รังสิมันต์โรม ชี้ สอบพิรุธคดีลอบสังหาร สส.กมลศักดิ์ เจออุปสรรคเพียบ พยานไม่กล้าให้ข้อมูล ชงส่งหนังสือถามรัฐบาลสหรัฐฯ ปมอาวุธปืนหลวงโผล่โยงคดีผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า นายรังสิมันต์ โรม ดำรงตำแหน่ง ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ระบุว่า…วันที่ (17 มิถุนายน 2569) ผมทำหน้าที่ประธานกรรมาธิการ การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร มีวาระพิจารณาศึกษาและติดตามตรวจสอบการอำนวยความยุติธรรม กรณีคนร้ายใช้อาวุธปืนลอบยิง นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ และผู้ติดตามสำหรับความคืบหน้าหลังการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกว่า 10 หน่วยงาน เพื่อสืบข้อเท็จจริงกรณีความพยายามลอบสังหาร นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.พรรคประชาชาติ ต้องบอกว่าคดีนี้ เต็มไปด้วยข้อสงสัยและอุปสรรคในการแสวงหาข้อเท็จจริงเพื่อสาวไปถึงตัวผู้บงการประเด็นสำคัญที่มีการพิจารณามี 3 เรื่องหลัก คือ เรื่องอาวุธปืน ข้อมูลเบอร์โทรศัพท์ และเส้นทางทางการเงิน ซึ่งในส่วนของอาวุธปืนนั้น ทางตำรวจยืนยันว่ามีอย่างน้อย 1 กระบอกที่เป็นของกองทัพเรือ แต่ทางกองทัพเรือกลับชี้แจงขัดแย้งกันว่าปืนกระบอกดังกล่าวได้ถูกทำลายด้วยการฝังกลบไปแล้ว จุดนี้แสดงให้เห็นถึงเงื่อนงำและความไม่ชอบมาพากลอย่างชัดเจนนอกจากนี้ ยังมีรายงานข้อมูลที่น่ากังวลว่า มีบุคคลระดับบิ๊กในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เข้าไปมีพฤติกรรมกดดันจนทำให้พยานบางปากเกิดความหวาดกลัวและไม่กล้าเข้ามาให้ข้อมูลกับทางกรรมาธิการฯ"มีข้อข้อมูลว่ามี 'บิ๊ก' ในจังหวัด ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ไปทำให้พยานบางคนไม่กล้ามาให้ข้อมูล ซึ่งแน่นอนว่าโดยภาพรวมวันนี้เราก็ต้องยอมรับว่า ข้อมูลที่มันได้ออกมา มันยังไม่เพียงพอต่อการที่จะสรุปไปในทางใดทางหนึ่ง มันเต็มไปด้วยความสงสัย"คณะกรรมาธิการฯ ยังตั้งคำถามถึงความโปร่งใสในการจัดการข้อมูลส่วนบุคคล โดยพบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขอข้อมูลเบอร์โทรศัพท์จากผู้ให้บริการทุกเครือข่ายไปมากกว่า 2 ล้านเลขหมาย โดยอ้างอำนาจตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่หัวหน้าชุดสืบสอบสวน ซึ่งเป็นรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 กลับไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ในการคลี่คลายคดีได้ จึงเกิดคำถามว่ามีการนำข้อมูลส่วนบุคคลจำนวนมหาศาลดังกล่าวไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ใดกันแน่?เป็นเรื่องที่น่าแปลกใจอย่างยิ่งที่คดีลอบสังหารสมาชิกรัฐสภาเช่นนี้ กลับต้องเผชิญกับอุปสรรคและความยากลำบากในทุกขั้นตอน ทั้งที่ควรจะได้รับความร่วมมือและการตอบสนองอย่างรวดเร็วจากกระบวนการยุติธรรม ซึ่งหลังจากนี้ทางกรรมาธิการฯ จะยังคงเดินหน้าตรวจสอบอย่างเข้มข้นเพื่อนำตัวผู้บงการที่อยู่เบื้องหลังมาลงโทษให้ได้นอกจากนี้ พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง ในฐานะกรรมาธิการและที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการฯ เสนอในที่ประชุมคณะกรรมาธิการฯ ให้มีการทำหนังสือราชการอย่างเป็นทางการส่งถึงรัฐบาลสหรัฐอเมริกา และสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย เพื่อขอข้อมูลและตรวจสอบกรณีอาวุธปืนของรัฐบาลสหรัฐฯ ตกไปอยู่ในมือของขบวนการผิดกฎหมายพันตำรวจเอกทวี สอดส่อง ได้กล่าวในที่ประชุมว่า เรื่องดังกล่าวถือเป็นประเด็นสำคัญและเป็นเรื่องใหญ่สำหรับรัฐบาลสหรัฐอเมริกา เนื่องจากเป็นอาวุธปืนที่ทางรัฐบาลสหรัฐฯ จัดสรรหรือมอบให้กับรัฐบาลไทย แต่กลับมีรายงานว่าถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดกฎหมายหรือตกไปอยู่กับ "ขบวนการ" จึงเห็นควรที่คณะกรรมาธิการฯ จะต้องร่วมกันสืบหาข้อเท็จจริงจากต้นตอ"ช่วยทำหนังสือไปถึงรัฐบาลอเมริกา โดยเฉพาะสถานทูตฯ ว่า เพราะอันนี้เป็นเรื่องใหญ่มากของรัฐบาลอเมริกาว่า ปืนของรัฐบาลให้มากับรัฐบาลไทย แล้วทำไมมาอยู่กับขบวนการฯ ดังนั้นเราควรถามไปที่ต้นตอ"ผมขอยืนยันกับพี่น้องประชาชน ว่าเรื่องนี้ไม่ได้มีความสำคัญเพราะว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรถูกลอบยิง แต่มันหมายถึงความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนทุกคน ในในนามของประธานคณะกรรมาธิการฯ จะติดตามเรื่องนี้อย่างต่อเนื่องครับ#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS
ปม ลอบสังหาร สส.เรื่องชักใหญ่! เตรียมส่งเรื่องไปสหรัฐอเมริกาให้ช่วย !!
by
Tags: