Category: การเมือง

  • ‘มาร์ค’ หักดีล ทักษิณไร้สิทธิ์นิรโทษกรรม มัด ‘คกก.สันติสุข’ หากเดินนอกเส้น

    แฟ้มภาพ‘อภิสิทธิ์’ ย้ำ เกณฑ์นิรโทษกรรม ชัดให้ผู้ชุมนุมทางการเมือง ยังไม่เห็นเหตุผลเอื้อ ‘ทักษิณ’ รับสิทธิด้วย จับตาคกก.สันติสุข ตัดสิน ระบุ ไม่มีผลต่อความหนัก-เบา ในศึกซักฟอก แต่ถ้าทำไม่ถูกต้องเจอตรวจสอบแน่1 พ.ย.2569 – นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวดีลลับระหว่างนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กับเงื่อนไขการนิรโทษกรรมเพื่อแลกกับการยกมือโหวตไว้วางใจให้กับรัฐบาล ว่า ตนเองคิดว่ากฎหมายนิรโทษกรรมที่ผ่านสภาไปนั้นมีหลักเกณฑ์ชัดเจนว่า ตั้งใจที่จะนิรโทษกรรมให้กับผู้ชุมนุมทางการเมืองเพื่อนำมาสู่ความสงบสุข ดังนั้นตนเองจึงยังมองไม่เห็นว่าเหตุใด กรณีของนายทักษิณนั้นจึงเข้าข่ายเกณฑ์นี้ แต่ทั้งหมดนี้ก็จะอยู่ที่การตัดสินของคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข แต่คณะกรรมการก็ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของกฎหมาย จะวินิจฉัยออกมาอย่างไรก็ต้องมีคำตอบในเชิงของกฎหมาย ถ้ากรรมการทำอะไรที่ไม่ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ กรรมการก็จะมีปัญหาเองเมื่อถามว่า ตรงนี้เป็นเพียงกระแสที่คนคิดและพูดไปเอง หรือเป็นสัญญาณอะไรหรือไม่ที่ออกมาจากกระแสข่าวนี้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนเองไม่ทราบหรอก แต่ตนเองก็เข้าใจว่า คนที่มีคดีติดอยู่ก็คงอยากใช้ช่องทางนี้ในการนิรโทษกรรม เพียงแต่ว่าตอนที่กฎหมายผ่านสภาไปนั้น เรามองว่าน่าจะเป็นเรื่องการนิรโทษกรรมให้กลุ่มผู้ชุมนุมทางการเมืองเป็นหลักเมื่อถามว่า เนื่องจากเรื่องนี้มีการเชื่อมโยงแลกโหวตในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ดังนั้น จะมีผลต่อความหนัก เบาในการอภิปรายของพรรคฝ่ายค้าน หรือพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่เกี่ยวหรอก เพราะตามข่าวเป็นเรื่องการต่อรองระหว่างพรรคเพื่อไทย กับพรรคภูมิใจไทย ไม่เกี่ยวอะไรกับทางพรรคฝ่ายค้านเมื่อถามว่า ทางพรรคประชาธิปัตย์ มีการจับตา…

  • จับตาปมร้อน ดาราหนุ่มดัง เคลื่อนไหวแล้ว หลังเจอมรสุมดราม่า รีบออกโรงปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

    จับตาปมร้อน ดาราหนุ่มชื่อดัง ออกโรงเคลื่อนไหวแล้ว หลังเผชิญมรสุมดราม่าหนัก พร้อมยืนยันปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ลุยชี้แจงความจริงเรียกได้ว่า เป็นประเด็นที่ทำเอาแฟนคลับจับตาอย่างหนัก สำหรับนักแสดงหนุ่ม บูม ธราธร หลังมีความเคลื่อนไหวหลายอย่างที่ทำให้เกิดกระแสสงสัยเกี่ยวกับสถานะการทำงานกับค่าย GMMTV จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์บนโลกออนไลน์ซึ่ง แฟนๆ สังเกตว่า ประวัติของบูม ถูกถอดออกจากเว็บไซต์ค่าย รวมถึงบัญชีโซเชียลมีเดียบางช่องทางของค่าย และโปรเจกต์ที่เกี่ยวข้อง ต่างไม่มีความเคลื่อนไหวร่วมกับเจ้าตัวเหมือนที่ผ่านมานอกจากนี้ ยังมีรายละเอียดอื่นๆ ที่ถูกนำมาพูดถึง ทั้งการไม่ปรากฏตัวในสื่อประชาสัมพันธ์บางรายการ และการโพสต์อิโมจิหัวใจสีม่วงของบูม จนทำให้เกิดกระแสคาดเดาเกี่ยวกับอนาคตในวงการของเจ้าตัวล่าสุด บูม ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจง โดยยืนยันปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาที่เกี่ยวกับตัวเอง พร้อมระบุว่า ข้อมูลที่เผยแพร่ทำให้เกิดความเข้าใจผิด และส่งผลกระทบต่อความรู้สึก และชื่อเสียง อีกทั้งขอให้ทุกคนตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนเชื่อ หรือ ส่งต่อข้อมูล พร้อมพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอนที่เหมาะสม หากยังมีการเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่ตรงกับความจริงทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ วันที่ 19 ตุลาคม GMMTV เคยประกาศยุติการทำงานเป็นคู่จิ้นระหว่าง บูม-อู๋ ระบุว่า เป็นความยินยอมของทั้งสองฝ่าย เพื่อแนวทางการทำงานในอนาคต ทำให้เรื่องราวดังกล่าว ยังคงเป็นที่สนใจ และมีแฟนๆ รอติดตามความชัดเจนต่อไปภาพ จาก besevboomเรียบเรียงโดย news.in.th

  • ในหลวง โปรดเกล้าฯ ถอดยศทหาร ‘ปรีชา ปินตามูล’ ประพฤติชั่วร้ายแรง เรียกคืนเครื่องราชทุกชั้นตรา

    ในหลวง โปรดเกล้าฯ ถอดยศทหาร ‘ปรีชา ปินตามูล’ ฐานประพฤติชั่วร้ายแรง เรียกคืนเครื่องราชทุกชั้นยศเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ถอดยศทหารและเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ความว่ามีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ถอด ร้อยโท ปรีชา ปินตามูล นายทหารสัญญาบัตร สังกัดกองทัพบก ออกจากยศทหาร ตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม 2569 เนื่องจากกระทำผิดวินัยทหารฐานประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ตามมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติยศทหาร พุทธศักราช 2479 และที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติยศทหาร (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2501 ประกอบระเบียบกระทรวงกลาโหมว่าด้วยผู้ซึ่งไม่สมควรจะดำรงอยู่ในยศทหารและบรรดาศักดิ์ พ.ศ.2507 ข้อ 2และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นจัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย เหรียญราชการชายแดนและเหรียญทองช้างเผือก ที่ได้รับพระราชทานทุกชั้นตรา ตามข้อ 6 และข้อ 7 (4) ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ พ.ศ. 2548ทั้งนี้ ร้อยโท ปรีชา ปินตามูล…

  • ลัคนาสิงห์กับลีลาสำคัญของชีวิตปี2570

    ภาพลัคนาสถิตราศีสิงห์และเรื่องราวต่างๆ ของชีวิต และดาวจรสำคัญที่ทำมุมกับดวงชะตาตลอดปี 2570ตลอดปี 2570 ลีลาสำคัญ-เหตุการณ์ใหญ่ของชีวิตท่านที่ลัคนาสถิตราศีสิงห์ (ทำนายตามลัคนาเท่านั้น โปรดอย่านำไปใช้ผิดประเภทเป็นเดือนเกิดหรือชาวราศี) อันเกิดจากการเดินของดาวสำคัญคือมฤตยูจร (0) และตรีเทพคือพระเสาร์จร (7) และพระราหูจร (8) และพฤหัสบดีจร (5) ทั้งด้านบวกและลบที่จะเกิดซ้อนกันได้ตลอดเวลา คาดว่าจะเป็นดังนี้1.ตลอดทั้งปียังอยู่ในระยะเจ็ดปีที่เริ่มต้นมาตั้งแต่กรกฎาคม 2565 และจะสิ้นสุดประมาณกรกฎาคม 2572 ที่1.1 ขึ้นอยู่กับฝีมือของพวกท่านในการปฏิวัติใหญ่งาน หรือกิจการ หรือนายหรือผู้บังคับบัญชา หรือเกียรติยศชื่อเสียงในระดับเมื่อปรากฏการณ์นี้จบลงกรกฎาคม 2572 ยืนอยู่หน้าบ้านพวกท่านจะถามตัวเองว่าเรื่องเหล่านี้ไปถึงจุดนั้นได้อย่างไร?เช่น ระยะนี้เริ่มทำงาน หรือทำงานมานานแล้ว ถึงระยะที่ต้องเกษียณอยู่บ้าน หรือกลับมาทำงาน หรือเปลี่ยนงาน-หน่วยงาน หรือเปลี่ยนนายหรือผู้บังคับบัญชา หรือขายกิจการ เป็นต้นความสำคัญของเกณฑ์นี้ที่ต้องเอาใจใส่คือ ระยะเจ็ดปีระหว่างกรกฎาคม 2565-กรกฎาคม 2572 หากพวกท่านยังทำอะไรเดิมๆ ในเรื่องงานหรือกิจการมักจะไม่ประสบความสำเร็จ หรือถูกบีบให้เปลี่ยนแปลงเหมือนนกปีกหัก หรือถูกทิ้งไว้ข้างหลังอย่างเจ็บปวด ดังนั้นหากอึดอัดเรื่องงานหรือกิจการแล้ว หากกล้าเปลี่ยนแปลงใหญ่ยังมีทางรอดกว่าทำอะไรแบบเดิมๆ1.2 เปลี่ยนแปลงใหญ่เกี่ยวกับพ่อหรือแม่ของทั้งพวกท่านเอง หรือของคู่ครอง เช่น ในระยะเจ็ดปีนี้เคยมีพ่อแม่ก็จากไป หรือบางคนพ่อหรือแม่ป่วยให้ต้องดูแล หรือพ่อแม่ประสบความสำเร็จได้ตำแหน่ง เกียรติยศชื่อเสียงก็มี2.ออกแนวลบมากกว่าบวกที่ตลอดทั้งปีมีเกณฑ์2.1 รับมือการเจ็บไข้ได้ป่วยที่ออกจะหนัก หรือพลัดพรากสูญเสียที่อาจจะเกี่ยวกับพวกท่านเอง หรือพ่อแม่ของทั้งพวกท่าน…

  • ประชาชนระวังเข้าใจผิด! โซลาร์รัฐช่วย 5 หมื่น ไม่จบ? ต้องจ่ายเพิ่มเองอีก 9 หมื่นบาท

    “ชัยชนะ” จี้รัฐบาลแจงให้ชัด โซลาร์รัฐช่วย 5 หมื่น แต่ประชาชนควักเพิ่ม 9 หมื่น ซัดอย่าทำตัวเป็น “ศรีธนญชัย” แนะทำโครงการอื่นที่ประชาชนได้ประโยชน์มากกว่านี้ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า นายชัยชนะ เดชเดโช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีรัฐบาลประกาศสนับสนุนเงินให้ประชาชนติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ในครัวเรือนละ 50,000 บาท ว่า รัฐบาลควรชี้แจงข้อเท็จจริงให้ประชาชนเข้าใจอย่างชัดเจนว่า เงินที่รัฐบาลสนับสนุนเป็นเพียงส่วนหนึ่งของค่าใช้จ่ายทั้งหมด เนื่องจากการติดตั้งโซลาร์เซลล์แต่ละครัวเรือนมีค่าใช้จ่ายประมาณ 140,000 บาท หมายความว่าประชาชนยังต้องควักเงินส่วนตัวอีก 90,000 บาทนายชัยชนะ กล่าวว่า รัฐบาลไม่ควรทำตัวเหมือน “ศรีธนญชัย” ที่สื่อสารข้อมูลไม่ครบถ้วนจนประชาชนเข้าใจคลาดเคลื่อน เพราะท้ายที่สุดแล้ว ภาระค่าใช้จ่ายที่เหลืออาจกลายเป็นภาระหนี้สินของประชาชนครัวเรือนละ 90,000 บาท จึงตั้งคำถามว่ารัฐบาลจะผลักภาระให้ประชาชนไปก่อหนี้เพิ่มเพื่ออะไร พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับโครงการนี้อย่างรอบด้าน ก่อนที่จะประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเข้าร่วมโครงการนายชัยชนะ กล่าวต่อว่า รัฐบาลควรชี้แจงรายละเอียดสำคัญ เช่น1. รัฐบาลควรแนะนำวิธีคำนวณให้ประชาชนประเมินได้ว่า การติดตั้งโซลาร์เซลล์จะช่วยลดค่าไฟฟ้าได้มากน้อยเพียงใด2. ต้องชี้แจงว่าแผงโซลาร์เซลล์มีอายุการใช้งานกี่ปี และเมื่อหมดอายุแล้วจะมีระบบจัดการอย่างไร เนื่องจากแผงที่หมดอายุจะกลายเป็นขยะอันตรายที่สร้างภาระในการกำจัดให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น3. ไม่ใช่ทุกครัวเรือนจะสามารถติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ได้ทันที เพราะต้องพิจารณาความแข็งแรงของโครงสร้างหลังคา สภาพพื้นที่ และความเหมาะสมในการติดตั้ง2. รัฐบาลควรนำเงินงบประมาณส่วนนี้ไปช่วยเหลือประชาชนในด้านอื่นที่ตอบโจทย์ความเดือดร้อนและสร้างประโยชน์ได้อย่างทั่วถึงมากกว่านายชัยชนะ กล่าวทิ้งท้ายว่า อยากฝากถึงนายกรัฐมนตรีว่า หากคิดโครงการใดขึ้นมาแล้ว รัฐบาลควรพิจารณาให้รอบคอบว่าโครงการนั้นสร้างประโยชน์ให้พี่น้องประชาชนอย่างแท้จริงหรือไม่…

  • สะเทือนการเมืองท้องถิ่น! นายกต่าย ถูกสั่งพ้นตำแหน่งกะทันหัน หลังชนะเลือกตั้งกลับมารับเก้าอี้ได้ 10 กว่าวัน

    น.ส.อรุณทิพย์ นายกเทศมนตรีตำบลมะอึ ถูกสั่งพ้นจากตำแหน่งหลังทำงานได้เพียง 10 กว่าวัน เตรียมยื่นอุทธรณ์และร้องศาลปกครองอุบลราชธานีขอคุ้มครองชั่วคราวเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2569 มีรายงานกระแสข่าวสร้างความสนใจและเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในพื้นที่ เทศบาลตำบลมะอึ กรณี น.ส.อรุณทิพย์ นายกเทศมนตรีตำบลมะอึ มีคำสั่งให้พ้นจากตำแหน่งอย่างกะทันหัน หลังจากเข้ารับตำแหน่งและเริ่มปฏิบัติหน้าที่ได้เพียงประมาณ 10 กว่าวันเท่านั้นย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ เทศบาลตำบลมะอึได้จัดให้มีการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีขึ้นใหม่เมื่อเดือนกันยายน 2569 ที่ผ่านมา เนื่องจาก นายเชษฐา เวียงสิมา นายกเทศมนตรีคนก่อนหน้าได้พ้นจากตำแหน่ง โดย น.ส.อรุณทิพย์ ได้ลงสมัครรับเลือกตั้งและเป็นผู้ได้รับชัยชนะ จึงได้กลับเข้ามาดำรงตำแหน่งอีกครั้ง พร้อมทั้งได้แถลงนโยบายและเริ่มปฏิบัติหน้าที่เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาท้องถิ่นอย่างไรก็ตาม ภายหลังจากเข้ารับตำแหน่งได้ไม่นาน กลับมีคำสั่งให้พ้นจากตำแหน่ง ส่งผลให้ต้องยุติบทบาทการบริหารงานในทันที สำหรับประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบย้อนหลังนั้น มีข้อมูลระบุว่าเป็นการพิจารณาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เกี่ยวกับคดีหรือข้อกล่าวหาในช่วงการดำรงตำแหน่งสมัยก่อนหน้านี้ด้าน น.ส.อรุณทิพย์ เปิดเผยว่า การถูกสั่งให้พ้นจากตำแหน่งส่งผลกระทบต่อการบริหารงานและการเดินหน้าพัฒนาท้องถิ่นเป็นอย่างมาก โดยเตรียมที่จะเดินทางไปยื่นอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว พร้อมขอให้ ศาลปกครองอุบลราชธานี พิจารณามาตรการคุ้มครองชั่วคราว เพื่อใช้สิทธิตามกระบวนการทางกฎหมายและพิสูจน์ข้อเท็จจริงในคดีต่อไป ขณะเดียวกัน หลังกระแสข่าวดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ได้มีผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์จำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็นและร่วมส่งกำลังใจให้อย่างต่อเนื่องอ่านข่าวเพิ่มเติมเช็คจุดน้ำท่วมแบบเรียลไทม์ สส.นนทบุรี พรรคประชาชน ซัดผู้ว่าฯ นนท์ แก้ต่าง ฉลอง เรี่ยวแรง สูบบุหรี่…

  • เผยเบื้องหลังภาพประทับใจ ‘พล.อ.ประยุทธ์’ แสดงความใส่ใจ-ขอโทษบัณฑิตสาว

    พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี แสดงความห่วงใยและกล่าวขอโทษบัณฑิตผู้พิการด้วยความจริงใจ หลังเกิดเหตุสุดวิสัยในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรที่มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี31 ตุลาคม 2569 – จากเหตุการณ์ที่สร้างความประทับใจและถูกกล่าวถึงอย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2569 ณ หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ศูนย์การศึกษาสามพร้าว จังหวัดอุดรธานีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ในการปฏิบัติภารกิจดังกล่าว โดยในช่วงท้ายของพิธี ได้มีบัณฑิตรายสุดท้ายคือ นางสาวแววตา โสภา บัณฑิตผู้พิการจากมหาวิทยาลัยราชภัฏเลย เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร ซึ่งในจังหวะการส่งมอบได้เกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้น เมื่อปริญญาบัตรเกิดหลุดจากมือภายหลังเสร็จสิ้นพิธีและก่อนเดินทางเข้าห้องรับรอง พลเอก ประยุทธ์ ได้แสดงความใส่ใจโดยเดินไปพบนางสาวแววตา ณ บริเวณด้านหลังหอประชุม พร้อมทั้งกล่าวชื่นชมในความอุตสาหะด้วยคำสั้น ๆ ว่า “เก่งมาก” อีกทั้งยังได้สอบถามถึงความเป็นอยู่ ภูมิลำเนา และกล่าวอวยพรให้มีสุขภาพแข็งแรง ประสบความโชคดีในชีวิตเหตุการณ์สำคัญที่สร้างความประทับใจแก่ผู้พบเห็น คือการที่ พลเอก ประยุทธ์ ได้กล่าวขอโทษนางสาวแววตาด้วยความเมตตา ต่อเหตุการณ์ความคลาดเคลื่อนที่เกิดขึ้นขณะส่งมอบปริญญาบัตร สะท้อนให้เห็นถึงความรับผิดชอบและความใส่ใจในความรู้สึกของผู้อื่น ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวความประทับใจที่สะท้อนคุณค่าทางจิตใจในวันแห่งความสำเร็จของบัณฑิตโดยที่มาเรื่องราวดังกล่าวจากผู้ใช้เฟซบุ๊ก Theethawat…

  • เปิดข้อกฎหมายไขข้อสงสัย! ‘มูลนิธิ’ ต้องยุบไหม หลังบอร์ดลาออกยกชุด

    เปิดข้อกฎหมายคลายข้อสงสัยสถานะและเงื่อนไข 'มูลนิธิ' หลังกรรมการลาออกทั้งคณะ ชี้ชัดมีกลไกรักษาการ-บริหารทรัพย์สินการลาออกของคณะกรรมการมูลนิธิแห่งใดแห่งหนึ่งที่เกิดขึ้นแบบยกคณะ อาจทำให้หลายคนสงสัยและตั้งคำถามสำคัญต่อสถานะและการดำเนินงานของมูลนิธิ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมูลนิธินั้นมีทรัพย์สิน เงินบริจาค หรือโครงการที่ยังอยู่ระหว่างดำเนินการ เพราะเมื่อไม่เหลือกรรมการอยู่แล้ว ใครจะเป็นผู้มีอำนาจบริหารจัดการกิจการแทนมูลนิธิ และมูลนิธิจะยังดำเนินงานต่อไปได้หรือไม่เมื่อพลิกดูข้อกฎหมายก็พบว่ามีหลายฉบับที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของ “มูลนิธิ” เริ่มจากประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 1 ลักษณะ 2 หมวด 2 ส่วนที่ 3 ว่าด้วยมูลนิธิ มาตรา 110–136 โดยมาตรา 111 บัญญัติว่ามูลนิธิจะต้องมีข้อบังคับและต้องมีคณะกรรมการของมูลนิธิประกอบด้วยบุคคลอย่างน้อย 3 คน เป็นผู้ดำเนินกิจการของมูลนิธิ และมาตรา 122 กำหนดให้มูลนิธิที่จดทะเบียนถูกต้องแล้วเป็น “นิติบุคคล” ขณะที่มาตรา 123 กำหนดว่าคณะกรรมการของมูลนิธิเป็นผู้แทนของมูลนิธิในกิจการอันเกี่ยวกับบุคคลภายนอกหากกรรมการลาออกทั้งหมด ก็จะเกิดปัญหาแค่การขาดผู้แทนที่สามารถดำเนินกิจการแทนมูลนิธิได้ตามปกติ แต่มูลนิธิยังไม่หมดสภาพความเป็นนิติบุคคล เนื่องจาก มาตรา 125 วรรคสาม บัญญัติว่าในกรณีที่กรรมการของมูลนิธิพ้นจากตำแหน่งและไม่มีกรรมการของมูลนิธิเหลืออยู่หรือกรรมการของมูลนิธิที่เหลืออยู่ไม่สามารถดำเนินการตามหน้าที่ได้ ถ้าข้อบังคับของมูลนิธิไม่ได้กำหนดการปฏิบัติหน้าที่ไว้เป็นอย่างอื่น ให้กรรมการของมูลนิธิที่พ้นจากตำแหน่ง ปฏิบัติหน้าที่กรรมการของมูลนิธิต่อไปจนกว่านายทะเบียนจะได้แจ้งการรับจดทะเบียนกรรมการของมูลนิธิที่ตั้งใหม่อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อยกเว้นในกรณีที่ข้อบังคับของมูลนิธิกำหนดวิธีปฏิบัติไว้เป็นอย่างอื่น ขณะเดียวกัน หากเกิดกรณีที่กรรมการมูลนิธิพ้นจากตำแหน่งเพราะถูกศาลมีคำสั่งถอดถอนตามมาตรา 129 จะไม่สามารถอาศัยกลไกการปฏิบัติหน้าที่ต่อไปตามมาตรา 125 วรรคสามได้นอกจากนี้ยังมีกฎหมายอีกฉบับที่สำคัญ คือ…

  • ขณะนี้…รัฐบาลจะพังหรือไม่พัง!!

    จตุพร ชี้ ไม่มีเรื่องอื่นใดนอกจากการนิรโทษกรรมทักษิณ เพราะคนเคยทนไม่ได้มาแล้ว เรื่องนี้จึงเป็นเหมือนราดน้ำมันเข้าใส่กองไฟอย่างแท้จริงผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน กล่าวในรายการประเทศไทยต้องมาก่อน โดยระบุถึงพรรคประชาชนผลีผลามแชร์ข้อมูลปลอมใส่ร้ายนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ ได้ค่าน้ำชา 7 ล้านบาท จึงเป็นการเสียเหลี่ยมเกมการเมืองและเปิดโอกาสให้รัฐบาลอ้างเป็นเหตุลากยาวการอภิปรายไม่ไว้วางใจ (ซักฟอก) 18 รมต.พรรคภูมิใจไทย ออกไปข้ามเดือนนายอนุทิน ให้สัมภาษณ์กำหนดวันฝ่ายค้านจะซักฟอกได้หลัง 6 ธ.ค.นี้ เพราะรัฐบาลมีภารกิจยาว ไม่มีเวลาวางที่เหมาะสม ดังนั้น ท่าทีของนายกฯ เช่นนี้ ย่อมมาจากแกนนำพรรคประชาชนเสียเหลี่ยมแชร์โพสต์ข้อมูลปลอม นอกจากนี้แล้ว ยังพันถึงกรณีนายรังสิมันต์ โรม ถูกเรียกไปให้ข้อเท็จจริงกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กรณีนายไทหยาง ซาง สามีไอเดียร์-สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ ถือหุ้นเครือข่ายเว็บพนัน ซึ่งผิดกฎหมายไทย และอาจลุกลามไปเป็นความผิดของ สส.สุชาดา ด้วยดังนั้น การเมืองกรณีศึกซักฟอกจึงต้องแก้เกมกันไป เกมการเมืองแก้ด้วยการเมือง เกมข่าวแก้ด้วยข่าวกลบข่าว โดยตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) จับขบวนการฟอกเงินข้ามชาติ เบน…

  • อนุทิน ลั่น ไม่เปิดด่านเด็ดขาด จนกว่ากัมพูชาจะทำตามเงื่อนไข

    อนุทิน ลั่น ยังไม่เปิดด่านไทย-กัมพูชา ชี้ จนกว่าไทยบรรลุเงื่อนไขที่ควรได้เมื่อเวลา 09.05 น.วันที่ 31 ตุลาคม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย กล่าวในรายการ “คุยกับครม.อนุทิน” ถึง สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะเปิดด่านเมื่อใด และยังไม่มีแนวโน้มฟื้นความสัมพันธ์กลับสู่ระดับเดิม จนกว่าประเด็นที่ไทยเห็นว่าจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขจะมีความชัดเจน ทั้งเรื่องพื้นที่ทางบก พื้นที่ทางทะเล ปัญหาสแกมเมอร์ และความปลอดภัยของคนไทยนายอนุทิน กล่าวว่า การปิดด่านดำเนินมาระยะหนึ่งแล้ว และรัฐบาลยังต้องพิจารณาผลประโยชน์ของไทยเป็นหลัก โดยเฉพาะการป้องกันสินค้าหรือผลผลิตเกษตรผิดกฎหมาย การสกัดเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ รวมถึงเงื่อนไขด้านความมั่นคง ก่อนจะเดินหน้าไปสู่การฟื้นความสัมพันธ์ในระดับเดิม ซึ่งรัฐบาลจะเดินหน้าทำงานตามทิศทางที่วางไว้ ไม่เปลี่ยนนโยบายเพราะแรงกดดันทางการเมืองเพียงอย่างเดียว และจะไม่ทำให้เกมการเมืองอยู่เหนือประโยชน์ของประเทศ“ที่ผ่านมาจากการปิดด่าน ดัชนีทางเศรษฐกิจดีขึ้นหมดประชาชนพึงพอใจ จึงต้องดูตามความปรารถนาของประชาชน และขณะนี้ยังไม่มีแนวโน้มที่จะกลับไปฟื้นฟูความสัมพันธ์ในระดับเดิม หากจะพูดคุยยังมีหลายขั้นตอน เวลานี้เราต้องทำตามใจตัวเราบ้าง”อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อนุทิน ลั่น ไม่เปิดด่านเด็ดขาด จนกว่ากัมพูชาจะทำตามเงื่อนไขติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่– Website : https://www.matichon.co.th