“ปกรณ์” เผย ผลประชุมคกก.สอบทุจริตเข้าท้องถิ่น พบผู้เกี่ยวข้องร้อยกว่าคน ทั้งรัฐ-เอกชน เตรียมส่งรายงานให้นายกฯ 4 ส.ค. ระบุ ไม่ได้ฟันใครผิด ให้ “ป.ป.ช.-ป.ป.ท.-ปปง.ตำรวจ” เอาไปสอบต่อ หลังพบพิรุธอื้อ ข้องใจเปิดรับ 8 พันตำแหน่ง แต่บรรจุหลักหมื่น คนไม่มีอำนาจหน้าที่เข้ามาจุ้นเพียบ รมว.ยธ. ยังแซว ปธ.ถอนหายใจจนหมดลม โอดในชีวิตไม่เคยเจอ24 กรกฎาคม 2569 – เมื่อเวลา 16.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายกรณีการทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการและพนักงานท้องถิ่นประจำปี 68 ครั้งที่ 3 ว่า การประชุมครั้งนี้ได้มีการนำข้อมูลต่างๆ มารายงานและได้สรุปเป็นโครงร่าง โดยจะมีการสรุปแบ่งเป็น 4 ส่วน ดังนี้1.เรื่องการพิจารณากำหนดอัตราตำแหน่งว่า มีที่มาที่ไปอย่างไร จำนวนเป็นอย่างไร แต่สุดท้ายมีเหตุผลอะไรจำนวนถึงโป่งกว่าเดิม 2.สิ่งที่เราเจอคือ กระบวนการก่อนการสอบมีจุดบกพร่องอะไรบ้าง ซึ่งพบเห็นจุดบกพร่องอยู่หลายประการ และทีโออาร์ รวมถึงจะแยกว่า ใครมีส่วนเกี่ยวข้องบ้าง กระบวนการทำสัญญาจัดจ้าง กระบวนการจัดสอบมีกระบวนการอย่างไร พบข้อบกพร่องค่อนข้างเยอะเลยทีเดียว ไม่ได้สอดคล้องกับที่สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ดำเนินการจัดสอบตามปกติ3.กระบวนการจัดเก็บเอกสาร กระบวนการจัดสอบ เป็นไปตามมาตรฐานของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) หรือไม่ เพราะการจัดสอบของมหาวิทยาลัยควรจะเป็นไปตามมาตรฐานที่จัดสอบอยู่ เช่น การสอบเอนทรานต์และการสอบของมหาวิทยาลัย 4.การประกาศผลสอบและบรรจุแต่งตั้ง ซึ่งพบว่า เดิมขอบรรจุ 8,000 ตำแหน่ง แต่ตอนบรรจุบวมมาเป็น 10,000 ตำแหน่งได้อย่างไร ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ มีมติอะไรรองรับหรือไม่นายปกรณ์ กล่าวว่า ส่วนข้อเสนอแนะ หลังจากเกิดเรื่องขึ้นแล้ว ผู้เกี่ยวข้องและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีปฏิกิริยาอย่างไรบ้าง ได้แก้ไขอย่างไรบ้างเมื่อเกิดปัญหาเพื่อให้สถานการณ์ยุติโดยเร็ว และใครมีส่วนเกี่ยวข้องอะไร อย่างไร ส่วนเรื่องเส้นทางการเงิน ทาง ป.ป.ท. และปปง.รับไปดำเนินการต่อ ซึ่งหลังจากนี้คณะทำงานจะระดมทำงานในช่วงวันหยุด เพื่อจะปิดเล่มและทำรายงานเสนอนายกฯ ในวันที่ 4 ส.ค. เพื่อสั่งการต่อไปทั้งนี้ ได้ให้ฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการฯ ระบุตัวบุคคลที่เกี่ยวข้อง เริ่มตั้งแต่ครั้งแรกมีใครบ้าง คณะกรรมการอนุมัติชุดแรกมีใครบ้าง และจะเห็นว่า ใครบ้างที่ต้องไปตรวจสอบกันต่อ โดยรับผิดชอบ แต่คณะกรรมการชุดนี้จะไม่ชี้ว่า ใครผิด เพราะจะปล่อยให้พิสูจน์เจตนาและความผิด ถ้าใครเกี่ยวข้องทางวินัยให้หน่วยงานต้นสังกัดตั้งคณะกรรมการตรวจสอบต่อ ถ้าเป็นเรื่องทางอาญาเป็นเรื่องของตำรวจ ป.ป.ช.ตรวจสอบ ส่วนใครทำผิดปกครองให้ไปตามขั้นตอนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่คนที่เกี่ยวข้องแต่ละขั้นตอนจะระบุไว้รองนายกฯ กล่าวว่า สำหรับผู้ที่เกี่ยวข้องมีประมาณหลักเกินร้อยคน มีทั้งภาครัฐและเอกชน ซึ่งขอไม่ระบุว่า เป็นระดับไหน แต่จะระบุหมดว่า ใครเกี่ยวข้อง และเกี่ยวข้องในช่วงเวลาไหน แต่ขอย้ำว่า ทุกคนยังไม่ได้ผิด แต่เป็นคนที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการ และชั้นนี้ไม่ได้ระบุถึงคนจ่ายกับคนรับสินบน จะเป็นการหาว่า กระบวนการนี้เกี่ยวข้องกับใคร ตรงไหนเป็นจุดเด่น ซึ่งจะชัดเจนในตัวของตัวเอง ยอมรับว่า คณะกรรมการชุดของตนถือเป็นสารตั้งต้น และจะมีข้อเสนอแนะให้นายกฯ ให้ส่งรายงานแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งตำรวจ ป.ป.ช. ป.ป.ท. ปปง. ไปดำเนินการตามอำนาจหน้าที่นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอเกี่ยวกับการจัดสอบครั้งนี้ต่อไป โดยเฉพาะกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) และคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ควรจะปิดช่องโหว่ รวมถึงเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการบรรจุแต่งตั้งไปแล้ว ซึ่งมีคำวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุดไปแล้ว คงไม่มีอะไรผิดไปจากนั้นเท่าไหร่ อยู่ที่การแยกแยะว่า จะมีจำนวนเท่าไหร่ผู้สื่อข่าวถามว่า ในจำนวนกว่าร้อยคน เกี่ยวข้องด้านไหนบ้าง นายปกรณ์ กล่าวว่า มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการสอบ และไม่ได้มีหน้าที่กับการจัดสอบแต่ไปเกี่ยวข้องกับการสอบ อย่างไรก็ตาม หลังจากยื่นให้นายกฯแล้ว คณะกรรมการฯชุดของตนจะหมดหน้าที่ โดยจะเหลือการประชุมอีก 1 ครั้งในวันที่ 4 ส.ค. เพื่อตรวจทานก่อนส่งให้นายกฯ“เรื่องที่จะเสนอนายกฯสำคัญทุกเรื่อง เพราะไม่มีใครทนได้ นั่งประชุมไปก็ถอนหายใจไปกันเฮือกๆ มันทำกันอย่างนี้ได้อย่างไร รมว.ยุติธรรม ยังแซวผมว่า ท่านประธานจะหมดลมแล้ว เพราะถอนหายใจบ่อยเหลือเกิน และผมยอมรับว่า ในชีวิตนี้ไม่เคยเจอ”นายปกรณ์ ระบุ
‘ปกรณ์’ รับถอนหายใจจนแทบหมดลม สอบ ‘โกงท้องถิ่น’ เจอพิรุธเพียบ โอดชีวิตนี้ไม่เคยเจอ
by
Tags: