‘แก้วสรร’ ออกบทความใหม่ ‘บทเรียนจากคดีที่ดินเขากระโดง’

16 ก.ค.2569 – นายแก้วสรร อติโพธิ นักวิชาการอิสระ ออกบทความในรูปถาม-ตอบเรื่อง “บทเรียนจากคดีที่ดินเขากระโดง” มีเนื้อหาว่าถาม คดีพิพาทที่ต้นตระกูลชิดชอบทำโรงโม่หินที่เขากระโดง แล้วไปยึดที่ดินจนเกิดพิพาทกับการรถไฟนี่ จะลงเอยอย่างไรครับตอบ คุณเข้าใจผิดหมดเลยคดีนี้มันไม่ใช่เรื่องการรถไฟทะเลาะกับตระกูลชิดชอบนะครับ งานสร้างทางรถไฟปี 2467 ของกรมรถไฟหลวง จากโคราชถึงอุบล นั้น เส้นทางนี้ไม่ผ่านเขากระโดง เขากระโดงเป็นแค่แหล่งหิน ที่มีการสร้างทางรถไฟแยกออกมาถึงเขา เพื่อรับหินไปใช้สร้างทางรถไฟเท่านั้น เสร็จโครงการแล้ว ทางรถไฟขนหินยาว 4 กิโลเมตรนี้ ก็หยุดไม่ได้ใช้งานอะไรอีกถาม อ้าว..แล้วมาวันนี้เกิดเป็นคดีพิพาทในที่ดินขึ้นมาอย่างไรครับตอบ การรถไฟมาเริ่มปักเสาเขต กล่าวอ้างสิทธิในปี 2517 ว่า ในปี 2467 ที่ผ่านมา45 ปีแล้วนั้น ตนได้หวงกันที่ดินสองข้างทางรถไฟส่วนที่ขนหินเขากระโดงนี้ไว้แล้วข้างละ 1 กิโลเมตร ซึ่งต่อมาเมื่อลงมือสำรวจทำแผนที่ในปี 2535 ก็พบว่ากินพื้นที่ถึง 5,000 ไร่เลยทีเดียวเมื่อกล่าวอ้างอย่างนี้ ปัญหาจึงเกิดขึ้นทันทีเพราะที่พิพาทนี้มีชาวบ้านกว่า 1,000 ครอบครัวอยู่อาศัยเต็มบริเวณ ที่มีเอกสารสิทธิ์ในที่ดินเป็น นส.3 หรือโฉนด ก็มีถึง 70% มีที่เป็นส่วนราชการก็ 12 แห่ง วัดก็มี 1 วัด ที่ดินของตระกูลชิดชอบมีอยู่ในนี้ด้วย 200 ไร่ เป็นสนามกีฬา สนามแข่งรถ โรงแรม ลงทุนเป็นร้อยล้าน รองรับเศรษฐกิจท่องเที่ยวอีสาณใต้ ด้วยคลัสเตอร์กีฬาแข่งรถ อยู่จนทุกวันนี้ถาม แล้วเกิดเป็นคดีฟ้องร้องกันอย่างไรบ้างตอบ คดีล็อตแรก ก็เป็นชาวบ้าน 35 ราย ถือ สค.1 ไปขอออกโฉนด แล้วการรถไฟไปคัดค้านอ้างว่าเป็นที่รถไฟ ชาวบ้านเขาเลยฟ้องแป็นคดีแพ่งต่อศาลบุรีรัมย์ คดีถึงศาลฎีกา ศาลตัดสินเมื่อปี 2560 ให้การรถไฟชนะ แต่คำพิพากษานี้ก็ผูกพันแต่เฉพาะโจทก์คือชาวบ้าน 35 คนนั้นเท่านั้น จะเอาคำพิพากษาไปใช้ขับไล่ชาวบ้านนอกคดีที่เหลืออยู่อีกพันครอบครัว 5 พันไร่ไม่ได้มาถึงตรงนี้ การรถไฟเห็นว่ากรมที่ดินมีหน้าที่ต้องเดินหน้าเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ที่เหลือต่อไปด้วย ก็เลยฟ้องกรมที่ดินต่อศาลปกครองให้ใช้อำนาจตามประมวลกฎหมายที่ดิน ตั้งคณะกรรมการสอบสวนเพื่อเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ที่เหลือทั้งหมด ศาลปกครองพิจารณาแล้วก็เห็นด้วย วินิจฉัยให้กรมที่ดินตั้งคณะกรรมการลงมือสอบสวน เพื่อพิจารณาเพิกถอนโดยพลันถาม สอบสวนแล้วกรมที่ดินว่ายังไงครับตอบ คณะกรรมการรายงานอธิบดีกรมที่ดินว่า หลักฐานการถไฟไม่ชัดเจนที่จะวินิจฉัยได้อธิบดีพิจารณาสำนวนสอบสวนแล้วก็สั่งตามนั้น แต่การรถไฟยังไม่ยอมก็เลยนำคำสั่งอธิบดีที่ไม่เพิกถอนเอกสารสิทธิ์เขากระโดงนี้ ไปให้ศาลปกครองพิจารณาเพิกถอน จนเกิดเป็นคดีใหม่ซ้อนขึ้นมาเป็นอีกคดีหนึ่ง ที่ค้างคามาจนทุกวันนี้ถาม ทราบว่า การรถไฟเฮี้ยนมาก เลือกชาวบ้าน 1 คน มาฟ้องเป็นคดีขับไล่อีกคดีหนึ่งด้วย อาจารย์รู้ไหมว่าเขาเลือกใครตอบ ช่วงรัฐบาลที่แล้ว เขาเลือกหยิบที่ดินมีโฉนดของภรรยาคุณเนวิน มาฟ้องขับไล่ครับ รัฐมนตรีภูมิธรรมเอง ก็แจ้งธนาคารชาติให้บอกธนาคารทั้งหลายด้วยว่า ใครรับจำนองที่ดินเขากระโดง ต้องระวังในสภาพคาราคาซังอย่างนี้ ที่ดินเขากระโดงของชาวบ้านกว่าพันครอบครัว จึงหมดความเป็นสินทรัพย์ ขายลำบาก เช่าลำบาก จำนองไม่ได้ต้องเดือดร้อนกันไปทั่ว วันๆได้แต่นั่งรอคำพิพากษาที่ไม่รู้จะออกมาเมื่อไหร่อยู่จนทุกวันนี้ถาม ในทางกฎหมายแล้ว คดีที่ดินเขากระโดงจะจบได้ที่ตรงไหนครับตอบ สองคดีที่เหลือนี้ ทั้งกรมที่ดิน และคุณเนวิน ต้องหยิบข้อต่อสู้สำคัญทางกฎหมายมาอ้าง จนมีสิทธิชนะคดีได้เหมือนกันครับ คือก่อนอื่นนั้นเราต้องเข้าใจ “ที่รถไฟ”ก่อนว่า กฎหมายกำหนดให้มีที่มาจากไหน กล่าวคือ1.พ.ร.บ.จัดวางการรถไฟแลทางหลวง พศ.2464 กำหนดว่า “ที่รถไฟ”ต้องได้มาตามที่กฎหมายกำหนดเท่านั้น จะมาจากการยึดถือครอบครองโดยพฤติการณ์เท่านั้นไม่ได้2.ตามกฎหมายนี้ ระบุให้ที่ดินรถไฟมีสองประเภท ประเภทแรกเป็นส่วนที่เวนคืนไปใช้เดินรถไฟทั้งที่เป็นตัวรางและเป็นสถานี ทั้งสองส่วนนี้นั้นต้องมาจากการตราพระราชกฤษฎีกาพร้อมแผนที่แนบท้ายชัดเจน ถ้าเป็นทางรถไฟจะครอบคลุมออกไปทั้งสองข้างทางข้างละ 20 วา ถ้าเป็นตัวสถานีก็ข้างละ 80 วา ซึ่งที่ดินเขากระโดงเป็นทางรถไฟขนหิน ไม่เกี่ยวกับที่ดินประเภทนี้3.สำหรับที่ดินเขากระโดงนั้นถ้าจะการรถไฟจะมีสิทธิได้ ก็ต้องเป็นเรื่องใช้ที่ดินเพื่อขนหินดินทรายไปสร้างทาง โดยมี พ.ร.บ.รถไฟ มาตรา 45 กำหนดให้กรมรถไฟมีอำนาจบังคับใช้ที่ดินเพื่อการเหล่านี้เป็นการชั่วคราวได้ ถ้ามีชาวบ้านทำกินอยู่ก็ให้ชดใช้ค่าทดแทนความเสียหาย หรือถ้าต้องใช้เกิน 1 ปี หรือต้องใช้เป็นประจำเกิน 5 ครั้ง การรถไฟจะจัดซื้อที่ดินนั้นเสียเลยก็ได้ถาม แล้วที่ดินเขากระโดง กว่า 5,000 ไร่ นี้ มีที่มาถูกต้องตามมาตรา 45 หรือไม่ครับตอบ มีแต่หลักฐานเอกสารว่า ได้มีการสำรวจเส้นทางรถไฟขนหินข้างละ 1 กิโลเมตร พบชาวบ้านทำกินแค่ 18 ราย แล้วใช้ค่าชดเชยไปแล้ว ส่วนพื้นที่ที่เหลือนั้นรายงานระบุว่าเป็นป่าเต็งรัง หลักฐานฉบับนี้พอศาลถามว่ามีแผนที่แนบท้ายรายงานไหม การรถไฟก็บอกว่าหายไปแล้วถาม เพียงแค่การลงมือสำรวจ แล้วลงมือสร้างรางขนหิน ใช้ค่าชดเชยชาวบ้าน 18 รายเพียงเท่านี้ ก็ถือว่าที่ดินสองข้างทางเป็น “ที่ดินรถไฟ” แล้วหรือครับตอบ นี่คือจุดตายที่พลิกให้การรถไฟแพ้คดีได้เลยครับ เพราะตัวกฎหมายรถไฟก็ระบุชัดว่า กรมรถไฟมีสิทธิในที่ดินได้ตามช่องทางที่กฎหมายกำหนดไว้เท่านั้น แต่ศาลฎีกา กับคณะกรรมการกฤษฎีกา กลับไปรับรองว่า ลำพังการสร้างทางรถไฟขนหินนี้ ก็ถือว่าเป็นการหวงกันที่ดินข้างทางเพื่อประโยชน์สาธารณะแล้ว ทั้งๆที่กฎหมายหวงกันที่ดินของรัฐนั้น พึ่งออกมาในปี 2471 ภายหลังการใช้ที่ดินเขากระโดง จบลงแล้ว และตามกฎหมายที่ใช้หวงกันที่หลวงฉบับนี้ การหวงกันที่ดินแต่ละแปลงก็ต้องมีพระราชกฤษฎีการะบุเหตุผลความจำเป็นให้เป็นเรื่องเป็นราว พร้อมแผนที่แนบท้ายชัดเจนด้วย ซึ่งการรถไฟไม่มีอยู่ในมือเลยถาม เห็นการรถไฟเค้าอ้างว่า ได้ปักเสาเขตและทำแผนที่ไว้แล้วนี่ครับตอบ หลักเขตนั่นปักคร่าวๆ เมื่อปี 2517 ที่จบโครงการไปกว่า 40 ปีแล้ว แผนที่นั่นก็ทำในปี 2535 เพื่อเสนอคณะกรรมการตรวจสอบการบุกรุกที่ดินรัฐเท่านั้น หลักฐานที่การรถไฟมีในมือจริงๆ ในปี 2465 คือการเดินรางขนหินเท่านั้นเอง ซึ่งไม่อาจเข้าใจได้เลยว่า ลำพังการเดินรางเฉพาะกิจเท่านั้นอย่างนี้ จะเป็นการแสดงสิทธิหวงกันที่ดินข้างทางถึงข้างละกิโลเมตรโดยถาวร รวมเนื้อที่กว่า 5,000 ไร่ได้อย่างไรถาม ฟังแล้วอาจารย์ไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยของกฤษฎีกาและศาลฎีกา ใช่มั้ยครับตอบ ผมไม่เห็นด้วยให้รัฐได้ที่ดินโดยไม่มีเหตุผลไม่มีการใช้สอยจริง และไม่มีแผนที่ที่แสดงการหวงกันที่ดินอย่างชัดเจน ถ้าศาลกับกฤษฎีกามาทางนี้โดยไม่มีกฎหมายรองรับเช่นในคดีเขากระโดงนี้ ผมก็ไม่เห็นด้วยถาม การรถไฟเขามีโครงการจะนำที่ดินกว่า 5,000 ไร่นี้ไปทำอะไรครับตอบ ไม่มีเลย ที่ตรงนี้เป็นเมืองใหญ่ไปแล้ว อยู่กันเต็มหมด การรถไฟจะเอาคืนแล้วไปคิดค่าเช่าเขา เหมือนที่ดินตรงเซ็นทรัลลาดพร้าวอย่างนั้นหรือ แล้วมันเป็นธรรมกับชาวบ้านที่ได้เอกสารสิทธิ์มาโดยสุจริตหรือครับตาม พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการ มาตรา 51และ 52 ก็บัญญัติไว้ชัดเจนว่า ถ้าชาวบ้านสุจริตแล้ว การเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ต้องจำเป็นเพื่อเอาไปใช้ประโยชน์สาธารณะพร้อมทั้งจ่ายค่าเสียหายให้เขาด้วย ผมไม่เห็นมีใครคิดถึงประเด็นเหล่านี้เลยถาม ปัญหาอย่างที่ดินเขากระโดงนี้เกิดขึ้นมาได้อย่างไรครับตอบ โดยหลักกฎหมายแล้ว สิทธิในที่ดิน คือ หน้าที่ใช้ประโยชน์ในที่ดิน ถ้าเป็นกรณีชาวบ้านอมที่ดินไว้เฉยๆไม่ทำประโยชน์ก็ต้องถูกเขกภาษี หรือเพิกถอนสิทธิ หรือถูกเอาที่ดินไปปฏิรูปเกษตรกรรมเลยที่ดินของรัฐก็เหมือนกัน หน่วยราชการจะเอาไปอมไว้ หรือให้เช่า ไม่เอาไปใช้ตามหน้าที่ไม่ได้ การที่ศาลหรือกฤษฎีกาใช้กฎหมายสนับสนุนให้การรถไฟอมที่ดินเขากระโดงไว้ได้ โดยไม่มีการใช้สอยและไม่มีฐานทางกฎหมายอยู่เลยอย่างนี้ ผมเห็นด้วยไม่ได้จริงๆถาม เรามีทางปฏิรูปการใช้ที่ดินของรัฐให้มีการใช้สอยจริงๆจังๆได้ไหมครับ วันนี้ผมเห็นพรรคคอมมูนิสต์และรัฐบาลเวียตนามเค้าลงมือปฏิรูปราชการได้เต็มแม๊กซ์แล้ว เค้ายุบรวมจังหวัดเล็กๆมาเป็นจังหวัดใหญ่จนลดข้าราชการภูมิภาคได้เป็นหมื่นคน ส่วนที่ดินของส่วนราชการที่อมไว้เฉยๆ กว่า 30,000 แปลงนั้น ก็ถูกรื้อมาทำประโยชน์หมดแล้ว หลักปฏิรูปที่ว่าตำแหน่งราชการหรือที่ดินราชการต้องพอดีกับหน้าที่นี้ ทางเวียตนามเขาทำได้จริงแล้ว ส่วนเมืองไทยเราจะมีทางปฏิรูปอะไรได้บ้างไหมครับตอบ วันนี้..เรายังมืดบอด งมงายกับการปฏิรูปรัฐธรรมนูญมาหลายทศวรรษแล้ว วันนี้วิกฤตใหญ่ระดับโลกกำลังระเบิดขึ้นจากสงครามอิหร่านและยูเครน น่าวิตก ว่าระบอบปัจจุบันของไทยทั้งการเมืองและราชการ จะใช้รับมือรักษาปกติสุขในบ้านเมืองได้ยากมากๆ ที่ไปมาเลย์ ไปจีน หรือเตรียมเงินกู้ 2 แสนล้านนั้น ผมเห็นว่าคงพอช่วยบรรเทาผลกระทบได้บ้าง แต่นาวาลำนี้ก็ยังลงจอดได้ลำบากมากอยู่ดีครับท่านผู้โดยสาร ผมกัปตันอนุทิน…โปรดรัดเข็มขัด เตรียมตัวลงจอดฉุกเฉินด่วนครับ !


Posted

in

by

Tags: