‘นิติสงคราม’ เกลือจิ้มเกลือ ‘น้ำเงิน’ ข่ม – ‘ส้ม’ เอาคืน

ประเด็น “จริยธรรม” ผู้ดำรงตำแหน่งการเมืองกำลังขยายวงกลายเป็น “ศึกนิติสงคราม” ระหว่างฝ่าย “น้ำเงิน” และ “ฝ่ายส้ม” ไล่ตั้งแต่กรณีทรัพย์สินนับพันล้านของ “ไอเดียร์” สุชาดา แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย และไทหยาง ซาง สามี นักธุรกิจสัญชาติออสเตรเลีย ที่ถูกขยี้โดยพรรคฝ่ายค้านทั้ง “พรรคประชาชน” และ “พรรคประชาธิปัตย์”เชื่อมโยงไปถึงประเด็นถือครองหุ้นในเครือข่ายบ่อนกาสิโน และเว็บพนันออนไลน์ระดับโลกอย่าง Shuffle.com จนเรื่องบานปลายข้ามฝั่งไปถึงกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ตั้งแท่นเปิดห้องสอบสวนขณะที่ “ฝ่ายส้ม” ชิงจังหวะอาศัยกลไกที่มีในมือ ทั้งในส่วนของคณะกรรมาธิการ การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน (กมธ.กฎหมาย) สภาผู้แทนราษฎรที่มี “รังสิมันต์ โรม” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เป็นประธาน สบช่องเรียก “ไอเดียร์” เข้าชี้แจง กมธ. หวังเรียกน้ำย่อยก่อนถึงศึกซักฟอก ทว่าล่าสุดศึกซักฟอกเจอ “โรคเลื่อน” ขยับไทม์ไลน์ไปในเดือนธ.ค.ล่าสุดยังมีกรณีที่ “รังสิมันต์”เข้าให้ข้อมูลต่อดีเอสไอ หยิบยกชุดข้อมูล กรณีที่ Bitkub ยอมรับว่า มีธุรกรรมทางการเงินของลูกค้า เชื่อมโยงไปเว็บไซต์ Shuffle นั้น หลังจากขยายผลพบว่า มี 6 บัญชี มีเงินหมุนเวียนมากกว่า 100 ล้านบาท เช่นเดียวกับกรณีของ Maxbit ที่มีการตรวจเจอเฉพาะหน้าตาม รายงานประมาณ 2.2 แสนบาทส่วนตนเองไม่ได้มองในเรื่องเว็บไซต์พนันออนไลน์อย่างเดียว แต่ยังมีข้อกล่าวอีก 3 ประเด็นคือ องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พ.ร.บ.การพนัน และการสมคบฟอกเงิน ซึ่งมองว่าเป็นมูลฐานที่เพียงพอจะสามารถดำเนินการยึดอายัดทรัพย์ต่อไปได้ขณะที่ “ศิริโชค โสภา”อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเคยได้รับฉายาเป็นวอลเปเปอร์ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ สมัยเป็นนายกรัฐมนตรี ขยี้ประเด็นเงินบริจาคภูมิใจไทย 150,000 บาท ที่พบชื่อ “ไอเดียร์” บริจาคเงินให้พรรคอย่างต่อเนื่องประเด็นนี้มีการหยิบยกข้อกฎหมายขยายวงไปถึง“โทษยุบพรรค” ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 มาตรา 72 ที่ระบุว่า ห้ามพรรคการเมืองรับบริจาคเงิน โดยรู้หรือควรจะรู้ว่าเงินนั้นได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือมีเหตุอันควรสงสัยในแหล่งที่มามาตรา 74 ห้ามรับเงินบริจาคจากบุคคลผู้ไม่มีสัญชาติไทย หรือนิติบุคคลต่างประเทศ และมาตรา 92 (3) หากฝ่าฝืนมาตรา 72 หรือ 74 กกต. มีอำนาจชงเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคได้ขณะที่ “ฝั่งน้ำเงิน” ออกโรงตอบโต้ประเด็นดังกล่าว ยืนยันว่า เงินบริจาครายเดือนจำนวนดังกล่าวเป็นการหักตรงจากเงินเดือน สส. เพื่อสนับสนุนพรรค ซึ่งเป็นกระบวนการที่โปร่งใส ถูกต้องตามกฎหมายพรรคการเมือง และไม่ได้มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับข้อกล่าวหาเรื่องเว็บพนันตามที่ถูกพาดพิงทว่าในขณะที่ “ฝั่งส้ม” ดูเหมือนจะได้ “แต้มต่อ” การเมืองจากประเด็น“ทุนเทา” เขย่า “ระบอบสีน้ำเงิน” ตามมอตโต้หาเสียงมีเราไม่มีเทา กลับเกิดอาการซวนเซเสียจังหวะจากรณี “สลิปโอนเงิน” 7 ล้านบาท เข้าบัญชี “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทยถูกเปิดโดยเพจ Godd Dam ที่กลายเป็นเรื่องโอละพ่อ หลังตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ผบช.สอท.) มีการจับกุม "ชัยรัตน์" อายุ 26 ปี ชาวอดีตสมาชิกพรรคก้าวไกล แอดมินเพจ ในข้อหานำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์หลังธนาคารที่ถูกพาดพิงถึงออกมายืนยันว่าเป็นสลิปปลอม เนื่องจากไม่พบเลขบัญชีดังกล่าวในระบบ และระบบโอนเงินปกติมีวงเงินจำกัดไม่เกิน 5 ล้านบาทต่อวันแถมกระสุนยังไปตกใส่ “ไอซ์” รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน แบบเต็มๆ ฐานแชร์ข้อมูลเพจดังกล่าวที่เป็น “ข่าวเท็จ”กลายเป็นช่องให้ฝั่ง “สีน้ำเงิน” แก้เกมโดยส่งบทผ่านหัวหมู่ทะลวงฟัน “ศุภชัย ใจสมุทร” สส.บัญชีรายชื่อ และทีมกฎหมายพรรคภูมิใจไทย ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ให้วินิจฉัยกรณี สส.แชร์เพจหมา เรื่อง การโอนเงิน 7 ล้านบาท ว่าเป็นการกระทำที่ผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่โดย “ศุภชัย”สะท้อนข้อเสนอเพื่อแก้ไขปัญหา ดังนี้ ประการแรก แยกการวิจารณ์ออกจากการละเมิดสิทธิ,ประการที่สอง ผู้โพสต์ และผู้แชร์ต้องรับผิดชอบ,ประการที่สาม ใช้กฎหมายอย่างจริงจัง และเป็นธรรม,ประการที่สี่ สื่อ และผู้ผลิตเนื้อหาต้องมีจริยธรรม,ประการที่ห้า แพลตฟอร์มต้องมีกลไกคุ้มครองผู้ใช้,ประการที่หก พรรคการเมือง และนักการเมืองต้องยกระดับมาตรฐานการสื่อสาร,ประการที่เจ็ด สร้างภูมิคุ้มกันด้านการรู้เท่าทันสื่อไหนจะ “คดีร้อนการเมือง” ที่กำลังอยู่ในกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะคดี “44 สส.อดีตพรรคก้าวไกล” กรณีฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง จากการลงชื่อแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112จำนวนนี้รวมไปถึง “คีย์แมนส้ม” ทั้ง “เท้ง” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน “ไหม” ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค รวมถึง สส.พรรคประชาชน ในปัจจุบันรวม 10 คนโดยเมื่อวันที่ 27ต.ค.69 ที่ผ่านมา เป็นการไต่สวน พยานฝั่ง ป.ป.ช.ในฐานะ “ผู้ร้อง” เป็นนัดสุดท้ายถูกเปิดเกมชำระแค้นเอาคืนโดย “ฝ่ายสีน้ำเงิน” ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่ “หมอเอก” เอกภพ เพียรวิเศษ อดีต สส.เชียงราย พรรคอนาคตใหม่ และเป็นโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี คนปัจจุบัน และ “ทนายบิลลี่” จิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ อดีต สส. กทม. พรรคอนาคตใหม่ และพรรคก้าวไกล ปัจจุบันเป็นรองโฆษกพรรคเพื่อไทย เวลานี้อยู่ในสถานะพรรคร่วมรัฐบาลภูมิใจไทยเวิร์ดดิงสำคัญอยู่ที่ “เอกภพ” ซึ่งเปิดเกมชำระแค้นที่เคยถูกตราหน้าเป็น “สส.งูเห่า” ด้วยการให้ข้อมูลต่อศาลคือ “มี สส.หลายคนไม่เห็นด้วย แต่พรรคยังคงยื่นร่างกฎหมายดังกล่าวเข้าสภาฯ โดยที่ตน และเพื่อนอีก 9 คน ไม่ได้ลงชื่อแต่กลับถูกคนในพรรคเปิดชื่อว่าไม่ได้ร่วมลงชื่อในกฎหมายนี้ ทำให้ทัวร์ลง และยังถูกทางพรรคกีดกัน”ตามขั้นตอนในคดีดังกล่าวหลังจากนี้จะเป็นการไต่สวนพยานฝั่งผู้คัดค้านคือ “พรรคก้าวไกล” หรือพรรคประชาชนในปัจจุบันโดยตามไทม์ไลน์ ฝั่ง “44 อดีต สส.”ได้ยื่นต่อศาลขอไต่สวนพยานจำนวน 60 ปาก รวม 17 นัด โดยจะเริ่มสืบพยานปากแรกในวันที่ 3 พ.ย.69 ปีนี้ และนัดไต่สวนปากสุดท้ายในวันที่ 18 พ.ค.2570ปรากฏการณ์ “นิติสงคราม” ระหว่าง “ฝั่งน้ำเงิน” และ“ฝั่งส้ม” ที่ต่างฝ่ายต่างเปิดบัญชีชำระแค้นแก้เผ็ดกันไปมา กำลังสะท้อนฉากการเมืองภายใต้ดุลอำนาจ “2 ขั้วแกนนำ”ตรงกับสำนวนไทยที่ว่า “เกลือจิ้มเกลือ สากกะเบือล้างแค้น” ซึ่งหมายถึง การแก้เผ็ดให้สาสม แบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน ภายใต้กลไกที่แต่ละฝ่ายมีอยู่ในมือนั่นเองพิสูจน์อักษร….สุรีย์ ศิลาวงษ์


Posted

in

by

Tags: