“ยศชนัน” ไฟเขียวรวด 5 เมกะโปรเจกต์ล้ำอนาคต

"ยศชนัน" ไฟเขียวรวด 5 เมกะโปรเจกต์ล้ำอนาคต จากหมูดัดแปลงยีนปลูกถ่ายอวัยวะถึง Medical AIผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจสุขภาพของประเทศไทย (Wellness Economy) ครั้งที่ 1/2569 นัดแรก ณ ห้องประชุมชั้น 4 อาคารพระจอมเกล้า สำนักงานปลัดกระทรวง อว.ในการประชุมครั้งนี้ ศ.ดร.ยศชนัน ได้ประกาศเป้าหมายเดินหน้าขับเคลื่อนประเทศสู่ "Scientific Wellness Economy" อย่างเต็มรูปแบบโดยตั้งเป้าสร้างมูลค่าเศรษฐกิจสุขภาพให้แตะ 3.5 ล้านล้านบาทภายในปี 2575 (เติบโต 1.7 เท่าจากปี 2568) พร้อมปักหมุดผลักดันไทยให้ก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางสุขภาพและอายุยืนแห่งเอเชีย (Longevity Hub of Asia)"บอร์ดนี้จะพูดเรื่อง Scientific Wellness เป็นหลัก เพราะเป็นสิ่งที่จะเพิ่มมูลค่าให้ Wellness Economy ไทยมีอุตสาหกรรมเวลเนสอยู่แล้ว เมื่อนำกลุ่มที่ทำ Scientific Wellness เข้ามาผสาน ทุกอย่างจะกลายเป็นเรื่องเดียวกัน แต่ละกระทรวงตั้งงบของตัวเองได้ และโปรเจกต์ที่เคยอยู่ระหว่างกลางก็จะมีเจ้าภาพชัดเจน" ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวสำหรับแผนงานดังกล่าวจะถูกขับเคลื่อนผ่าน 3 เสาหลักยุทธศาสตร์ ได้แก่Preventive Health Hub พัฒนาแพ็กเกจตรวจสุขภาพมาตรฐาน 4 ช่วงวัย พร้อมเชื่อมโยงโรงพยาบาลรัฐและเอกชนเข้ากับระบบการเดินทางและที่พักThailand Healing Destinations เปลี่ยนโรงแรมให้เป็นสถานที่ฟื้นฟูสุขภาพ และสร้างเครือข่ายเมืองฟื้นฟูสุขภาพเพื่อกระจายรายได้สู่ภูมิภาคThailand Innovation Hub มุ่งเน้นให้คนไทยเป็นเจ้าของเทคโนโลยี ผ่าน 2 แผนงานเรือธง คือ "Siam Medica" (ยกระดับอุตสาหกรรมยา วัคซีน เครื่องมือแพทย์) และ "Siam Terra" (พัฒนาเกษตรอัจฉริยะ อาหารแห่งอนาคต เทคโนโลยีชีวภาพ) โดยตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าผู้ผลิตไทย 500,000 ล้านบาท และลดการนำเข้าเทคโนโลยีลง 30%นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีมติไฟเขียว 5 โครงการนวัตกรรมล้ำอนาคต เพื่อบรรจุเป็นวาระเร่งด่วนในแผนงานระดับชาติ "Thailand² Nation of Master" ประกอบด้วยโครงการ T-Xeno Hub พัฒนาหมูดัดแปลงพันธุกรรมเพื่อการปลูกถ่ายอวัยวะข้ามสายพันธุ์ (มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับ เบทาโกร)โครงการ ATMU สร้างโรงงานผลิตผลิตภัณฑ์การแพทย์ขั้นสูง (ATMPs) ขนาด 5,000 ตารางเมตร (มหาวิทยาลัยมหิดล)โครงการ Data ConneX เชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพของโรงเรียนแพทย์ด้วยมาตรฐาน OMOP เพื่อรองรับการวิจัยทางคลินิก (Clinixir)การผลักดัน Medical AI และการแพทย์แม่นยำ (Precision Medicine) ให้นำมาใช้งานจริงในโรงพยาบาลโครงการปรับปรุงสายพันธุ์มันสำปะหลังไทย ให้ต้านทานโรคใบด่างด้วยเทคโนโลยีปรับแต่งจีโนม ช่วยย่นระยะเวลาพัฒนาสายพันธุ์เหลือเพียง 3–5 ปี (SynBio Consortium)"ไทยมีจุดแข็งด้านบริการสุขภาพและการท่องเที่ยวที่โลกยอมรับ สิ่งที่ต้องทำคือใช้วิทยาศาสตร์และนวัตกรรมเชื่อมจุดแข็งทั้งหมดเป็นระบบเดียว ตั้งแต่เกษตร อุตสาหกรรม ไปจนถึงบริการ ให้คนไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และเป็นเจ้าของเทคโนโลยีที่สร้างรายได้ให้ประเทศอย่างยั่งยืน" ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวย้ำพร้อมกันนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบข้อเสนอของสำนักงาน ป.ย.ป. ในการปลดล็อก "กฎหมายคอขวด" 3 ด้าน ได้แก่ การวิจัยในมนุษย์เพื่อรองรับมาตรฐานการปลูกถ่ายอวัยวะข้ามสายพันธุ์, การปรับเกณฑ์ GMP ผลิตภัณฑ์ ATMPs เป็นแบบ Phase-appropriate เพื่อลดต้นทุนงานวิจัยลง 50-70% และการผ่อนคลายกฎหมายโฆษณาสมุนไพรที่มีความเสี่ยงต่ำขณะเดียวกัน ได้ให้ความเห็นชอบร่างสมุดปกขาวระบบนิเวศ Wellness แห่งชาติ (Wellness White Paper) โดยมอบหมายให้กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข นำไปใช้จัดทำมาตรฐานและกำกับดูแลบริการสุขภาพตามระดับความเสี่ยง (Risk-based Regulation) ต่อไปหลังเสร็จสิ้นการประชุม ศ.ดร.ยศชนัน ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเพิ่มเติมว่า คณะกรรมการชุดนี้เปรียบเสมือน "Synergistic Board" ที่จัดตั้งขึ้นตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี เพื่ออุดช่องว่าง (Gap) การทำงานที่ข้ามกระทรวงกันให้เป็นเอกภาพ โดยหลังจากนี้ จะเร่งรวบรวมและประมวลผลตัวเลขเป้าหมายทางเศรษฐกิจให้ชัดเจน เพื่อนำเสนอในการประชุมนัดต่อไปในอีก 2–3 เดือนข้างหน้า#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS


Posted

in

by

Tags: