ผมว่า “เขมร” นี่ตราบที่ “ตระกูลฮุน” ยังมีอำนาจครองประเทศเลิกพูดไปเลยที่จะให้ไทย “เปิดด่านชายแดน”ถ้าใครเปิด ไม่ว่าจะเป็น “ฝ่ายกองทัพ” หรือ “ฝ่ายรัฐบาล”แสดงว่า ต้องการเป็น “ศัตรู” กับประชาชน!ไม่ใช่เพราะคนไทยเกลียดคนเขมรหากแต่เกลียด “ฮุน เซน-ฮุน มาเนต” ชนิดเข้ากระดูกดำทำให้พลอยเกลียดพวก “เคลมโบเดีย” ไปทั้งประเทศ!ดังนั้น เราจึงเห็น….พอเห็นใครแอะเรื่อง “เปิดด่าน”ว่อนมาเลยเชียว ทั้ง ก้อนอิฐ ก้อนหิน ส้นตีน มะเหงก มากันครบ ไม่มีหกตกหล่นแม้แต่ธุลีตีน!ฝ่ายกองทัพ ก็ออกมานอนยัน ยืนยัน ตะแคงยัน ทุกครั้งไปว่าไม่เปิ๊ด..ไม่เปิดหัวเด็ด-ตีนกุด ก็ไม่เปิด อย่าไปเชื่อข่าวลือมาเมื่อ ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๖๙ เวลา ๑๐.๐๐ น. ที่ “ห้องประชุมด่านศุลกากร” จุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว“พันเอก บัญชา ชาญฉลาด” รอง ผบ.กกล.บูรพาในฐานะรองหัวหน้าสำนักงานประสานงานชายแดนไทย-กัมพูชา เป็นประธานฝ่ายไทย“พลจัตวา ลาย กึมฮวด” รองหัวหน้าสำนักงานประสานงานชายแดนกัมพูชา-ไทย เป็นประธานฝ่ายกัมพูชาประชุมหารือร่วมกับสำนักงานประสานงานชายแดนกัมพูชา-ไทย (กัมพูชา) และหน่วยประสานงานชายแดนกัมพูชา-ไทย ประจำพื้นที่ปอยเปตกองกำลังบูรพา ระบุว่า จากการประชุมหารือทั้งสองฝ่ายจะดำเนินการและประสานงานร่วมกันเพื่อให้ประชาชนได้รับการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมรวมทั้งประสานเจ้าหน้าที่ทั้งสองฝ่ายปฏิบัติงานตามบันทึกข้อตกลงการหยุดยิง เมื่อวันที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๖๘ Joint Statement (JS)และบันทึกความเข้าใจร่วม (MOU 43)ไม่กระทำการยั่วยุและมีความจริงใจต่อกันชุดประสานงานชายแดนไทย-กพช. “บรรลุข้อตกลงร่วมกัน” ในเรื่องความช่วยเหลือ “ด้านมนุษยธรรม”และแนวทางการประสานงานความมั่นคงชายแดนยึดข้อตกลงหยุดยิง ๒๗ ธ.ค.๖๘เป็นกรอบแนวทางปฏิบัติร่วมกันคือ๑.อำนวยความสะดวกในการส่งต่อผู้ป่วยและการส่งกลับร่างผู้เสียชีวิต ระหว่างไทย-กัมพูชา๒.ประสานการส่งกลับผู้ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายตามขั้นตอนของแต่ละประเทศ๓.แจ้งข้อมูลล่วงหน้า เมื่อมีคณะผู้แทนลงพื้นที่ตรวจชายแดนในเขตรับผิดชอบ เพื่อป้องกันความเข้าใจคลาดเคลื่อน๔.กําหนดให้ด่านถาวรบ้านเขาดิน-พนมดิน และด่านถาวรบ้านคลองลึก-ปอยเปตเป็นจุดประสานงานหลักในการแลกเปลี่ยนข้อมูล เอกสาร และการส่งต่อแรงงาน ผู้ป่วย และร่างผู้เสียชีวิต๕.กําชับกําลังพลแนวหน้าของทั้งสองฝ่ายให้ยึดถือระเบียบวินัยทางทหาร และปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงร่วมเมื่อวันที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๖๘รวมถึงบันทึกความเข้าใจ (MOU) 2543๖.ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทั้งสองประเทศตระหนักถึงอันตรายของการลักลอบข้ามแดนผิดกฎหมาย๗.ร่วมกันป้องกันและต่อต้านการเผยแพร่ข้อมูลข่าวปลอมที่อาจส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ชายแดนทันทีที่ผลการประชุมตกลงนี้แพร่ออกไป“หึ่ง” เลยครับประชาชนตีความทันควันว่า กองทัพ “ยอมเปิดด่าน”!ตรงนี้ ก็โกรธควันออกหูอยู่แล้วแต่พออ่านข้อตกลง “ข้อที่ ๑.” ตามที่ผมเน้นอักษรตัวโตๆควันจากรูหู เลื้อยออกรูจมูกเลยทีนี้๑.อำนวยความสะดวกในการส่งต่อผู้ป่วยและการส่งกลับร่างผู้เสียชีวิต ระหว่างไทย-กัมพูชาตรงนี้ ทุกคนเข้าใจว่า นอกจากเปิดด่านแล้วไทยยังยอมให้ส่งตัว “คนป่วยเขมร” เข้ามารักษาในไทยด้วยก็เลยมีดรามา “ประชด-ประชัน” เกิดในโซเชียล ตามนี้…………………………..ฮุน เซน สุดปลื้มการประชุมคณะกรรมการประสานงานชายแดนไทย-กัมพูชา มีผลเชิงบวกต่อกัมพูชาบรรลุข้อตกลง 7 ข้อ 1 ใน 7 คือผู้ป่วยเขมร สามารถเข้ามารักษาในประเทศไทยได้ ตามหลักมนุษยธรรมตอนนี้ เขมรป่วยจำนวนมาก ทั้งจากโรคเอดส์ และมาลาเรีย……………………….ครับ…..จะว่า “ฟังไม่ได้ศัพท์ จับเอาไปกระเดียด” ก็ไม่ได้คนอ่านเขามีสิทธิ์จะเข้าใจอย่างนั้นต้องยอมรับกันตรงๆ ว่า ข้อความที่เขียนในข้อตกลงนั้น“เขียนกำกวม-ไม่ชัดเจน” เองถ้าเป็นสัญญา เขียนแบบนี้ คงต้องฆ่ากันตายแน่!เอ้า…ดูนะ…“อำนวยความสะดวกในการส่งต่อผู้ป่วยและการส่งกลับร่างผู้เสียชีวิต”แบบนี้ “ร้อยทั้งร้อย” ก็ต้องเข้าใจว่าหมายถึง“ยอมให้ส่งผู้ป่วยเขมรเข้ามารักษาในไทย”!ร้อนถึง โฆษกกลาโหม “พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ” ต้องออกมา “แปลไทยเป็นไทย” เพื่อความเข้าใจที่ตรงกันตามข้อตกลง ข้อ ๑. นั้นว่าในข้อตกลงนั้น "ไม่ใช่ผ่อนปรนเปิดด่านเพื่อมนุษยธรรม" สื่อเข้าใจผิดไปเอง!!ประเด็นที่ถูกต้อง คือการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม หารือกันเฉพาะประเด็น ดังนี้๑.หากประชาชนไทย “เจ็บป่วยหรือเสียชีวิต” ในกัมพูชาจะประสานส่งตัวผู้ป่วยกลับมารักษาและรับศพกลับประเทศไทย๒.ขณะเดียวกัน …..หากประชาชนกัมพูชาเจ็บป่วยหรือเสียชีวิตในประเทศไทยฝ่ายไทยจะประสานส่งตัวผู้ป่วยกลับประเทศและส่งมอบศพกลับกัมพูชาตามขั้นตอนที่กำหนด“ไม่ใช่มีการผ่อนปรนเปิดด่านด้านมนุษยธรรมตามที่สื่ออาจจะทำให้เข้าใจผิดไป”ท่านโฆษกกระทรวงกลาโหมย้ำ!เอออ….ถ้าร่างข้อตกลงให้มันชัดๆ อย่างที่ท่านโฆษกกลาโหมแถลงมันก็สิ้นเรื่อง-สิ้นปัญหาแต่ทีนี้ เขียนรวบรัดแบบเข้าใจกันเอง มันจึงเกิดปัญหาจะโทษสื่อซะทีเดียว มันก็ไม่น่าจะถูกต้องนักว่าแต่ว่า….ฝ่ายไทยเคลียร์ชัด-ตัดจบ ประเด็นนี้แล้วฝ่ายเขมร เข้าใจตรงตามที่ท่านโฆษกแถลงหรือไม่ล่ะ?!เอากันให้ชัดนะครับ เพราะถ้าเข้าใจไปคนละอย่างละก็เกิดเขมรส่งคนป่วยเข้ามารักษาในไทยแล้วฝ่ายไทยไม่ยอมให้เข้ามันจะเกิดปัญหา “ตีความ” ถึงศาลโลกเลยนะเนี่ย!ขอถามอีกคำ ข้อตกลงร่วม ๗ ข้อ เมื่อ ๒๗ ก.ค.๖๙ นั้นใช้ภาษาอะไร เป็น “ภาษากลาง”?ภาษาอังกฤษ หรือภาษาใคร-ภาษามัน?เล่นกับเขมร ถ้าไม่รอบคอบ-รัดกุม ระวัง จะเกิดปัญหาให้ปวดหัวภายหลังจากที่ปรากฏเป็น “ภาษาไทย” ยากที่จะไม่ให้เข้าใจว่าไทยพร้อมเปิดด่านรับการส่งตัว “ผู้ป่วยเขมร” เข้ามารักษา!จึงอยากรู้ว่า “ภาษากลาง” ที่ใช้ร่างข้อตกลงร่วม“ใช้คำอย่างไร” ที่สื่อความหมายตรงตามโฆษกแถลง?เรื่อง “เปิดด่าน” นี่ ต้องย้ำว่า…เป็นเรื่องสำคัญชนิด “คอขาดบาดตาย” สำหรับคนไทยสิ่งที่คนไทยชะเง้อรอไม่ได้รอสันติภาพกับเขมรแต่รอว่า…เมื่อไหร่ “รอบ ๓” จะมาซักที (วะ)!ไม่มีคำว่า “เมตตา-สงสาร” จากคนไทยกับเขมรเพราะยื่นมือไปลูบหัวตอนซมซานมาพึ่งทีไรพอมีแรง….มันแว้งกัดมือที่ลูบหัวด้วยสงสารทุกครั้งไปหมา-แมว ยังเลี้ยงเชื่อง แต่เขมร ไม่เคยเชื่องฉะนั้น ห้ามใจอ่อน “เปิดด่าน” กับเขมรเด็ดขาดเห็นเขมรมันโพสต์เมื่อวานว่า…ตั้งแต่ปิดด่านมา ๑ ปี มันมีความสุขมาก!ฉะนั้น ก็ให้มันสุขของมันไปมุดช่องทางธรรมชาติเข้ามานั่งขอทานสยามสแควร์ตอนไหน จับใส่กรงไปแขวนยอดไม้ ให้มันขอทานกับรุกขเทวดาจะได้เป็นสุขยิ่งๆ ขึ้น!พูดถึงข้อตกลงร่วม “ไทย-เขมร” เมื่อ ๒๗ ก.ค.นี้เยี่ยมที่สุด คือที่ “ไทย-เขมร” ยึดมั่น…“ปฏิบัติงานตามบันทึกข้อตกลงการหยุดยิง เมื่อวันที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๖๘”คือ…“ให้ทั้งสองฝ่ายยังคงกําลังทหารในพื้นที่ระดับปัจจุบัน โดยต้องไม่มีการเคลื่อนย้ายหรือเสริมกําลังเพิ่มเติมเข้าหากัน”ปรากฏว่า ณ ๒๗ ธันวา.๖๘ทหารกองทัพภาคที่ ๑ และกองทัพภาคที่ ๒ ยึดคืนดินแดนกลับมาจากเขมรได้มากกว่า ๑๓,๐๐๐ ไร่!ตามข้อตกลง “ห้ามเคลื่อนย้าย” กำลังทหารอยู่ตรงไหน ก็ให้อยู่ ณ ตรงนั้นไทยก็เคร่งครัดเต็มที่แต่รัฐมนตรีต่างประเทศเขมรร้องทวงคืนน่ารำคาญแบบนี้ต้องยื่น “กล้วย” ให้ซักหวีบางทีปากจะหุบ!.-เปลว สีเงิน๓๑ กรกฎาคม ๒๕๖๙คนปลายซอย
‘เปิดด่านรับคนป่วย’
by
Tags: