16 ก.ย.2569 – นายชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา และนักกฎหมายอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 บัญญัติไว้ดังนี้มาตรา 234 คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีหน้าที่และอำนาจไต่สวนและมีความเห็น กรณีที่มีการกล่าวหาว่า ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์อิสระ ทุจริตต่อหน้าที่หรือจงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายหรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริธรรมอย่างร้ายแรงมาตรา 235 เมื่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ไต่สวนแล้ว เห็นว่า1.ถ้าเป็นกรณีฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริธรรมอย่างร้ายแรง ก็ให้เสนอเรื่องต่อศาลฎีกาเพื่อพิจารณาวินิจฉัย2.กรณีอื่นนอกจาก(1) ให้ส่งสำนวนการไต่สวนไปยังอัยการสูงสุดเพื่อดำเนินการฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองกล่าวโดยสรุปก็คือคณะกรรมการการเลือกตั้งหรือ กกต. เป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ถ้า กกต.ท่านหนึ่งท่านใดหรือทุกท่าน ปฏิบัติหน้าโดยทุจริตหรือจงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อกฎหมาย เป็นหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่ต้องทำการไต่สวนและหากไต่สวนแล้วเห็นว่ามีความผิด ก็ต้องส่งสำนวนการไต่สวนไปให้อัยการสูงสุดฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเมื่อการพิจารณาพิพากษาคดีเป็นอำนาจของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงทางการเมือง ศาลอื่น ๆ จึงไม่มีอำนาจรับฟ้องไว้พิจารณาพิพากษา และผู้มีอำนาจฟ้องคดีต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองก็มีเพียงอัยการสูงสุดและคณะกรรมการ ป.ป.ช. เท่านั้นกรณีที่เคยมีผู้เป็นโจทก์ฟ้อง กกต. ชุดที่ 2 ต่อศาลอาญาและคดีถึงที่สุดโดยศาลฎีกามีคำพิพากษาลงโทษจำคุกนั้น มีการกระทำความผิดในปี 2549 อยู่ในช่วงเวลาที่ใช้รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 ซึ่งไม่มีบทบัญญัติในลักษณะเดียวกับมาตรา 234 และ 235 ในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ประชาชนที่ได้รับความเสียหายจึงเป็นโจทก์ฟ้อง กกต. ต่อศาลได้ข่าวอดีต กกต.ท่านหนึ่งขอใช้เงินเงินกองทุน หนึ่งล้านบาท จ้างทนายที่ดีที่สุดฟ้อง กกต. ทุกศาล หรือพรรคการเมืองบางพรรค หรือบุคคลอื่น ๆ ที่ประกาศว่าจะฟ้อง กกต. อ่านรัฐธรรมนูญกันบ้างหรือไม่เมื่อรัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ดังกล่าวข้างต้นก็ไม่อาจฟ้อง กกต.ได้ มีเพียงการไปร้องต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. เท่านั้นที่สามารถกระทำได้
อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกาสอน ‘อดีต กกต.-ส้ม’ อ่านรัฐธรรมนูญก่อนไปฟ้อง กกต.
by
Tags: