Category: การเมือง

  • ทักษิณ กำลังใจดี ลุ้นมติกก.พักโทษ 29 เม.ย.นี้ เผยอายุเกิน 70 ไม่ต้องติดกำไลEM

    ทักษิณ กำลังใจดี ลุ้นมติกก.พักโทษ 29 เม.ย.นี้ เผยอายุเกิน 70 ไม่ต้องติดกำไลEMบรรณพจน์ เยี่ยม ‘ทักษิณ’ เผยโอเคดี ทนายวิญญัติย้ำสุขภาพใจดี ลุ้นมติกก.พักโทษ 29 เม.ย.นี้ เบื้องต้นอายุเกิน 70 ปี ไม่ต้องติดกำไล EMเมื่อเวลา 09.50 น. วันที่ 2 เม.ย.2569 ที่เรือนจำกลางคลองเปรม ถนนงามวงศ์วาน นายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ พี่ชายบุญธรรมของคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร เป็นตัวแทนครอบครัว เข้าเยี่ยมนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ซึ่งในครั้งนี้จะเป็นการเยี่ยมครั้งที่ 59 พร้อมกับนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความ ปัจจุบันนายทักษิณได้ถูกคุมขังอยู่ภายในเรือนจำ เป็นระยะเวลา 7 เดือน กับอีก 18 วันทั้งนี้ ยังคงมีกลุ่มคนเสื้อแดง เดินทางมาให้กำลังใจ และทุกวันอาทิตย์ ยังมีเวทีปราศรัยหน้าเรือนจำกลางคลองเปรม สลับหมุนเวียนแกนนำคนเสื้อแดงขึ้นเสวนา รวมถึงนายก่อแก้ว พิกุลทอง…

  • ลูกจ้างรัฐเฮ!! ปรับขึ้นค่าตอบแทนพนักงานจ้างท้องถิ่น มีผลย้อนหลัง 1 พ.ค. 67

    รัฐบาลเดินหน้าปรับค่าตอบแทน "พนักงานจ้างท้องถิ่น" มีผลย้อนหลัง 1 พ.ค. 2567 ยกระดับรายได้ให้สอดคล้องนโยบายปรับเงินเดือนภาครัฐนางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้ายกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตของบุคลากรภาครัฐในระดับท้องถิ่น โดยคณะกรรมการกลางข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น ได้ออกประกาศปรับอัตราค่าตอบแทนพนักงานจ้างขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลในการปรับอัตราเงินเดือนของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 28 พ.ย. 2566พนักงานจ้างท้องถิ่นทั้งนี้ สาระสำคัญคือ การปรับบัญชีอัตราค่าตอบแทนพนักงานจ้างขององค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล และองค์การบริหารส่วนตำบล ครอบคลุมทั้งพนักงานจ้างทั่วไป พนักงานจ้างตามภารกิจ และพนักงานจ้างผู้เชี่ยวชาญพิเศษ โดยให้มีผลใช้บังคับย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. 2567 เป็นต้นไป และปรับต่อเนื่องอีกครั้งตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. 2568 เพื่อให้สอดคล้องกับคุณวุฒิ ทักษะ และลักษณะงานสำหรับผู้ที่ได้รับการจ้างอยู่ก่อนวันที่ประกาศมีผลใช้บังคับ จะได้รับการปรับค่าตอบแทนเพิ่มขึ้นในลักษณะ เงินชดเชย เพื่อไม่ให้ได้รับค่าตอบแทนน้อยกว่าผู้ที่เข้าจ้างใหม่ตามอัตราใหม่ โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะออกคำสั่งปรับค่าตอบแทนให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดลลิดา เพริศวิวัฒนาการปรับค่าตอบแทนครั้งนี้เป็นอีกก้าวสำคัญในการดูแลบุคลากรท้องถิ่น ซึ่งเป็นกำลังหลักในการให้บริการประชาชนในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นงานบริการสาธารณะ งานช่าง งานธุรการ งานสาธารณสุข งานพัฒนาเมือง และงานสนับสนุนภารกิจของท้องถิ่นพนักงานจ้างท้องถิ่นคือคนด่านหน้าที่ทำงานใกล้ชิดประชาชนที่สุด การปรับค่าตอบแทนครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการปรับตัวเลขรายได้ แต่คือการยืนยันว่ารัฐบาลเห็นคุณค่าของคนทำงานทุกระดับ และต้องการให้ระบบราชการท้องถิ่นมีขวัญกำลังใจที่ดีขึ้น เพื่อส่งต่อบริการที่มีคุณภาพให้ประชาชนรัฐบาลมุ่งดูแลรายได้ของเจ้าหน้าที่รัฐอย่างเป็นธรรม ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของภาครัฐและท้องถิ่น เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่รวดเร็ว…

  • พรรคเศรษฐกิจฉีกมติพรรค รวบตึงอำนาจใส่มือ ‘หัวหน้ารังษี’

    พรรคเศรษฐกิจ ประชุมใหญ่ โยกอำนาจร่วมรัฐบาลให้ "หัวหน้าพรรค"ตัดสินใจ ส่วนตำแหน่งการเมืองให้ "กก.บห." ชี้ขาด ยันส่ง "รังษี" ลำดับ 1 บัญชีรายชื่อสู้ศึกเลือกตั้งครั้งหน้า "คริส" กางแผน "คนไทยต้องมาก่อน"26 เม.ย.2569 – ที่โรงแรม ปรินส์ตันบรรยากาศการประชุมใหญ่ของพรรคเศรษฐกิจเป็นไปอย่างคึกคัก โดยมีสมาชิกพรรคจากทั่วทุกภูมิภาคเดินทางมาร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง เพื่อกำหนดทิศทางนโยบายและเตรียมความพร้อมสู่สนามเลือกตั้ง โดยที่ประชุมมีมติเอกฉันท์ให้คงคณะกรรมการบริหารพรรคชุดเดิม เพื่อสานต่องานยุทธศาสตร์พรรคอย่างต่อเนื่องพล.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ ได้กล่าวบนเวทีเปิดงานถึงสถานการณ์ความไม่แน่นอนของโลก โดยวิเคราะห์ว่า เรากำลังเผชิญกับคลื่นลมแรงจากสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์โลก ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนภัยที่ชัดเจนว่าอาจนำไปสู่วิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่ที่รุนแรงกว่าที่เคย พรรคเศรษฐกิจจึงต้องเตรียมตัวรับมือเชิงรุกเพื่อปกป้องพี่น้องประชาชนไทยไม่ให้ได้รับผลกระทบจากนั้น นายคริส โปตระนันทน์ ประธานพรรคเศรษฐกิจ ได้ขึ้นเวทีชี้แจงแนวทางนโยบายหลักภายใต้แนวคิด "คนไทยต้องมาก่อน" เพื่อรับมือกับวิกฤตที่อาจเกิดขึ้น โดยประกาศจุดยืนต่อต้านการใช้งบประมาณที่ไม่จำเป็นอย่างเด็ดขาดและไม่สนับสนุนการขึ้นภาษี เพื่อไม่ให้เป็นการเพิ่มภาระแก่พี่น้องประชาชนคนไทย นอกจากนั้นขอสนับสนุนการค้าเสรี เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ ขณะเดียวกันพรรคจะ ผลักดันมาตรการจัดเก็บภาษีคนต่างด้าวที่เข้ามาทำมาหากินในไทย เพื่อสร้างความเป็นธรรมและนำรายได้มาพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทยที่ประชุมยังได้มีมติสำคัญในการแก้ไขข้อบังคับพรรค เพื่อปรับปรุงกระบวนการตัดสินใจให้มีความคล่องตัวและเป็นระบบ โดยการร่วมรัฐบาลหรือถอนตัวจากการร่วมรัฐบาลจากเดิมที่เป็นอำนาจของประธานพรรค เปลี่ยนให้เป็นอำนาจของหัวหน้าพรรคการตัดสินใจเรื่องการดำรงตำแหน่งทางการเมือง: จากเดิมที่เป็นอำนาจของประธานพรรค เปลี่ยนให้เป็น อำนาจของคณะกรรมการบริหารพรรคในช่วงท้ายของการประชุม พล.อ.รังษี ได้ประกาศความพร้อมในการนำทัพพรรคเศรษฐกิจเข้าสู่สนามเลือกตั้งด้วยความมั่นใจ โดยยืนยันต่อที่ประชุมว่า ตนจะลงสมัครรับเลือกตั้งในฐานะผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 1…

  • “ไอติม” ลาออกจากโฆษกพรรคประชาชน ส่งไม้ต่อให้ “ลิซ่า” ภคมน มั่นใจพรรคก้าวเดินต่อ

    “ไอติม” พริษฐ์ วัชรสินธุ ประกาศลาออกจากตำแหน่งโฆษกพรรคประชาชน พร้อมส่งมอบภารกิจให้ “ลิซ่า” ภคมน หนุนอนันต์ ทำหน้าที่ต่อ โดยมั่นใจว่าพรรคประชาชนจะสามารถก้าวเดินต่อได้อย่างมั่นคง และจะทำหน้าที่เพื่อประชาชนอย่างเต็มที่เมื่อวันที่ 27 เม.ย.นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคประชาชน (ปชน.) ได้โพสต์ข้อความลงในเพจเฟซบุ๊ก พริษฐ์ วัชรสินธุ – ไอติม – Parit Wacharasindhu ในหัวข้อ การลาออกจากตำแหน่ง โดยมีรายละเอียดว่า “ตลอด 2-3 ปีที่ผ่านมา ที่ผมได้รับมอบหมายจากพรรคให้ทำหน้าที่เป็นโฆษกพรรค ตั้งแต่สมัยพรรคก้าวไกล มาจนถึงพรรคประชาชน ผมได้พยายามเต็มที่ในการทำงานด้านการสื่อสารโดยยึด 3 หลักสำคัญ1. เน้นการสื่อสารเพื่อสร้าง “ความไว้วางใจ” กับประชาชน ซึ่งผมเห็นว่าต้องอาศัยการรับฟังเสียงสะท้อนอย่างกว้างขวาง การนำเสนอข้อมูลที่ถูกต้อง-แม่นยำ การนำเสนอหลักการที่คงเส้นคงวา การนำเสนอประเด็นที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ และการตอบคำถามที่ยังคาใจประชาชน2. ปรับบทบาทกองโฆษก จากทีมที่ทำหน้าที่สื่อสารด้วยตนเองเพียงฝ่ายเดียว มาเป็นทีมที่เน้นสนับสนุนและอำนวยความสะดวกให้เพื่อนๆ สส. หรือคนอื่นในพรรค ได้มีกลไกที่มีประสิทธิภาพ ในการสื่อสารต่อสังคม ในประเด็นที่เขาทำงานหรือเป็นผู้รับผิดชอบหลัก3. ทำงานกันเป็นทีมร่วมกันกับคนอื่นในกองโฆษก เพื่อช่วยกันเสริมจุดแข็งของแต่ละคนที่แตกต่างกัน โดยยึดหลักว่าการสื่อสารในแต่ละประเด็น…

  • โปรดเกล้าฯ รับโอน “ธนพงศ์ พลกนิษฐ” เป็นนายทหารปฏิบัติการพิเศษ พระราชทานยศ พล.อ.ต.

    ภาพไฮไลต์มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้รับโอน “น.อ.ธนพงศ์ พลกนิษฐ” รองผู้บัญชาการโรงเรียนเตรียมทหาร เป็นนายทหารปฏิบัติการพิเศษ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ และพระราชทานยศ “พล.อ.ต.”ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ พระบรมราชโองการ ประกาศให้รับโอนนายทหารสัญญาบัตรเป็นข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหารและพระราชทานยศทหาร เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา มีเนื้อหาดังนี้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้รับโอนนายทหารสัญญาบัตรเป็นข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหารและพระราชทานยศทหาร อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 15 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ประกอบมาตรา 4 และมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการในพระองค์ พ.ศ. 2560 มาตรา 10 มาตรา 13 และมาตรา 15 แห่งพระราชกฤษฎีกาจัดระเบียบราชการและการบริหารงานบุคคลของราชการในพระองค์ พ.ศ. 2560 และมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติยศทหาร พุทธศักราช 2479จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้รับโอน นาวาอากาศเอก ธนพงศ์ พลกนิษฐ ตำแหน่ง รองผู้บัญชาการโรงเรียนเตรียมทหาร สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ กองบัญชาการกองทัพไทย (อัตรา นาวาอากาศเอกพิเศษ) มาสังกัดหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์…

  • แผนต่อไป หมอวรงค์ ตัด! ผู้ช่วย สส. และ สว. จาก 8 คน เหลือ 3 คน

    นพ.วรงค์ ชี้ ประหยัดงบฯ จุดเริ่มต้นสำคัญที่ทำให้บ้านเมืองมีความโปร่งใสผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี แสดงความเห็นต่อสถานการณ์ของประเทศ โดยเสนอให้การประหยัดงบประมาณต้องเริ่มต้นจากรัฐสภา เพื่อเป็นต้นแบบให้รัฐบาลและหน่วยงานราชการนำไปปรับใช้นพ.วรงค์ ระบุว่า ในวิกฤตและภาวะที่ประเทศจำเป็นต้องประหยัด รัฐสภาควรเร่งทบทวนรายจ่ายที่ไม่จำเป็น ซึ่งนอกจากยกเลิกอาหารกลางวันแล้ว ควรปรับลดจำนวนผู้ช่วย สส. และ สว. จาก 8 คน เหลือ 3 คน รวมถึงยกเลิกบำนาญของ สส. และ สว.นอกจากนี้ นพ.วรงค์ ยังเสนอให้ยกเลิกงบประมาณสำหรับการศึกษาดูงานต่างประเทศของคณะกรรมาธิการชุดต่าง ๆ ทั้งในส่วนของ สส. และ สว. โดยมองว่า รายจ่ายส่วนนี้เป็นอีกประเด็นสำคัญที่ควรได้รับการปรับลดอย่างจริงจังหัวหน้าพรรคไทยภักดี ระบุด้วยว่า หากรัฐสภาสามารถตัดลดรายจ่ายในส่วนดังกล่าวได้ จะช่วยให้การทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติเป็นต้นแบบให้รัฐบาลและหน่วยงานราชการต่าง ๆ ใช้ประกอบการพิจารณาปรับลดงบประมาณของตนเอง และย้ำว่าหากเริ่มต้นจากรัฐสภาอย่างจริงจัง จะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่ทำให้บ้านเมืองมีความโปร่งใส สะอาด และสามารถเดินหน้าพัฒนาต่อไปได้อย่างเหมาะสม#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS

  • ใครไม่รู้จักโต! ‘โบว์’ ซัดเรียกตัวเองนักวิชาการ แต่ด่าสะเปะสะปะ สร้างประเด็นส้มมงคลเป็นอัปมงคล

    26 เม.ย.2569-โบว์ ณัฏฐา มหัทธนา นักกิจกรรมนักเคลื่อนไหวทางการเมือง โพสต์เฟซบุ๊ก Bow Nuttaa Mahattana เรื่อง “ใครกันแน่ คือเด็กไม่รู้จักโต?” เนื้อหาระบุว่า มีเพื่อนส่งโพสต์นี้มาถามในฐานะที่เป็นลูกหลานจีนคนหนึ่งว่า ส้มผลใหญ่ในกล่องใสๆ ที่ห้องทำงานนายกฯ ตามข่าวนั้นมีความหมายว่าอย่างไรในความเชื่อแบบจีน ส้มคือผลไม้มงคล หากอยู่ในกล่องใสแล้ววางในห้องทำงาน ก็คือสิ่งดึงดูดความเจริญรุ่งเรื่องที่โปร่งใสและมั่นคง เหมาะอย่างยิ่งที่จะอยู่ในห้องทำงานของผู้นำ เพราะความสำเร็จของผู้นำก็คือความสำเร็จขององค์กร ซึ่งในกรณีนี้เป็นผลใหญ่พิเศษ นัยว่าสมกับระดับความรับผิดชอบต่อชาติบ้านเมืองการที่มีคนพยายามไปตีความให้เป็นเรื่องการเมืองในทางร้ายจึงน่าจะแสดงถึงความขาดวุฒิภาวะ หรือความเป็น “เด็กที่ยังไม่โต” ของบุคคลนั้นเองแต่นั่นก็ยังไม่สำคัญเท่ากับเรื่องที่ว่าการหาเรื่องกันทุกเม็ดแบบนี้เป็นการบั่นทอนบรรยากาศของการทำงาน และเป็นการสร้างความเครียด ต่อเติมความขัดแย้งในสังคมโดยไม่จำเป็นในวันที่นายกฯ ลงใต้เดินสาย 3 จังหวัดเพื่อคลี่คลายความขัดแย้งจนเกิดบรรยากาศของการขอโทษ-ให้อภัยกันนั้น วันรุ่งขึ้นก็ถูกกลบเรื่องดีๆที่ทำมาทั้งวันในพื้นที่สื่อ ด้วยเหตุการณ์พลั้งปากกับชาวบ้านเพียงเสี้ยววินาทีในการเปิดงานรื่นเริงในช่วงเย็นส่วนวันนี้ไม่มีเรื่องราวอะไรใหม่ ก็พยายามสร้างประเด็นจากส้มมงคล ให้กลายเป็นเรื่องอัปมงคล แบบนี้บ้านเมืองจะได้อะไร?ยิ่งหากความพยายามแบบนี้มาจากปากของคนที่เรียกตัวเองว่านักวิชาการ ก็น่าหดหู่มาก เพราะเมื่อปัญญาชนผันตัวไปเป็นเครื่องด่าสะเปะสะปะเสียแล้ว จะหาใครมาร่วมสร้างสังคมอุดมปัญญา

  • ‘อนุทิน’ ควง ‘เอกนิติ-สันติ’ ล้อมวงหม่ำข้าวต้มปลาเจ้าดังร้านโปรด หลังเสร็จภารกิจช่วงค่ำ

    นายกฯ อนุทิน ถือฤกษ์วันหยุดหลังจบงาน ควง 2 รัฐมนตรี เมื่อช่วงค่ำวันที่ 26 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจการทำงานในวันเดียวกันนี้ ซึ่งถือเป็นวันหยุด นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย พร้อมด้วยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง และนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข ได้รับประทานข้าวต้มปลากิมโป้ ตรอกจันทร์ ถนนเจริญกรุง ถือเป็นร้านโปรดของนายอนุทิน ตั้งแต่สมัยเป็นรัฐมนตรี โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างสบายๆ ชิลๆ กินมื้อค่ำในวันหยุดหลังเสร็จงาน.

  • ‘แม่ค้าทุเรียนเงินล้าน’

    เห็นรัฐมนตรีพาณิชย์ “ศุภจี สุธรรมพันธุ์”….ร่วมไลฟ์สดกับอินฟลูเอนเซอร์ชาวจีน “คุณเยี่ยน กงจู่ (เยี่ยน เจินเสี่ยน)” ขายทุเรียนไทยไปตลาดจีน เมื่อเสาร์ (๒๕ เม.ย.๖๙)แค่ ๓ ชั่วโมง ขายได้ถึง ๑๕ ล้านบาท!ผมก็พลอยสนุกสนาน ตื่นเต้นไปกับไลฟ์สดของท่านด้วย๓ ชั่วโมง ขายทุเรียนได้ ๑๕ ล้านบาท นั่นเป็นผลพลอยได้แต่เนื้อหาหลักที่ผมประทับใจ คือการที่ท่านรัฐมนตรี “ทำทุกช่องทาง” เพื่อขายสินค้าไทย ถึงขั้นร่วมไลฟ์สดขายตรงไปยังตลาดจีนนั้นนอกจากแสดงถึงนักการตลาดมืออาชีพแล้ว มันยังบ่งบอกถึง “ความมุ่งมั่น” ของท่าน ที่จะปลุกปั้น “สินค้าเกษตร” ไทย เข้าไปยึด “ตลาดโลก” ให้มากขึ้นและกว้างขึ้นควบคู่กับการพัฒนาแต่ละพืชพันธุ์ตั้งแต่ต้นน้ำให้เป็นแบรนด์สินค้าที่บ่งบอกมาตรฐานโดยถิ่นกำเนิดเป็นตัวรับประกันคุณภาพแต่หลังจากภาพไลฟ์สดของท่านรัฐมนตรีศุภจีแพร่ออกไป ปรากฏว่า มีคนเข้ามาคอมเมนต์มากมายผมอ่านคอมเมนต์ท้ายคลิปไลฟ์สดจากหลายๆ คลิป สิ่งหนึ่งที่สะดุดตา คือขบวนการด่า ด้อยค่า กระแนะ-กระแหน การไลฟ์สดของท่านรัฐมนตรี “มากันเป็นชุด”!ที่ว่า “เป็นชุด” คือจากคนเดียว-ข้อความเดิม ไล่คอมเมนต์มันไปทุกคลิป บ่งบอกว่า พวกนี้ “มันเป็นขบวนการ”คือขบวนการ “ตามเตะตัดขา” ๓ รัฐมนตรี“สีหศักดิ์-ศุภจี-เอกนิติ”อย่าให้มันดี อย่าให้มันเด่น ทั้ง…

  • มื้อค่ำร้านโปรด ‘อนุทิน’ พา ‘เอกนิติ-พัฒนา’ นั่งกินข้าวต้มปลาร้านโปรด

    เสร็จงานวันหยุด! ‘อนุทิน’ พา ‘เอกนิติ-พัฒนา’ นั่งกินข้าวต้มปลามื้อค่ำร้านโปรดเมื่อช่วงค่ำวันที่ 26 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจการทำงานในวันเดียวกันนี้ ซึ่งถือเป็นวันหยุด นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย พร้อมด้วยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง และนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข ได้นั่งรับประทานข้าวต้มปลากิมโป้ ตรอกจันทร์ ถนนเจริญกรุง ซึ่งถือเป็นร้านโปรดของนายอนุทินตั้งแต่สมัยเป็นรัฐมนตรี โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างสบายๆชิลๆกินมื้อค่ำในวันหยุดหลังเสร็จงาน.