กลายเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจ สำหรับกรณีที่นักการเมืองซึ่งเป็นอดีตรัฐมนตรี ก่อเหตุตบบ้องหู รองผู้กำกับการ สภ.ทุ่งใหญ่ นครศรีธรรมราช ในงานศพแม่ของนักการเมืองท้องถิ่นรายหนึ่ง ต่อหน้านักการเมืองและผู้นำท้องถิ่นจำนวนมาก โดยมีการอ้างว่าสาเหตุมาจากความไม่พอใจที่นายตำรวจรายดังกล่าวไม่ช่วยหาเสียง เหตุเกิดเมื่อวันที่ 8 ส.ค.ที่ผ่านมา ท่ามกลางการวิพากษ์วิจารณ์ถึงศักดิ์ศรีของตำรวจภายหลังนายชัยชนะ เดชเดโช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้ออกมาปฏิเสธข่าวนี้ โดยยืนยันว่าตนเองกับรองผู้กำกับฯ คนที่เป็นข่าว มีความเคารพกันมานาน ภรรยาของรองผู้กำกับฯ ก็เป็นญาติกัน ส่วนข่าวที่ออกมานั้น ไม่ทราบว่ามาจากไหน ซึ่งในงานศพที่ถูกระบุถึง มีการพูดจาทักทายกัน นั่งทานข้าวด้วยกัน โดยไม่มีอะไรผิดปกติ แต่ยอมรับว่าเรื่องนี้สามารถมองเป็นเรื่องทางการเมืองได้ เพราะที่ผ่านมาก็ถูกดิสเครดิตทางการเมืองในลักษณะนี้มาตลอด แต่สุดท้านก็สามารถพิสูจน์ได้ว่าไม่เป็นความจริงมีรายงานว่าเมื่อช่วงสายที่ผ่านมา (13 ส.ค.69) นายชัยชนะได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาแล้ว หลังพล.ต.ต.พรชัย ขจรกลิ่น รอง ผบช ภ 8 รรท ผบก.จ.นครศรีธรรมราช พร้อมด้วย ฝ่ายสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 ลงพื้นที่ไปรวบรวมพยานหลักฐาน พร้อมสอบปากคำพยานในที่เกิดเหตุแล้ว ทราบว่ารองผู้กำกับฯ และญาติไปร่วมงานศพมารดานายกเทศบาลตำบลปริก โดยขณะเกิดเหตุเวลา 23.30 น. รองผู้กำกับฯ ได้นั่งอยู่กับ นายชัยชนะ และมีปากเสียงจนทำร้ายกันด้านพ.ต.อ.พงศ์พิชาญ ชยานนท์พิริยะ ผู้กำกับการ สภ.ทุ่งใหญ่ เปิดเผยว่าก่อนหน้านี้ได้สอบถามรองผู้กำกับฯ เบื้องต้นเจ้าตัวมองว่าเป็นการหยอกกันจึงไม่ติดใจจะแจ้งความ แต่ในทางกฎหมายอาจเข้าข่ายทำร้ายร่างกาย เพราะมีการตบหน้า 1 ที ซึ่งได้แจ้งให้รองผู้กำกับฯ ทราบว่า หากให้การไม่ตรงตามความเป็นจริงจะเดือดร้อน รองผู้กำกับฯ จึงได้แจ้งความในความผิดฐาน ทำร้ายร่างกายไม่ถึงกับได้รับบาดเจ็บ ซึ่งเป็นความผิดลหุโทษขณะที่ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติและโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า กฎหมายต้องเป็นกฎหมาย ไม่มีข้อยกเว้น กรณีมีการกล่าวอ้างถึงบุคคลหลายฝ่าย และมีความกังวลว่าจะมีการช่วยเหลือหรือแทรกแซงทางคดีนั้น ตนเองได้รับทราบเรื่องแล้ว และได้โทรศัพท์กำชับรักษาราชการแทนผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราชให้กำกับดูแลการดำเนินคดีอย่างใกล้ชิด ยืนยันว่าเรื่องนี้ ผบ.ตร.ได้กำชับให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา ยึดข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเป็นหลัก ขณะนี้จึงขอให้พนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐาน ตรวจสอบข้อเท็จจริง และดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างครบถ้วน หากพยานหลักฐานไปถึงบุคคลใด ก็ต้องดำเนินการกับบุคคลนั้นตามกฎหมาย ไม่มีการละเว้น ไม่มีสิทธิพิเศษ และไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย
อดีต รมต. ดอดรับทราบข้อกล่าวหาตบบ้องหู “รอง ผกก.” ตร.ยันไม่มีมวยล้ม
by
Tags: