‘หอกข้างแคร่’ อนุทิน

เมื่อวันเสาร์ทัวร์ลงจนล้นปลายซอยทะลักไปถึงถนนใหญ่แค่ผมบอกว่า“Bloomberg” ยกให้ไทยเป็น "ดาวรุ่งดวงใหม่" ของเศรษฐกิจโลกและ IMF จัดกลุ่มผู้ส่งออกฮาร์ดแวร์ AI รายใหญ่ที่สุดของโลก ๔ ประเทศ มีไทยเป็น ๑ ใน ๔ เท่านั้นแหละขบวนการ “เหยียบอนุทิน” ให้จมดินยกขบวนมากันด้วยความโกรธแค้นชนิดควันออกตูดระดมคอมเมนต์ด้วย “ชุดข้อความเดียวกัน”ต้องบอกว่า สรรคำมาด่าได้มันสะแด่วแห้วดีจริงๆ!และยอมรับว่า คนพวกนี้ “อัจฉริยะมนุษย์”ด่าโดยไม่ต้องอ่านเนื้อหาก่อนว่า “เป็นมายังไง” แต่ก็เมนต์ด่าได้น้ำไหล-ไฟดับในจำนวนรวมทั้งท้ายคอลัมน์ในเว็บ “เปลว สีเงิน” และในช่อง “ยูทูบ” ที่เมนต์เรื่องนี้ น่าจะเฉียดพันแต่ไม่มีซักราย ที่ด่าแสดงให้เห็นถึงปัญญาวิเคราะห์มีแต่เมนต์จวกเลย!ปกติจำนวนคนอ่านคอลัมน์ผม สู้ใครเขาไม่ได้อยู่แล้ว แต่สังเกตว่า วันไหนเขียนถึงรัฐบาลและนายกฯ อนุทินในด้านบวกยอดจาก “คนเมนต์ด่า” กระฉูดเลย!แบบนี้ ผมต้องอวยรัฐบาลบ่อยๆ แล้วล่ะเพราะจะได้ยอดคนเปิดเว็บผมมากขึ้น แถมบางทียังได้ “คำด่าเก๋ๆ” มารวบรวมไว้ใน “พจนานุกรมคำด่า” อีกตะหากว่าแล้ว เพื่อเป็นการเพิ่มยอดคนอ่าน ขออวยรัฐบาลด้วยข้อความต่อไปนี้อีกซักวัน…………………………..FC Anutinถูกต้อง…แม้ไม่ถูกใจเสียงบ่นเรื่องปากท้อง เป็นเรื่องที่รัฐบาลทุกชุดต้องเผชิญรัฐบาลบางชุดเลือกใช้การแจกเงินหรือมาตรการประชานิยมเพื่อสร้างความพึงพอใจในระยะสั้นแต่รัฐบาลชุดนี้ เลือกอีกเส้นทางเลือกนำทรัพยากรของประเทศไปลงทุนในสิ่งที่จำเป็นต่ออนาคต มากกว่าจะใช้ไปกับนโยบายที่ให้ผลเพียงชั่วคราวหลายมาตรการที่กำลังเดินหน้าอยู่ในวันนี้อาจไม่ได้ทำให้ประชาชนรู้สึกว่าชีวิตดีขึ้นทันทีบางโครงการ ต้องใช้เวลาบางนโยบาย ต้องใช้งบประมาณมหาศาลและหลายการตัดสินใจ อาจไม่ได้รับเสียงปรบมือในระยะสั้นแต่หากมองในมุมเศรษฐศาสตร์ สิ่งที่รัฐบาลกำลังทำคือการเปลี่ยน “เครื่องยนต์เศรษฐกิจ” ของประเทศประเทศไทยไม่สามารถพึ่งพาการท่องเที่ยว การเกษตร และการเป็นฐาน “รับจ้างผลิต” แบบเดิมได้ตลอดไปเพราะโลกกำลังแข่งขันกันด้วยเทคโนโลยีอุตสาหกรรมขั้นสูง และนวัตกรรมหากไทยไม่เร่งเปลี่ยนวันนี้ อีก 10-20 ปีข้างหน้าเราอาจยังติดอยู่ในกับดักประเทศ “รายได้ปานกลาง”ขณะที่ ประเทศเพื่อนบ้านค่อยๆ แซงหน้าเราไปนี่จึงเป็นเหตุผลที่รัฐบาลกำลังเร่งสร้าง “เศรษฐกิจใหม่” ให้ประเทศงบประมาณของรัฐ จึงถูกนำไปใช้ เพื่อการเปลี่ยนผ่านเชิงยุทธศาสตร์ไม่ใช่เพียงการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นรัฐบาลประกาศ “ยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์” หรือ "Chip Made in Thailand"ตั้งเป้าดึงดูดการลงทุนกว่า 2.5 ล้านล้านบาท ภายในปี 2593พร้อมพัฒนาบุคลากรทักษะสูงกว่า 230,000 คนเพื่อยกระดับไทยสู่ “ศูนย์กลางอุตสาหกรรมชิป” ของภูมิภาคขณะเดียวกัน ยังเดินหน้าโครงการ Thailand FastPassลดขั้นตอนการอนุมัติการลงทุนลง 20-50%เพื่อเร่งให้โครงการขนาดใหญ่เกิดขึ้นเร็วขึ้นโดยมุ่งเน้นอุตสาหกรรมแห่งอนาคตเช่น เซมิคอนดักเตอร์ดาต้าเซ็นเตอร์อากาศยาน ระบบอัตโนมัติและอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงแน่นอนว่า สิ่งเหล่านี้ จะยังไม่ทำให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้นในวันพรุ่งนี้เพราะโรงงาน ต้องใช้เวลาสร้างนักลงทุน ต้องใช้เวลาตัดสินใจบุคลากร ต้องใช้เวลาเรียนรู้และระบบเศรษฐกิจ ต้องใช้เวลาปรับตัวแต่หากไม่เริ่ม “วันนี้” ก็จะไม่มีวันเห็นผลใน “วันหน้า”โลกกำลังอยู่ในช่วงการ “ย้ายฐานการผลิต” ครั้งใหญ่ประเทศต่างๆ แข่งขันกัน “ดึงดูดการลงทุน” อย่างเข้มข้นหากไทยปล่อยโอกาสนี้ผ่านไปเม็ดเงินลงทุนงานคุณภาพสูงและเทคโนโลยีก็จะไหลไปยังประเทศคู่แข่งการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ จึงต้องอาศัยความอดทนเพราะการสร้างเศรษฐกิจใหม่ไม่ใช่ภารกิจที่เสร็จภายในปีเดียวแต่เป็นการวางรากฐานให้คนรุ่นต่อไปมีงานที่มีรายได้สูงขึ้น ผลิตสินค้ามูลค่าสูงขึ้นและทำให้ประเทศไทยแข่งขันบนเวทีโลกได้อย่างมั่นคงรัฐบาลอาจกำลังทำในสิ่งที่"ไม่ง่าย"และ "ไม่ถูกใจทุกคน"แต่หากประเทศไทยต้องการก้าวพ้นกับดักประเทศรายได้ปานกลางและก้าวสู่ประเทศรายได้สูงในอนาคตนี่คือ สิ่งที่จำเป็นต้องทำเพราะผู้นำที่ดี ไม่ใช่คนที่ตัดสินใจเพื่อให้ได้รับเสียงปรบมือมากที่สุดแต่คือ คนที่กล้าตัดสินใจ ในเรื่องที่ประเทศจำเป็นต้องทำแม้ผลลัพธ์จะเกิดขึ้นในอีกหลายปีข้างหน้าก็ตาม!…………………………………..ต้องขอเตือนนายกฯ อนุทินว่าท่านอยู่ในเครื่องหมายที่ต้อง “ถูกกำจัด” จากคนในระบอบ “อำนาจการเมืองผูกขาด”!ฉะนั้น ท่านต้องระวังทั้งคน “ในวง” และ “นอกวง”ยิ่งท่านพยายามปฏิรูปโครงสร้างอุตสาหกรรมประเทศใหม่ และรื้อ-ล้างระบบข้าราชการประจำและข้าราชการการเมือง ที่สยบยอมอยู่กับระบบ “ทุนอุปถัมภ์”และพร้อมจะใช้อำนาจระบบราชการไปสนองในทาง “นอกรีต-นอกรอย” อย่างที่เป็นอยู่ปัจจุบัน เข้าข่าย “บ่อนทำลายความมั่นคงประเทศ”ถึงขั้น “ขายชาติ” เพื่อแลกกับเศษเงิน ดังที่เห็นอยู่ เช่นสมคบกันออก “โฉนดที่ดิน” ให้ต่างชาติบ้างสมคบกัน ออกสูติบัตรให้เด็กต่างชาติแล้วจดทะเบียนให้เป็น “คนไทย” บ้างออก “บัตรประชาชนปลอม” ให้คนต่างชาติบ้างเล่นแร่แปรธาตุ เอา “สมบัติชาติ” ไปให้กลุ่มทุนอำนาจแทรกเข้ามาครอบครองบ้างยอมเป็น “ตรายาง” เปิดช่องให้กลุ่มอำนาจการเมืองผูกขาดทุจริตคอร์รัปชันบ้างซึ่งนายกฯ กวาดล้างเอาจริง-เอาจังชนิดไม่กลัว “ลูบหน้าปะจมูก” อยู่ตอนนี้และที่นายกฯ ทำ ถึงขั้น ยกเลิก MOU 44 ซึ่งมีผลกับอำนาจการเมืองผูกขาดต้องสูญเสียผลประโยชน์มหาศาลสิ่งต่างๆ เหล่านี้….ถ้าปล่อยให้นายกฯ อนุทิน กวาดล้างสิ่งชั่วในระบบราชการและบ้านเมือง วางรากฐานเศรษฐกิจอุตสาหกรรมและการศึกษาเป็นอนาคตประเทศได้สำเร็จคนในระบบ "อำนาจการเมืองผูกขาด" จะหมดโอกาสกลับมา “โกงบ้าน-กินเมือง” ทันทีเพราะนายกฯ อนุทิน กลายเป็น “ที่พึ่ง-ที่หวัง” ของประชาชนไปแล้ว!ซึ่งนี่…เป็นสิ่งที่ “อำนาจเก่า” ยอมไม่ได้ต้อง “ทำทุกรูปแบบ” ในทางป้ายสีให้ชาวบ้านมองว่า ทุกเรื่องที่นายกฯ อนุทินทำ“มีเงื่อนงำ” ทางผลประโยชน์แอบแฝง!จึงไม่แปลก แค่ “Bloomberg” และ IMF ออกข่าวในทางบวกกับผลงานนายกฯ อนุทินกลุ่ม “อำนาจการเมืองเก่า” ทนไม่ได้ ต้องสั่งบรรดานิ้วก้อยตีนซ้าย-ตีนขวา ดาหน้าออกมาเมนต์ด่าแหลกในทางดิสเครดิตทันที!ไม่ต้องอะไรมาก เรื่อง “กุ้งไทย” ที่มีปัญหากับมาเลย์พอนายกฯ อนุทินยกคณะไปพบนายกฯ อันวาร์มีคนใช้โลโกพรรคเพื่อไทยโพสต์ข้อความตัดหน้าทันทีลือสะพัด!! # อดีตนายกฯ ทักษิณ ช่วย # รองนายกฯ สุริยะปิดดีลปัญหากุ้งกับมาเลเซีย …เรียบร้อยแล้ว ก่อน #นายกฯ อนุทินจะเดินทางไป # ceo talk # การเมืองเป็นเรื่องของทุกคนฉะนั้น….อะไรก็ได้ สบายๆๆ สไตล์ อนุทิน นั่นน่ะถ้าสบายไปทุกเรื่อง โดยไม่ระวัง จะตายสบายๆ กับเรื่องที่คิดว่า “ไม่เป็นเรื่อง” เข้าซักวันจนได้แล้วจะมาว่า “หล่อไม่เตือน” ไม่ได้เชียวนะ!-เปลว สีเงิน๑๓ กรกฎาคม ๒๕๖๙คนปลายซอย


Posted

in

by

Tags: