มติ 5 ต่อ 2 ชนศาลฎีกา! ‘จรัญ’ ฟันธง กกต. ยื่นศาล รธน. ผิดช่องทาง เตือนระบบวิบัติหากข้ามแท่งอำนาจ

อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ชี้ กกต. มีมติ 5 ต่อ 2 ยื่นศาล รธน. ตรวจสอบศาลฎีกา รับ 3 คดีปมคุณสมบัติ สว. ทำไม่ได้ ระบุอำนาจศาล 3 แท่งเป็นอิสระต่อกัน ก้าวก่ายไม่ได้ ชี้หากจะแย้งต้องใช้มาตรา 212 ให้ศาลฎีกาส่งเรื่อง เตือนหากปล่อยให้ยื่นข้ามศาลได้ ระบบยุติธรรมวิบัติแน่จากกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติเสียงข้างมาก 5 ต่อ 2 เสียง เห็นชอบให้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อขอให้พิจารณาวินิจฉัยกรณีศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ได้รับคำร้องไว้พิจารณาจำนวน 3 คดี ซึ่งเป็นคำร้องของผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภา (สว.) รวม 5 ราย ที่เคยถูก กกต. ปัดตกคำร้องเรื่องคุณสมบัติไปก่อนหน้านี้ โดย กกต. มองว่าการพิจารณาคุณสมบัติ สว. ในแต่ละระดับชั้นของ กกต. ถือเป็นที่สุดแล้ว การที่ศาลฎีกาเปิดรับเรื่องไว้พิจารณาจึงอาจเป็นการกระทำที่เกินอำนาจหน้าที่นั้นล่าสุด ศาสตราจารย์พิเศษ จรัญ ภักดีธนากุล อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ได้ให้ความเห็นผ่านรายการข่าว เจาะลึกทั่วไทย อินไซด์ ไทยแลนด์ โดยระบุถึงกรณีดังกล่าวว่า รู้สึกมึนกับคำร้องของ กกต. เนื่องจากตามหลักกฎหมาย การที่ กกต. ยื่นเรื่องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญตรวจสอบอำนาจหน้าที่ของศาลฎีกานั้น ซึ่งทำไม่ได้เลยศ.พิเศษ จรัญ อธิบายว่า ตามระบบรัฐธรรมนูญไทย (ปี 2540, 2550 และ 2560) ได้วางหลักไว้อย่างชัดเจนว่า ศาลและองค์กรตามรัฐธรรมนูญในแต่ละแท่งมีอิสระแยกออกจากกันอย่างเด็ดขาด ศาลฎีกา ศาลรัฐธรรมนูญ และศาลปกครองสูงสุด ไม่มีศาลใดใหญ่กว่ากัน และไม่มีอำนาจเข้าไปก้าวก่าย หรือตรวจสอบการใช้อำนาจของกันและกันได้ส่วนกรณีที่ กกต. อ้างช่องทางตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 210 วรรคหนึ่ง (2) เพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของ กกต. เองนั้น ศ.พิเศษ จรัญ ชี้แจงว่า พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 44 ระบุไว้ชัดเจนว่า ปัญหาที่จะขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้นั้น ต้องเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นแล้วจริงๆ ไม่ใช่ปัญหาที่เกิดจากความไม่แน่ใจของตัวเอง หรือเป็นปัญหาความขัดแย้งที่ไปชนกับองค์กรศาล เพราะมาตรา 210 (2) ออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างองค์กรอิสระด้วยกันเอง หรือระหว่างองค์กรอิสระกับ ครม. หรือสภาเท่านั้น“กรณีนี้ยังไม่ถือว่าเกิดปัญหาขึ้นจริงกับกกต. แต่เป็นเพียงปัญหาทางความเห็นที่กกต. เห็นว่าศาลฎีกาทำไม่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญจึงไม่เข้าเกณฑ์ที่ศาลรัฐธรรมนูญจะรับไว้พิจารณาได้” อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ระบุสำหรับทางออกทางกฎหมายที่ถูกต้อง หาก กกต. เห็นว่าศาลฎีกาไม่มีอำนาจรับเรื่องดังกล่าว ศ.พิเศษ จรัญ แนะนำว่า กกต. จะต้องยื่นคำร้องคัดค้านเข้าไปในคดีที่ศาลฎีกากำลังพิจารณาอยู่ ในฐานะผู้มีส่วนได้เสียหรือคู่กรณี จากนั้นจึงขอให้ศาลฎีกาเป็นผู้ส่งประเด็นไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้วินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 212 ว่าบทบัญญัติ หรือระเบียบที่ศาลฎีกาใช้อยู่นั้น ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งต้องให้ศาลฎีกาเป็นผู้ส่งเรื่องไปเอง กกต. ไม่สามารถยื่นตรงไปยังศาลรัฐธรรมนูญได้ศ.พิเศษ จรัญ ยังได้กล่าวอีกด้วยว่า หากยินยอมให้มีการยื่นเรื่องข้ามแท่งองค์กรเช่นนี้ได้ จะสร้างความยุ่งยากและส่งผลกระทบต่อบรรทัดฐานทางกฎหมายอย่างรุนแรง ทำให้ศาลขาดความมั่นใจในการปฏิบัติหน้าที่เพื่ออำนวยความยุติธรรมให้แก่ประชาชน และอาจส่งผลให้ระบบกระบวนการยุติธรรมของประเทศเกิดความวิบัติได้ อย่างไรก็ตาม การจะรับหรือไม่รับคำร้องนั้น ยังคงเป็นดุลพินิจของคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่จะพิจารณาต่อไป.


Posted

in

by

Tags: