เรื่องเล่าจากห้องเรียนธรรมศาสตร์ ความทรงจำ ‘พระองค์ภาฯ’ ที่ยังไม่เคยเลือน

ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งถ่ายทอดความทรงจำสมัยเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รุ่นเดียวกับ “พระองค์ภาฯ” ย้อนเล่าเหตุการณ์ในห้องเรียนที่เริ่มจากความไม่รู้ว่าพระองค์ประทับนั่งอยู่ด้านหน้า ก่อนกลายเป็นช่วงเวลาที่เจ้าตัวยกให้เป็นหนึ่งในความทรงจำสำคัญที่สุดของชีวิต พร้อมสะท้อนพระจริยวัตรอันเรียบง่ายและความเป็นกันเองที่ยังคงประทับอยู่ในใจไม่รู้ลืม13 มิถุนายน 2569 – ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Somyos EddyHeng Matures โพสต์ข้อความรำลึกถึงสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โดยถ่ายทอดเรื่องราวความทรงจำเมื่อครั้งศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งเป็นรุ่นเดียวกับพระองค์ และเคยมีโอกาสเรียนวิชาพื้นฐานในห้องเดียวกันเจ้าของโพสต์เล่าว่าพระองค์ภาในความทรงจำรูปนี้เป็นรูปเดียว ที่ผมได้มีโอกาสถ่ายภาพกับองค์ภา ไม่เคยให้ใครดู ไม่เคยโพสต์ลงที่ไหนมาก่อน ก่อนอื่นต้องขออนุญาตใช้คำพูดแบบปกติธรรมดาในข้อความนี้นะครับ เพื่อจะได้เล่าเรื่องราวได้เป็นธรรมชาติที่สุด และต้องขออภัยล่วงหน้าหากมีถ้อยคำไหนที่ไม่เหมาะสมหรือมิบังควรมา ณ ที่นี้ด้วยครับ ผมเป็นนักศึกษารุ่นเดียวกับท่านในรั้วธรรมศาสตร์ ปี 2540 แต่อยู่คนละคณะ ท่านอยู่คณะนิติศาสตร์ ส่วนผมอยู่คณะวารสารและสื่อสารมวลชน ได้มีโอกาสเจอท่านบ่อยๆ ทั้งที่รังสิตและท่าพระจันทร์ ได้มีโอกาสเรียนคลาสเดียวกับท่าน เพราะจะมีห้องบรรยายรวม และเรียนวิชาพื้นฐานเหมือนกัน ตอนเรียนรังสิต ก็จะเห็นท่านต่อแถวซื้อข้าวในโรงอาหารเช่นเดียวกับนักศึกษาทั่วไป จะมีก็แต่องครักษ์ที่ตามดูอยู่ห่างๆ ตอนเรียนท่าพระจันทร์ก็จะเห็นท่านเดินผ่านหน้าคณะวารสารบ่อยๆ พร้อมกลุ่มเพื่อนๆนักศึกษา ก็เห็นนักศึกษาทุกคนนั่งปกติ เดินสวนปกติ ไม่มีการหยุดหรือต้องทำความเคารพใดๆ จะมีก็แต่องครักษ์ที่คอยตามอยู่ห่างๆ อาจจะมีคอยกันระยะห่าง ก็เหมือนถวายอารักขาเป็นเรื่องปกติ และในภาพนั้นก็คือเป็นวันเดียวกับที่ผมเรียนในห้องเดียวกับองค์ภา ซึ่งผมไม่รู้เลยว่าต้องเรียนคลาสเดียวกับท่าน(ถ้าในห้องเรียนจะไม่มีองครักษ์มาอยู่ จะมีแค่ท่านและพระสหายมาเรียนเหมือนนักศึกษาทั่วไป ท่านอาจต้องการความเป็นส่วนตัว) ตอนนั้นจำไม่ได้ว่าวิชาอะไรแต่น่าจะเป็นวิชาพื้นฐานของทุกคณะ วันนั้นผมนั่งหลับในห้อง และไม่รู้ว่าข้างหน้าผมคือองค์ภา!! คือผมนั่งอยู่หลังท่านเลย และช่วงพักเบรค ผมก็ตื่นมา(ในรูปหน้าผมยังงัวเงียอยู่เลย เพราะเพิ่งตื่น) ผมพูดกับเพื่อนแบบข้ามหัวท่าน ผมบอกเพื่อนว่าเมื่อกี้จดอะไรไปบ้างขอดูเลคเชอร์หน่อย ผมจะได้มารีบจดก่อนจะเริ่มเรียนหลังพักเบรค ผมตะโกนไปหลายครั้ง เพื่อนผมก็ทำปากจุ๊ๆ(แบบอย่าเพิ่งพูดตอนนี้ได้ไหม) ผมก็ตะโกนอีกเอาเลคเชอร์มาหน่อยๆๆ เพื่อนผมก็ทำปากจุ๊ๆ(มีเอามือป้องปากด้วย) แล้วเพื่อนก็ส่งสัญญาณเหมือนชี้ให้ผมเห็นว่าองค์ภานั่งอยู่ แล้วก็พูดแบบไม่มีเสียง ผมก็อะไรนะๆๆๆ พูดอะไรนะ สักพักนึง ท่านก็หันมา วินาทีนั้นคือ..ใจหายแว้บบบ หน้าผมเหวอมาก หน้าถอดสี ใจหล่นตุ๊บ (ในใจมันตะโกนว่าเฮ้ย..องค์ภา) ผมทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ยกมือขึ้นท่วมหัวบอกขอโทษครับๆๆๆๆ ตอนนั้นใช้ภาษาไม่เป็นแล้วไม่รู้จะพูดราชาศัพท์ยังไง มันหลายอารมณ์ปนเปมาก ทั้งตกใจ ทั้งกลัว ทั้งไม่รู้ว่าต่อไปจะเกิดอะไรขึ้น ท่านจะโกรธไหม ถ้าท่านไม่พอใจผมจะถูกองครักษ์เรียกไปพบมั้ย แล้วผมจะโดนอะไรตามมาบ้าง??? ยอมรับว่าวินาทีนั้นตกใจกลัวสุดๆ เพื่อนผมทุกคนหันหน้ากลับและก้มหัวหมด สักพักองค์ภาก็พูดกับผมว่าจะเอาเลคเชอร์เหรอคะ ผมก็บอกว่า อ๋อไม่ครับไม่ครับ แล้วผมก็พูดกลับไปว่าขออนุญาตถ่ายรูปด้วยได้ไหมครับ ไม่รู้ตอนนั้นผมคิดอะไร ถึงกล้าพูดไปแบบนั้น(วันนั้นเป็นวันที่เด็กวารสารเกือบทุกคนน่าจะพกกล้องไป เพราะว่าเป็น back to school เป็นงานของคณะที่ให้ใส่ชุดนักเรียนมาปาร์ตี้กัน ซึ่งจะจัดกันในวันวาเลนไทน์) ท่านก็ตอบว่าได้ค่ะ แล้วผมที่นั่งอยู่หลังท่าน ก็เดินมานั่งข้างๆท่าน ตอนแรกผมก็แบบจะนั่งพื้นนะ ท่านก็บอกว่าไม่ต้องค่ะ นั่งบนเก้าอี้นี้ได้เลย(เก้าอี้ข้างๆท่านว่างพอดี) ผมจึงได้ภาพนี้มาเชื่อไหมว่าหลังจากที่ผมได้ถ่ายรูปนี้แล้ว และออกมาจากห้องเรียน เหมือนยกทุกอย่างออกจากอก โคตรดีใจ ที่ท่านไม่โกรธ แถมยังให้ผมได้ถ่ายรูปคู่อีก และผมยังโดนเพื่อนถามว่า กล้าขอถ่ายรูปได้ไง ดีนะหัวไม่หลุดจากบ่า ผมก็บอกเพื่อนกลับไปว่า แล้วทำไมไม่บอกว่าเป็นองค์ภา เพื่อนก็บอกว่าบอกแล้ว บอกแล้ว มึงไม่ได้ยินผมจึงได้รูปนี้มา รูปนี้มาจากกล้องฟิล์ม ซึ่งอัดภาพมารูปเดียว หาฟิล์มนี้ไม่ได้แล้ว ไม่สามารถจะไปเซฟหรือ copy ที่ไหนมาได้อีก และฟิล์มก็ไม่รู้อยู่ไหนแล้ว รูปอาจไม่ชัดเท่าไหร่ แต่ถือว่าเป็นเกียรติและเป็นความทรงจำสูงสุด ที่ครั้งหนึ่งผมเคยได้ถ่ายภาพกับองค์ภา อย่างชิดใกล้ และท่านทรงเป็นกันเองมาก แ ละตอนได้เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรในรอบเดียวกับพระองค์ท่าน (รอบเช้า) เป็นโอกาสที่หาที่สุดมิได้จริงๆ ที่ได้เห็นในหลวงร.10 พระเทพ พระองค์โสม เสด็จพร้อมกันและอยู่บนเวทีเดียวกันในหอประชุม มาวันนี้ สุดแสนสงสาร สุดแสนเสียใจ ท่านอายุยังน้อย ถ้ายังอยู่น่าจะเป็นกำลังหลักในการถวายงานให้กับเสด็จพ่อ และเป็นความหวังของราชวงศ์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ น้อมเสด็จสู่สวรรคาลัย สถิตในดวงใจตราบนิรันดร์ ข้าพเจ้านายสัณหณัฏฐ์ มาตุเรศ(ชื่อในขณะนั้น) นักศึกษาธรรมศาสตร์ ปี 2540 รหัสนักศึกษา 4007610753 ขอบันทึกไว้ในความทรงจำ ขอบคุณรูปภาพและข้อความจาก Somyos EddyHeng Matures


Posted

in

by

Tags: