ทวี ชี้ตลกร้าย ปมโกงสอบท้องถิ่น ผู้ต้องหากลายเป็นพงส. ย้ำกสถ. ความผิดสำเร็จแล้ววันที่ 17 กรกฎาคม พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชาติ โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า การทุจริตสอบท้องถิ่น เหมือนดูละครเรื่อง “เมื่อผู้ต้องหา เป็นพนักงานสอบสวน” ส่งเสริมให้ผู้อยู่ในข่ายกระทำผิดอยู่เหนือกฎหมาย ช่างตลกร้ายสิ้นดี!ในฐานะที่ผมเป็นหนึ่งในคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ได้มีผู้ร้องเรียนให้ตรวจสอบกรณีการทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเมื่อพิจารณาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายแล้ว ผมรู้สึกเศร้าใจอย่างยิ่ง เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นในขณะนี้ทำให้ประชาชนอดตั้งคำถามไม่ได้ว่า กำลังมีการ “เล่นละคร” ให้ประชาชนดูหรือไม่ข้อเท็จจริงที่ปรากฏคือ คะแนนสอบที่ถูกต้องยังคงอยู่กับมหาวิทยาลัยผู้รับจ้างจัดสอบ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็ยืนยันว่าคะแนนที่จัดเก็บไว้ในหน่วยงานถูกต้องเช่นกัน แต่ผลสอบที่ คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ประกาศต่อสาธารณะ กลับมีรายชื่อผู้ที่ได้คะแนนต่ำกว่าเกณฑ์หรือสอบไม่ผ่าน ถูกเพิ่มเข้าไปในบัญชีผู้สอบแข่งขันได้จำนวน 5,814 ราย และบุคคลเหล่านี้ได้ถูกบรรจุแต่งตั้งเป็นข้าราชการท้องถิ่นไปแล้วการกระทำดังกล่าว หากข้อเท็จจริงเป็นไปตามที่ปรากฏ ย่อมมิใช่เพียงความผิดพลาดทางธุรการ แต่เป็นการกระทำที่ทำให้ความผิดอาญาหลายฐาน สำเร็จลงแล้ว ตั้งแต่วันที่มีการประกาศผลสอบและนำผลดังกล่าวไปใช้บรรจุแต่งตั้งคำถามสำคัญคือ ใครเป็นผู้มีอำนาจและหน้าที่ในการอนุมัติหรือสั่งการให้ประกาศผลสอบดังกล่าวตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542 และคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 8/2560 ลงวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2560 ได้กำหนดให้ คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) เป็นผู้ดำเนินการสอบแข่งขันทั้งหมดกสถ. ประกอบด้วยกรรมการ 19 คน ได้แก่กรรมการโดยตำแหน่ง 6 คน ได้แก่ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เลขาธิการ ก.พ. ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ อธิบดีกรมบัญชีกลาง และอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นผู้ทรงคุณวุฒิ 6 คน ซึ่งคัดเลือกจากคณะกรรมการกลางของ อบจ. เทศบาล และ อบต.ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 6 คนรองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นที่อธิบดีมอบหมาย เป็นกรรมการและเลขานุการ รวมเป็น 19 คน ให้เลขานุการ กสถ. จัดให้มีการประชุมเพื่อคัดเลือกกรรมการคนหนึ่ง เป็นประธานกฎหมายกำหนดให้ กสถ. มีอำนาจหน้าที่ดำเนินการสอบแข่งขัน กำหนดหลักสูตร วิธีการสอบ คุณสมบัติผู้สมัคร เกณฑ์การตัดสิน การขึ้นบัญชี การยกเลิกบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ และการอื่นใดที่เกี่ยวข้องทั้งหมดนอกจากนี้ ในขอบเขตงาน (TOR) ยังระบุไว้อย่างชัดเจนว่าข้อ 4.12.11 ให้ผู้รับจ้าง จัดทำบัญชีประกาศรายชื่อผู้สอบแข่งขันได้ตามที่ กสถ. กำหนดข้อ 4.12.12 ให้ ประชาสัมพันธ์ประกาศขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ในเว็บไซต์ ตามที่ กสถ. กำหนดกล่าวคือ ผู้รับจ้างไม่มีอำนาจกำหนดรายชื่อผู้สอบแข่งขันได้เอง แต่ต้องดำเนินการตามที่ กสถ. กำหนดทุกประการ ตามข้อมูลปลายปี 2568-ต้นปี 2569 เป็นช่วงที่มีการจัดสอบภาค ก และภาค ข วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 กสถ. ประกาศผลสอบแข่งขันและขึ้นบัญชีผู้สอบผ่านอย่างเป็นทางการ (มีรายชื่อผิดปกติต้องเพิกถอน 5,814 คน) ที่เป็นความผิดสำเร็จ จนกระทั่งวันที่ 22 มิถุนายน 2569 เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. และตำรวจ บก.ปปป.บุกเข้าตรวจค้นแหล่งแก้ไขคะแนนที่จังหวัดนนทบุรี ภายหลังประกาศผลสอบประมาณ 4 เดือนแล้วดังนั้น หากมีการนำข้อมูลอันเป็นเท็จ หรือมีการปลอมแปลงคะแนนสอบ จนทำให้มีผู้สอบไม่ผ่านจำนวน 5,814 ราย ถูกประกาศให้สอบผ่านและได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการแล้ว ผู้ที่ควรถูกตรวจสอบก่อน ย่อมเป็นผู้ที่มีหน้าที่และอำนาจโดยตรงในการอนุมัติหรือกำหนดให้ประกาศรายชื่อดังกล่าว นั่นคือ คณะกรรมการ กสถ. ทั้ง 19 คนเพราะการกระทำดังกล่าวอาจเข้าข่ายความผิดหลายฐาน ได้แก่ความผิดฐานปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265 และมาตรา 268ความผิดฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามมาตรา 157ความผิดฐานนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ตามมาตรา 14 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์รวมทั้งความผิดอาญาอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น ความผิดเกี่ยวกับการรับสินบน หากมีพยานหลักฐานรองรับนอกจากนี้ ยังอาจต้องมีการตรวจสอบความรับผิดทั้งทางอาญา ทางแพ่ง และทางวินัย เนื่องจากเป็นกรณีที่มีลักษณะเป็นการกระทำเป็นขบวนการ ส่งผลกระทบต่อการบรรจุข้าราชการท้องถิ่นทั่วประเทศ จึงเป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่จะต้องสืบสวนขยายผลให้ปรากฏข้อเท็จจริง และดำเนินคดีโดยไม่ละเว้นหรือเลือกปฏิบัติ อย่าให้สังคมเห็นว่ามีผู้มีอำนาจหรือผู้มีอิทธิพลทางการเมืองอยู่เบื้องหลังเมื่อข้อเท็จจริง หลักฐาน และข้อกฎหมายปรากฏชัดเจนเช่นนี้ สังคมย่อมคาดหวังให้รัฐบาลจัดให้มีกระบวนการตรวจสอบที่เป็นอิสระ โปร่งใส และปราศจากข้อสงสัยเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน แต่การแต่งตั้งบุคคลที่ดำรงตำแหน่งใน กสถ. ให้เข้ามามีบทบาทในการสอบสวนเรื่องนี้เสียเอง ย่อมทำให้สังคมตั้งคำถามถึงความเหมาะสมและความเป็นกลางของกระบวนการตรวจสอบเป็นการให้ประชาชนดูละครเรื่อง “เมื่อผู้ต้องหา เป็นพนักงานสอบสวน” อยู่หรือไม่หากเป็นเช่นนั้นจริง สังคมจะตั้งคำถามว่า ผู้ที่อยู่ในข่ายถูกกล่าวหาสามารถยืนอยู่เหนือกระบวนการยุติธรรมและเหนือกฎหมายได้ เช่นนั้นหรือช่างเป็นความตลกร้าย…ที่ทำให้คนไทยขำไม่ออกอ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ทวี ชี้ตลกร้าย ปมโกงสอบท้องถิ่น ผู้ต้องหากลายเป็นพงส. ย้ำกสถ. ความผิดสำเร็จแล้วติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่– Website : https://www.matichon.co.th
ทวี ชี้ตลกร้าย ปมโกงสอบท้องถิ่น ผู้ต้องหากลายเป็นพงส. ย้ำกสถ. ความผิดสำเร็จแล้ว
by
Tags: