เหลืออีก 2 เก้าอี้ “หัวหน้าส่วนราชการ”สำคัญ รอคณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง ซึ่งมีนัยสำคัญในทางการเมือง ตำแหน่งแรกคือ “ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี” อีกตำแหน่งคือ “ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม”ก่อนหน้านี้ 2 สัปดาห์ “ท็อป” วราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม เตรียมนำชื่อ "ปลัดปั้น" ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ที่ตนเองไม่ต่อวาระการดำรงตำแหน่ง เสนอเข้าที่ประชุม ครม.ให้มีมติโอนย้ายไปเป็น “ปลัดกระทรวงพลังงาน” แทนคนเก่าที่เกษียณอายุราชการ พร้อมทั้งจะเสนอชื่อ “ภาสกร ชัยรัตน์” รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ขึ้นดำรงตำแหน่งปลัดแทน แต่ปรากฎว่า วาระนี้ไม่สำเร็จ เมื่อเกิดข้อขัดข้องบางอย่างสาเหตุ อาจเป็นเพราะ “ณัฐพล” ไม่ใช่ปลัดกระทรวงธรรมดา แต่เป็นประเภท “นกมีขน คนมีพวก” รวมถึงสายป่านยาว ที่สำคัญคือเข้าหา “ผู้ยิ่งใหญ่บุรีรัมย์” ได้เอง ไม่ต้องพึ่งพา “คนกลาง”ถัดมาอีกสัปดาห์ “ผู้ยิ่งใหญ่บุรีรัมย์” ทำเซอร์ไพร์ส หยิบชื่อ “ฉันทานนท์ วรรณเขจร” ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี “สายตรงบุรีรัมย์” ข้ามไปนั่งปลัดกระทรวงพลังงาน ทำให้เก้าอี้ “ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม” ยังเป็นคำถามว่า จะจบอย่างไรรวมถึงถูกจับตาว่า ศึกกำลังภายในระหว่าง “วราวุธ” เจ้ากระทรวงกับ “ณัฐพล” ปลัดกระทรวง ยกสุดท้ายใครจะชนะหากขุดคุ้ยไปดูความสัมพันธ์ที่ไม่ราบรื่นระหว่างทั้งคู่ มาจากปมปล่อยผี “บริษัทเหล็กชื่อดัง” คนในกระทรวงอุตสาหกรรมรู้กันดีว่า “วราวุธ” ไม่ค่อยปลื้ม การทำงานร่วมกับ “ณัฐพล” อีกทั้งยัง “ทีมท็อป” เดินแรง โดยใช้มือปฏิบัติการพิเศษในหลายเรื่อง จึงได้เห็นปรากฎการณ์ “สองบิ๊ก” ของกระทรวงอุตสาหกรรม เดินกันคนละทาง“วราวุธ” จึงอดทนรอ จน “ณัฐพล” ครบวาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปี เพื่อใช้เป็นเหตุผลในการเปลี่ยนปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม โดยวางตัว “ภาสกร” คู่แข่งของ “ณัฐพล” ในกระทรวงอุตสาหกรรม ขึ้นมาทำหน้าที่ทว่า แผนนี้ก็ไม่ง่าย “วราวุธ” ต้องออกแรงมากกว่าปกติ เพราะชื่อชั้นของ “ณัฐพล” นั้นไม่ธรรมดาณัฐพล รังสิตพล คือลูกชายของ “สุขวิช รังสิตพล” อดีตรัฐมนตรี ที่ว่ากันว่า มีความสนิทสนมกับ “ผู้ยิ่งใหญ่บุรีรัมย์”มีความเคลื่อนไหว ในช่วงที่ผ่านมา ต่างฝ่ายต่างพยายามเข้าหา “ผู้ยิ่งใหญ่บุรีรัมย์” คนหนึ่งต้องการให้มีการเปลี่ยนตัวปลัด เพื่อให้สามารถทำงานได้ตามที่ตัวเองต้องการ ส่วนอีกคนต้องการอยู่ที่เดิม เพื่อสร้างอาณาจักร และวางโครงข่ายของตัวเองเอาไว้ต่างฝ่ายต่างเดินเกมกันแรง จนถึงขั้นที่ว่า ไม่สามารถทำงานร่วมกันได้อีกต่อไปเพียงแต่คำร้องขอของรัฐมนตรี“วราวุธ” ในครั้งนี้ จะมีน้ำหนักแค่ไหน เพราะอีกทางหนึ่งก็มีรายงานว่า สถานการณ์ของเจ้าตัวในกระทรวงอุตสาหกรรม นับตั้งแต่ดำรงตำแหน่งมา ไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่นอกจากผลงานไม่เปรี้ยง ไม่โดดเด่นแล้ว ยังมีบางเรื่องที่สังคมไม่โอเค โดยเฉพาะประเด็นการอนุญาตให้โรงงานผลิตเหล็ก “ซิน เคอ หยวน” กลับมาเปิดดำเนินการได้อีกครั้งขณะเดียวกัน ยังมีกระแสข่าวว่า คนในเครือข่าย เข้าไปมีส่วนยุ่งเหยิงในกระทรวงอุตสาหกรรมค่อนข้างมาก โดยไม่ผ่านระบบพรรคขณะที่ สไตล์ ปลัด“ณัฐพล” คือยอมหัก ไม่ยอมงอ เคยมีข่าวขัดแย้งกับอดีตรมว.อุตสาหกรรม หลายคน ถึงขั้นครั้งหนึ่งฝ่ายการเมืองเคยเสนอให้เปลี่ยนตัวปลัดนอกฤดูกาลมาแล้ว แต่ก็ไม่สำเร็จเมื่อเป็นเช่นนี้ สุดท้ายคนที่จะต้องเข้ามาแก้ปัญหาคือ หัวหน้ารัฐบาล อย่างนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล กับ “ผู้ยิ่งใหญ่บุรีรัมย์” จะต้องสรุปว่า จะเอาอย่างไรคนหนึ่งคือ “วราวุธ” ลูกพรรคที่ยกทีมสุพรรณบุรี มาร่วมด้วยช่วยกันในภูมิใจไทย ในการเลือกตั้งครั้งล่าสุด ซึ่งไม่อาจคาดเดาอนาคตได้ว่า จะปักหลักอยู่ยาว หรือชั่วคราวเนื่องจากปัจจุบัน พรรคชาติไทยพัฒนาต้นสังกัดเก่า ซึ่งเป็น “มรดกเตี่ยบรรหาร” ยังอยู่ดี โดยมี “หนูนา” กัญจนา ศิลปอาชา พี่สาวนั่งเป็นหัวหน้าพรรค แสตนด์บายเอาไว้ หากต้องหวนกลับบ้านเดิมในวันใดวันหนึ่งส่วนอีกคนหนึ่งคือ “ณัฐพล” ข้าราชการ ที่บิดามีความสนิทสนมกับผู้มากบารมีในพรรค เป็นคนที่ “อนุทิน”โอบอุ้ม แต่เวลานี้ไม่สามารถทำงานร่วมกับวราวุธได้เพราะหากเลือก “วราวุธ” ในฐานะเจ้ากระทรวง ก็ต้องเปลี่ยนปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อให้การทำงานไปต่อได้ แต่หากเลือก “ณัฐพล” โดยให้อยู่ที่เดิม การทำงานกับรัฐมนตรี ก็จะเหมือนลิ้นกับฟันต่อไปน่าจับตาว่า บทสรุปของเรื่องนี้ จะมีเซอร์ไพร์สแบบกระทรวงพลังงานที่ “ครูใหญ่” ส่งสายตรงเข้ามานั่ง เพื่อตัดปัญหา และออกมาแบบวิน-วิน หรือไม่หาก “วราวุธ” ได้เปลี่ยนปลัดกระทรวง แต่ก็จะได้ “สายตรงบุรีรัมย์” เข้ามาคานอำนาจ ไม่ให้เบ็ดเสร็จ 100% ที่เจ้ากระทรวงอย่างที่ต้องการ
‘รมต.ท็อป’ แตกหัก ‘ปลัดปั้น’ จับตา‘ครูใหญ่’สยบศึก ก.อุตฯ
by
Tags: