คดี 44 สส.ก้าวไกล เข้าสู่โค้งสำคัญ “ส้ม”งัดหลักวิชาการสู้

คดีหมายเลขดำที่ คมจ. 1/2569 ซึ่งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา ขอให้วินิจฉัยการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงของอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) 44 คน จากพรรคก้าวไกล กรณีร่วมลงชื่อเสนอร่างแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 กำลังเข้าสู่ช่วงสำคัญของกระบวนการพิจารณาหลังศาลไต่สวนพยานฝ่ายผู้ร้องเสร็จสิ้น และเตรียมเปิดการไต่สวนพยานฝ่ายผู้คัดค้านในวันที่ 3 พ.ย. 2569จบไต่สวนฝ่าย ป.ป.ช. 9 ปากเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2569 ศาลฎีกา ถนนราชดำเนิน นัดไต่สวนพยานฝ่ายผู้ร้องในคดีดังกล่าวเป็นนัดสุดท้าย หลังจากก่อนหน้านี้มีการไต่สวนพยานมาแล้ว 3 นัด รวม 7 ปาก และในนัดล่าสุดมีพยานเข้าเบิกความอีก 2 ปาก ทำให้ฝ่ายผู้ร้องมีพยานที่เข้าเบิกความรวม 9 ปากพยานสองปากสุดท้าย ได้แก่ นายจิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ อดีต สส.กรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกล ซึ่งปัจจุบันเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย และ นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ หรือ “หมอเอก” อดีต สส.เชียงราย พรรคก้าวไกล ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีสาระสำคัญของการไต่สวนในวันดังกล่าว อยู่ที่ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการประชุมภายในพรรค กระบวนการพิจารณาร่างแก้ไขมาตรา 112 และบรรยากาศทางการเมืองในช่วงก่อนเสนอร่างกฎหมาย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของข้อเท็จจริงที่ฝ่ายผู้ร้องนำเสนอต่อศาลนายจิรวัฒน์ ให้การเกี่ยวกับหลักการเสนอร่างพระราชบัญญัติว่า ผู้ลงลายมือชื่อควรรับทราบรายละเอียดของร่าง ทั้งหลักการและเหตุผล พร้อมกล่าวถึงการประชุมภายในพรรคก้าวไกล ที่มีการเชิญนักวิชาการมาให้ความรู้เกี่ยวกับการแก้ไขมาตรา 112 โดยในที่ประชุมมีความคิดเห็นแตกต่างกัน ทั้งกลุ่มที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับแนวทางดังกล่าวส่วน นพ.เอกภพ ให้การถึงสถานการณ์การชุมนุมทางการเมืองในช่วงเวลานั้น โดยระบุว่า ในระยะแรกมีผู้ชุมนุมถูกดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 ก่อนที่ต่อมาจะมีการดำเนินคดีตามมาตรา 112 และพรรคมีการเรียกประชุม สส. เพื่อหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นนพ.เอกภพ ยังกล่าวถึงการประชุมและการหารือเกี่ยวกับข้อเสนอแก้ไขมาตรา 112 โดยระบุว่า ตนไม่เห็นด้วยกับหลักการดังกล่าว และภายหลังไม่ได้เข้าร่วมประชุมในเรื่องนี้อีก พร้อมให้ข้อมูลเกี่ยวกับกรณี สส. บางส่วนไม่ร่วมลงชื่อเสนอร่างแก้ไขกฎหมายก่อนหน้านี้ พยานฝ่ายผู้ร้องที่เข้าเบิกความมีทั้งเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ข้าราชการและอดีตข้าราชการสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ตลอดจนนักการเมืองและอดีต สส. ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการเสนอร่างกฎหมายการปิดพยานฝ่ายผู้ร้องจึงเป็นการสิ้นสุดขั้นตอนนำเสนอพยานของ ป.ป.ช. ตามที่แถลงต่อศาล ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนการไต่สวนพยานของฝ่ายผู้คัดค้านทั้ง 44 คน3 พ.ย.ไต่สวนพยานผู้คัดค้านหลังปิดพยานฝ่ายผู้ร้องแล้ว ศาลฎีกากำหนดนัดไต่สวนพยานฝ่ายผู้คัดค้านครั้งแรก ในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 เวลา 09.30 น. โดย นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล จะเป็นพยานปากแรกการเริ่มไต่สวนฝ่ายผู้คัดค้านถือเป็นอีกช่วงสำคัญ เพราะเป็นโอกาสที่ฝ่ายอดีต สส. ทั้ง 44 คน จะนำเสนอข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเพื่อหักล้างข้อกล่าวหาของ ป.ป.ช. รวมถึงอธิบายเหตุผลและบริบทของการเสนอร่างแก้ไขมาตรา 112นายนิธิ ละเอียดดี ทนายความฝ่ายผู้คัดค้าน เปิดเผยว่า แนวทางต่อสู้ยังคงยืนยันว่า การกระทำของอดีต สส. ทั้ง 44 คนไม่ได้เป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง โดยฝ่ายผู้คัดค้านจะนำพยานหลักฐานเข้าสู่การไต่สวนตามขั้นตอนที่ศาลกำหนดสำหรับประเด็นที่ฝ่ายผู้ร้องพยายามเชื่อมโยงการเสนอร่างแก้ไขมาตรา 112 เข้ากับการชุมนุมทางการเมือง ในปี 2563 ทนายฝ่ายผู้คัดค้านยืนยันว่า ข้อเสนอให้ทบทวนบทบัญญัติและการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวมีการอภิปรายในแวดวงวิชาการมาเป็นเวลานานแล้ว ไม่ใช่แนวคิดที่เพิ่งเกิดขึ้นในช่วงการชุมนุมปมใหญ่ของคดีเมื่อพิจารณาเนื้อหาของคดี สามารถแยกประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามออกเป็น 3 ส่วน1.ที่มาและบริบทของการเสนอร่างแก้ไขมาตรา 112ฝ่ายผู้ร้องนำเสนอข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ทางการเมืองและการชุมนุมในช่วงเวลาดังกล่าว เพื่อประกอบการพิจารณาการกระทำของผู้คัดค้าน ขณะที่ฝ่ายผู้คัดค้านยืนยันว่า การเสนอแก้ไขกฎหมายมีข้อถกเถียงทางวิชาการรองรับมาก่อนหน้านั้นแล้ว2.ขอบเขตอำนาจหน้าที่ของ สส. ในการเสนอร่างกฎหมายฝ่ายผู้คัดค้านมีแนวทางต่อสู้ว่า การเสนอร่างกฎหมายเป็นการดำเนินการในฐานะผู้แทนราษฎรตามอำนาจหน้าที่ และมีเหตุผลทางวิชาการรองรับ ส่วนฝ่ายผู้ร้องเห็นว่า การกระทำที่ถูกกล่าวหาต้องได้รับการพิจารณาภายใต้กรอบมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง3.เจตนาและพฤติการณ์ของผู้คัดค้านแต่ละรายแม้คดีจะเกี่ยวข้องกับอดีต สส. รวม 44 คน แต่การวินิจฉัยข้อกล่าวหาจำเป็นต้องพิจารณาพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องตามกรอบของคดี การร่วมลงชื่อเสนอร่างกฎหมายจึงเป็นข้อเท็จจริงสำคัญประการหนึ่งทั้งสามประเด็นจะเป็นแกนสำคัญของการไต่สวนฝ่ายผู้คัดค้านศาลวางกรอบไต่สวนถึงมี.ค.70อีกประเด็นสำคัญที่ปรากฏในการอ่านกระบวนพิจารณาหลังเสร็จสิ้นการไต่สวนพยานฝ่ายผู้ร้อง คือ การกำหนดกรอบเวลาสำหรับพยานฝ่ายผู้คัดค้านฝ่ายผู้คัดค้านได้ยื่นคำร้องขอเพิ่มวันไต่สวนอีก 2 นัด หลังจากศาลมีคำสั่งยกเลิกวันไต่สวน 4 นัดสุดท้ายที่กำหนดไว้ก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตาม ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ในชั้นนี้ยังไม่มีความจำเป็นต้องเพิ่มนัด เนื่องจากคาดว่าจะสามารถดำเนินการไต่สวนพยานฝ่ายผู้คัดค้านให้เสร็จสิ้นภายในกำหนดเดิม คือภายในเดือน มี.ค. 2570“พรรคส้ม”งัดหลักวิชาการสู้นอกจากพยานบุคคลที่จะเข้าเบิกความต่อศาลแล้ว อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ แนวทางจัดการพยานผู้เชี่ยวชาญฝ่ายผู้คัดค้าน ตามกระบวนพิจารณาที่มีการเปิดเผย ศาลกำหนดให้พยานที่เป็นนักวิชาการจำนวน 13 ราย จัดทำบันทึกถ้อยคำยืนยันข้อเท็จจริงและความเห็น ยื่นต่อศาลแทนการเดินทางมาเบิกความด้วยวาจา โดยให้ส่งเอกสารภายใน 7 วันก่อนวันนัดที่เกี่ยวข้องหากคู่ความฝ่ายใดติดใจข้อเท็จจริง หรือ ความเห็นที่ปรากฏในบันทึกถ้อยคำ สามารถยื่นคำคัดค้านต่อศาลภายใน 3 วัน และศาลอาจพิจารณาให้พยานมาเบิกความเพื่อตอบคำถามเพิ่มเติมได้ตามความเหมาะสมในทางกระบวนพิจารณา การใช้บันทึกถ้อยคำช่วยให้ศาลและคู่ความสามารถศึกษาข้อเท็จจริงและความเห็นของผู้เชี่ยวชาญล่วงหน้า รวมทั้งทำให้สามารถระบุประเด็นที่ต้องการซักถามหรือโต้แย้งได้ชัดเจนขึ้น3 ประเด็นที่ต้องจับตาคดี 44 อดีต สส.ก้าวไกล ยังมีขั้นตอนสำคัญรออยู่ ทั้งการไต่สวนพยานฝ่ายผู้คัดค้าน การพิจารณาบันทึกถ้อยคำของผู้เชี่ยวชาญ และการประเมินพยานหลักฐานทั้งหมดก่อนที่ศาลจะมีคำวินิจฉัยสิ่งที่ต้องจับตาจึงมีอย่างน้อย 3 เรื่อง ได้แก่1.น้ำหนักของพยานหลักฐานเกี่ยวกับที่มาและบริบทของการเสนอร่างแก้ไขมาตรา 1122.เหตุผลทางกฎหมายของฝ่ายผู้คัดค้านเกี่ยวกับการใช้อำนาจหน้าที่ของ สส.และ 3.แนวทางที่ศาลจะใช้พิจารณาขอบเขตของมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงในกรณีที่เกี่ยวข้องกับการเสนอร่างกฎหมายคดีนี้มีความสำคัญสูง เพราะหากศาลมีคำวินิจฉัยว่า 44 อดีต สส.ก้าวไกล กระทำการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง จะมีโทษรุนแรงถึงขั้นพ้นจากตำแหน่งทางการเมือง การเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง และ การเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งตามเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้องภายในเดือน มี.ค. 2570 เป็นกรอบเวลาที่ศาลเห็นว่าน่าจะสามารถไต่สวนพยานฝ่ายผู้คัดค้านเสร็จสิ้นได้ หลังเสร็จสิ้นการไต่สวน ต้องติดตามขั้นตอนต่อไปว่า ศาลจะนัดอ่านคำพิพากษาวันไหนที่แน่นอน…รายงานพิเศษ โดย…ทีมข่าวการเมือง หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 4250


Posted

in

by

Tags: