‘ยกเลิกแบงก์ใบละพัน’

ใครรู้ตัวว่าจนถอยไป!เพราะวันนี้ จะคุยกะคนรวยโดยเฉพาะในงานเสวนา "The INTANIA Forum" ที่หอประชุมคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ เมื่อ ๓๑ ก.ค.๖๙ นั่นแหละครับต่อหน้า “นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) “คุณวิทัย รัตนากร” ขึ้นบรรยายพิเศษโดยกางตัวเลขที่ไม่รู้ว่าจะ “ดีใจ” หรือ “เจ็บใจ” ออกมาแบให้เห็นกันจะจะผมจะนำที่เขาสรุปเป็นข่าวไว้มารีวิวให้อ่านกันอีกที ดังนี้ท่านผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ บอกว่า๑.เมืองไทยไม่ได้ขาดเงิน… แต่เงินไหลไป "ผิดที่"!ปัจจุบัน ธปท.ดูดซับสภาพคล่องในระบบไว้สูงถึงวันละ ๕-๖ ล้านล้านบาท“ไทยไม่ได้ขาดเงินทุนเลย” แต่เงินทุนที่ว่านั้นกว่า ๗๕% กระจุกตัวอยู่แค่ในกลุ่ม "ธุรกิจขนาดใหญ่"สวนทางกับ “สินเชื่อ SME” ที่หดตัว“ติดลบ” ติดต่อกันยาวนานถึง ๑๕ ไตรมาส!ที่น่าตกใจคือแม้แต่ SME เกรด A ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ๓๐% แรกของประเทศ ยังเข้าถึงสินเชื่อได้เพียง ๒๑% เท่านั้นเทียบกับ “รายใหญ่” ที่เข้าถึงได้ถึง ๖๓%!ดอกเบี้ยมหาโหด:SME ที่มีประสิทธิภาพต้องแบกรับดอกเบี้ยเฉลี่ยสูงถึง ๗.๘%ในขณะที่ทุนใหญ่จ่ายดอกเบี้ยเพียง ๓.๙%เท่ากับว่า “ธุรกิจเล็ก”ถูกจำกัดโอกาสในการเติบโตตั้งแต่ต้นน้ำ2.ทางรอด:รัฐเตรียมสร้าง "ฐานข้อมูลใหญ่" ปลดล็อกกู้เงินธปท.ได้จับมือกับกระทรวงการคลังเตรียมลุยระบบ “สแกนผู้กู้” แบบใหม่ที่ไม่ใช่แค่ "เครดิตบูโร" เดิมๆดึงข้อมูล Statement, ค่าน้ำ, ค่าไฟและข้อมูลทางเลือกอื่น มาประเมินศักยภาพจริงเพื่อช่วยให้ SME และรายย่อยที่มีวินัยแต่ไม่มีหลักประกัน สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้ในต้นทุนดอกเบี้ยที่ “ถูกลง” และ “เป็นธรรม” ขึ้น๓.แฉ "ทุนเทา-เงินนอกระบบ" สูบเลือดเศรษฐกิจไทย!ผู้ว่าฯ ธปท.เผย….สถิติสุดอึ้งของ “เศรษฐกิจสีเทา” ที่เป็นตัวฉุดรั้งประเทศไทยมีขนาดเศรษฐกิจ “นอกระบบ” ใหญ่เป็น“อันดับ ๑๔ ของโลก”!โดย ๙-๑๓% เป็นเศรษฐกิจสีเทา ทำให้รัฐเก็บภาษีไม่ได้แบงก์พันรุ่นเก่าหายปริศนา:พบ “ธนบัตรใบละ ๑,๐๐๐ บาท” รุ่นเก่าหายไปจากระบบสูงถึง ๑.๔ แสนล้านบาท!?จน ธปท.ต้องสั่งเกณฑ์ใหม่“ใครเบิกเงินสดเกิน ๕ ล้านบาท/เดือน ต้องแจ้งเหตุผล”สกัดปมเทรดทอง:หลังออกเกณฑ์ “สแกนการถอนทองแท่ง” และการเทรดทองล่วงหน้า ยอดถอนทองที่น่าสงสัยร่วงฮวบจากเกือบ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท/เดือนเหลือเพียง ๒,๕๐๐-๓,๐๐๐ ล้านบาทUSDT (สกุลเงินดิจิทัลประเภท Stablecoin) และบัญชีม้า: พบธุรกรรมสงสัยในคริปโตฯ USDT สูงถึง ๔๐%(มูลค่ากว่า ๒.๕ แสนล้านบาท ใน ๕ เดือน)ส่วนใหญ่เป็นการ “โอนเงินหนีระบบ”และ “สั่งปิดบัญชีม้า” กับเงินพนันไปแล้วกว่า ๒,๕๐๐ บัญชีหากประเทศไทย ยังคงจัดสรรทรัพยากรผิดทางปล่อยให้เงินโตแค่กับทุนใหญ่และปล่อยให้ “ทุนเทา” สูบเงินออกจากระบบเศรษฐกิจไทยก็จะโตต่ำกว่าศักยภาพแบบนี้ต่อไปการ “ผ่าตัดใหญ่”เพื่อส่งเงินทุนไปถึง SME ที่มีประสิทธิภาพจริงจึงเป็น “โจทย์ด่วนที่สุด” ของประเทศตอนนี้นี่เป็น “บทสรุป” ของท่านผู้ว่าฯ ธปท. “วิทัย รัตนากร”ครับ…..หลังจากท่านผู้ว่าฯ ธปท.วิทัย “ปอกเปลือก” ระบบทุนให้เห็นเนื้อแท้ว่า “เงินเทา” ที่อยู่นอกระบบโตกว่าเงินทุนในระบบที่กระจุกตัวอยู่เฉพาะ “กลุ่มทุนใหญ่” เท่านั้นแล้วตอนนี้ ก็มีข่าวต่อเนื่องออกมาในลักษณะ“ข้อมูลจริง” ผสม “ข่าวลือจริง”ข่าวนี้ น่าจะทำให้เศรษฐี “ห้องเย็นเงินสด” ร้อนเป็นพิเศษคือตามข้อมูลท่านผู้ว่าฯ ธปท.วิทัยมีธนบัตรชนิดราคา ๑,๐๐๐ บาท จำนวน ๒ รุ่นซึ่งมีอายุราว ๒๐-๓๐ ปีมูลค่ารวมประมาณ ๑๔๐,๐๐๐ ล้านบาท“หายไป”!?และไม่ไหลกลับเข้าสู่ระบบการเงินตามปกติมาตรการหนึ่งที่น่าสนใจและคาดว่าจะสามารถนำมาดัดหลัง-พวกทุนเทาพวกรวยเงินคอร์รัปชัน และ-พวกธุรกิจผิดกฎหมายคือ การยกเลิกธนบัตร หรือ “Demonetization”มาตรการที่รัฐบาลหรือธนาคารกลางอาจนำมาใช้โดยประกาศให้ธนบัตรบางชนิดหรือบางมูลค่า“สิ้นสภาพการเป็นเงินที่ใช้ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย”อย่างไรก็ตาม อาจกำหนดระยะเวลาให้ประชาชนนำธนบัตรเดิมไปแลกเป็นธนบัตรใหม่หรือนำเข้าฝาก “ผ่านระบบธนาคาร”มุ่งเป้า “ล้างเงินนอกระบบ-ทุนเทา-คอร์รัปชัน”มาตรการนี้ ต่างจากการออกธนบัตรรุ่นใหม่ตามปกติเพราะ Demonetizationมุ่งทำให้ธนบัตรเดิมที่ประชาชนถืออยู่“มีวันหมดอายุการใช้งาน”หากไม่นำมาแลกหรือฝากภายในเงื่อนไขที่กำหนดเงินดังกล่าว….“จะไม่สามารถนำไปใช้ซื้อสินค้า ชำระหนี้ หรือหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจได้อีก”ในเชิงนโยบาย Demonetizationสามารถใช้เป็นเครื่องมือจัดการ “เงินนอกระบบ” ได้โดยเฉพาะเงินสดจำนวนมาก ที่ซ่อนอยู่ “นอกระบบธนาคาร”ไม่ว่าจะเป็นเงินจากการคอร์รัปชัน ทุนเทาธุรกิจผิดกฎหมายเงินที่หลบเลี่ยงภาษี เงินฟอก หรือแม้แต่ธนบัตรปลอมเป็นการบีบเงินเทา-ผิดกฎหมาย “ออกจากที่ซ่อน” ก่อนตรวจกลไกสำคัญคือ เมื่อรัฐประกาศ “ยกเลิกธนบัตรเดิม”ผู้ที่ถือเงินสดจำนวนมากจะเหลือทางเลือกไม่มากนักระหว่างปล่อยให้เงินดังกล่าวหมดมูลค่าหรือนำเงินเข้าสู่ระบบธนาคารเพื่อแลกหรือฝากจุดนี้เอง ที่กระบวนการตรวจสอบเริ่มขึ้น เพราะการนำเงินก้อนใหญ่เข้าระบบ ย่อมทำให้เกิดร่องรอยทางการเงินและอาจนำไปสู่การตรวจสอบตัวตน แหล่งที่มาของเงิน ภาระภาษี หรือความเชื่อมโยงกับธุรกรรมผิดกฎหมายส่วนธนบัตรปลอมผลกระทบจะตรงไปตรงมายิ่งกว่าเพราะทันทีที่ธนบัตรรุ่นเดิมถูกยกเลิก ธนบัตรปลอมที่เลียนแบบรุ่นนั้น จะหมดช่องทางการนำกลับมาใช้หมุนเวียนขณะที่การนำไปแลกผ่านธนาคารก็มีโอกาสถูกตรวจพบได้ง่ายขึ้นอย่างไรก็ตาม Demonetization ไม่ได้หมายความว่า“เงินผิดกฎหมายจะหายไปทั้งหมด”เพราะผู้ถือเงินอาจพยายามกระจายเงินผ่านบุคคลอื่นซื้อสินทรัพย์ เปลี่ยนเป็นทองคำ เงินตราต่างประเทศหรือหาวิธีนำเงินเข้าระบบผ่านช่องทางต่างๆ ก่อนมาตรการมีผลเต็มที่อย่างไรก็ตาม Demonetization เปรียบเสมือน “ยาแรง”ที่สามารถบังคับให้เงินสดจำนวนมหาศาลกลับเข้าสู่สายตาของรัฐได้ในเวลาอันรวดเร็วแต่แลกมาด้วยต้นทุนทางเศรษฐกิจสูงรัฐบาลต้องมีมาตรการรับมืออย่างรัดกุม โดยไม่ทำให้เงินในมือประชาชนทั่วไปขาดสภาพคล่องได้นอกจากนี้ยังต้องมีระบบธนาคาร ระบบพิสูจน์ตัวตนรวมถึงมาตรการตรวจสอบธุรกรรมที่แข็งแรงเพียงพอ มิฉะนั้น เงินผิดกฎหมาย อาจเพียงเปลี่ยนช่องทางแทนที่จะถูกกำจัดอินเดียเคยใช้ยกเลิกแบงก์ใหญ่ข้ามคืนมาแล้วรัฐบาลนายกรัฐมนตรี “นเรนทรา โมดี”ประกาศให้ธนบัตร ๕๐๐ และ ๑,๐๐๐ รูปีรุ่นเดิมสิ้นสภาพการเป็นเงินที่ใช้ชำระหนี้ได้ตามกฎหมายรัฐบาลอินเดียให้เหตุผลว่าต้องการจัดการกับเงินดำ การหลบเลี่ยงภาษี ธนบัตรปลอมเงินที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมผิดกฎหมายและการสนับสนุนการก่อการร้ายพร้อมเปิดทางให้ประชาชนนำธนบัตรเก่าไปฝากหรือแลกผ่านระบบธนาคารภายในช่วงเวลาที่กำหนดบทเรียนอินเดีย ไม่ใช่แค่เรียกเงินกลับแต่ต้องตามให้ถึงเจ้าของหลักคิดคือผู้ที่ถือเงินสุจริตสามารถนำเงินเข้าธนาคารได้ตามปกติ ขณะที่ผู้ซ่อนเงินสดจำนวนมาก ที่ไม่สามารถอธิบายที่มาได้จะต้องตัดสินใจว่า จะยอมเสียเงินก้อนนั้นหรือยอมนำเข้าสู่ระบบจนเกิดร่องรอยให้รัฐตรวจสอบกรณีอินเดียก็กลายเป็นบทเรียนสำคัญของโลกที่สะท้อนว่า Demonetizationสามารถใช้เป็นเครื่องมือ “บังคับเปิดหน้าเงินสด” ได้จริงแต่การจะดัดหลังอาชญากร เงินเทา หรือขบวนการเงินปลอมให้ได้ผล รัฐก็เตรียมพร้อมการตรวจสอบ“เงินที่กลับเข้าระบบด้วยว่ามาจากไหน และเป็นของใคร”?…………………………………….ทั้งหมดนี้ เป็นข้อมูลจริง ที่ท่านผู้ว่าฯ ธปท. “วิทัย รัตนากร” บรรยายส่วนเรื่องที่ว่า อาจจะยกเลิกธนบัตรชนิดราคา ๑,๐๐๐ บาท “รุ่นเก่า” นั้น เป็นหนึ่งในแนวคิด-แนวทางที่จะบีบให้ “เงินเทา”จากนักการเมือง นักการพนัน นักค้ายา นักค้าของเถื่อน ข้าราชการคอร์รัปชัน และธุรกิจผิดกฎหมายรวมถึงตามวัดวา บางแห่งเก็บเงินสดไว้ที่วัดเป็นล้านๆการที่จะให้เงินเหล่านี้ไหลกลับเข้าระบบ ก็มีทางเดียวประกาศ “ยกเลิกธนบัตรใบละ ๑,๐๐๐ บาท “รุ่นเก่า”ใครเก็บไว้ ให้เอาออกมาแลกธนบัตรรุ่นใหม่ได้ ภายในกำหนด “เท่านั้น-เท่านี้” วันครบกำหนดแล้ว ใครไม่เอามาแลกหรือเอามาฝากแบงก์กลายเป็น “แบงก์กงเต๊ก” ทันที!และคนที่เอามาแลกหรือฝากแบงก์เป็นร้อย-เป็นพันล้าน ก็ต้องตอบที่มาของเงินให้ได้ด้วยพวกเก็บเงินสดที่ได้มาจากทุจริตคอร์รัปชัน จากค้ายา ค้าของเถื่อน จะซวยก็ตรงนี้แหละไปแลกหรือฝากแบงก์ มีสิทธิ์ได้ดอกเบี้ยเป็นคุก!ถ้าไม่กล้าเอาไปแลก-ไปฝากแบงก์เงินสดที่เต็มเซฟ เต็มห้องลับ กลายเป็น “แบงก์กงเต๊ก” ทันที!ถ้าข่าวลือนี้เป็นความจริงละก็ถือเป็นการ “ดัดหลัง” นักการเมือง-ข้าราชการคอร์รัปชัน นักค้าของเถื่อน ค้ายาเสพติด ที่แสบสันสุดบรรยายแต่ผมเสนออีกทาง“แบงก์พาณิชย์” ที่รวยกันสะดือปลิ้น แบงก์ชาติควรออกกฎว่า แต่ละแบงก์พาณิชย์ต้องปล่อยเงินกู้ให้ SME เป็นจำนวน…..เปอร์เซ็นต์ จากยอดเงินฝากด้วย!ว่ากันตรงๆ…ผมก็ชอบนะดัดหลัง “เศรษฐีห้องเย็นเงินสด” ด้วยการประกาศ “ยกเลิก” ธนบัตรฉบับละ ๑,๐๐๐ บาท “รุ่นเก่า” ทั้งหมดเพราะเท่ากับเอกซเรย์ นักการเมืองเทา,เศรษฐีเทา,พ่อค้าเทา,ข้าราชการเทา ไปในตัว!-เปลว สีเงิน๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๙คนปลายซอย


Posted

in

by

Tags: