‘ถิ่นเขมรแดง’ รังใหม่ ‘สแกมเมอร์’ เมืองต้นแบบ ‘ชายแดนไทย-กัมพูชา’

“หน่วยงานความมั่นคงไทย” ยังไม่การันตี การกวาดล้างอาชญากรรมไซเบอร์ครั้งใหญ่โดย“รัฐบาลกัมพูชา” จะทำให้อาชญากรรมข้ามชาติหมดสิ้นไปจากชายแดนไทย-กัมพูชาภายหลังรัฐบาลกัมพูชา แถลงข่าวผลการเปิดปฏิบัติการกวาดล้างอาชญากรรมไซเบอร์ สามารถทลายฐานที่มั่นของแก๊งมิจฉาชีพกว่า 700 แห่ง จับกุมผู้ต้องหาเกือบ 30,000 ราย ครอบคลุมเจ้าหน้าที่รัฐพัวพัน 15 นายพร้อมส่งกลับชาวต่างชาติกว่า 50,000 คน และมีผู้ต้องสงสัยกว่า 3,400 ราย จาก 29 สัญชาติ ซึ่งรวมถึงพลเมืองจาก จีน เวียดนาม ออสเตรเลีย ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สิงคโปร์ และไทย ที่กำลังถูกควบคุมตัวเพื่อรอการพิจารณาคดีอย่างไรก็ตามรัฐบาลกัมพูชา อ้างว่า กลุ่มอาชญากรได้ปรับเปลี่ยนยุทธวิธี โดยกระจายออกเป็นเครือข่ายปฏิบัติการขนาดเล็ก และเข้าไปหลบซ่อนตัวตามสถานที่ทั่วไปอย่างแนบเนียนมากขึ้น เช่น เกสต์เฮาส์ คอนโดมิเนียม บ้านเช่า ยานพาหนะ และร้านกาแฟอีกด้วยสำหรับปฏิบัติการกวาดล้างในครั้งนี้เกิดขึ้นภายใต้แรงกดดันจากหลายประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐและจีน ซึ่งนำไปสู่การส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนในคดีสำคัญระดับประเทศหลายคดี เช่นเฉิน จื้อ ประธานกลุ่มทุนยักษ์ใหญ่ Prince Holding Groupหลี่ สยง อดีตประธาน Huione Groupทว่าสำหรับพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ฐานที่ตั้งอาชญากรรมข้ามชาติ ยังอยู่ในพื้นที่ควบคุมทหารไทยหลายแห่ง เนื่องจาก อาคารเหล่านี้ถูกใช้เป็นฐานทหาร ที่ตั้งอาวุธโจมตีไทยในเหตุสู้รบปีเมื่อที่ผ่านมาจนนำไปสู่ข้อตกลงหยุดยิงเมื่อ 27 ธ.ค.68 ตาม Joint Statement โดยเฉพาะข้อ 2 ที่ระบุว่า ทั้งสองฝ่ายตกลงคงกำลังทหารที่ประจำการอยู่ ณ ปัจจุบัน โดยไม่มีการเคลื่อนย้ายเพิ่มเติม จะไม่มีการเคลื่อนกำลังทหารใดๆ รวมถึงการลาดตระเวนไปยังตำแหน่งของอีกฝ่ายพูดภาษาชาวบ้านคือ หลังหยุดยิง ใครประจำอยู่พื้นที่ไหน ให้อยู่พื้นที่นั้น จนกว่าจะมีการประชุมคณะกรรมธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (JBC) โดยมี พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมว.กลาโหมในขณะนั้น และ พล.อ.เตียเซรยฮา รมว.กลาโหมกัมพูชา ร่วมลงนามส่งผลให้ กัมพูชา บิดเบือนข้อเท็จจริงกล่าวหาไทยในเวทีระหว่างประเทศว่า รุกรานยึดดินแดน โดยเฉพาะล่าสุด กัมพูชา เตรียมหยิบยกข้อพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา พูดในเวที Francophonie หรือ องค์การระหว่างประเทศของกลุ่มประเทศที่ใช้ภาษาฝรั่งเศสด้าน พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้อำนวยการทหารอากาศ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา (ผอ.JIC ไทย) ย้ำว่า ประเทศไทยไม่เคยกลัวการนำเสนอข้อเท็จจริงต่อประชาคมระหว่างประเทศ แต่ยืนยันว่าปัญหาเขตแดนควรได้รับการแก้ไขผ่านกลไกที่ทั้งสองประเทศยอมรับร่วมกัน ไม่ใช่พยายามทำให้เวทีทางการเมืองระหว่างประเทศกลายเป็นผู้ตัดสินเขตแดนแทนกลไกที่มีอยู่“สถานะของเขตแดนไม่ได้เปลี่ยนเพราะตู้คอนเทนเนอร์ ลวดหนาม ถนน บังเกอร์ หรือคำแถลงข่าวของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หากมีความเห็นต่างเรื่องพื้นที่ สิ่งที่ควรทำคือนำข้อมูลเข้าสู่กลไกที่ทั้งสองฝ่ายยอมรับและตรวจสอบร่วมกัน ไม่ใช่ประกาศคำตัดสินผ่านสื่อก่อนที่กระบวนการจะทำงาน” พล.อ.อ.ประภาส ระบุตัดกลับมาที่ปัญหาสแกมเมอร์ ภายหลังฐานที่ตั้งหลายแห่งตกอยู่ภายใต้การควบคุมฝ่ายไทย กลุ่มเครือข่ายได้ย้ายฐานขยับเข้าพื้นที่ตอนในกัมพูชา เช่น โอร์เสม็ด จุดผ่านแดนถาวรช่องจอม อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งที่ผ่านมาพื้นที่แห่งนี้ เกิดเหตุกระทบกระทั่ง ระหว่างทหารไทยกับทหารกัมพูชาต่อเนื่อง หรือ แม้แต่ช่องอานม้า อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานีโฟกัสพื้นที่กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) กองทัพเรือ หรือกาสิโนทมอดา ซึ่งเป็นอีกพื้นที่กัมพูชาใช้เป็นฐานโจมตีไทยในห้วงการปะทะ และปัจจุบันอยู่ในความดูแลทหารไทย มีการวางตู้คอนเทนเนอร์ ลวดหนามขวางกั้นสำหรับ“กาสิโนทมอดา” ปัจจุบันมีสภาพพังยับจากเหตุการปะทะ และเป็นพื้นที่มีปัญหาข้อพิพาท เนื่องจากตัวอาคารสร้างล้ำสันปันน้ำเข้ามาฝั่งไทย นอกจากนี้ยังพบข้อมูลว่า มีคนไทยร่วมลงทุนด้วยขณะที่บริเวณที่วางตู้คอนเทนเนอร์เป็นพื้นที่สัญลักษณ์ที่มีผลประโยชน์ของกลุ่มทุนเทาฝั่งกัมพูชา มีประมาณ 2,000-3,000 คน และถอยร่นเข้าพื้นที่ตอนใน ภายหลังเหตุปะทะจบลงมีความพยายามจะเอาพื้นที่คืนจากทหารไทย แต่ไม่เป็นผลกปช.จต.วางเป้าหมายจะดูแลกาสิโนทมอดา และพื้นที่โดยรอบ เพื่อรอกระบวนการตรวจสอบคณะJBC ยึดตามข้อตกลงหยุดยิงเคร่งครัด ใครอยู่พื้นที่ไหน อยู่พื้นที่นั้น จนกว่าจะมีการดําเนินการจัดทำเขตแดนได้ข้อสรุปภายหลังกลุ่มทุนเทา เห็นว่าโอกาสจะได้พื้นที่คืนไม่ใช่เรื่องง่าย และอาจใช้เวลานานกว่าไทย-กัมพูชาจะได้ข้อสรุปเรื่องเขตแดน จึงอพยพไปพื้นที่ใหม่คือ จ.ไพลินประเทศกัมพูชา ติดกับ จ.จันทบุรีตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมาจ.ไพริน เป็นพื้นที่เดียวไทย-กัมพูชาไม่มีข้อพิพาทเนื่องจากมีเส้นเขตแดนชัดเจน และถูกยกให้เป็นเมืองต้นแบบความสงบชายแดนให้กับพื้นที่ชายแดนอื่นๆเดิมที จ.ไพริน เป็นที่ตั้งผู้นำเขมรแดง แม้ในอดีตเป็นพื้นที่ขัดแย้งกับรัฐบาลฮุนเซน ต่อมาในปี 2542 การเจรจาได้ข้อสรุป และตัดสินใจเข้าร่วมกับรัฐบาลฮุนเซน แต่ผู้ที่มีอิทธิพลที่รับผิดชอบ จ.ไพลิน ยังเป็นเครือข่ายอดีตผู้นําเขมรแดงเช่นเดิมโดยรายได้ส่วนใหญ่ของ จ.ไพริน มาจากธุรกิจกาสิโน มีจำนวน 40 แห่ง คิดเป็น 1 ใน 3 เมื่อเทียบกับ ปอยเปต มีกาสิโนกว่า 100 แห่งแต่ที่ จ.ไพริน เป็นกาสิโนครอบคลุมทั้งตลาดบน ตลาดกลาง และตลาดล่าง 90% ลูกค้าเป็นคนไทย ปัจจุบันด่านปิดสนิทไม่มีนักท่องเที่ยวเข้าพักส่งผลให้อาคารซึ่งเป็นรูปแบบโรงแรม ถูกปล่อยเช่าให้กลุ่มสแกมเมอร์มารับช่วงต่อ เช่นเดียวกับพื้นที่ช่องจอม และ ปอยเปต หนึ่งในจำนวนนี้มีอพยพมาจากทมอดาอย่างไรก็ตาม กาสิโน และ พนันออนไลน์ เป็นธุรกิจที่ถูกต้องตามกฎหมายกัมพูชา แต่ขบวนการสแกมเมอร์แฝงเข้ามาในธุกิจกาสิโนเป็นสิ่งที่นานาชาติกำลังกดดันให้เร่งปราบปราบท่ามกลางการตั้งข้อสังเกตุ “เมืองไพลิน” ที่อยู่ติดกับ อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี จะเป็นหมุดหมายใหม่ของเครือข่ายทุนเทา “สแกมเมอร์” ที่ย้ายมาจากการกวาดล้างพื้นที่ตอนในกัมพูชา ไม่ใช้เฉพาะพื้นที่ทมอดา


Posted

in

by

Tags: