เพราะเป็นลูกชายเนวิน

มีอยู่เรื่องหนึ่งครับ….เหมือนไกลตัวแต่ตอนนี้มาอยู่ที่ปลายจมูกทุกคนแล้ว โดยที่หลายคนมองไม่เห็นด้วยซ้ำเรื่อง AI (Artificial Intelligence) ครับภาษาไทยเรียกว่า ปัญญาประดิษฐ์AI กำลังคืบคลานเข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้คน ไม่ว่ารวยหรือจน เด็กหรือแก่ หญิงหรือชาย ในเมืองหรือหลังเขา อีกหน่อยจะไม่พ้นอิทธิพลของ AIเหมือนยุคหนึ่งที่เราไม่ได้รู้สึกว่าโทรศัพท์มือถือจะเข้ามามีบทบาทในการดำเนินชีวิตความพิเศษของมันก็แค่โทรศัพท์เคลื่อนที่ได้เท่านั้นแต่วันนี้แทบทุกอย่างที่จำเป็นในชีวิตถูกอัดเข้าไปอยู่ในโทรศัพท์มือถือเช่นกันครับวันนี้คนส่วนมากยังมอง AI เป็นเรื่องไกลตัว ก็แน่สิครับเพราะนี่้แค่ยุคเริ่มต้นAI สำคัญไฉนเพจ "จักรวาลด้อมส้ม" ร้อยเรียงให้เห็นภาพความจำเป็นไว้ชัดเจนครับ—————#ทุกคนคะ ทั้งรัฐบาล-ฝ่ายค้าน ช่วยฟังเสียงประชาชน หยุดเล่นเกมการเมือง หาทางออกให้ไทยจะไม่ตกขบวน AIก่อนอื่นเราต้องรู้ ประเทศไทยอยู่ตรงไหนของ AIคนไทยเปิดรับ AI มากกว่าที่หลายคนคิด ๖๒% ใช้ Generative AI ในชีวิตประจำวันแล้ว สูงกว่าคนอเมริกันเสียอีกไทยเป็น ๑ ใน ๔ ประเทศในเอเชียที่มี LLM ภาษาของตัวเองแล้ว ร่วมกับจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ นั่นก็คือ ThaiLLM ที่ NSTDA พัฒนา ประมวลผลในประเทศ ข้อมูลไม่รั่วไหลไปต่างชาติแต่ที่ต้องรู้อีกเรื่องคือ ไทยขาดบุคลากรด้าน AI ถึง ๘๐,๐๐๐ คน มีแค่ ๒๑% ขององค์กรที่พร้อมใช้ AI จริงๆในอาเซียน เราอยู่อันดับ ๗ ด้านความพร้อมภาครัฐ ตามหลังสิงคโปร์และมาเลเซียค่อนข้างมากแล้วประเทศอื่นเขาอยู่ขบวนไหน?นักวิชาการ AI แบ่งยุทธศาสตร์ประเทศออกเป็น ๒ แบบชัดเจนค่ะแบบแรก "Leading Strategy" ทุ่มสร้าง AI ระดับโลก แข่งกับ OpenAI และ Google โดยตรง เกมนี้เล่นได้เฉพาะสหรัฐฯ จีน และไม่กี่ประเทศที่มีทุน มี talent และมี Super computeแบบที่สอง "Adaptive Strategy" ใช้ AI แก้ปัญหาในประเทศได้จริง ต่อยอดจาก AI ที่โลกสร้างให้แล้ว สร้างจุดแข็งเฉพาะของตัวเอง เกมนี้แหละที่ เวียดนาม มาเลเซีย และสิงคโปร์เล่นอยู่ และได้ผลจริงสิงคโปร์ไม่เคยพยายามสร้าง LLM แข่งกับอเมริกา แต่กลายเป็น AI Hub อันดับ ๑ ของอาเซียน เพราะเลือกเล่นเรื่อง workforce, data governance และดึงบริษัทโลกมาลงทุนกลับมาที่ประเทศไทย เราควรทำอะไรหนูเสนอให้ทำ ๓ อย่างนี้ค่ะ๑.สนับสนุน ThaiLLM และ Sovereign AI สำหรับข้อมูลภาครัฐและข้อมูลที่ต้องอยู่ในประเทศ เพราะถ้าหน่วยงานรัฐใช้ ChatGPT แล้วข้อมูลประชาชนลอยไปอยู่บนเซิร์ฟเวอร์ต่างชาติ นั่นคือความเสี่ยง๒.เร่งเอา AI ที่มีอยู่แล้วมาใช้จริงในอุตสาหกรรมที่ไทยแข็ง เกษตร ท่องเที่ยว สาธารณสุข การศึกษา ไม่ต้องรอสร้างเอง ใช้ได้วันนี้เลย ประเทศที่ "ใช้เก่ง" ได้เปรียบไม่แพ้ประเทศที่ "สร้างเก่ง"๓.อย่าเสียเวลาสร้าง Frontier Model ให้ทัดเทียมสหรัฐฯ หรือจีน ในเวลา ๔ ปีด้วยงบประมาณระดับประเทศไทย ถ้าใครบอกว่าทำได้ คือขายฝัน เพ้อเจ้อหนูฝากถึงทุกพรรค ทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้านเรื่อง AI ไม่ใช่เรื่องที่จะเอามาโจมตีกันหรือต้องหาคนแพ้ คนชนะ มันเป็นเรื่องของโครงสร้างประเทศในระยะยาว ที่ต้องการความต่อเนื่องยกตัวอย่างเช่น โครงการ TH-AI Passport ที่กำลังถกเถียงกันอยู่ ต้องปรับปรุงเงื่อนไขให้ชัดเจนมากขึ้น "จำเป็นต้องให้ประชาชน ๕ ล้านคนใช้แพ็กเกจ Advance หรือ Pro จริงๆ หรือไม่" "จำนวน Token ที่ใช้ได้" รวมถึง "กลุ่มเป้าหมายที่รัฐต้องการส่งเสริมเพื่อให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์พัฒนาประเทศ"หยุดเล่นเกมการเมือง ขอให้ รัฐบาล-ฝ่ายค้าน อยู่บนโลกความเป็นจริงและยึดถือผลประโยชน์ให้ประชาชนในประเทศเป็นหลักไทยไม่ตกขบวน AI แน่นอน แต่อย่าช้าเพราะขบวน AI ไปไวมาก และมันไม่รอค่ะ——————-ครับ…ข้อมูลของ Microsoft บอกไว้ชัดเจนว่า ไทยเป็นอันดับ ๒ ของโลก ในการใช้ AI ที่โตเร็วที่สุด รองจากเกาหลีใต้ไทยกำลังเดินหน้าเร็วกว่าที่คิดเอาไว้มากทีเดียวสัดส่วนผู้ใช้ AI อย่างจริงจังในกลุ่มคนทำงานไทย โตจาก ๙.๑% ในช่วงครึ่งแรกของปี ๒๕๖๘ เพิ่มขึ้นเป็น ๑๒.๔% ในไตรมาสแรกของปีนี้วันนี้คล้ายๆ ยุคเริ่มแรกที่เราใช้โทรศัพท์มือถือครับรุ่นกระติกน้ำนั่นแหละครับ ถือเดินไปเดินมา เท่ไม่หยอกแต่ก็ใช้โทรศัพท์ได้อย่างเดียววันนี้ AI พื้นฐานที่ใช้งานกันอยู่คือ ถามข้อมูล ตอบอีเมล สรุปเอกสาร สร้างสไลด์ นี่คือการเอามาช่วยงานเดิมๆที่เราทำอยู่แต่หลังจากนี้ทุกคนมี AI ช่วยเรียลไทม์ในจังหวะที่ต้องการ ไม่ใช่ต้องหยุดงานเพื่อไปถาม AIเหมือนมีเลขาฯ ที่สุดแสนฉลาดที่สุดในโลกประกบอยู่ตลอดเวลามีระบบสั่งการด้วยเสียงแล้ว โดย AI จะลงมือทำงานแทนเรา ตั้งแต่ต้นจนจบอยากไปเที่ยวเมืองนอก AI จัดการได้หมด ตั้งแต่จองตั๋ว วางแผนการเดินทาง ฯลฯแต่ที่เกรงกันในตอนนี้คือเรื่อง จริยธรรมของ AI จะต้องมีการควบคุมไม่ให้ AI ตัดสินใจอย่างมีอคติจากข้อมูลที่ใช้ฝึกฝนนั่นเป็นเรื่องอนาคตครับ แม้จะเป็นอนาคตอันใกล้ก็ตามทีแต่ ณ ปัจจุบัน โครงการ TH-AI Passport ของรัฐบาล ถูกวิจารณ์ไปไกลพอควรถึงขั้นเป็นกลโกงเพื่อหาเงินให้ระบอบสีน้ำเงินเรื่องนี้การันตีอะไรใครไม่ได้ทั้งนั้น เพราะปัญหาคอร์รัปชันมันยังหยั่งรากลึกในดีเอ็นเอนักการเมืองงบประมาณ ๑,๖๐๐ ล้านบาท ในยามที่รัฐบาลต้องกู้เงินมาเพื่อบริหารประเทศนั้น ถือว่าไม่ใช่เงินที่เล็กน้อยถามว่าโครงการเกี่ยวกับ AI ในยุคนี้จำเป็นหรือไม่ก็ต้องตอบว่าจำเป็นมาก หากต้องการให้ไทยมีศักยภาพในการแข่งขันแต่ความโปร่งใสของโครงการจำเป็นยิ่งกว่าช่วงนี้รัฐมนตรีดีอี "ไชยชนก ชิดชอบ" โดนหนักครับ เล่นไปถึงบุพการี ก็น่าเห็นใจ แต่เรื่องการบริหารราชการแผ่นดินต้องแยกออกมากระทรวงดีอี กำลังเป็นเป้าใหญ่ให้หลายฝ่ายโจมตี ก็ไม่มีอะไรซับซ้อน สาเหตุหลักๆ เป็นเพราะ "ไชยชนก" เป็นลูก "เนวิน"ฉะนั้นโครงการนี้ต้องไม่มีหกกลางทางแม้สลึงเดียว ไม่งั้น "การเมือง" เอาตายครับ!แล้วมันจะย้อนกลับไปหา นายกฯ อนุทิน ที่เคยประกาศปราบคอร์รัปชันเชิงโครงสร้างพูดง่ายๆ มีคนลับมีดรอเพียบไม่มีทางเลือกอื่นครับการเมืองยุคใหม่ต้องทิ้งโกงไว้ข้างหลังเพราะวันนี้อาจไม่โดน แต่พรุ่งนี้ไม่รอด.


Posted

in

by

Tags: