หมอดังแฉ 6 อาชีพ สะสมโรคร้ายเงียบๆ พยาบาลอยู่แค่อันดับ 4 แชมป์คืองานที่คุ้นเคย!

ทำงานทุกวันอาจป่วยไม่รู้ตัว! หมอเตือน 6 อาชีพยอดฮิต เสี่ยงทำลายสุขภาพกาย-ใจหมอชี้ชัด! 6 อาชีพ "อันตราย" ในแบบที่ไม่คาดคิด: ไม่ได้เสี่ยงภัย แต่ค่อยๆ บั่นทอนสุขภาพโดยไม่รู้ตัวหลายคนมักคิดว่ามีเพียงอาชีพที่เสี่ยงอันตรายหรือต้องอยู่กับสารเคมีเท่านั้นที่จะส่งผลเสียต่อร่างกาย ทว่า นพ. อาเมียร์ ข่าน (Dr. Amir Khan) แพทย์เวชปฏิบัติทั่วไปชื่อดังจากรายการทีวีของอังกฤษ เช่น Good Morning Britain และ Lorraine ได้ออกมาเตือนผ่านสื่อว่า ในชีวิตจริง อาชีพธรรมดาๆ ที่เราทำกันอยู่ทุกวันนี่แหละ ที่กำลังสะสมและทำลายสุขภาพของเราอย่างเงียบๆ"พอพูดถึงอาชีพอันตราย คนมักนึกถึงเหมืองถ่านหิน งานก่อสร้าง หรือการสัมผัสแร่ใยหิน แต่ในฐานะหมอ สิ่งที่ผมเห็นทุกวันกลับตรงกันข้าม ผมเห็นอาชีพที่ดูธรรมดามากๆ กำลังทำให้คนป่วยอย่างเงียบๆ" นพ. ข่าน กล่าว6 อาชีพเสี่ยงป่วยเงียบ ที่หลายคนคาดไม่ถึง1. ครู/อาจารย์เป็นกลุ่มอาชีพที่ยุ่งมากตลอดชั่วโมงการสอน จนหลายคน "ไม่มีเวลาแม้แต่จะดื่มน้ำหรือเข้าห้องน้ำ" ตลอดทั้งวัน พฤติกรรมนี้ส่งผลให้เกิดอาการปวดศีรษะ ร่างกายขาดน้ำ และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคงกกระเพาะปัสสาวะอักเสบเรื้อรัง2. พนักงานขับรถมืออาชีพ (แท็กซี่, รถบัส, ขนส่งสินค้า)การที่ต้อง "นั่งนิ่งอยู่กับที่เป็นเวลานานหลายชั่วโมง" ส่งผลให้เสี่ยงต่อโรคปวดหลังเรื้อรัง ความผิดปกติของระบบเผาผลาญ และเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดอย่างมาก3. ช่างตัดผม / ช่างแต่งหน้าตรงกันข้ามกับคนนั่ง ทำงานอาชีพนี้ต้อง "ยืนติดต่อกันนานหลายชั่วโมง" ทำให้เกิดปัญหาเรื้อรังบริเวณกล้ามเนื้อคอ บ่า ไหล่ หลัง ตลอดจนปัญหาระบบข้อต่อและเท้าบวม4. พยาบาล และผู้ดูแลผู้ป่วยต้องก้มๆ เงยๆ ยก หมุนตัว และพยุงน้ำหนักตัวของผู้ป่วยตลอดทั้งวัน พฤติกรรมนี้เพิ่มความเสี่ยงต่อ อาการบาดเจ็บของระบบกล้ามเนื้อและกระดูก อย่างรุนแรง5. พนักงานออฟฟิศต้องนั่งทำงานเกือบทั้งวัน จ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ ทำงานลากยาวโดยไม่พักผ่อน และแทบไม่ได้ออกไปสัมผัสแสงแดดภายนอก ซึ่งส่งผลกระทบทั้งต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิต6. บุคลากรทางการแพทย์ / คนทำงานเป็นกะการทำงานกะยาว การเปลี่ยนกะกลางคืนบ่อยๆ แรงกดดันทางจิตใจสูง และการกินอาหารไม่ตรงเวลา ส่งผลให้ นาฬิกาชีวิต (Biological Clock) รวน พฤติกรรมการนอนผิดปกติ ซึ่งในระยะยาวเชื่อมโยงกับความเสี่ยงสูงในการเกิดโรคหัวใจ เบาหวานชนิดที่ 2 และโรคอ้วน(รวมถึงกลุ่มผู้ดูแลคนป่วยในครอบครัวโดยไม่ได้รับค่าตอบแทน ซึ่งมักเอาความต้องการของผู้อื่นขึ้นก่อนตนเอง จนเสี่ยงต่อภาวะเครียด สะสม ซึมเศร้า และป่วยเรื้อรัง)ทางออกคืออะไร? ในเมื่อเรายังต้องทำงานหาเลี้ยงชีพนพ.อาเมียร์ ข่าน ย้ำว่า ทางออกไม่ใช่การยื่นใบลาออก เพราะทุกคนจำเป็นต้องทำงานเพื่อใช้ชีวิต แต่หัวใจสำคัญคือ "การเข้าใจว่างานของเรากำลังเรียกร้องและทำร้ายร่างกายในจุดไหน" เพื่อรับมือได้ถูกต้องหากต้องนั่งทั้งวัน: หาเหตุผลลุกขึ้นยืน ยืดเส้นยืดสาย หรือเดินขยับร่างกายทุกๆ 1 ชั่วโมงหากต้องยืนทั้งวัน: พักผ่อนและดูแลกล้ามเนื้อ ขา และข้อต่ออย่างเหมาะสมเมื่อมีโอกาสหากต้องทำงานเป็นกะ: เข้มงวดกับการนอนหลับพักผ่อนให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ทุกอาชีพ: อย่ามองข้ามความสำคัญของการรับประทานอาหารให้ตรงเวลา ดื่มน้ำให้เพียงพอ และจัดเวลาพักผ่อนให้ตัวเองบ้าง


Posted

in

by

Tags: