‘เถียนมี่มี่’ กับ ‘นักข่าว’

สงสัย…..“รัฐมนตรีต่างประเทศไต้หวัน” จะกินยาผิดซอง!จู่ๆ ออก “แถลงการณ์” เฉยว่าที่ “ไทย-จีน” แถลงร่วม “ไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีน”เมื่อคราว “นายกฯ อนุทิน” ไปเยือนจีน ๔-๕ วันก่อน นั้นไต้หวัน “ผิดหวังและเสียใจ”….ที่รัฐบาลของไทยไม่ได้ให้ความสำคัญต่อข้อเท็จจริงและเพิกเฉยต่อแนวคิดของจีนที่ต้องการลดทอนสถานะอธิปไตยของไต้หวันอีกตอนหนึ่งในแถลงการณ์มีว่า“กระทรวงการต่างประเทศไต้หวันยืนยันว่า ไต้หวันเป็นประเทศที่มีอธิปไตยเป็นของตนเองอย่างสมบูรณ์ไม่ได้ขึ้นตรงหรือเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของจีนและจะไม่ยอมรับความพยายามของจีนที่ใช้แถลงการณ์ทวิภาคีบิดเบือนความจริงเพื่อเปลี่ยนแปลงสถานะดั้งเดิมของสองฝ่าย”ตอนท้ายแถลงการณ์บอกว่า“ไต้หวันจึงเรียกร้องให้ไทยรักษามิตรภาพที่มีมาอย่างยาวนานของทั้งสองฝ่ายและอย่าร่วมมือกับจีนในการกดดันไต้หวันซึ่งอาจเกิดผลทางด้านลบที่จะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและสันติภาพในภูมิภาคได้”ผมว่า “พิลึก” เอามากๆกับแถลงการณ์ของ “นายหลิน เจียหลง” รมว.ต่างประเทศไต้หวันคุณเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศแท้ๆ แล้วคุณไม่รู้หรือ?ว่าไทยไม่มีความสัมพันธ์ทางการทูตอย่าง “เป็นทางการ” กับไต้หวัน มาตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๑๘ แล้วเพราะไทยยึดถือในนโยบาย "จีนเดียว"!เขารู้กันทั้งโลกแล้วท่านรัฐมนตรีต่างประเทศไต้หวัน ไปอยู่ซะทางไหน?จึงไม่รู้ว่า “ไทยรับรองจีนเดียว” มา ๕๐ ปีแล้ว!เหมือนกับ “ทุกประเทศ”ที่มีความสัมพันธ์ทางการทูตกับจีนต้องรับรอง “จีนเดียว” เช่นกันเพราะเป็น “เงื่อนไขแรก” ที่จีนกำหนดไว้ประเทศไหนที่จะมาคบกับจีนต้องรับหลักการ “จีนเดียว” ไม่งั้น ไม่ต้องมาไม่ยกเว้นกระทั่ง “สหรัฐอเมริกา”เมื่อต้องการมีความสัมพันธ์ทางการทูตกับจีนก็ต้องรับหลักการ “จีนเดียว”!เรื่องง่ายๆ แค่นี้ ก็ยังไม่รู้แล้วมาเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศได้ไง?แถมแถลงการณ์เสียอก-เสียใจ “ปล่อยไก่” ตัวเบ้อเร่อบอกให้เอาบุญ จะพร่ำเพ้อไปไยเพราะ “ไทยกับไต้หวัน” ก็ยังสัมพันธ์กันเหมือนเดิมเพียงแต่ “ไม่เป็นทางการ”และระหว่าง “ไทย-ไต้หวัน” ไม่มี “สัมพันธ์ทางการทูต” ต่อกันมีแค่ระดับ…“สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเปประจำประเทศไทย” เท่านั้นส่วนทางปฏิบัติ “ไต้หวัน-ไทย” จุ๊บปากกันทุกวันรักกันปานจะกลืนเหมือนเดิม..เหมือนเดิมและไป-มาหาสู่กัน ทำมาค้าขายต่อกันเป็นปกติประเด็นไทยรับรอง “จีนเดียว” นี่ บางคนอาจยังไม่รู้ผมจะรีวิว “ฉบับย่นย่อ” ให้ฟังหน่อยก็ได้เพราะผมเป็นเห็บเกาะตามคณะไปครั้งนั้นด้วยในรัฐบาล “นายกฯ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช”ท่านเดินทางไปเปิด “สัมพันธไมตรีกับจีน” ที่ปักกิ่ง เมื่อ “๑ กรกฎาคม ๒๕๑๘”ท่าน “เติ้ง เสี่ยวผิง” รองนายกฯ อันดับ ๑ ของจีนนำคณะมารับ “คณะนายกฯ คึกฤทธิ์” ถึงสนามบินเรียกว่ายิ่งใหญ่ เอิกเกริก ปานกำแพงเมืองจีนจะถล่มตอนเย็นใกล้ค่ำ..“นายกฯ คึกฤทธิ์” ไปลงนามในแถลงการณ์ร่วม“ระหว่างราชอาณาจักรไทย” และ “สาธารณรัฐประชาชนจีน”ว่าด้วยการ “สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต” กับท่าน “โจว เอินไหล” นายกรัฐมนตรีจีนที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ซึ่งท่านพักรักษาตัวอยู่ที่นั่นในแถลงการณ์ร่วม มี ๑๐ ข้อข้อที่ ๖ และข้อที่ ๗ มีใจความว่า๖.รัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย รับรองรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนว่าเป็นรัฐบาลอันชอบด้วยกฎหมายของประเทศจีนเพียงรัฐบาลเดียวรับทราบท่าทีของรัฐบาลจีนว่า “มีจีนเพียงประเทศเดียว”และว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของดินแดนจีนที่จะแบ่งแยกมิได้และตกลงใจที่จะ “ถอนผู้แทนทางการ” ของตนทั้งหมด “ออกจากไต้หวัน” ภายในระยะเวลา ๑ เดือนนับแต่ลงนามในแถลงการณ์ฉบับนี้๗.รัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน รับรองรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและตกลงที่จะเคารพเอกภาพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของประเทศไทยเนี่ย….ที่ไม่รู้ จะได้รู้กันไว้ที่รู้แล้วช่วยนำความนี้ไปเรียนท่าน “รัฐมนตรีต่างประเทศไต้หวัน” ให้รับรู้-รับทราบด้วยจะได้หายเพ้อ!ถ้าผมเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศไต้หวันละก็จะต้องแถลงการณ์ “ขอบคุณนายกฯ อนุทิน” ด้วยซ้ำไม่ใช่แถลงการณ์ “เฟอะฟะ” แบบนี้ค่าที่ว่า “นายกฯ อนุทิน”เอาเพลง “เถียนมี่มี่” ของนักร้องไต้หวันไปร้องให้ “นายกฯ จีน” ฟัง ที่ปักกิ่ง!แทนที่จีนจะโกรธ กลับชอบใจ สนุกสนาน“นายอู๋ จื้ออู่”อุปทูตรักษาการแทนเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ซะด้วยซ้ำได้ออกปากในงานที่นายกฯ เป็นประธานเปิดเมื่อวานว่า“มีความรู้สึกหวานชื่นเหมือนกับเพลง ‘เถียนมี่มี่’ที่นายกฯ ไทยได้ขับร้องในงานเลี้ยงที่‘นายหลี่ เฉียง’ นายกรัฐมนตรีจีน เป็นเจ้าภาพระหว่างการเยือนจีนอย่างเป็นทางการที่ผ่านมา”เห็นมั้ย…เจ้าบ้านเขายังมีดนตรีในหัวใจจึงไม่เห็นเหตุผลใดเลยที่ไต้หวันจะเสียมรรยาทกับไทยแบบ “ตื้นเขิน”!“สื่อ” ที่ไม่ศึกษาประวัติศาสตร์ ก็เหมือน “สาก”เห็นแถลงการณ์ที่ “น่าละอาย” ของไต้หวัน จวกนายกฯคงดีใจว่า “ลูกเข้าตีนกูแล้ว”จะเอาไปตีข่าวถล่ม “นายกฯ อนุทิน” ให้เละไปเลย!เห็นความลุ่มลึกของนักข่าววันนี้ได้จากประเด็นที่ถามนักข่าว : แถลงการณ์ไต้หวันแสดงความผิดหวังกับท่าทีของไทยที่ลงนามในถ้อยแถลงร่วมไทย-จีน ที่อ้างว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีนนายกฯ : ก็เป็นท่าทีของเขานักข่าว : กระทบกับความร่วมมือด้านเศรษฐกิจมั้ยนายกฯ : ไม่มีนักข่าว : มีนโยบายทางการทูตอะไรที่จะทำความเข้าใจกับไต้หวันนายกฯ : เข้าใจกันอยู่แล้วนักข่าว : ไต้หวันจะมองว่าไทยเอนเอียงทางจีนไปร่วมกดดันเขาหรือไม่นายกฯ : นโยบายของเราจีนเดียว ไม่เอนเอียงนักข่าว : กระแสโซเชียลของไต้หวันกำลังมาแรงนายกฯ : กระแสไม่พูดถึงนักข่าว : ไต้หวันจะยกเลิกฟรีวีซ่าไทย ส่งกลับแรงงานไทยนายกฯ : นโยบายของไทยมีความชัดเจนนักข่าว : ต้องทำเรื่องชี้แจงท่าทีของไทยไปไต้หวันมั้ยนายกฯ : นโยบายของไทยมีความชัดเจนครับ…ถือว่านายกฯ ให้เกียรตินักข่าวมากที่ตอบเพราะมันเป็นคำถามบนพื้นฐานของคนที่ “ไม่มีปูมความรู้” ขั้นพื้นฐานเลย!ถามไปได้ยังไง…..-นโยบายทางการทูตอะไรที่จะทำความเข้าใจกับไต้หวัน-ไต้หวันมองไทยเอนเอียงทางจีนไปร่วมกดดันเขาหรือไม่-กระแสโซเชียลของไต้หวันกำลังมาแรง-ต้องทำเรื่องชี้แจงท่าทีของไทยไปไต้หวันมั้ยถามคำเถอะ..พ่อคุณ“ไทยไปทำผิด-คิดร้ายอะไรไต้หวันงั้นรึ”?หรือคิดว่า ไทยเป็น “เมืองขึ้น” ของไต้หวัน?ที่ต้องไปชี้แจง ต้องไปทำความเข้าใจ ด้วยกลัวไต้หวันเขาจะโกรธ ที่ไทยรับรอง “จีนเดียว”และอีกอย่างไทยไปมี “นโยบายทางการทูต” บ้าบออะไรกับไต้หวันตั้งแต่เมื่อไหร่ ที่ต้องไปทำความเข้าใจ…หือ?กระทั่ง “กระแสโซเชียลไต้หวัน” ซึ่งขยะสิ้นดีก็ยังเอามาตั้งคำถามกับนายกฯกูละเชื่อเลย..พับผ่าเถอะ!ท่านนายกฯ คง “เหนื่อยหน่าย” กับคำถามบนฐาน “ไม่รู้”และตีค่าประเทศตัวเอง “เป็นทาส” ประเทศอื่นอยู่ร่ำไปนี่ดีนะ..เป็น “นายกฯ อนุทิน”ถ้าเป็น “นายกฯ คึกฤทธิ์” ละก็ ถ้าถามแบบนี้ท่าน “ว้ากเพ้ย” เอาให้อายหมาเลยเชียวแหละ!ก็ขออนุญาต “ลา ๓-๔ วัน” นะครับแล้ว “พบกัน” เมื่อเจอ!.-เปลว สีเงิน๒๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙คนปลายซอย


Posted

in

by

Tags: