จากตัวแม่เรียกแต้มให้พรรคภูมิใจไทยในสมรภูมิเลือกตั้ง หลังเข้ามาเป็นรัฐมนตรีคนนอก ครม.อนุทิน ผ่านไปไม่ถึงปี “ซูเปอร์จี” ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ กลายเป็น“เป้านิ่ง” ที่หลายฝ่ายแอบผิดหวังกับผลการทำงาน“ศุภจี” เคยถูกยกให้เป็น“กระบี่มือหนึ่ง” ทางเศรษฐกิจ ขณะเป็น รมว.พาณิชย์ครั้งแรกใน “ครม.อนุทิน 1” ความนิยมเหนือกว่า “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ที่เข้ามาพร้อมกันในตอนนั้นป็อบปูลาร์ถึงขนาดในช่วงเลือกตั้ง มีเสียงเรียกร้องให้ “ศุภจี” มาเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เบอร์ 1 ของพรรคภูมิใจไทยแทน “อนุทิน ชาญวีรกูล” หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ด้วยภาพลักษณ์ผู้หญิงเก่งปฏิเสธไม่ได้ว่า ในช่วงหาเสียงคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ของ “ค่ายสีน้ำเงิน” ที่ล้นทะลักมาจากการเดินสายไปดีเบตของ “ศุภจี” และการลงพื้นที่หาเสียงช่วยผู้สมัคร สส.ตามจังหวัดต่างๆ ของมือเศรษฐกิจ อดีตผู้บริหารโรงแรมดังรายนี้เมื่อตั้ง “ครม.อนุทิน 2” เสร็จสิ้น “ศุภจี” ขยับชั้นขึ้นไปนั่งรองนายกฯ อีกตำแหน่ง ดังนั้นสิ่งที่ทุกคนคาดหวัง เมื่อมีอำนาจเต็ม มีระยะเวลาทำงานที่มากกว่าช่วงสั้นๆ ของครม.อนุทิน 1 “ซูเปอร์จี” จะแสดงฝีมือได้เต็มที่ รัฐบาลจะได้ประโยชน์จากความสามารถของเธอ แต่ผ่านมายังไม่ถึง 4 เดือน ผลงาน รมว.พาณิชย์ กลับใกล้เคียงกับกลุ่ม “รัฐมนตรีโลกลืม”ในบรรดา “3 แม่ครัว” ซึ่งเป็นรัฐมนตรีคนนอก เข้ามาช่วยรัฐบาลสีน้ำเงิน “เอกนิติ” กลับโดดเด่น มีผลงานจับต้องได้ เช่นเดียวกับ “สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว” รองนายกรัฐมนตรี และรมว.การต่างประเทศ ที่ทำการทูตเชิงรุก เดินสายหาแนวร่วมต่างประเทศสู้ศึกกัมพูชา ตรงกันข้ามกับ “ศุภจี” ที่ยังเบ่งผลงานออกมาไม่ได้ ทั้งที่เป็นกระทรวงเกี่ยวกับปากท้องประชาชนนอกจากนั้น ยังถูกตั้งคำถามเรื่องการตั้งคณะที่ปรึกษามากถึง 12 คน หรือ 1 โหล ว่าทำไมจึงตั้งมากมายขนาดนั้น ซึ่งล่าสุด “อนุทิน” ยังพูดถึงการตั้งคณะทำงานที่มากมายหลายสิบคนของเหล่ารัฐมนตรียิ่งในช่วงสงครามตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อราคาน้ำมันในประเทศ ตลอดจนราคาข้าวของเครื่องใช้พาเหรดกันขึ้นราคา เป็นช่วงเวลาที่จะพิสูจน์ฝีมือ “ซูเปอร์จี” ว่าเก่งจริงสมคำร่ำลือหรือไม่ ทว่ากระทรวงพาณิชย์ภายใต้การบัญชาของ“ศุภจี” กลับถูกมองว่า แก้ปัญหาแบบงานรูทีน ไม่มีไอเดียใหม่ ไร้ไม้เด็ดใดๆหลังจากนั้น “ศุภจี” เริ่มถูกตั้งคำถาม และลามไปถึงถูกตรวจสอบปูมหลัง ทั้งบัญชีทรัพย์สิน ประวัติการศึกษา โดยเฉพาะเรื่องการศึกษา ที่มีการจับผิดว่า สถาบันศึกษา Northrop University ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่เจ้าตัวจบระดับปริญญาโท เป็น “มหาวิทยาลัยห้องแถว” หรือไม่ ช่วงที่เป็นประเด็นดราม่าในโซเชียล “ศุภจี” เคยตอบคำถามนี้ จนหลุดวลี ออกมาว่า “ไร้สาระ”ไม่เพียงเท่านั้น “ศุภจี” ยังพาตัวเองไปตกอยู่ในดราม่าของสังคม หลังไปไลฟ์สดขายทุเรียนเกรดพรีเมียมราคาถูก ลูกละ 100 บาท กับ “พิมรี่พาย” โดยหวังว่า จะเป็นการกระตุ้นยอดขายในช่วงทุเรียนออกตลาด แต่ผลกลับออกมาตรงกันข้าม เสนาบดีกระทรวงพาณิชย์ ถูกโจมตีอย่างหนักว่า เป็นการทำลายกลไกตลาดหลังรู้ว่า หลายฝ่ายอยากลองของ ลองวิชา ว่าตัวเองเก่งจริงหรือไม่ “ศุภจี” จึงตัดสินใจเปลี่ยนยุทธศาสตร์การเดินใหม่ จากการปรากฎกายท่ามกลางแสงไฟ หันไปทำงานแบบเงียบๆ ในเงามืด ขอไม่เป็นข่าวแต่นั่นกลับเป็น “ดาบสองคม” เพราะแม้จะถูกโจมตีน้อยลง แต่กลับทำให้หลายคนวิพากษ์วิจารณ์อีกว่า เป็นรัฐมนตรีที่ไม่มีผลงาน ก่อนจะเกิดการถามหา และประโยคแซวดังๆ “ศุภจี หายไปไหน” จนนายกฯอนุทิน ต้องออกมาช่วยว่า “ศุภจีไม่หาย”ขณะเดียวกัน “ศุภจี” ยังออกมาอธิบายสาเหตุที่เงียบหายไปว่า ตัวเองติดการทำงานสไตล์เอกชน ที่เน้นผลลัพธ์มากกว่าการสร้างกระแส ซึ่งเหมือนจะช่วยคลายข้อสงสัย แต่กลับกลายเป็นประเด็นให้สังคมจับจ้องเช่นเดียวกับกรณีล่าสุดที่ปิ๊งไอเดีย หาทางช่วยประชาชนในช่วงที่ต้นทุนสูงขึ้น โดยเฉพาะการลดภาระค่าใช้จ่ายอาหารปรุงสำเร็จ หรืออาหารจานด่วน โดยต่อยอดมาจาก “โครงการไทยช่วยไทยพลัส” โดยจะเปิดรับสมัครร้านอาหารเข้าโครงการข้าวแกงราคาประหยัด จัดทำเมนูข้าวราดแกงและอาหารปรุงสำเร็จ เบื้องต้นตั้งราคาที่ 40 บาทต่อจาน หรือ “ข้าวแกง 40 บาท”ประเด็นดังกล่าว เหมือนเข้าทาง “ฝ่ายค้าน” ที่รอจังหวะ “ชัยชนะ เดชเดโช” สส.นครศรีธรรมราช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาวิจารณ์ว่า ราคา 40 บาท มากกว่าราคาข้าวแกงในปัจจุบันที่ราวๆ 30 บาท พร้อมเหน็บว่า ข้าวแกงดังกล่าวใส่ “กุ้งมังกร” หรืออย่างไรขณะที่ “ศุภจี”ออกมาสวนกลับ ด้วยคำถามว่า ข้าวแกงราคา 30 บาทยังมีอยู่หรือ จน“ชัยชนะ”ออกมาโต้ว่า ยังมีในต่างจังหวัด และส่วนราชการ พร้อมท้ารัฐมนตรีไปพิสูจน์โอกาสสำหรับคนนอกหน้าใหม่ไร้ประสบการณ์ มีความได้เปรียบจากกระแสที่อุ้มมาอย่างต่อเนื่อง หากมีผลงานเป็นภูมิต้านทาน ย่อมเอาตัวรอดได้ไม่ยาก แต่เวลานี้ อาการ “ซูเปอร์จี” ยังน่าเป็นห่วงเปิดประชุมสภาฯ สมัย 2 ฝ่ายค้านเริ่มจองกฐินซักฟอก รอบนี้ รมว.พาณิชย์ อยู่ในลิสต์ลำดับต้นๆ เพราะความสำคัญของ“ศุภจี”เป็นมือเศรษฐกิจ ที่มีความนิยมของรัฐบาลสีน้ำเงินเป็นเดิมพัน
‘ขั้วแค้น’ ล็อกเป้าซักฟอก ‘ซูเปอร์จี’ ตัดแต้ม ‘รัฐบาลสีน้ำเงิน’
by
Tags: