Category: การเมือง

  • มื้อค่ำร้านโปรด ‘อนุทิน’ พา ‘เอกนิติ-พัฒนา’ นั่งกินข้าวต้มปลาร้านโปรด

    เสร็จงานวันหยุด! ‘อนุทิน’ พา ‘เอกนิติ-พัฒนา’ นั่งกินข้าวต้มปลามื้อค่ำร้านโปรดเมื่อช่วงค่ำวันที่ 26 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจการทำงานในวันเดียวกันนี้ ซึ่งถือเป็นวันหยุด นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย พร้อมด้วยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง และนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข ได้นั่งรับประทานข้าวต้มปลากิมโป้ ตรอกจันทร์ ถนนเจริญกรุง ซึ่งถือเป็นร้านโปรดของนายอนุทินตั้งแต่สมัยเป็นรัฐมนตรี โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างสบายๆชิลๆกินมื้อค่ำในวันหยุดหลังเสร็จงาน.

  • “ทวี” เดือด ! แฉขบวนการจ้างวานยิง “สส.นราฯ” มีผู้บงการใหญ่กว่า “5ผู้ต้องหา” ด้าน “กมลศักดิ์” เผยแจ้งความเพิ่ม “2นายทหาร”

    ">วันที่ 26 เม.ย.2569 ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี (มอ.ปัตตานี) พรรคประชาชาติ จัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2569 โดยมีแกนนำพรรค สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) และสมาชิกพรรคเข้าร่วม ท่ามกลางกระแสการเมืองที่ร้อนระอุและการจับตาถึงทิศทางของพรรคต่อสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ กล่าวเปิดประชุมโดยให้น้ำหนักกับประเด็นการคุกคามสมาชิกพรรค โดยเฉพาะเหตุการณ์จ้างวานฆ่าหรือทำร้ายร่างกาย นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ ซึ่งเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจพ.ต.อ.ทวี ระบุว่า แม้ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 5 ราย แต่จากการสืบสวนพบว่าเป็นเพียงกลุ่มผู้รับจ้างที่ทำหน้าที่ตามคำสั่งที่ส่งต่อกันมาเป็นทอดๆ“ในคดีจ้างวานนั้น พยานหลักฐานหาได้ยากเพราะเป็นเรื่องลึกลับ แต่เราจะปล่อยให้เหตุการณ์นี้จบลงโดยไม่รู้ถึงผู้บงการหรือผู้ใช้จ้างวานไม่ได้ เพราะนี่คือการทำลายพรรคการเมือง ท่านกมลศักดิ์เป็น สส. ด้านกฎหมายและสิทธิมนุษยชน หากพรรคไม่สามารถดำเนินการให้ถึงที่สุดได้ ประชาชนจะขาดความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม” หัวหน้าพรรคประชาชาติ กล่าวพ.ต.อ.ทวี ยังเปิดเผยข้อมูลเชิงลึกว่า มีพยานหลักฐานที่บ่งชี้ว่า “มีผู้บงการ ที่ใหญ่กว่า 5 คน” ที่ถูกจับกุม โดยได้รับข้อมูลจากผู้กระทำผิดที่สื่อสารผ่านญาติและที่ปรึกษากฎหมายในระหว่างการควบคุมตัว พร้อมเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบระบบการสื่อสารและเส้นทางการเงินอย่างละเอียด เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ที่เตรียมการมานานหัวหน้าพรรคประชาชาติ ยังได้กล่าวถึง ระบบคิด ของหน่วยงานความมั่นคงบางกลุ่มที่ยังมองการรวมตัวทางการเมืองเป็นภัยต่อความมั่นคง โดยระบุว่าความคิดดังกล่าวขัดต่อหลักประชาธิปไตยและรัฐธรรมนูญ มาตรา 45 ที่คุ้มครองเสรีภาพในการจัดตั้งพรรคการเมือง“มีความคิดอีกกลุ่มหนึ่งที่มองว่าพรรคการเมืองที่เกิดจากการรวมตัวของคนในพื้นที่เป็นศัตรูกับความมั่นคง…

  • พี่คนดี ร่ายกลอนซัด พวกรู้อยู่แก่ใจ ใครหวังให้สถาบันสั่นสะเทือน ท้าเก่งก็บอกมาเลยว่าด่าใคร

    26 เม.ย.2569-เพจP.khondee ( พี่คนดี กวีสมัครเล่น) ร่ายกลอนเรื่อง “ใครหวังให้สถาบันสั่นสะเทือน” เนื้อหาระบุกษัตริย์คือ ศูนย์รวมใจ ไทยทั้งชาติใครหมั่นฟาด แล้วพิงพาด ไปหาเรื่องไปโหนเหนี่ยว ดึงท่านเกี่ยว กับการเมืองหลอกด้อมเชื่อง ราวพวกตน ใช่คนทำผู้ตั้งหน้า ท้าทาย กฎหมายหมิ่น ฯเป็นอาจิณ คือตั้งใจ ใฝ่หยามย่ำการทอแห ไม่แคร์ใคร คือไร้ธรรมวาทกรรม ทุกทุกคำ นำเชื่อมโยงโคตรขำจัด ไร้ประวัติ "ทุจริต"มีคนผิด อยู่ให้เห็น เป็นโขยงไม่กระดาก คนปากดี ไยขี้โกงใกล้ลงโลง อ้างบูชา สถาบันผลงานเด่น ที่ไทยเห็น เป็นประจักษ์คือโยกหลัก เสี้ยมไทยทุกข์ แล้วปลุกปั่นอ้างคำว่า ประชาชน คนเท่ากันและผลักดัน การทุบหิน แยกดินแดนทุกคนรู้ อยู่แก่ใจ ว่าใครปั่นใครหมั่นอ้าง สถาบัน หมั่นวางแผนพรรคพวกรู้ อยู่แก่ใจ แค่ไม่แมนว่าใครปลุก ความโกรธแค้น เสี้ยมคนไทยทำตนเอง ตลอดมา หาคนโทษร้องว่าโกรธ จนอดรน ทนไม่ไหวเก่งก็บอก มาเลยว่า เอ็งด่าใครอย่าทอแห…

  • สส.พรรคส้ม วิจารณ์กระทรวงคมนาคม ลดใช้ไฟบนถนน ชี้เสี่ยงอันตราย

    ศุภณัฐ วิจารณ์กระทรวงคมนาคม ลดใช้ไฟบนถนน ชี้เสี่ยงอันตราย แนะนำเปลี่ยนหลอดไฟจากไฟส้ม HPS เป็นไฟ LED ประหยัดกว่ากรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม โพสต์ข้อความเฟซบุ๊กระบุว่า “กรมทางหลวงชนบท เร่งดำเนินการตามมาตรการลดการใช้ไฟฟ้าแสงสว่างบนถนนในความรับผิดชอบ ควบคู่กับการรักษามาตรฐานความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชน เพื่อร่วมประหยัดพลังงานของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม โดยให้ดำเนินการปรับลดการใช้ไฟฟ้าแสงสว่างบนถนนทางหลวงชนบทในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่ำ มีผล 1 พ.ค. นั้นนายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กทม. พรรคประชาชน แสดงความเห็นว่า สิ่งที่กรมทางหลวง และ กรมทางหลวงชนบท ควรทำคือ การเปลี่ยนหลอดไฟจากไฟส้ม HPS เป็นไฟ LED ซึ่งจะประหยัดพลังงานได้ดีกว่า และยั่งยืนกว่า การดับไฟบนถนนนะครับการที่กระทรวงคมนาคมมาโฟกัสเรื่องปิดไฟ คงช่วยไม่ได้เท่าไร เพราะระยะห่าง-ความถี่-ตำแหน่งของ หลอดไฟมันถูกกำหนดมา เพื่อการกระจายแสงให้เพียงพอต่อการใช้งานถ้าปิดไฟก็ต้องกระทบต่อผู้ใช้งานถนน เสี่ยงอันตราย และในหลายพื้นที่ก็ไฟดับมานานแล้วด้วย ยิ่งปิดก็ยิ่งมืด ปลายทางเชื่อว่า นโยบายนี้คงแทบไม่ได้อะไรเป็นชิ้นเป็นอันถ้าจะประหยัดไฟอย่างมีประสิทธิภาพ กระทรวงไปเน้นเปลี่ยนหลอดไฟเป็น LED ให้ครบ และอย่าให้ใครมาลักขโมยตัดสายไฟบ่อยๆน่าจะดีกว่าครับอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกรมทางหลวงชนบท ลดใช้ไฟฟ้าแสงสว่างบนถนน ช่วยประหยัดพลังงาน เริ่ม 1 พ.ค.อ.พวงทอง ฟาดยับ ศาลาแก้ว…

  • “อ.ปริญญา” เทียบ “ระบอบทักษิณ กับ ระบอบเขากระโดง” สะท้อนปัญหาอำนาจองค์กรอิสระ

    "อ.ปริญญา" เทียบ "ระบอบทักษิณ กับ ระบอบเขากระโดง" สะท้อนปัญหาอำนาจองค์กรอิสระ เตือนระบบตรวจสอบไทยยังไม่สมดุล เสี่ยงกระทบความเชื่อมั่น หากไม่ปฏิรูปเชิงโครงสร้างทั้งระบบวันที่ 25 เม.ย. 2569 ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ให้สัมภาษณ์กับทาง The Room 44 โดยแสดงความเห็นต่อสถานการณ์การเมืองไทย และการเปรียบเทียบระหว่าง “ระบอบทักษิณ” กับสิ่งที่บางฝ่ายเรียกว่า “ระบอบเขากระโดง”อาจารย์ปริญญาระบุว่า “ระบอบทักษิณ” เกิดขึ้นภายใต้ รัฐธรรมนูญ 2540 ซึ่งวางโครงสร้างองค์กรอิสระ เช่น ศาลรัฐธรรมนูญ กกต. และ ป.ป.ช. โดยเปิดช่องให้ตัวแทนพรรคการเมืองมีอิทธิพลต่อกระบวนการสรรหา หากสามารถรวมเสียงได้ตามเกณฑ์ในยุคของ ทักษิณ ชินวัตร ช่วงปี 2544 โครงสร้างรัฐบาลผสมทำให้ฝ่ายรัฐบาลสามารถมีบทบาทต่อการสรรหาองค์กรอิสระได้บางส่วน จนนำไปสู่ข้อวิจารณ์เรื่องการเมืองแทรกแซงองค์กรตรวจสอบอย่างไรก็ตาม เขามองว่ายุคของ ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีความแตกต่างอย่างมาก โดยเฉพาะภายใต้ รัฐธรรมนูญ 2560 ที่ให้อำนาจในการแต่งตั้งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการคัดเลือกองค์กรอิสระ ทำให้เกิดข้อครหาว่าระบบสามารถถูกควบคุมได้มากกว่าเดิมอาจารย์ยังกล่าวถึงกรณีการคัดเลือก สว.…

  • จีนส่ง ‘หวัง อี้’ เยือนไทย ไม่ใช่แค่ธรรมเนียมปฏิบัติ แต่เป็นการตอกเสาเข็มยุทธศาสตร์

    25 เมษายน 2569 – นายอัษฎางค์ ยมนาค หรือ เอ็ดดี้ นักวิชาการอิสระและครีเอเตอร์ดิจิทัล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า นักวิเคราะห์และสื่อต่างประเทศมองการที่จีนส่ง “หวัง อี้” รัฐมนตรีต่างประเทศจีน มาเยือนไทย” อย่างไรบ้าง1. จีนกำลังยกระดับบทบาทในไทย ไม่ใช่แค่เยือนตามพิธีการAP มองว่าการเยือนของหวัง อี้ มีเป้าหมายเพื่อ “เสริมความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์” และขยายความร่วมมือ โดยเฉพาะเรื่องอาชญากรรมข้ามชาติและแก๊งสแกม ขณะเดียวกัน AP ชี้ว่า จีนเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของไทย และการลงทุนจีนในไทยเร่งตัวขึ้น เพราะบริษัทจีนจำนวนมากย้ายฐานผลิตมายังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพื่อเลี่ยงแรงกดดันจากภาษีสหรัฐฯ2. ต่างชาติมองว่า “แก๊งสแกม” กลายเป็นวาระภูมิรัฐศาสตร์Reuters รายงานว่า หวัง อี้ พูดถึงความหวังให้ไทย–กัมพูชาปรับความสัมพันธ์ดีขึ้น หลังมีความขัดแย้งทางอาวุธในปีก่อน และทั้งไทย–จีนให้ความสำคัญกับการจัดการ cyber scamsจุดนี้สำคัญมาก เพราะไม่ใช่แค่เรื่องตำรวจจับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ แต่คือจีนกำลังวางตัวเป็น “ผู้จัดระเบียบความมั่นคงชายแดนและอาชญากรรมข้ามชาติ” ในอนุภูมิภาคไทย–กัมพูชา–เมียนมา3. จีนกำลังใช้เศรษฐกิจนำการเมืองLowy Institute ประเมินว่า จีนเป็นมหาอำนาจภายนอกที่มีอิทธิพลสูงสุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยรวม และเป็นผู้นำด้านอิทธิพลทางเศรษฐกิจและการทูต รวมถึงเป็นอิทธิพลหลักในไทยด้วย แต่ยังอ่อนกว่าสหรัฐฯ ในเครือข่ายด้านกลาโหมพูดแบบอ่านเกมอำนาจ คือ จีนไม่ได้บุกไทยด้วยเรือรบ…

  • แรงไม่พัก! เท้ง ขอโทษทันที หลังอดีตเลขาฯ หลุดด่าสื่อ

    วันที่ 26 เมษายน 2569 นายศรายุทธ์ ใจหลัก อดีตเลขาธิการพรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ แสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์สื่อมวลชนอย่างรุนแรง โดยมีใจความว่า ผมคิดว่าสื่อมวลชนของเรา – ขออภัยหากใช้ถ้อยคำรุนแรง – คือถ้าพูดตามตรง ปัญญาอ่อน กันขึ้นทุกวันวันที่ 26 เมษายน 2569 นายศรายุทธ์ ใจหลัก อดีตเลขาธิการพรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ แสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์สื่อมวลชนอย่างรุนแรง โดยมีใจความว่า ผมคิดว่าสื่อมวลชนของเรา – ขออภัยหากใช้ถ้อยคำรุนแรง – คือถ้าพูดตามตรง ปัญญาอ่อน กันขึ้นทุกวันก่อนหน้านี้หรือก่อนผมเกิด เราเคยเชื่อว่าสื่อมวลชนเป็นฐานันดรที่สี่ เป็นชนชั้นพิเศษ มีอภิสิทธิ์ หรือเป็นปราการปกป้องเสรีภาพและประชาธิปไตย จนได้พูดกันว่าเสรีภาพสื่อคือเสรีภาพประชาชนแต่ดูคุณภาพสื่อมวลชนทุกวันนี้กันเถอะครับ เราคาดหวังสื่อมวลชนในฐานะปราการปกป้องอะไรได้บ้าง – สื่อมวลชนไม่ได้คัดกรองข่าวหรือชี้นำความคิดอะไรแก่สังคมเลย ได้แต่หยิบเอาเรื่องปัญญาอ่อนอะไรก็ได้ที่น่าจะมีคนสนใจมาเขียนข่าวกันไปวันๆต่อมา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีดังกล่าว โดยระบุว่า ตนขออภัยหากคำพูดของตัวแทนพรรคทำให้สื่อมวลชนรู้สึกไม่สบายใจ พร้อมยืนยันว่า สื่อมวลชนมีสิทธิเสรีภาพในการวิพากษ์วิจารณ์พรรคการเมืองและบุคคลสาธารณะได้อย่างเต็มที่ทั้งนี้ นายณัฐพงษ์ ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของกระบวนการภายในพรรค ไม่ว่าจะมีการพูดคุยหรือตักเตือนหรือไม่…

  • รู้ได้ใน 1 นาที ! ‘เลขาฯ แพทยสภา’ เปิดวาร์ปวิธีเช็กคลินิกเถื่อน ป้องกันเจอหมอปลอม

    รู้ได้ใน 1 นาที! เลขาฯ แพทยสภาเปิดวาร์ปวิธีเช็กคลินิกเถื่อน แนะประชาชน-แพทย์ตรวจสอบก่อนรักษา ย้ำ ‘หมอแขวนป้าย’ เสี่ยงคุก-โดนถอนใบประกอบวิชาชีพเมื่อวันที่ 26 เม.ย. พล.อ.อ.นพ.อิทธพร คณะเจริญ เลขาธิการแพทยสภา โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก "อิทธพร คณะเจริญ" ให้คำแนะนำแก่แพทย์และประชาชน ว่า "คลินิกจริงหรือเถื่อน..ตรวจสอบได้ง่ายๆ เพียง 1 นาที ผมขอแนะนำวิธีง่ายๆ ในการตรวจสอบว่าคลินิกที่ท่านจะไปทำงานหรือไปรับการรักษานั้น ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ โดยใช้ระบบของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุขขั้นตอนการตรวจสอบ เปิดเว็บไซต์ (คลิกได้เลย) https://hosp.hss.moph.go.th/ ที่หน้าจอจะมีช่อง “เลือกการค้นหา” ให้เลือก 1 ใน 2 วิธี ได้แก่ เลขที่ใบอนุญาตหรือชื่อสถานพยาบาล พิมพ์ข้อมูลที่ต้องการค้นหาลงในช่อง แล้วกดปุ่ม "ค้นหา" ระบบจะแสดง “รายละเอียดข้อมูล” ของสถานพยาบาลนั้น เช่น ชื่อคลินิก ที่อยู่ ประเภทใบอนุญาต ผู้ดำเนินการ ผู้ประกอบวิชาชีพ และสถานะใบอนุญาตหากค้นหาแล้ว ไม่พบข้อมูล…

  • “เท้ง” กราบขออภัย สื่อไทย หลังผู้ช่วยเลขาฯ หลุดด่าแรง เชื่อ “ศรายุทธิ์” ตักเตือนแล้ว

    “เท้ง” กราบขออภัย หลัง “ผู้ช่วยเลขาติ่ง” ด่าสาดเสียเทเสีย สื่อไทยปัญญาอ่อน! เชื่อ “ศรายุทธิ์” ตักเตือนแล้ววันที่ 26 เม.ย.69 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ผู้ช่วยนายศรายุทธ์ ใจหลัก อดีตเลขาธิการพรรคประชาชนออกมาวิพากษ์วิจารณ์สื่อมวลชนไทยว่าปัญญาอ่อน ว่า โดยส่วนตัวต้องกราบขออภัยหากคำพูดที่มีการสื่อสารออกไปจากตัวแทนของพรรค ทำให้สื่อมวลชนรู้สึกไม่สบายใจ แต่ยืนยันว่าสิทธิเสรีภาพของสื่อในการวิพากษ์วิจารณ์พรรค หรือนักการเมืองที่เป็นบุคคลสาธารณะ สามารถทำได้ และควรต้องทำอย่างเต็มที่ ดังนั้น กระบวนการภายในไม่ว่าจะมีการพูดคุยตักเตือนหรือไม่ ตนเชื่อว่านายศรายุทธ์ ได้มีการพูดคุยตักเตือนอยู่แล้ว

  • “เท้ง ณัฐพงษ์”นั่ง หน.พรรคฯ ตั้ง “พิจารณ์”เป็นเลขาฯ

    (26เม.ย.69) ที่ โรงแรมเมเปิล บางนา พรรคประชาชนจัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2569 โดยมีมติให้ ‘เท้ง ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ’ ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคต่อ พร้อมปรับโครงสร้างนำ ‘พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์’ ขึ้นเป็นเลขาธิการพรรคคนใหม่นายณัฐพงษ์ได้ย้ำอุดมการณ์การสร้างพรรคมวลชนที่เน้นการทำงานทางความคิดทั้งภายในและภายนอก ควบคู่ไปกับการลงพื้นที่อย่างเข้มข้น โดยประกาศชัดเจนว่าจะไม่มีการทำเมืองแบบอุปถัมภ์ แจกของ หรือสร้างบุญคุณกับประชาชน แต่จะมุ่งเน้นให้ประชาชนร่วมเป็นเจ้าของประเด็นและแก้ไขปัญหาในพื้นที่ไปด้วยกัน เพื่อต่อสู้กับระบอบการเมืองแบบบ้านใหญ่และกลุ่มทุนที่กัดกินประเทศนอกจากนี้ พรรคได้วาง 4 หมุดหมายสำคัญเพื่อเตรียมพร้อมสู่การเลือกตั้ง ได้แก่ การเปิดตัว "ครม.เงา" เพื่อตรวจสอบรัฐบาล , การขับเคลื่อนงานผ่าน 9 คณะกรรมาธิการ , การเร่งเคาะตัวผู้สมัคร สส. ทั่วประเทศภายในเดือนกรกฎาคมเพื่อให้ประชาชนมีเวลาตรวจสอบคุณสมบัติ และการรุกสนามเลือกตั้งท้องถิ่นทั้งในระดับจังหวัด พัทยา และ กทม. โดยหัวหน้าพรรคเชื่อมั่นว่าหากรักษาสปิริตและความเป็นเอกภาพขององค์กรไว้ได้ พรรคประชาชนจะเป็นยานพาหนะสำคัญที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงสังคมที่ดีกว่าได้อย่างแท้จริงที่มา : Thai News Pix