ท่าทาง….“เขาจะเอากันแน่แล้ว” ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน!ผลที่ตามมาทันที-ทันใดคือ “น้ำมัน”!นอกจากราคาแพงแล้ว ยังกลายเป็นของหายากในภาวะ“ช้างสารกำลังจะชนกัน”!ก็ด้วยราคาน้ำมันนี่แหละ จึงเกิดเหตุที่ไม่เคยเกิดมาก่อน“เรือสำราญ Odyssey” มีความยาว ๒๐๐ เมตรมีผู้ “พักอาศัย” อยู่บนเรือประมาณ ๒๐๐ คนออกเดินทาง “รอบโลก”!จากท่า “ไอร์แลนด์เหนือ” เมื่อตุลาคม ๒๕๖๗ที่ผมเรียกว่า “ผู้พักอาศัย” ไม่เรียก “ผู้โดยสาร”เพราะว่า เรือสำราญลำนี้…..ให้ผู้สนใจ “ซื้อหรือเช่าห้องพัก” เพื่อท่องเที่ยวหรือ “อยู่อาศัย” ระยะยาว “ตลอดชีวิต”!ดังนั้น คนในเรือจึงเป็นผู้สูงอายุ บางคนขายทรัพย์สินทั้งหมดเพื่อนำเงินมาใช้ชีวิตบนเรือลำนี้!ทีนี้ “น้ำมัน” เป็นเหตุทำให้ “เรือสำราญ” ต้องกลายเป็น “เรือกำสรวล” กลางคัน๓-๔ วันก่อน เรือสำราญนี้ก็มาแวะไทยเพิ่งลอยเรือจากไทยไปแวะพักที่เมือง “สีหนุวิลล์”ต่อจากนี้ ก็เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้น อ่านเอาตามที่ “Nippon Online” เขาโพสต์เมื่อวาน“Nippon Online”วิกฤตหนัก! ผู้โดยสารกว่า 200 ชีวิตถูกสั่งลงจากเรือสำราญในกัมพูชากะทันหันให้เวลาเก็บของ 7 ชั่วโมงหลังบริษัทประสบปัญหาทางการเงิน!บริษัท Villa Vie Residences ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในสหรัฐฯ ออกแถลงการณ์เมื่อ 27 ตุลา.ระบุว่า"ต้นทุนเชื้อเพลิงที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมากจากภาวะสงครามในตะวันออกกลางส่งผลให้ค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงเฉลี่ย 'ต่อห้องพัก/เดือน'เดิมอยู่ที่ 1,800 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 60,000 บาทต้องเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 6,000-8,000 ดอลลาร์สหรัฐหรือราว 200,000–270,000 บาท”บริษัทระบุว่า…“ไม่สามารถผลักภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้นในระดับดังกล่าวให้ผู้พักอาศัยรับผิดชอบได้ทั้งหมด”“ส่งผลให้รูปแบบการดำเนินธุรกิจในปัจจุบันเผชิญแรงกดดันทางการเงินอย่างหนัก”จนไม่สามารถ “ดำเนินต่อไปได้” อย่างยั่งยืน!หมายความว่า เรือสำราญ “รอบโลก” ได้ซักครึ่งโลกก็ต้องจอดแหง็กแล้วให้ผู้อยู่อาศัย “ลงจากเรือ”โดยบริษัทหา “ที่พักชั่วคราว” ให้ เรือไปต่อไม่ได้แล้ว!“Nippon Online” รายงานต่อว่า…รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระสีหนุของกัมพูชา เปิดเผยว่า“เรือสำราญ Odyssey” ชักธงชาติบาฮามาสเดินทางมาจากประเทศไทยเมื่อวันที่ 23 ตุลาคมมีผู้อยู่อาศัย 203 คน และลูกเรือ 156 คนก่อนมีกำหนดเดินทางต่อไปยังเวียดนามอย่างไรก็ตาม….ระหว่างที่เรือจอดแวะพักตามกำหนดที่ “เมืองสีหนุวิลล์”ผู้อยู่อาศัยกลับได้รับคำสั่งให้ลงจากเรืออย่างกะทันหันโดยมีเวลาเตรียมตัวเพียง 7 ชั่วโมง!รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระสีหนุ ระบุว่า“คำสั่งดังกล่าวทำให้ผู้เกษียณอายุและผู้ที่ทำงานทางไกลหลายคนต้องกลายเป็นคนไร้บ้าน”ผู้โดยสารบางส่วนเดินทางออกจากกัมพูชาด้วยเครื่องบิน ขณะที่บางส่วนยังคงพักอยู่ในเมืองสีหนุวิลล์ส่วนเรือ Odyssey ….มีกำหนดเติมเชื้อเพลิงและออกจากท่าเรือวันที่ 31ตุลาคมขณะที่ “แรนดี แคสซิงแฮม” ผู้โดยสารบนเรือซึ่งเขียนบล็อกเกี่ยวกับการล่องเรือสำราญ เปิดเผยว่า“การสั่งให้ผู้โดยสารลงจากเรือครั้งนี้…เป็นผลจากปัญหาหลายประการที่สะสมมาอย่างต่อเนื่อง”ในบทความชื่อ “Abandon Ship!” หรือ “สละเรือ!”ระบุว่า “การออกเดินทางจากกรุงเบลฟาสต์ของไอร์แลนด์เหนือ ล่าช้าออกไปถึง 4 เดือนอีกทั้งเรือยังไม่เคยมีผู้พักอาศัยเต็มความจุ ซึ่งรองรับได้สูงสุด 650 คน โดยจำนวนผู้พักอาศัยสูงสุด อยู่ที่ประมาณ 350 คนเท่านั้น”“แม้เรือลำนี้ จะไม่ได้เป็นเรือสำราญหรูหราแต่เดิมถูกวางตำแหน่งเป็นทางเลือกที่ค่าใช้จ่ายไม่สูงนักก่อนที่สถานการณ์จะเปลี่ยนไปเมื่อบริษัทเริ่มร้องขอเงินเพิ่มเติมจากผู้โดยสาร”นอกจากนี้ เขายังกล่าวหาว่า“บริษัทไม่ได้ให้ความช่วยเหลือผู้โดยสารที่ตกค้างอยู่ในกัมพูชาอย่างเพียงพอ”…………………………………………ครับ…..เอาเพียงให้รู้ว่าโลกใบนี้กำลังมีปัญหา เห็นหลายประเทศในยุโรป กระทั่งญี่ปุ่น ตอนนี้เตือนให้ประชาชนเตรียมรับ “สถานการณ์วิกฤต”น้ำท่า ยาหยูก อาหาร ไฟฉายหรืออะไรๆ ที่ช่วยให้ชีวิตรอดได้หนึ่งหรือครึ่งสัปดาห์ช่วงนี้ ควรเตรียมกันไว้ เผื่อ “สงครามใหญ่” จะเกิด!ดูน้ำมันโลกไปแล้ว….ทีนี้มาดู “น้ำมันไทย” ภายใต้การบริหารรัฐบาลอนุทินดูบ้างผมจะไม่บอกเองว่าเป็นข่าวดีหรือข่าวร้ายให้ “ทีมสุดซอย ทุบทุนเทา” เขาเป็นคนบอก ดังนี้………………………………………“ทีมสุดซอย ทุบทุนเทา”ด่วน! เอกนัฏ เซ็นแล้ว!ถอด “ต้นทุนทิพย์” 22 ปีจากโครงสร้างราคา “น้ำมันไทย”เซฟเงินประชาชน 1.08 หมื่นล้าน/ปี แบบถาวร“มีผลพรุ่งนี้” (29 ต.ค.69)!เลิกจ่าย "ค่าเรือที่ไม่เคยแล่น" มา 22 ปี!“นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์”รมว.พลังงาน ได้ลงนาม“ปฏิรูปโครงสร้างราคาพลังงาน” ครั้งประวัติศาสตร์โดยดำเนินการผ่านกลไก….“คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน” (กบง.)และจัดทำหลักเกณฑ์ผ่านการตรวจสอบของ“สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา” เรียบร้อยแล้วโดยถอดรายการ….“ต้นทุนแฝง” หรือ “ต้นทุนทิพย์”ออกจาก “โครงสร้างราคาน้ำมันสำเร็จรูป” ของไทยที่ใช้มานานกว่า 22 ปี!ซึ่งจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและคืนเงินให้แก่ประชาชนได้สูงถึง 10,839 ล้านบาท/ปี (หรือกว่า 1.08 หมื่นล้านบาท/ปี)“แบบถาวร”!เจาะลึก 4รายการ “ต้นทุนทิพย์” ที่ถูกยกเลิกที่ผ่านมา โครงสร้างราคา ณ โรงกลั่นของไทยใช้วิธี “อ้างอิง” ราคาน้ำมันสำเร็จรูปจาก “ตลาดสิงคโปร์”แล้วบวกค่าใช้จ่ายเสมือนว่า…“มีการขนส่งน้ำมันทางเรือมาจากสิงคโปร์”ทั้งที่ “น้ำมันส่วนใหญ่” กลั่นขึ้นภายในประเทศ“คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน” (กบง.)จึงมีมติ “ยกเลิก”!และปรับปรุงรายการ “ต้นทุนสมมุติ” จากเส้นทางสิงคโปร์ ได้แก่:1.ค่าขนส่งทางเรือ (Freight)2.ค่าประกันภัย (Insurance)3.ค่าสูญเสียระหว่างการขนส่ง (Loss)4.รายการสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงโดยปรับลดลงเหลือเพียง 2 ใน 3 ส่วนเพื่อให้สอดคล้องกับปริมาณสำรองจริงที่เกิดขึ้นแก้ปัญ+หาเชิงโครงสร้าง +"เงินหมื่นล้านจะไม่กลับมาอยู่ในบิลอีก"!ผลคือราคา ณ โรงกลั่นน้ำมันทุกประเภทลดลง 0.0875-0.3548 บาทต่อลิตร!คิดเป็นมูลค่า 29.70 ล้านบาท/วันหรือ 10,839 ล้านบาท/ปีดีเซล B7 ซึ่งมีปริมาณใช้มากที่สุดได้ประโยชน์มากที่สุดลดลง 0.3548 บาท/ลิตร คิดเป็น 6,795 ล้านบาท/ปีรองลงมาคือแก๊สโซฮอล์ 95ลดลง 0.3203 บาท/ลิตร คิดเป็น 2,115 ล้านบาท/ปีโดย “นายเอกนัฏ” ระบุว่าการอ้างอิง “ราคาตลาดโลก” เพียงอย่างเดียวอาจเหมาะกับภาวะปกติแต่ใน “ภาวะวิกฤต” สูตรเดิมได้สร้างกำไรส่วนเกินที่ไม่เป็นธรรมต่อประชาชนทั้งนี้ ตั้งแต่เดือนเมษายน 2569กบง.ได้ใช้อำนาจตาม “พ.ร.ก.แก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516”ปรับลดราคา ณ โรงกลั่นสำหรับ “น้ำมันดีเซล” หมุนเร็วไปแล้ว 8 ครั้งสามารถเรียกเก็บผลประโยชน์ส่วนเกินจากโรงกลั่นได้ 31,786 ล้านบาท (ครอบคลุมดีเซล 11,058 ล้านลิตร)และเมื่อรวมกับเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่นำมาใช้ดูแลราคาอีก 64,355 ล้านบาททำให้รัฐบาลใช้เงินดูแลราคาน้ำมันให้ประชาชนไปแล้วรวม 96,141 ล้านบาท“นายเอกนัฏ” ย้ำว่า"การหักส่วนเกินโรงกลั่นคือการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในวิกฤต”“ส่วนการถอด 'ราคาทิพย์' ครั้งนี้ คือการแก้ที่โครงสร้าง”ต่อให้วิกฤตจบ“เงินหมื่นล้านบาท/ปี” นี้ก็จะไม่กลับมาอยู่ในบิลน้ำมันของคนไทยอีกล้างโครงสร้างราคาพลังงานทั้งระบบมาตรการปรับสูตรน้ำมันครั้งนี้ มีแนวทางสอดคล้องกับการถอด “ค่าไฟฟ้าสาธารณะ” มูลค่า 1.8 หมื่นล้านบาทออกจาก “บิลค่าไฟ” ของประชาชนก่อนหน้านี้มีเป้าหมายเพื่อ “ทบทวนต้นทุน” ที่ซ่อนอยู่ในโครงสร้างราคาไม่ให้ประชาชนต้องจ่าย“ในสิ่งที่ไม่ได้ใช้จริง”และสร้างความเป็นธรรมด้านราคาพลังงานแก่คนไทยทุกคนอย่างยั่งยืน……………………………….ต่อไปนี้ เมื่อฟังประกาศราคาน้ำมันในบ้านเราจะไม่ได้ยินคำว่า…..“อ้างอิงราคาน้ำมันจาก “ตลาดสิงคโปร์” อีกแล้ว!ผลงานนี้ ต้องบอกว่า“เอกนัฏ…นายแน่มาก”!-เปลว สีเงิน๒๙ ตุลาคม ๒๕๖๙คนปลายซอย
‘เอกนัฏ…นายแน่มาก’!
by
Tags: