ยุ่งแล้ว…ลำพัง สส.คนเก่งของพรรคส้ม “ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ” ถูกดีเอสไอ การเมืองฝั่งตรงข้ามขุดเรื่อง Forex ไม่เว้นวันแล้ว นี่ต้องมาเจอคนกันเองกระทุ้งช่วยชี้แจงให้ชาวบ้านชาวช่องเขาเข้าใจหน่อยว่า ไปพัวพัน หรือไม่เกี่ยวข้องอย่างไรเพราะตอนนี้ “ภาวุธ” เงียบเกินไปเงียบจนสโลแกนมีเราไม่มีเทาถูกขุดขึ้นมาย้อนศรพรรคส้มอีกครั้ง“เจ๊ไหม ศิริกัญญา ตันสกุล” อดรนทนไม่ไหว บอกผ่านสื่อ “ภาวุธ” ช่วยพูดหน่อยเถอะ“…เข้าใจว่าคุณภาวุธอาจจะอยากที่จะเตรียมเอกสารเพื่อไปคุยกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ก็เลยยังไม่ปรากฏตัวในช่วงนี้อย่างไรก็ตาม ก็อยากเรียกร้องให้คุณภาวุธได้ออกมาพูดคุยและชี้แจงต่อสาธารณะ และชี้แจงข้อเท็จจริงบ้าง เท่าที่ทำได้ ไม่กระทบต่อรูปคดี ซึ่งเห็นว่ามีรายละเอียดออกมาอีกเรื่อยๆ ทางพรรคประชาชนไม่ได้นิ่งนอนใจ จะมีการตั้งคณะกรรมการเสาะหาข้อเท็จจริงเช่นเดียวกัน…”ภาษาชาวบ้านคือ อมสากอยู่ได้ครั้งนี้ถือว่าผิดปกติครับ และคนในพรรคส้มเองเริ่มจะรู้แล้วว่าครั้งนี้หนักจริงๆดูกรณีอื่นๆ สิครับ พรรคส้มโต้ไฟแลบ ด้อมส้มไม่ต้องพูดถึงตลาดแตก!แต่กรณีนี้ แทบไม่มีใครพูด เพราะไม่มีใครรู้อะไรเลยเจอคลิป “ภาวุธ” ชวนเทรด QRS โบรกเกอร์ ๑ ใน ๔ Forex เถื่อน มันเลย Go So Big!งานงอก ต้องไปหาหลักฐานมาชี้แจงเพิ่มเติมก็พอสรุปได้ว่าคนในพรรคส้มเองก็สงสัย ตกลงเกี่ยวหรือไม่เกี่ยวครับ…วานนี้ (๒๓ มิถุนายน) มีข่าวใหญ่แต่ไม่ค่อยแพร่หลายในโซเชียล เพราะอ่านๆ ไปเหมือนไม่มีอะไร แต่ไปสะดุดบางข้อความนี่มันข่าวสำคัญในรอบปีเมื่อวานที่ทำเนียบรัฐบาลเขามีงาน เปิดโครงการ Thailand FastPass ไม่ใช่ TH-AI Passport นะครับ แต่มันก็ยังเกี่ยวกับ AI เพราะเป็นพื้นฐานของ AIนายกฯ อนุทิน กล่าวเปิดงาน มีคำพูดอยู่ตอนหนึ่ง ถึงกับขนลุกครับ!“…วันนี้ที่พวกท่านมาที่นี่ เป็นเครื่องยืนยันว่าท่านให้ความมั่นใจกับประเทศไทย รัฐบาลไม่มีทางเลือกอื่น รัฐบาลจะต้องดำเนินโครงการนี้ นโยบายนี้ไปสู่ผลสัมฤทธิ์ให้กับทุกท่านด้วยความรวดเร็ว ไม่มีใครขวางได้ ตราบใดที่พวกเราทุกคนในคณะรัฐมนตรีนี้ยังทำหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินอยู่ดังนั้นสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นคือประเทศไทยมีศักยภาพเมื่อวันที่ ๒๑ มิถุนายน มีการประชุมคณะกรรมการภาครัฐและเอกชน เพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ได้มีการตั้งเป้าว่าเป็นประเทศที่มีรายได้สูงที่แต่เดิมตั้งไว้ ๒๐ ปี แต่เมื่อวันที่ ๒๑ มิถุนายน มีการตั้งเป้าไว้ ๑๒ ปี ทำให้ ๘ ปีที่สั้นลง จะสร้างโอกาส สร้างศักยภาพให้กับประเทศไทยได้…”จะบอกว่าเป็นความกล้าบ้าบิ่นของนายกฯ อนุทินก็ได้ที่ประกาศว่า ไทยจะหลุดจากกับดักรายได้ปานกลางที่เป็นมาต่อเนื่องเกือบจะครึ่งศตวรรษแล้ว๑๒ ปีหลังจากนี้ไทยจะกลายเป็นประเทศพัฒนาแล้วบ้าหรือเปล่า มันจะเป็นไปได้อย่างไรกันมาทางนี้ครับ…โครงการ Thailand FastPass หากทำสำเร็จมันจะเป็นเช่นนั้นจริงถ้ายังนึกภาพไม่ออก ก็ลองทำความเข้าใจกับข่าวชิ้นนี้ครับรัฐบาลเปิดตัวโครงการ Thailand FastPass ระดมทุนกว่า ๒๑,๐๐๐ ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ ๗ แสนล้านบาท สำหรับการลงทุนด้านเทคโนโลยีขั้นสูงเชิงกลยุทธ์โครงการนี้บูรณาการหน่วยงานภาครัฐ ๘ แห่ง เพื่อลดระยะเวลาการอนุมัติทางกฎหมายลงได้ถึง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ เร่งการลงทุนที่ได้รับการอนุมัติจากใบอนุญาตไปสู่โรงงานที่ดำเนินการได้นี่ไงครับ ปัญหาเก่าที่พูดกันมานานจะตั้งโรงงานทีวิ่งขออนุญาตกันเหนื่อย เพราะมีหลายหน่วยงานเข้ามาเกี่ยวข้องถ้าทำให้จบได้ในที่เดียวทั้งหมด มันก็จูงใจนักลงทุน โครงการ Thailand FastPass มุ่งเป้าไปที่ภาคส่วนที่มีมูลค่าสูง ได้แก่ อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง เทคโนโลยีการบินและอวกาศ เครื่องจักรกลความแม่นยำและระบบอัตโนมัติ และพลาสติกรีไซเคิลภาครัฐ ๘ แห่ง ที่ว่าคือสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI)กรมโยธาธิการ กรมศุลกากร สำนักงานวางแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ONEP)การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (IEAT)คณะกรรมการกำกับพลังงาน การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสรุปคือโครงการนี้ช่วยขจัดอุปสรรคในอดีตด้านการขออนุญาต การอนุมัติด้านสิ่งแวดล้อม และการเชื่อมต่อโครงสร้างพื้นฐานสามารถลดระยะเวลาการอนุมัติและการออกใบอนุญาตลง ๒๐-๕๐ เปอร์เซ็นต์ ในขั้นตอนการลงทุนที่สำคัญต่างๆ รวมถึงใบอนุญาตโรงงาน การแปรรูปในเขตปลอดภาษี การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม และการเชื่อมต่อโครงข่ายไฟฟ้าถ้าทำได้ “คอขวด” ที่ว่านี้จะไม่เป็นอุปสรรคอีกต่อไปรัฐบาลไทยเปลี่ยนบทบาทจากผู้กำกับดูแลมาเป็นผู้สนับสนุนกลไก Thailand FastPass จะเปลี่ยนเงินทุนของภาคธุรกิจให้เป็นผลประโยชน์ภายในประเทศใน ๕ มิติหลักการขับเคลื่อนการเติบโตของ GDP ที่นำโดยการลงทุนการสร้างอาชีพที่มีทักษะสูงการถ่ายทอดองค์ความรู้ทางเทคนิคการบูรณาการ SMEs ในท้องถิ่นและการสร้างตัวคูณทางเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่นภายในชุมชนภูมิภาคทั้งหมดนี้กำลังจะเริ่มต้นขึ้นเป็นความพยายามจะแก้ปัญหาที่หลายรัฐบาลที่ผ่านมาไม่ได้แก้ กลับหมักหมมเอาไว้ แล้วนั่งฝันหวานว่า GDP ไทยจะโตกว่าขาห่านอนุทิน เป็นนายกฯ ได้ ๘ ปี ถ้าทำให้ไทยหลุดจากกับดักรายได้ปานกลาง ก็ต้องยกให้เป็นรัฐบุรุษเลยครับเพราะมิใช่แค่ได้กลิ่นความเจริญ แต่ความเจริญมันมาเต็มๆแต่ถ้าหลังจากนี้ ๑๒ ปีไม่มีอะไรเกิดขึ้น GDP รายได้ต่อหัว เวียดนาม ฟิลิปปินส์แซงไทยตราบาปมันจะติดตัวไปด้วย.
ได้กลิ่นความเจริญ
by
Tags: