">วันที่ 1 ส.ค. 2569 นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน กล่าวในรายการประเทศไทยต้องมาก่อน โดยประเมินสถานการณ์ว่า ขณะนี้พรรคภูมิใจไทยถูกมรสุมการเมืองรุมขยี้หนักหน่วงขึ้น จนนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เครียดกับปัญหาต้องออกมาฟาดกลับทุกเรื่องที่ประเดประดังเข้าใส่อย่างไรก็ตาม การฮั้ว สว.ที่ถาโถมใส่นายกฯ นั้น ตนเชื่อว่า โอกาสที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไม่ส่งคดีฟ้องศาลฎีกาแทบไม่มีความเป็นไปได้เลย เพราะจะถูกสังคมรุมยำเละเทะสิ่งสำคัญการเปิดข้อมูลของฝ่ายไอลอว์กับพรรคประชาชน (ปชน.) ล้วนเป็นข้อเท็จจริงที่อยู่ในสำนวนตรวจสอบของ กกต.ทั้งสิ้น และไม่ใช่ข้อมูลใหม่ ส่วนใครส่งข้อมูลให้เปิดเผยนั้น กกต.ต้องไปสืบหาและว่ากันเอง"ขณะนี้แต่ละฝ่ายล้วนมีข้อมูล (ฮั้ว สว.) เดียวกันกับ กกต.มี เหมือนการออกแบบให้ถือมีดคนละเล่มแล้วเดินจ้วงแทงกัน ดังนั้น ถ้าสถานการณ์ลากให้มีอันเป็นไปแล้ว จะกี่คนก็ตาม หรือหมดทั้งกระดานก็ตาม กกต. ย่อมจะอยู่กันง่ายๆ ได้ เพราะเมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไป จะอธิบายแต่ละเรื่องอย่างไง ซึ่งแต่ละคนก็มีของ (ข้อมูล) แล้วจะบริสุทธิ์ทุกฝ่ายเป็นไปไม่ได้เลย"อีกทั้งกล่าวว่า วิกฤตสถานการณ์ขณะนี้ล้วนรุมทั้ง กกต.และรัฐบาลหนักขึ้น โดยเฉพาะปัญหาคดีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งปี 69 ซึ่งศาล รธน.ต้องวินิจฉัย ขณะที่การโกงสอบรับราชการท้องถิ่นลุกลามลากอดีตอธิบดีส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) มาเกี่ยวข้องแล้ว ความตรึงเครียดจะเพิ่มขึ้นและจะช่วยกันไม่ได้ ดังนั้น การสังคายนาระบบราชการใหม่จึงต้องกระทำอย่างยิ่งอย่างไรก็ตาม สถานการณ์ที่เปราะบางขณะนี้ เริ่มไปสู่การเรียกร้องปรับ ครม. และขบวนการเสี้ยมต่างๆ ยิ่งจะมีรายละเอียดมากยิ่งขึ้น ดังนั้น แต่ละเรื่องต้องออกแบบจัดการให้ตรงกับความรู้สึกของคน ถามว่ายากหรือไม่ ก็ไม่ยาก แต่ต้องตัดใจจัดการ เพราะโดนกันแบบฉกาจฉกรรจ์ เมื่อมีคนไปทำลักษณะทำร้ายชาติ เอาไว้ก็ไม่ได้ ส่วนความรู้สึกส่วนตัวระหว่างใครกับใครนั้นก็เป็นอีกขั้นตอนหนึ่งนายจตุพร กล่าวว่า ขณะนี้แต่ละฝ่ายต้องคิดว่า จะมวยล้มต้มคนดูไม่ได้ แต่ถ้าตัดสินใจอะไรได้ต้องเจ็บกันบ้างเพื่อรักษาระบอบกันไว้ ดังนั้น วิกฤตศรัทธาที่มีต่อองค์กรอิสระไม่ใช่มีเฉพาะ กกต. แต่หลายองค์กรยิ่งมีสูงมาก ซึ่งในแต่ละเรื่อง ถ้าอยู่ในมือใครให้ทำหน้าที่“กกต. เรื่องฮั้ว สว. ทำนาน 2 ปีแล้ว ปปช.ก็ช้ามาตลอดจนเป็นปัญหา สตง.นับแต่อาคารถล่มคนก็ด่าทุกวัน จนต้องเงียบสนิท วิกฤตศรัทธาเหล่านี้คนไม่สลบายใจ สิ่งสำคัญ การจัดการกับสอบ สถ. เป็นอำนาจของรัฐอย่างหมดจด เมื่อถึง ปปช.ต้องเรียกร้องให้รีบทำหน้าที่ ในท่ามกลางความเดือดร้อนถ้ามีการปราบในสิ่งที่คนไม่สบายใจแล้ว คนอาจจะลืมความหิวไปก็ได้ เรื่อง สว. กกต.ก็ต้องทำตามเนื้อผ้า”พร้อมทั้งกล่าวว่า ขณะนี้ ถ้าใช้ความจริงมาแก้ไขปัญหาได้ รัฐบาลก็ไปต่อได้ ข่าวดีลโมนาโก ก็ไม่มีความจำเป็นต้องไปดีลถึงนั้น เพราะยิ่งในกระทรวงเกษตร พรรคเพื่อไทยไปกวาดล้างในส่วนของพรรคกล้าธรรมย่อมไม่สมเหตุสมผลอยู่แล้วส่วนความแตกแยก 2 น. 1พ. หรือซ้อต่าย-นางกรุณา ชิดชอบ โพสต์นั้น รัฐบาลย่อมรู้จะจัดการควาสัมพันธ์อย่างไร ซึ่งเป็นเรื่องปกติ แต่เรื่องเร่ซื้อ-ขายตำแหน่งราชการท้องถิ่น การฮั้ว สว. และจะเปลี่ยนคุณสมบัติบัตรคนจน ล้วนเป็นความเปราะบางและหนักหน่วงของรัฐบาลทั้งสิ้นดังนั้น เรื่องราวเหล่านี้ล้วนถาโถมใส่รัฐบาล นายกฯ ก็เครียด จึงออกมาฟาดเอง ตอบโต้กลับแทบทุกเรื่องแล้ว ทั้งที่บางเรื่องไม่จำเป็นต้องฟาดกลับ ต้องมีมือมาฟาดแทนบ้าง ซึ่งนายกฯ ควรทำในลักษณะที่เป็นคุณเสียมากกว่า พระเดชควรใช้ในเรื่องการบริหาร“บางเรื่องมีคนตอบโต้แทนบ้าง ถ้าลงมาชกทุกเวทีมันไม่ได้ มันเอากันไม่ทันต้องเลือกในการตอบโต้ ไม่จำเป็นเป็นต้องโต้ทุกเรื่อง บางเรื่องให้คนมากระทืบแทนบ้าง ไม่ใช่ตัวเองต้องไปปากซอยทุกวัน”
“จตุพร” ชี้ “นายกฯอนุทิน” เครียด ! ยืนโต้ทุกปัญหา ฟาดกลับทุกคน เชื่อ กกต.ส่ง “คดีฮั้ว สว.” ฟ้องศาลฎีกา
by
Tags: