“สงครามโลก” มันจะเกิดมั้ยเนี่ย?เพราะ “ทรัมป์” จงใจเล่นแรงกะ “อิหร่าน” เหลือเกินช่วงนี้แรงจน “รัสเซีย-จีน”ทนเห็นอิหร่าน “สหายร่วมเส้นทาง” ถูกสหรัฐฯ ยำอยู่ข้างเดียวไม่ไหวลองเป็นอีแบบนี้ การ “จับขั้ว-จับข้าง”ระหว่าง “ขั้วสหรัฐฯ” กับขั้ว “จีน-รัสเซีย” ก็จะเป็นเรื่องที่ประเทศต่างๆ โดยเฉพาะประเทศในย่าน “อาเซียน-เอเชีย”จะต้องถูกสหรัฐฯ บีบให้ “เลือกข้าง” แน่ๆ!ทำไมสหรัฐฯ ต้องบีบ?เพราะสหรัฐฯ เมื่อข้ามมาจาก “คนละซีกโลก” ก็จำเป็นต้องมีพื้นที่ “ประเทศแนวร่วม” ในภูมิภาคนี้เป็นที่ “ตั้งฐานทัพ”เพราะลำพังฐานทัพ ๘ แห่งใน “ตะวันออกกลาง” ที่สหรัฐฯ ใช้เป็นฐานไปถล่มอิหร่านทุกวันนี้“กาตาร์, บาห์เรน, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE), คูเวต, ซาอุดีอาระเบีย, อิรัก, จอร์แดน และอียิปต์”ประเทศเหล่านี้ เข้าตำรา “เนื้อไม่ได้กิน หนังไม่ได้รองนั่ง แต่ต้องเอากระดูกมาแขวนคอ”เพราะสหรัฐฯ ถล่มมา “อิหร่าน” ก็ถล่มกลับไปยังฐานทัพในประเทศเหล่านั้นตอนนี้ “บางประเทศ” ปฏิเสธที่จะให้สหรัฐฯ ใช้ฐานทัพแล้ว เช่น ซาอุดีอาระเบียเมื่อเป็นแบบนี้ ในแผน ๒ ของสหรัฐฯ ก็จำเป็นต้องเล็งกลุ่มประเทศใน “อาเซียน-เอเชีย”เผื่อสงคราม “อิหร่าน-สหรัฐฯ+อิสราเอล” ขยายตัว!ก็อยู่ที่ผู้นำบริหารของแต่ละประเทศละตอนนี้ว่าใครจะมี “ลูกเล่น-ลูกชน” กับสหรัฐฯ ได้เนียมนุ่มชุ่มไมตรีขนาดไหนแต่ไทยเรา ไม่ต้องห่วง วางตำแหน่งประเทศ โดยประกาศให้สังคมโลกได้รับรู้มานานแล้ว ว่า“ไทย…ประเทศเป็นกลาง” ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดทั้งเป็น “ครัวโลก” ยินดีให้ทุกฝ่ายอาศัยพึ่งพาได้ตลอดเวลาเพราะความเป็นมิตรกับทุกฝ่ายนี่แหละถ้าสังเกต จะเห็นว่าช่วงนี้ บ้านเรามี “มิตรมากหน้า” จากหลากหลายประเทศ เดินทางไปมาหาสู่หรือไม่ก็เชิญเราไปเยือนตลอดทั้งปี!อย่างวันนี้ นายกรัฐมนตรีของไทย “นายอนุทิน ชาญวีรกูล” ก็ได้รับเชิญจากจีนไปเยือน ระหว่าง ๑๖-๒๐ กรกฎาคม ซึ่งเดินทางไปแล้วแต่ค่ำวานพร้อมคณะผมอยากให้เห็นตารางการไปเยือนจีนครั้งนี้ของนายกฯ อนุทิน เห็นแล้วจะรู้สึกทันทีว่าจีนให้เกียรตินายกรัฐมนตรีของเราในการไปเยือนครั้งนี้มาก!และการไปครั้งนี้ “เนื้องาน” ล้วนๆ จะไล่เรียงแต่ละวันให้ดู-๑๖ ก.ค. นายกฯ และคณะออกจากกรุงเทพฯ สู่นครเซี่ยงไฮ้-๑๗ ก.ค. นายกฯ เข้าร่วมและกล่าวถ้อยแถลงในพิธีเปิดการประชุมปัญญาประดิษฐ์โลก ค.ศ.2026 (2026 World Artificial Intelligence Conference)รวมถึงพบปะหารือ “ทวิภาคี” กับประธานาธิบดี “สาธารณรัฐคาซัคสถาน”วันเดียวกัน คณะนายกฯ เดินทางไปเยี่ยมชมนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ และหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ ที่สำนักงานใหญ่บริษัท AgiBotก่อนเข้าเยี่ยมคารวะ “ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง”โดยมี “นายกเทศมนตรีนครเซี่ยงไฮ้” เป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำเพื่อเป็นเกียรติ-๑๘ ก.ค. นายกฯ และคณะเดินทางไปนครเฉิงตู มณฑลเสฉวนเพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและการลงทุน โดยเข้าร่วมกิจกรรมพบปะหารือกับภาคเอกชนไทยและเป็นประธานเปิดงานสัมมนาการลงทุน "Thailand-China (Sichuan) Investment and Economic Forum 2026"พร้อมเปิด “สำนักงานฝ่ายการลงทุนประจำสถานกงสุลใหญ่” ณ นครเฉิงตูไฮไลต์สำคัญในวันเดียวกันนี้ คือการเปิดโต๊ะหารือแบบตัวต่อตัว (One-on-one) กับผู้บริหารระดับสูงจาก ๖ บริษัทยักษ์ใหญ่ชั้นนำของจีนได้แก่ Xiaomi, ChangAn Automobile, InnoLight Technology, Eoptolink Technology, สายการบิน China Sichuan Airlines และ Meituanก่อนเข้าร่วมงานเลี้ยงรับรองซึ่งจัดโดย “เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีน” ประจำมณฑลเสฉวน-๑๙ ก.ค. นายกฯ และคณะเดินทางไปกรุงปักกิ่งเข้าเยี่ยมชม “ศูนย์นวัตกรรม” และหารือกับผู้บริหารระดับสูงของ “บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี จำกัด”และร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำ ซึ่ง “เอกอัครราชทูต ณ กรุงปักกิ่ง” เป็นเจ้าภาพ-๒๐ ก.ค. เข้าสู่กำหนดการ “ระดับรัฐพิธี”เริ่มต้นภารกิจสำคัญตั้งแต่ช่วงเช้า ด้วยการวางพวงมาลา ณ “อนุสาวรีย์วีรชน” จัตุรัสเทียนอันเหมินจากนั้น…เข้าพบปะหารือกับ “ประธานสภาประชาชนแห่งชาติจีน”และเข้าร่วมพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการพร้อมตรวจแถวกองทหารเกียรติยศก่อนจะเปิดการหารือ “ทวิภาคี” เต็มคณะกับ “นายหลี่ เฉียง” นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน ณ มหาศาลาประชาชนโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีของทั้งสองประเทศจะร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามและรับรองเอกสารสำคัญรวม ๖ ฉบับ ที่ ครม.เห็นชอบแล้ว เมื่อ ๑๔ ก.ค. เพื่อขับเคลื่อนความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรมประกอบด้วย MOU ด้านห่วงโซ่อุตสาหกรรมและอุปทาน มุ่งเน้นเศรษฐกิจดิจิทัล ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และอุตสาหกรรมสีเขียวและ MOU ด้านการบังคับใช้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา ทั้งในตลาดปกติและแพลตฟอร์มออนไลน์,MOU ด้านความร่วมมือชั่งตวงวัด เพื่อยกระดับมาตรฐานภาคเกษตรและเศรษฐกิจดิจิทัลMOU ด้านการศึกษาปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อพัฒนาการเรียน-การสอน อย่างมั่นคงปลอดภัยพิธีสารว่าด้วย “ข้อกำหนดการกักกันและสุขลักษณะสำหรับสัตว์น้ำมีชีวิตเพื่อการบริโภค” เพื่ออำนวยความสะดวกการส่งออกของไทยและร่าง “ถ้อยแถลงร่วม”เพื่อกระชับหุ้นส่วนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์อย่างรอบด้านหลังจากนั้น นายกรัฐมนตรีจีน เลี้ยงอาหารกลางวัน เพื่อเป็นเกียรติแก่นายกรัฐมนตรีไทยและภริยาหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจทางการ “ระดับประเทศ” แล้วในวันเดียวกันนายกฯ และคณะไปเยี่ยมชม “สำนักงานใหญ่” พร้อมหารือกับผู้บริหารของ “Alibaba Group”รวมถึงเยี่ยมชม “สำนักงาน CP Center” ในกรุงปักกิ่งก่อนออกเดินทางกลับถึงไทย “ช่วงดึก” ของวันนั้นเห็นภารกิจของนายกฯ และพิธีต้อนรับนายกฯ เป็นทางการแล้ว ก็อาจอยากรู้กันว่าเมื่อไปพบทั้งท่านประธานาธิบดี สี จิ้นผิงทั้งนายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีของจีนทั้งนายจ้าว เล่อจี้ ประธานคณะกรรมการประจำสภาผู้แทนประชาชนแห่งชาติจีนมีประเด็นไหนที่ “นายกฯ อนุทิน” นำไปหารือกับท่านสี จิ้นผิง บ้าง?ก็มีหลายประเด็นนะ เพราะก่อนไป นายกฯ ได้ไปพูดคุยกับกองทัพ นักข่าวจึงซักถามประเด็นนี้ ซึ่งนายกฯ ก็ตอบประมาณนี้ประเด็นกองทัพ นายกฯ ตอบว่า….“ได้หารือกันหลายเรื่อง เพราะผมต้องไปพบ ‘ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง’ และ ‘นายหลี่ เฉียง’ นายกรัฐมนตรีของจีนมีตั้งแต่ประเด็นทางการค้า เศรษฐกิจ ความร่วมมือและความมั่นคง และผมได้ถามกองทัพว่า….‘มีประเด็นใดที่อยากจะฝากไปหารือกับผู้นำระดับสูงของจีนหรือไม่’แต่ในสัปดาห์หน้า ‘รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม’ ของจีน ก็จะเดินทางมาเยือนไทย เรื่องที่พูดคุย ก็จะมีความต่อเนื่องกัน”นักข่าว : จะมีการพูดคุยสนับสนุนอาวุธยุทโธปกรณ์ในการปกป้องชายแดนไทย-กัมพูชา?นายกฯ : ขอให้เป็นเรื่องของความมั่นคง ไม่สามารถมาพูดในที่สาธารณะได้นักข่าว : หากมีโอกาสเปิดอกพูดคุยกับผู้นำจีน จะคุยเรื่องประเด็นชายแดนไทย-กัมพูชาด้วยหรือไม่?นายกฯ : ประเทศจีนเป็นมหามิตร สนับสนุนเกื้อกูล พึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันมาตลอดเวลาอยู่แล้วนักข่าว : หากทางการจีนอยากจะเป็นตัวกลางพูดคุยระหว่างไทยกับกัมพูชา จะทำอย่างไร?นายกฯ : เราก็ไม่ปิดกั้นก็ประมาณนี้ แต่ประเด็นสำคัญ การมาเยือนของรัฐมนตรีกลาโหมจีน สื่อความหมายได้ว่า“เพราะมันมีเรื่องสำคัญ จึงต้องมา”!?เรื่องคนไทย “กินใจ” จีนส่งอาวุธให้เขมรมาถล่มไทยอย่างนั้นหรือ?ผมว่า…นี่ยังเป็นเรื่องรอง!“เรื่องหลัก” ที่รัฐมนตรีกลาโหมจีนต้องมา ผมเดา น่าจะเกี่ยวกับสถานการณ์สงคราม “สหรัฐฯ-อิหร่าน”ส่วน “เรื่องลับ” น่าจะเป็นว่า จีนอยากทราบท่าทีของไทย ว่าถ้าสงครามขยายตัว แล้วไทยจะ “เป็นกลาง-ข้างไหน”?เพราะเห็นหมู่นี้….“ไทยกับสหรัฐฯ” สันถวไมตรีกันหวานชื่น “บาดตา-บาดใจ” เหลือเกิน!?อีกอย่าง “ต้นสิงหา.” ไทยก็เชิญ “พลเอกมิน อ่อง หล่าย” ประธานาธิบดีพม่า มาเยือนไทยและเป็นตัวตั้ง-ตัวตีให้พม่ากลับเข้ากลุ่มอาเซียน“พม่า” เป็นตัวแปรสำคัญในภูมิภาคนี้ “รัสเซีย” เป็นเสือปืนไว แสดงตนเป็นมิตรยามยากของพม่า ขณะนี้เข้ามาลงทุนในพม่าเริ่มลงมือสร้าง “โรงไฟฟ้านิวเคลียร์” ที่ทวายแล้ว ซึ่งห่างจากกรุงเทพฯ ๓๐๐ กว่ากิโลเท่านั้นเอง!รัสเซียเป็นพันธมิตรกับพม่า จีนก็เบาใจ เรื่องที่สหรัฐฯ จะยึดครอง “ช่องแคบมะละกา”ยึดก็ไม่กลัวเพราะ “ทวาย” เชื่อมทะเลอันดามัน (มหาสมุทรอินเดีย) เข้าสู่อ่าวไทย ไปทะเลจีนใต้ โดยไม่ต้องไปผ่าน “ช่องแคบมะละกา”!“เหมือนไทย”พม่าอยู่ในอุปถัมภ์ของจีนแต่ช่วยพม่าให้เข้ากลุ่มอาเซียนไม่ได้ แต่ไทยช่วยได้ดังนั้น ในความที่ไทยเป็นมิตรกับทุกฝ่ายจีน-ไทย ก็พี่น้องกันสหรัฐฯ-ไทย ก็มหามิตรต่อกันจีนก็อยากรู้ว่า ไทยบริสุทธิ์ใจที่ช่วยเหลือพม่า หรือเป็น “นอมินี” ให้สหรัฐฯเพราะถ้าสงครามขยายตัวจริงๆพื้นที่พม่านับเป็น “ยุทธศาสตร์สำคัญ” นอกเหนือจากไทยส่วน “ท่าเรือเรียม” ที่เขมรนั้น อยู่ในอ่าวไทยก็จริงแต่เชื่อมกับทะเลจีนใต้ได้เท่านั้นไม่สามารถเชื่อมกับมหาสมุทรอินเดียได้เหมือนไทยถ้าจะไปมหาสมุทรอินเดียจากท่าเรือเรียมจริงๆ ละก็ เรือต้องวิ่งอ้อม “แหลมญวน” ลงใต้ไปผ่านช่องแคบมะละกาก่อน ถึงจะออกมหาสมุทรอินเดียได้ พูดได้คำเดียว “ไม่ทันกิน”!สรุปก็คือ กรณีจีนขนอาวุธยุทโธปกรณ์มาประเคนให้เขมรอย่างหนึ่งคนจีนเข้ามา “สร้างเรื่อง-สร้างเหตุ” มากมาย จนคนไทยเอือมระอา อีกอย่างหนึ่งจีนปล่อยให้ว้าแดงในคอนโทรล บุกรุกเข้ามาตั้งฐานทหารในเขตไทย ที่ปางมะผ้า แม่ฮ่องสอน นี่ก็เป็นอีกเรื่องที่ “กินใจ” คนไทยการที่ “รัฐมนตรีกลาโหมจีน” มาไทยครั้งนี้แน่นอน ต้องได้พบปะพูดจากับกองทัพไทย ไม่ถึงขั้นต้อง “เคลียร์ใจ” เพียงแต่ทำความเข้าใจให้ตรงกันในแต่ละประเด็นปัญหาคำว่า “จีน-ไทย” พี่น้องกัน ก็จะสมานเหมือนเดิมได้ก่อนวันที่ ๒๐ กรกฎา.นี้“สหรัฐฯ-อิหร่าน” จะทำให้โลกสะท้านหรือไม่?ผมละหวั่นใจจริงๆ!.-เปลว สีเงิน๑๗ กรกฎาคม ๒๕๖๙คนปลายซอย
รัก ๓ เส้า ‘จีน-สหรัฐ-ไทย’
by
Tags: