ภาพจากเฟซบุ๊ก โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรีศิษย์เก่าโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี โพสต์หลังเหตุยิงในโรงเรียน เล่าประสบการณ์เมื่อเกือบ 20 ปีก่อน อ้างเคยถูกรีดไถ ขโมยของ ขังและทำร้ายร่างกาย พร้อมระบุเคยร้องขอความช่วยเหลือแต่ไม่ได้รับการแก้ไข ย้ำไม่ได้โพสต์เพื่อ “ฟอกขาวผู้ก่อเหตุ” แต่ต้องการชี้ให้เห็นถึงต้นตอของปัญหาและการถูกละเลย8 สิงหาคม 2569 – ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “อัคคีรัศม์ การณมรณกิเลส” โพสต์ถึงเหตุการณ์ยิงในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี จนครูและนักเรียนเสียชีวิตว่า“สวัสดี เราเป็นศิษย์เก่าโรงเรียนที่มีเหตุ #กราดยิง เรามีความจริงด้านหนึ่งจะมาเล่าให้ฟังเมื่อเกือบยี่สิบปีที่แล้ว ช่วงประมาณ ม.2-3 เรามีประสบการณ์เลวร้าย ไม่ต่างอะไรกับผู้ก่อเหตุ เราถูกรีดไถเงินโดยกลุ่มเด็กเกเรนับครั้งไม่ถ้วน ของส่วนตัวต่างๆ ของเราถูกขโมย เอาไปทิ้ง/ซ่อน เราถูกขังไว้ในห้องเรียน/ห้องน้ำหลายครั้งเราถูกเพื่อนเกือบทั้งห้องแบน เนื่องจากเราไปช่วยครูขนของมาเตรียมสอน ในวิชาที่คนส่วนใหญ่เกลียด เราถูกรุมด่าอย่างหยาบคายต่อหน้าครู แน่นอนว่า ครูนิ่งเฉยเราถูกทำร้ายร่างกายโดยการกดลงพื้นแล้วกระทืบ ต่อหน้านักเรียนครึ่งระดับชั้น หลายครั้งที่ร้องขอความช่วยเหลือ ทั้งครูประจำชั้นหรือครูฝ่ายปกครอง กลับไม่เคยได้รับการช่วยเหลือเราพยายามต่อสู้ป้องกันตัว จนเข้าห้องปกครอง กลายเป็นว่า เราเป็นฝ่ายผิด ผิดที่ป้องกันตัวเอง?เราถูกครูคณิตคนหนึ่งเกลียดเข้าไส้ เพราะเราป่วย ไม่ค่อยได้ไปโรงเรียน เลยทำให้ไม่ได้ส่งงาน เราถูกครูคณิตคนนั้นตีซ้ำๆ จนเป็นแผลหลายแห่ง จนไม่สามารถนั่งเรียนปกติได้ด้วยซ้ำเราถูกหักคะแนน แก้คะแนนที่เคยให้ไปแล้วให้ลดลง เนื่องจากเป็นชื่อเรา เราเคยถูกฟาดในขณะเข้าแถวอย่างแรง เป็นแผลที่สะบักเป็นแนวยาว นางบอกว่า หมั่นไส้เรามีคะแนนเก็บและสอบรวมกันเกิน 50 ไม่ติด 0 แต่นางก็ยังกดคะแนนให้ 0 ทั้งๆ ที่วิชาอื่นเกรด 4 เมื่อติด 0 แล้ว นางไม่ยอมให้เราแก้เกรด ต้องไปรายงานครูหัวหน้าภาควิชาคณิตศาสตร์เราถูกครูคณิตคนนั้น ‘ตามมาด่าถึงหน้าบ้าน’ ด่าทั้งเราและแม่ เนื่องจากเรารายงานสิ่งที่นางทำให้กับครูหัวหน้ากลุ่มสาระคณิตฯเรื่องที่นางทำ และที่มาด่าถึงหน้าบ้านถูกปกปิด ไม่เคยไปถึงผู้ใหญ่ในโรงเรียน ไม่มีโทษทางวินัย ครูที่ปรึกษาประจำชั้นพยายามเข้ามาช่วย แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น พร้อมทั้งบอกว่า เด็กมีเรื่องกับครูไปก็ไม่คุ้มอาการของโรคซึมเศร้าของเรารุนแรงขึ้น จนไปเรียนไม่ไหว พอกลับไปก็ถูกด่าเรื่องขาดเรียนบ่อย โดยไม่มีการถามเหตุผล แม่เราเห็นว่า อาการของเราไม่ไหวแล้วจึงพาไปลาออก ไม่ต้องไปเรียนแล้วผอ.ในสมัยนั้น (ปัจจุบันนี้ออกข่าวว่าเข้าคุกไปแล้ว) ไม่ยอมให้เราลาออก เนื่องจากเราเป็นเด็กกิจกรรม สร้างชื่อเสียงให้โรงเรียนมีการเรียกประชุมครูแนะแนวทั้งโรงเรียน ซึ่งมีอยู่ 4 คน เพื่อหาทางออกและช่วยเหลือเรา แน่นอน… ไม่มีทางช่วยใดๆในเมื่อ ผอ.ไม่ให้ลาออก เราก็ไม่ไปโรงเรียนอีกเลย ขนาดไม่ไปโรงเรียนแล้ว ยังมีการปล่อยข่าวลือว่า เราไม่มาโรงเรียนเพราะอกหัก มีคนไม่รับรัก ทั้งๆ ที่เราไม่เคยมีความรักด้วยซ้ำในตอนนั้น เรามีความรู้สึกเกลียดชังทุกคน เกลียดทั้งพวกบูลลี่ เกลียดครูที่นิ่งเฉย เกลียดทุกคนที่รับรู้ทุกอย่างแต่ไม่ทำอะไรเลย ถึงขนาดที่เราคิดจะพกมีดติดตัว เพื่อปกป้องตัวเองแต่โชคดีที่ตอนนั้น เราไม่มีความกล้าพอ ไม่งั้น เราคงเป็นผู้ก่อเหตุอีกคน เมื่อยี่สิบปีก่อนแน่ๆสิ่งที่หลงเหลืออยู่ทุกวันนี้ คือ โรคซึมเศร้าขั้นรุนแรง ที่ทำลายชีวิตเราไม่เหลือชิ้นดี และตามหลอกหลอนเราถึงทุกวันนี้ แค่จะเขียนโพสต์นี้ มือสั่น ใจสั่น เหมือนเรื่องราวในอดีตจะหวนกลับมาปัจจุบัน เราเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล ลบอดีตทุกอย่างทิ้ง เลิกติดต่อกับทุกคนที่รู้ตัวตนของเรา ว่าเราคือใครเรารักโรงเรียนนี้นะ แต่ก็เกลียดคนที่นี่เข้าไส้เช่นกัน ไม่คิดเลยว่า… ที่นี่ก็ยังคงเป็นเหมือนเดิม…EDITไม่ได้โพสต์เพื่อฟอกขาวผู้ก่อเหตุ แต่กำลังชี้ให้เห็นถึงต้นตอของปัญหา และการถูกละเลยจากคนที่เรียกตัวเองว่า ครูโดยเฉพาะโรงเรียนที่เกิดเหตุ ที่แม้จะพัฒนาไปมาก แต่การดูแลและปกป้องนักเรียนที่ถูกทำร้าย ยังเละเทะเหมือนเดิม 20 ปี ไม่เคยเปลี่ยนแปลง”
ศิษย์เก่าเทพศิรินทร์ นนทบุรี เปิดแผลอดีตถูกบูลลี่ ‘ยังเละเทะเหมือนเดิม 20 ปีไม่เคยเปลี่ยน’
by
Tags: