จัดแถว

ตามคาด…กกต.ถูกบังคับให้ทำงานภายใต้ความกดดันทางการเมืองกกต.จะถูกบีบให้ต้องตัดสินใจไปตามความต้องการของพรรคการเมืองวานนี้ (๘ กันยายน) “หัวหน้าเท้ง-ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” โพสต์ข้อความว่า“วันอาทิตย์ ๑๓ ก.ย. ก่อนที่ กกต.มีมติคดีโกง สว. ชวนทุกคนร่วมเดิน ๑๑ กม. กดดัน กกต. จากหน้า iLaw ๑๐ โมง ถึงหอศิลป์ฯ ช่วงเย็นครับ”ตอนนี้ก็หลายกลุ่ม หลายพรรค หลายพวกแล้วครับ ที่มุ่งหน้าไปที่ กกต.ในวันที่ ๑๔ กันยายนนี้กระแสแบบนี้มีโอกาสสูงที่ กกต.จะมีมติส่ง ๒๒๙ รายชื่อคดีฮั้ว สว.ให้ศาลฎีกาไปว่ากันในศาลก็ดีเหมือนกัน ศาลพิพากษาออกมาอย่างไรก็เป็นไปตามนั้น จะได้ไม่คาใจใครฮั้วก็จัดการให้เรียบดีกว่าเอาสำนวนมาปั้นชี้หน้าพิพากษาเสียเองว่าคนนั้นคนนี้ผิดกกต.ก็เตรียมตัวครับ งานนี้อาจมีก้อนอิฐมากกว่าดอกไม้เมื่อการเมืองไทยขับเคลื่อนด้วยการ “กดดัน” สิ่งที่ตามมาจะไม่สวยหรู ไม่ว่าใครจะวางเป้าหมายแต่ละเรื่องราวเอาไว้อย่างไร ผลลัพธ์ที่ออกมา คนที่ชอบก็ชอบครับ ส่วนคนที่เกลียดก็ยิ่งเกลียดเข้าไส้ที่จริง กกต.เป็นเป้าหลอก เป้าจริงอยู่ที่รัฐบาลอนุทินตอนนี้เขาจัดแถว จัดกลุ่มกันอยู่ครับ เริ่มมีประกาศบ้างแล้วว่าใครจะอยู่ฝ่ายไหน ใครสนับสนุนใครกลุ่มที่เขาเรียกว่า “อนุรักษนิยม” นี่น่าสนใจสุดๆ ครับเราเห็นตอนเลือกตั้งเป็นเบี้ยหัวแตก มาตอนนี้บรรยากาศก็แบบนั้น แต่เรื่องพวกนี้อุดมการณ์ใครอุดมการณ์มัน เส้นทางเดินของแต่ละคนไม่เหมือนกัน เพราะเป้าหมายต่างกัน“นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ” หนุนสนธิครับ“…สนับสนุน คุณสนธิ ลิ้มทองกุลไม่ว่าจะเรียกว่า ลงถนน,นอนบนถนน,ปิดถนน หรือ อะไรที่หลายคนเหยียดหยัน ผมก็สนับสนุน คุณสนธิ ลิ้มทองคุณหากคุณสนธิ ไปยืนบนถนนปราศรัยใกล้ๆ ที่ผมอยู่ ผมก็จะไปนั่งบนถนนฟังคุณสนธิผมมิได้หวังว่า การกระทำของคุณสนธิ จะได้ผลอะไรในบ้านเมืองแต่นี่ เป็นการให้ข้อมูล และเป็นการให้ความรู้ ซึ่งผมคิดว่า นี่เป็นสิ่งที่ 'ควรทำ'เพราะผม 'ระแวง'ว่า คนในรัฐบาลมีส่วนในการ 'ฮั้วสว.'ซึ่งเป็นสิ่งที่เลวร้ายสุดในการปกครองระบอบประชาธิปไตยเพราะผม 'ระแวง'ว่าคนในรัฐบาลมีส่วนร่วม ในการ 'ทุจริต ท้องถิ่น'เพราะผมเห็นข้าราชการ กลายเป็นขี้ข้าของนักการเมืองทุจริต มิใช่ข้าราชการมืออาชีพอีกต่อไปเพราะผมเห็นประชาชนทะเลาะกันเรื่อง ทำไมรัฐบาลไม่แจกบัตรคนจนแก่เขา แทนที่ประชาชนจะตั้งคำถามว่า ทำไมรัฐบาลไม่ทำให้เขาหายจากการเป็นคนจนตอนภรรยาคุณสนธิเสียชีวิต ผมก็เป็นคนหนึ่งที่ไปร่วมงานคุณสนธิบอกว่า การทำกิจกรรมครั้งนี้ แม้นตายก็ยอมหากแม้นครั้งนี้ คุณสนธิต้องตาย งานศพคุณสนธิจะมีผมเป็นคนหนึ่งที่จะไปร่วมส่งดวงวิญญาณ คุณสนธิ ลิ้มทองกุล…”ได้ใจ “สนธิ” ไปเต็มๆอีกคน “อ.อัจฉราวดี วงศ์สกล”“…ที่อาจารย์ออกมาเขียนสนับสนุนรัฐบาลเพราะเห็นทั้งส่วนดีและไม่ดี โดยให้น้ำหนักกับส่วนดีและศักยภาพ มากกว่าส่วนที่ต้องแก้ไขในวันที่การเมืองคุกรุ่นอีกครั้ง หลังจากรณรงค์ให้เลือกน้ำเงินสำเร็จแล้วอาจารย์ไม่เขียนอะไรเลยก็ได้ ลอยตัวดี แต่อาจารย์ทำเช่นนั้นไม่ได้เพราะเป็นห่วงบ้านเมืองและไม่ใช่คนหลบเอาตัวรอด อีกทั้งอาจารย์เห็นใจคนดีๆ ที่มาร่วมรัฐบาลไม่อยากให้เขาหมดกำลังใจคนรักชาติล้วนผ่านช่วงเวลาที่เลวร้าย ที่ความหวาดกลัวทัวร์ปกคลุมหัวใจมาแล้ว วันนี้มันไม่ต่างกัน แต่ความมืดทมิฬแบบเดิมนั้นกำลังหวนกลับมาทดสอบจิตใจเราอีก จากการปลุกปั่นกระแสรูปแบบใหม่ ที่ไม่ใช่แบบชังชาติแต่แฝงมาในนามของความรักชาติ ที่ชี้นำให้เกิดความชิงชัง ปิดประตูแห่งโอกาส ด้วยการให้ข้อมูลที่เชิงลบฝั่งเดียว บนเป้าหมายที่ซับซ้อนจนมิอาจนำมาพูดที่นี้ได้เมื่อผนวกกับมีการปั่นกระแสด้วย IO แอกเคาต์หลุม จึงทำให้คนที่อยู่ในอีโคแชมเบอร์ไม่เคยรู้ ไม่เคยเห็นว่า รัฐบาลมีผลงานอย่างไรบ้างอย่างน้อยที่สุด ลองพิจารณาว่า การที่นายกอนุทินเปิดช่องให้เทคโนแครต ที่เขาไม่เคยคิดจะมาแตะต้องการเมือง ลงมาทำงานให้บ้านเมือง ยกกระทรวงใหญ่ๆ ให้ ทั้งพาณิชย์ คลัง และต่างประเทศ เพราะอะไร หากคุณอนุทินไม่เห็นแก่บ้านเมืองก็ยกเอากระทรวงเหล่านี้ไปให้คนอื่นตามโควตาก็ได้ หากนายกอนุทินเป็นคนเลวเกินรับแล้วทำแบบนี้ไปทำไมแล้ว รมว.จากคนนอกก็ไปเชิญผู้เชี่ยวชาญมาเป็นที่ปรึกษามากมาย คนเหล่านี้เราคุ้นชื่อคุ้นฐานะ ที่เขามาก็เพราะคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตมาถึงจุดหนึ่งเขาอยากทำงานเพื่อชาติจริงๆ แต่ที่เขาไม่รู้ก็คือการเมืองเต็มไปด้วยการทำลายล้างกันถึงจิตวิญญาณ ชื่อเสียงใดๆ ที่สะสมมายาวนานป่นปี้ได้เพียงไม่กี่วัน หากถูกปั่นกระแสให้เกิดความเกลียดชังขึ้นมา เช่น ศุภจีกลายเป็นอเวจีได้ ทั้งๆที่ก้มหน้าก้มตาทำๆๆ สร้างผลงานมากมายเพื่อชาติหากเราซึ่งหวังจะให้การเมืองเปลี่ยน จะปล่อยให้คนดีๆ ถูกรุมโดยไม่ส่งเสียงด้วยความเข้าใจและให้กำลังใจบ้างหรือนายกอนุทินย้อนไปแก้ไขอนุทินในอดีตไม่ได้ แต่อาจารย์เห็นว่าปัจจุบันนายกฯ กำลังพยายามทำงานทุกวันอย่างเต็มความสามารถ และคณะรัฐบาลตั้งใจทำงานจริง ซึ่งมีทั้งที่สำเร็จและอีกมากที่ยังไม่สำเร็จ และยังอีกมากที่ไปไม่ถึง แต่ที่เห็นชัดคือว่า รัฐบาลนี้ฟังเสียงประชาชน เมื่อทักท้วงสิ่งใดจะต้องพยายามแก้ไขเสมอ เราจึงต้องให้โอกาสหากเอาแต่ก่นด่า ไม่ดีหนึ่งเรื่องแต่เหมาว่าชั่วว่าเลว โดยปิดตาไม่นับผลงานที่ทำมาแล้ว แล้วใครที่ไหนจะอยากมาทำงานเพื่อชาติ เรื่อง MOU 44 เป็นตัวอย่างที่ดีที่สุด เมื่อแรกเรียกร้องให้ยกเลิก พอยกเลิกแล้วก็ไม่เห็นคุณค่าอะไร มาเรื่องน้ำแพง ทั้งๆ ที่แพงเพราะสงครามก็โทษรัฐบาลอีก มาเรื่องนอมินี เขาปราบกันโครมๆ แต่ก็ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นถ้าคนไทยเป็นแบบนี้เราไม่มีทางจะมีการเมืองที่ดีได้ เพราะเราไม่ให้คุณค่ากับส่วนที่ดี แต่กลับมุ่งจะให้ราคาส่วนที่ไม่ดีเพื่อหาเรื่องทำลายล้างส่วนดีทั้งหมดเรื่องฮั้ว สว.ที่เป็นประเด็นอภิปราย ต้องรอฟังศาลตัดสิน เพราะศาลมีอำนาจในการเรียกสืบพยานที่เราเข้าไม่ถึง จึงรอศาลตัดสินดีกว่า ผิดก็ว่าตามผิด ถูกก็ต้องว่าตามถูกปัญหาเศรษฐกิจปากท้องและคอร์รัปชันไม่มีใครแก้ได้แบบปลดล็อกทั้งหมดในทันที สิ่งหนึ่งที่อยากยกมาพูดคือ รัฐบาลชุดนี้ ทำให้ชาติมีความสง่างามในนานาประเทศเราจะเอาความไม่ดีส่วนหนึ่ง มากลบทิ้งความดีบางส่วนได้อย่างไร หากคนไทยยังไม่เปลี่ยนวิธีคิด ไม่ตัดสินความอย่างมีเหตุผลบนพื้นฐานของความจริง คนโง่ก็จะตกเป็นเหยื่อของคนฉลาด ที่ใช้วิธีปั่นกระแสให้เป็นไปในทิศทางที่ตนต้องการแล้วเห็นหรือไม่ว่าคนในชาติไม่เคยออกจากหล่มนี้ได้เลยเพราะชะตาของบ้านเมืองขึ้นอยู่กับวิถีของการเมืองที่มักมีมือทมิฬคอยยุยงปลุกปั่นให้ไทยแตกแยกกันเองเสมอรัฐบาลจึงไม่มีเสถียรภาพอำนาจไม่เข้าใครออกใครแต่อำนาจที่มีที่มาอย่างอยุติธรรมจะพ่ายแพ้แก่ความรักชาติที่มั่นอยู่บนหลักการเสมออย่าให้ความรักชาติ ตกอยู่ใต้เงาดำเหมือนในอดีตพูดเมื่อควรพูด การคุ้มครองคนดีให้มีกำลังใจบริหารบ้านเมืองคือสิ่งสำคัญยามนี้ที่เราทำได้…”ครับ…พอหอมปากหอมคอเรื่องผลงานรัฐบาลพูดมากก็มากความ เพราะบางคนด่ารัฐบาลขณะกำลังถือโทรศัพท์ส่องคิวอาร์โค้ดไทยช่วยไทยพลัสจ่ายค่าข้าวกะเพราหมูกรอบเอาเป็นว่าก่อนเชื่อใครลองหาข้อมูลดูก่อน ถ้าคิดว่าต้องไล่ก็ลงถนน.


Posted

in

by

Tags: