จับตา! ปฏิกิริยา ภท. หลัง ‘ทักษิณ’ ขยับ กดทับ ‘อนุทิน’

21 ส.ค. 2569 – นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิปและข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "ทักษิณขยับ กดทับอนุทิน?" โดยระบุว่าเมื่อนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ขึ้นกล่าวปาฐกถาพิเศษในงานครบรอบ 30 ปี ของบริษัทโสมาภา อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) โดยได้แสดงวิสัยทัศน์เกี่ยวกับปัญหาเชิงโครงสร้างของประเทศไทย และภัยคุกคามในอนาคต พร้อมเสนอแนวทางแก้ไขในหลายประเด็น เช่น1.ภัยคุกคามและความมั่นคงยุคใหม่ ได้พูดถึงภัยสงครามโดรนและขีปนาวุธ รวมไปถึงความมั่นคงทางไซเบอร์ และปัญหายาเสพติดชายแดน2.เทคโนโลยี AI โครงสร้างแรงงาน ได้พูดถึงโครงสร้างองค์กรเปลี่ยนรูป ai เข้ามาเปลี่ยนองค์กรจากรูปปิระมิดเป็นรูปเพชร ซึ่งกระทบต่อเด็กที่จบใหม่ จะถูกเข้ามาแทนที่ด้วยเทคโนโลยี3.การปฏิรูประบบราชการและกฎหมาย ได้พูดถึงการนำ AI มาช่วยภาครัฐ เสนอให้ใช้ AI มาเพิ่มประสิทธิภาพและควบคุมอัตรากำลังพลของระบบราชการที่ใหญ่เกินไป สังคายนากฎหมายที่ล้าสมัยในการบริหารงาน ควรจะยกเลิกกฎหมายที่เป็นอุปสรรค และล้าสมัยในการบริหารงาน4.ด้านพลังงานและเศรษฐกิจ ได้พูดถึง การลดต้นทุนค่าไฟฟ้าเพื่อให้ค่าไฟฟ้าถูกลง ดึงดูดนักลงทุน เพิ่มการแข่งขันในภาคอุตสาหกรรม รวมถึงสร้างความเชื่อมั่น ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจ เมื่อประเทศมีหลักนิติธรรมที่เข้มแข็งประเด็นที่นายทักษิณได้กล่าวปาฐกถาบนเวที ถ้าใครได้ติดตามความเคลื่อนไหวของนายทักษิณ ในการแสดงวิสัยทัศน์ หรือกล่าวปาฐกถาในหลายเวที เนื้อหาไม่ได้แตกต่างกันมาก แต่ที่เหนือความคาดหมายคือ ก่อนหน้านี้นายทักษิณได้เก็บตัวเงียบ และไม่ได้แสดงวิสัยทัศน์ หรือมีท่าทีทางการเมืองมาก่อน และการขึ้นเวทีกล่าวปาฐกถาในครั้งนี้ ก็ไม่ได้มีการประชาสัมพันธ์ หรือเตรียมการ หรือมีเจตนาที่เผยแพร่ทางสื่อต่างๆ ซึ่งอาจจะเป็นความบังเอิญ หรือความไม่ได้จงใจ หรืออาจจะเป็นแค่การชิมลาง หรือเป็นการหยั่งกระแสว่า หลังจากพ้นโทษจากเรือนจำมาแล้ว เก็บตัวเงียบไปสักพักหนึ่ง และเมื่อได้ออกมาแสดงวิสัยทัศน์ทางการเมืองเช่นนี้ สังคมจะตอบรับหรือมีความคิดเห็นอย่างไร อาจจะต้องการที่จะเทสเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของสังคม หรือคอการเมือง หรือขาประจำทางการเมืองของนายทักษิณก็ได้แต่ที่กระทบไปยังรัฐบาล หรือตัวของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีโดยตรง นั่นก็คือ การแสดงวิสัยทัศน์เกี่ยวกับปัญหาและทิศทางในการบริหารประเทศของนายทักษิณ จะไปกดทับหรือบดบังบทบาทของนายอนุทิน ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีที่ไม่เคยแสดงวิสัยทัศน์เกี่ยวกับการบริหารประเทศ อย่างเด่นชัดมาก่อนเลย นับตั้งแต่การรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง นายอนุทินก็ไม่เคยขึ้นเวทีดีเบต หรือแสดงวิสัยทัศน์ใดๆ ทั้งสิ้นจึงทำให้เห็นว่าการเคลื่อนไหวของนายทักษิณ อาจจะไปกระทบหรือมีผลต่อความเชื่อมั่นทางการเมืองของนายอนุทิน ต้องจับตาดูกันว่า หลังจากการครั้งนี้แล้ว นายทักษิณจะขยับ หรือเดินหน้าปาฐกถาอีกหรือไม่ และจะมีเสียงตอบรับ หรือไม่พอใจบทบาทท่าทีของนายทักษิณในครั้งนี้ จากพรรคภูมิใจไทย หรือจากแกนนำรัฐบาล หรือจากครูใหญ่อย่างไรหรือไม่ เป็นเรื่องที่สังคมต้องเข้าจับตาดูกันต่อไป.


Posted

in

by

Tags: