห์ว่า บางบริบทก็มีเรื่องราวที่สอดคล้องกันแต่บางเรื่องก็ไม่ใช่ เช่นอย่างเราพูดคุยกันในกลุ่มเพื่อนๆ ว่าในกรุงเทพฯ ที่ผ่านมา เวลาที่เราเลือกสส.เราเลือกจากบริบทอะไร เราเลือกจากเหตุและผลอะไร หรือเราเลือกจากอะไรกันแน่ หลายคนที่คุยกับผม เขาบอกการเลือกสส.ของเขา เขาเลือกนายกฯ เพราะฉะนั้น บริบทในการเลือกสก.ผมว่าคงไม่ได้เหมือนกันกับการเลือกสส.เสียทีเดียว เพราะเวลาเลือกสส. คนกลุ่มหนึ่ง เขาก็มีความคิดว่าในการเลือกสส.กรุงเทพฯ“นอกจากเขาเลือกสส.แล้ว เขาเลือกนายกด้วย ใช่ไหมครับ เขาเลือกพรรคด้วย แต่เรื่องการเลือกสก. เป็นเรื่องใกล้ตัว เป็นเรื่องของท้องถิ่น เป็นเรื่องของของจังหวัด ผมคิดว่าหนึ่งในความแบบผม ที่เป็นคนกรุงเทพฯคนหนึ่ง ที่ผ่านมาเวลาที่ผมเลือกสก.จะเลือกคนที่จะทำงานให้พื้นที่ผมได้ ผมเลือกคนที่จับต้องได้ เลือกคนที่จะทำงานให้กับเขตเราได้ เลือกคนที่จะพึ่งพาได้ เพราะแม้ปัจจุบันจะมีทราฟฟี่ ฟองดูว์ (ระบบร้องเรียนและแจ้งปัญหาเมืองของกรุงเทพมหานคร)แต่มีสก.ก็อุ่นใจดี พูดจาง่าย”ต่อข้อถามที่ว่าคือมองว่าผลการเลือกตั้งสก.ครั้งนี้ จะออกมาแบบแลนด์สไลด์สีใดสีหนึ่งแบบผลการเลือกตั้งสส.เขต กทม.หัวหน้าทีมกลุ่มคนทำงานกล่าวว่า เชื่อว่าคนกทม.จะเลือกคนที่เขาใช้งานได้ ส่วนการหาเสียงต่อจากนี้หลังวันรับสมัคร อย่างที่บอกข้างต้นว่าผู้สมัครสก.ของเราแต่ละคน จะมีความเก่งและความเชี่ยวชาญที่แตกต่างกัน เพราะฉะนั้นแต่ละคนเราจะถือนโยบายแต่ละด้าน
‘ดร.ดวงฤทธิ์’ ฟันธง! เลือกตั้งเมืองหลวง ‘สก.’ 50 เก้าอี้ ‘พรรคส้ม’ ไม่แลนด์สไลด์แบบ ‘สส.’
by
Tags: