มาแล้วครับ…หลังจากเจ๊ไหม ศิริกัญญา ตันสกุล กระทุ้งให้เลิกอมสากวานนี้ (๒๔ มิถุนายน) "ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ" ชี้แจงเรื่องที่ถูกพาดพิงไปถึงคดีหลอกเทรดเงิน รวมทั้งเรื่องคลิปเชิญชวนเทรดกับ QRS โบรกเกอร์ ๑ ใน ๔ Forex เถื่อนไม่ใช่การตั้งโต๊ะแถลงข่าวเพื่อให้นักข่าวได้ซักถามครับ แต่เป็นการสื่อสารทางเดียวด้วยการโพสต์ข้อความในสื่อโซเชียล"…ขออนุญาตใช้พื้นที่ตรงนี้ชี้แจงข้อเท็จจริงในประเด็นที่หลายคนกำลังให้ความสนใจและอาจมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนครับย้ำก่อนนะครับ ผมไม่เกี่ยวข้องกับ สแกมเมอร์, ไม่ได้ทำธุรกิจForex, ไม่เกี่ยวข้องขบวนการแชร์ลูกโซ่ และ ขบวนการแก็งค์ธุรกิจข้ามชาติใดๆ๑.ผมคือหนึ่งใน 'ลูกค้า'ที่เปิดพอร์ตเทรดทองคำกับQRS ตามปกติครับ ซึ่งเท่าที่ทราบเค้ามีลูกค้าอยู่เป็นจำนวนมาก๒.จากภาพที่แชร์กันในสื่อออนไลน์กับความสัมพันธ์ของผมกับผู้บริหารQRS คืออย่างที่ย้ำไป ผมคือนักเทรดคนหนึ่งเท่านั้นครับ ปกติจะมีงานพบปะนักเทรดกันอยู่เรื่อยๆ อยู่แล้ว ดังนั้นการถ่ายภาพร่วมกับผู้บริหาร ถือเป็นเรื่องปกติที่หลายๆ ท่านก็ถ่ายกัน แต่อาจจะเพราะเป็นผมเลยถูกจับจ้องเป็นพิเศษ๓.จากคลิปที่เผยแพร่อยู่ ผมขอชี้แจงว่า วันนั้นผมเข้าไปร่วมงานในฐานะ 'นักเรียน'เพื่อศึกษาเทคนิคการดูกราฟ ผมไม่เคยไปเป็นผู้สอน และไม่เคยชักชวนใคร ส่วนคลิปที่เห็นกัน เป็นเพียงการสัมภาษณ์แชร์ประสบการณ์การเทรดส่วนตัวทั่วไป 'ไม่ใช่การโฆษณาชวนเชื่อหรือเชิญชวน'ให้ใครมาสมัครเทรดกับโบรกเกอร์ไหนทั้งสิ้นครับ๔.การเทรดทองที่นี่จะมีคะแนนสะสม (Reward Points) ก็เหมือนเวลาเราไปซื้อสินค้าแล้วมีแต้มแจก แล้วนำไปแลกของได้ คล้ายกัน ผมนำแต้มจากยอดเทรดไปแลกทริปเดินทางไปต่างประเทศตามเงื่อนไขของระบบครับในส่วนของข้อสงสัยอื่นๆ ขณะนี้ผมกำลังรวบรวมข้อมูลให้ครบถ้วนที่สุด ซึ่งส่วนหนึ่งยังอยู่ระหว่างรอเอกสารจากสถาบันการเงิน ยืนยันว่าเมื่อเอกสารพร้อม ผมจะเข้าชี้แจงข้อเท็จจริงกับทางDSI โดยตรง อย่างแน่นอน…"ภาพนายกฯ อนุทินถ่ายรูปร่วมเฟรมกับ "เบน สมิธ" ลอยมาเลยด่ายับ อนุทินนักการเมืองเทา หากินร่วมกับพวกสแกมเมอร์คราวนี้เอาไง โชว์ภาพหรา "ภาวุธ" กับผู้บริหาร QRSครับ…เบื้องต้น ยังไม่มีการแจ้งข้อหา "ภาวุธ" เป็นแก๊งสแกมเมอร์แต่อย่างใดดีเอสไอยังไม่ได้แจ้งข้อหาว่าทำธุรกิจ Forex ร่วมกับแก๊งเทาสิ่งที่ดีเอสไอพบและตั้งคำถามกับ "ภาวุธ" คือรูปแบบการโอนเงินที่มีพิรุธ มีการทำธุรกรรมโอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัวของ "ภาวุธ" จำนวน ๑๔ ครั้ง ครั้งละ ๒ ล้านบาท รวมเป็นเงิน ๒๘ ล้านบาท ภายใน ๑ ปี"ภาวุธ" ทำธุรกิจในลักษณะ Payment Gateway ซึ่งตรวจพบว่ามีเส้นเงินเชื่อมโยงกับเครือข่ายโบรกเกอร์หรือการชักชวนลงทุน Forexที่สำคัญ ดีเอสไอ เขาตามเงินมาตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทางนั่นคือบัญชีของ "ภาวุธ"เท่านั้นเอง!การสื่อสารทางเดียวแบบนี้จึงเลี่ยงไม่ได้ครับที่ "ภาวุธ" ยิ่งชี้แจงก็ยิ่งมีคำถามเพราะ "ภาวุธ" ไม่ใช่หน้าใหม่ในวงการย้อนกลับไปดูประวัติของ "ภาวุธ" แล้วจะเข้าใจเพราะเป็นหนึ่งในตองอูเหมือนกันปี ๒๕๔๔ เป็นผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO & Founder) บริษัท ตลาด ดอท คอม กรุ๊ป จำกัด (เว็บไซต์ TARAD.com)ปี ๒๕๕๖ เป็นผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO & Founder) บริษัท เพย์ โซลูชั่น จำกัด เป็นนักลงทุนที่ผลักดันสตาร์ทอัปและบริษัทเทคโนโลยีดิจิทัลมากกว่า ๖๐ บริษัทประวัติการศึกษาก็สำคัญครับปริญญาตรี คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิตปริญญาโท สาขาวิทยาศาสตร์ด้านอินเทอร์เน็ตและอีคอมเมิร์ซ (MS IEC) มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (ABAC) บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต (Executive MBA) สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยถือว่าไม่ธรรมดาอีคอมเมิร์ซ คืออะไร คือการซื้อขาย แลกเปลี่ยนสินค้าหรือบริการผ่านอินเทอร์เน็ต ใช้เว็บไซต์ แอปพลิเคชัน หรือโซเชียลมีเดียเป็นสื่อกลางเป็นธุรกรรมครอบคลุมตั้งแต่การขายของออนไลน์ทั่วไปไปจนถึงการทำธุรกรรมระดับองค์กรบริษัท เพย์ โซลูชั่น จำกัด ทำธุรกรรมอะไรเป็นผู้ให้บริการระบบชำระเงินออนไลน์และ Payment Gateway แห่งแรกๆ ของประเทศไทย โดยให้บริการหลักดังนี้รับชำระเงินครบวงจร ช่วยให้ร้านค้าออนไลน์และธุรกิจต่างๆ สามารถรับเงินจากลูกค้าได้หลายช่องทาง เช่น บัตรเครดิต/เดบิต, พร้อมเพย์, QR Code, โมบายแบงกิง และ e-Walletให้บริการเครื่องรูดบัตรสำหรับหน้าร้านที่รองรับการผ่อนชำระลิงก์รับชำระเงินอำนวยความสะดวกให้ผู้ค้าสามารถสร้างลิงก์สำหรับส่งให้ลูกค้าเพื่อชำระเงินผ่านโซเชียลมีเดียได้ทันทีฉะนั้นพื้นฐานความรู้ของ "ภาวุธ" แทบจะครอบคลุมยุทธจักรเงินที่ลอยไปลอยมาในอากาศคำถามคือระดับนี้ยังต้องไปเป็นนักเรียนดูกราฟอีกหรือคลิปที่บอกว่าไม่เชิญชวน แต่เนื้อหามันเชื้อเชิญเหลือเกินไม่เคยสะสมแต้ม ไม่เคยแลกแต้ม แต่ไปงานนี้ได้โทรศัพท์มือถือมาฟรีๆคนระดับ "ภาวุธ" ต้องดีอกดีใจ ถึงขนาดบอกผ่านในคลิปว่าได้โทรศัพท์มือถือฟรีมา ๑ เครื่องอย่างนั้นหรือรู้หรือเปล่าว่า การแจกของฟรีคือหนึ่งในกลยุทธ์การตลาดที่ทรงพลังที่สุดเป็นการลดความกลัวในการเสียเงินของลูกค้าให้เหลือน้อยที่สุดจะเรียกว่าตกทอง ก็ดูแรงไปหน่อยแต่ก็เริ่มๆเขาไม่ได้ให้ฟรีเพราะเป็นพ่อพระ แต่หวังผลประโยชน์ทางธุรกิจที่คุ้มค่ากลับคืนมาในอนาคต ก็เหมือนที่นักการเมืองแจกเงินซื้อเสียงแล้วไปถอนทุนคืนในอนาคตนั่นแหละครับเมื่อ "ภาวุธ" บอกว่าเปล่าเชิญชวน ก็ว่ากันไป ใครจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ว่าตาม "อัธยาศัย"แต่ "อัธยาศัย" ในทางจิตวิทยาการตลาด คือกลไกสมองของมนุษย์ถูกบังคับให้รู้สึกว่า เมื่อได้รับ ก็ต้องตอบแทนว่าไปตามเสียงในหัวเลยครับ.
ผมไม่เกี่ยวครับ!
by
Tags: