Category: การเมือง
-
เปลี่ยน ‘มทภ.4’ ก็ช่วยไม่ได้
การช่วงชิงเก้าอี้ "ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ" หรือ "ผบ.ตร." คนที่ 16 ต่อคิวจาก ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร.ที่จะเกษียณอายุราชการวันที่ 30 ก.ย. 2569 แม้จะถูกจุดประเด็นให้มีคู่เทียบให้น่าตื่นเต้น ให้ดูมีอะไร แต่สุดท้าย "ผลลัพธ์" ก็เป็นไปตามหลายคนคาดหมาย บิ๊กราญ-พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร.ดูแลงานความมั่นคง อาวุโสลำดับ 3 เกษียณอายุราชการปี 2576 เข้าวินนั่งเก้าอี้ "ผบ.ตร." แบบเอกฉันท์ ตามเสียงโหวตวงประชุม ก.ตร. 12 ต่อ 0 ขนาดนายกฯ อนุทิน ประธาน ก.ตร. ที่ปกติหากเสียงการลงคะแนนก้ำกึ่งกัน ประธานจะเป็นผู้ลงคะแนนตัดสิน ทว่าครั้งนี้ถึงคะแนนจะไม่ได้ก่ำกึ่ง แต่ ประธานหนู ก็ยกมือโหวตอีก 1 เสียง ว่าที่ ผบ.ตร.เมืองเพชร จึงเข้าวินไปแบบไร้ฝุ่น พร้อมการการันตีจาก พล.ต.ท.ฐายุฏฐ์ จันทร์ถาวร ผู้บัญชาการสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ผบช.สง.ก.ตร.) ในฐานะเลขาฯ…
-
กอ.รมน.ภาค 4 สน.ออกหมายจับแล้วคนร้ายเหตุการณ์ขว้างระเบิดไปป์บอมบ์
กอ.รมน.ภาค 4 สน. รายงานความคืบหน้าทางคดี เหตุยิง ขว้างระเบิดไปป์บอมบ์ ใส่จุดตรวจบูเก๊ะซามี ออกหมายจับแล้ว 1 ราย เชิญตัวเข้าศูนย์ซักถาม 1 ราย พร้อมเร่งขยายผล25 กรกฎาคม 2569 เพจกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า รายงานความคืบหน้าทางคดีเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนลอบยิงและขว้างระเบิดแสวงเครื่อง (ไปป์บอมบ์) ลอบยิงชุดปฏิบัติการกองร้อยทหารพรานที่ 4509 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 45 ขณะปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยบริเวณจุดตรวจบูเก๊ะซามี บ้านตลาดตันหยงมัส หมู่ที่ 7 ตำบลตันหยงมัส อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 เวลาประมาณ 18.45 น. จากเหตุการณ์ดังกล่าว ส่งผลให้กำลังพลทหารพรานเสียชีวิต 5 นาย และมีประชาชนได้รับบาดเจ็บ 6 ราย โดยเจ้าหน้าที่ได้เร่งสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานอย่างต่อเนื่อง จนมีความคืบหน้าสำคัญในทางคดีล่าสุด ศาลได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหา 1 ราย คือ นายอาซีซัน (สงวนนามสกุล) ภูมิลำเนา…
-
‘ศุภชัย’ บอกยังไม่รีบ ปล่อยให้ได้แสงกันทั่วหน้า ก่อนยืนยันฟ้องแน่นอน
ประธานคณะทำงานด้านกฎหมายพรรคภูมิใจไทย ระบุคำฟ้องจัดทำเสร็จตั้งแต่วันแรก แต่ยังไม่เร่งยื่นคดี เพราะปล่อยให้ผู้ที่ออกมาแสดงความคิดเห็นเรื่องกฎหมายและเกาะกระแส “ได้แสงกันทั่วหน้า” ไปก่อน พร้อมยืนยันผู้เสียหายทั้ง 9 คนเตรียมใช้สิทธิฟ้องอย่างแน่นอน26 กรกฎาคม 2569 – นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ และประธานคณะทำงานด้านกฎหมาย พรรคภูมิใจไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ขณะนี้มีกูรู ทนายทะแนะ นักวิชาการ และนักกฎหมาย ออกมาเกาะกระแสแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกฎหมายปิดปาก (SLAPP) สารพัดวิชา ได้แสงกันตามประสงค์นายศุภชัยระบุว่า ตามหลักกฎหมาย ไม่มีกฎหมายบังคับว่าผู้เสียหายทั้ง 9 คนจะต้องฟ้องเป็นคดีเดียวกัน ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับลักษณะของการกระทำและข้อเท็จจริงของคดีเป็นสำคัญ โดยผู้เสียหายแต่ละคนมีอำนาจฟ้องคดีอาญาได้ด้วยตนเองในฐานะผู้เสียหาย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 28พร้อมยกหลักคำพิพากษาศาลฎีกาโดยสรุปว่า ความผิดฐานหมิ่นประมาทเป็นความผิดต่อผู้เสียหายเฉพาะตัว โดยสิทธิในการร้องทุกข์และสิทธิในการฟ้องเป็นของผู้เสียหายแต่ละคน ผู้เสียหายคนหนึ่งไม่อาจใช้สิทธิแทนอีกคนได้ เว้นแต่กฎหมายจะบัญญัติไว้นายศุภชัยระบุด้วยว่า ในฐานะผู้ได้รับมอบอำนาจจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งเป็นผู้เสียหายในคดีนี้ คำฟ้องได้จัดทำแล้วเสร็จตั้งแต่วันแรก แต่เนื่องจากเรื่องดังกล่าวยังคงได้รับความสนใจและมีการแสดงความคิดเห็นอย่างต่อเนื่องในสื่อ จึงขอปล่อยให้ทุกฝ่าย “ได้รับแสงกันถ้วนหน้าและทั่วตัวไปก่อน” โดยยังไม่รีบดำเนินการทั้งนี้ นายศุภชัยยืนยันว่า จะมีการฟ้องร้องอย่างแน่นอน เช่นเดียวกับผู้เสียหายอีก 8 คน พร้อมทิ้งท้ายว่า…
-
‘มาร์ค พิตบูล’ ซัด สส.รอมฎอน กินเงินเดือนจากภาษีคนไทย แต่เสือกเป็นปากเสียงให้โจรก่อความไม่สงบ
25 กรกฎาคม 2569 – นายณัชพล สุพัฒนะ หรือ มาร์ค พิตบูล หัวหน้าพรรคศรัทธา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ออกมาตอบโต้อย่างดุเดือด กรณีนายรอมฎอน ปันจอร์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน แสดงความเห็นว่าการใช้กำลังและการส่งสัญญาณไล่ล่าผู้ก่อเหตุยิงทหารพรานเสียชีวิต 5 นาย รัฐบาลควรประเมินผลกระทบในระดับยุทธศาสตร์อย่างรอบคอบ เพราะอาจกระทบต่อความเชื่อมั่นและการสนับสนุนจากประชาชนโดย มาร์ค พิตบูล ระบุว่า สส. คือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(ไทย) ไม่ใช่ผู้แทนโจร !! แดกเงินเดือนจากภาษีคนไทย แต่เสือกเป็นปากเป็นเสียงให้โจร ถ้าอยู่พรรคกู ขับออกสถานเดียว ถ้าพบพฤติกรรมสนับสนุนโจร แจ้งความดำเนินคดีด้วย"มันคือผู้ร้ายฆ่าคนตาย ถ้ามึงไม่ไล่ล่าตามจับมัน มึงจะออกจดหมายเชิญเรียกมันมาหาหรือไง ?"นอกจากนี้ นายณัชพล สุพัฒนะ ยังแสดงความคิดเห็นต่อกรณีนายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุการณ์กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบยิงถล่มทหารพราน เห็นควรว่ายังคงดำรงไว้เรื่องการพูดคุยเจรจา เพราะถ้าไม่คุย แล้วใช้ความรุนแรงเพียงอย่างเดียว จะทำให้เกิดความวุ่นวายและความขัดแย้งมากขึ้นโดย มาร์ค พิตบูล ตั้งคำถามว่า ถามมันหรือยังว่าอยากคุยหรือป่าว คุณอย่าเอาศักดิ์ศรีของประเทศไปวางไว้แทบเท้าโจรยังไม่พอ ยังเอาศักดิ์ศรีของประเทศไปประจานด้วยการขอให้ประเทศเพื่อนบ้านเป็นคนกลาง เพื่อจะคุยกับโจร คุณคิดแบบนั้นได้ยังไง…
-
‘นันทเดช’ ซัด ‘ยิ่งชีพ’ พลาดเอง! ผูกโยงฮั้ว สว.กับ 3 นิ้ว-ม.112 ยิ่งทำคนเห็นใจ
พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์ ซัดผู้อำนวยการไอลอว์ หลังเปิดเผยรายชื่อบุคคลที่อ้างว่าเกี่ยวข้องกับขบวนการฮั้วเลือก สว. พร้อมระบุว่าการนำประเด็นดังกล่าวไปเชื่อมโยงกับกลุ่ม 3 นิ้วและผู้ต้องขังคดี ม.112 เป็นความผิดพลาด ที่จะยิ่งทำให้ประชาชนกลับมาเห็นใจกรณีฮั้ว สว.มากขึ้น25 กรกฎาคม 2569 – พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์ อดีตหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ (ศรภ.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า“การเอาเรื่องฮั้ว สว.มาเคลื่อนไหวผูกโยงไปกับกลุ่ม 3 นิ้ว และกลุ่มผู้ต้องหาคดี ม.112 ภายใต้การสนับสนุนจากเงินต่างชาตินั้น ย่อมจะทำให้ประชาชนกลับมาเห็นใจเรื่องฮั้ว สว.เพิ่มมากขึ้น……….พลาดไปแล้วครับ ………. ยิ่งชีพ”ทั้งนี้ โพสต์ดังกล่าวมีขึ้นหลังนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ จากโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) เปิดเผยรายชื่อบุคคลหลายราย โดยอ้างว่าเกี่ยวข้องกับขบวนการฮั้วการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) จนคนของพรรคภูมิใจไทยประกาศเตรียมดำเนินคดีในข้อหาหมิ่นประมาทต่อมานายยิ่งชีพได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า “ใบแต่งตั้งทนายความพร้อมแล้ว รอลงวันที่ และรอใส่ชื่อโจทก์ ทนายคนนี้น่าจะชอบไปเที่ยวภาคอีสานเสียด้วย” พร้อมเผยแพร่ภาพใบแต่งตั้งทนายความ ซึ่งปรากฏชื่อนายอานนท์ นำภา เป็นทนายความ โดยนายอานนท์เป็นผู้ต้องขังในคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และคดีที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมทางการเมือง.
-
สส.กังฟู แจงยิบปั๊ม ปตท.บ้านผือ ได้ประกันแค่ 1 ล้าน เผยหลังเกิดเหตุจนท.บอกจะช่วยครึ่งหนึ่ง
สส.กังฟู แจงยิบปั๊ม ปตท.บ้านผือ ถูกยิง BM-21 ได้ประกันแค่ 1 ล้าน ต้องควักเงินก่อสร้างใหม่เองกว่า 10 ล้าน เผยหลังเกิดเหตุจนท.บอกจะช่วยครึ่งหนึ่ง มาตอนนี้รัฐบาลบอกไม่ได้แล้ว ยันเดินหน้าทวงความเป็นธรรมให้ทบทวนหลักเกณฑ์เยียวยาวันที่ 25 ก.ค. 2569นายวสวรรธน์ พวงพรศรี หรือกังฟู สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทรวมพลังโพสต์เฟซบุ๊กกรณีเจ้าของปั๊มน้ำ ปตท.บ้านผือ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ที่เสียหายจากจรวด BM-21 ของกัมพูชา ออกมาร้องเรียนเนื่องจากยังไม่ได้รับเงินเยียวจากภาครัฐโดยระบุว่า หลังจากโฆษกรัฐบาลออกมาชี้แจง ผมได้พูดคุยกับเจ้าของปั๊มโดยตรง ข้อเท็จจริงคือ- 9 ล้านบาทจาก CP เป็นการช่วยเหลือในรูปของสินค้า ไม่ใช่เงินสด- เงินประกัน 1 ล้านบาท เป็นความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม เพราะเหตุการณ์นี้เป็นภัยสงคราม จึงไม่อยู่ในความคุ้มครองของกรมธรรม์ และเจ้าของเป็นผู้จ่ายเบี้ยทำประกันเอง- ปตท. ช่วยเฉพาะโครงสร้างหลังคาปั๊มประมาณครึ่งหนึ่ง ส่วนค่ารื้อถอน ค่าก่อสร้างอาคารใหม่ และค่าเสียรายได้ เจ้าของต้องรับภาระเอง คิดเป็นส่วนต่างอีกกว่าสิบล้านบาท- ภาครัฐ จนถึงวันนี้ยังไม่ได้ช่วยเหลือแม้แต่บาทเดียว เพราะปั๊มเป็นนิติบุคคล ไม่เข้าเกณฑ์เยียวยา แม้ว่าเจ้าหน้าที่เคยแจ้งตอนเกิดเหตุใหม่ๆ…
-
‘จตุพร’ วิจารณ์เกม ‘ยิ่งชีพ’ เปิดชื่อ 9 นักการเมือง โยงฮั้ว สว. เสี่ยงเข้าคิลลิ่งโซน
“จตุพร” ประเมินการเปิดรายชื่อ 9 นักการเมืองภูมิใจไทยที่ถูกกล่าวหาพัวพันฮั้ว สว. เป็นเกมเสี่ยง ชี้หากเดินเกมต่ออาจเข้าทางฝ่ายถูกกล่าวหา เปิดพื้นที่ให้ชี้แจงข้อกล่าวหา ขณะที่ กกต.เตรียมพิจารณาคำร้องในช่วงเดือน ส.ค. พร้อมระบุการต่อสู้ทางกฎหมายอาจกลายเป็นภาระระยะยาวของ “ยิ่งชีพ” 25 กรกฎาคม 2569 – นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน กล่าวในรายการประเทศไทยต้องมาก่อน โดยระบุถึงนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์-iLaw) ระบุ 9 ชื่อนักการเมืองพรรคภูมิใจไทย (ภท.) พัวพันฮั้ว สว. จึงเป็นเกมเสี่ยง และยอมพลีชีพ เดินเข้าคิลลิ่งโซน (Killing Zone) หรือ เขตสังหารด้วยตัวเอง สิ่งสำคัญคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนดจะพิจารณาคำร้องกล่าวหาฮั้ว สว.ให้แล้วเสร็จในเดือนสิงหาคม ดังนั้น ในความเป็นจริงแล้ว นายยิ่งชีพ ไม่ควรตัดสินใจพูดเอง เพราะไม่ได้เป็น สส. และไม่มีเอกสิทธิ์คุ้มกัน อีกทั้งกล่าวว่า การฟ้องปิดปากกับปกป้องสิทธิ์นั้น ยังมีเส้นแบ่งบางๆ กั้นอยู่ ดังนั้น เกมฮั้ว…
-
สส.ณรงเดช ปูด กรมชลประทาน ใช้เงินกองทุนหมุนเวียน ออกรถใหม่ ทั้งที่ตั้งมาเพื่อช่วยเกษตรกร
สส.ณรงเดช ปูด กรมชลประทาน ใช้เงินกองทุนหมุนเวียน ออกรถใหม่ ทั้งที่ตั้งมาเพื่อช่วยเกษตรกรเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคมนายณรงเดช อุฬารกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้โพสต์เฟซบุ๊ก กรณี กรมชลประทานออกรถใหม่ โดยระบุว่า “ขณะที่ข้าราชการ หลายหน่วยในกระทรวงเกษตร ไม่มีรถใช้แต่กรมชลฯ ออกรถใหม่ให้กรมอื่นอิจฉา ซึ่งผมไม่ผ่านตา งบประมาณจัดซื้อรถ ใน พรบ. งบประมาณ ในส่วนของกรมชล เมื่อค้นดูจึงพบว่า กรมชล ใช้เงินจากกองทุนหมุนเวียน เพื่อการชลประทาน (ชป.) ที่ตั้งขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ เพื่อดำเนินการในการกัก เก็บรักษา ควบคุม ส่งระบาย หรือแบ่งน้ำ เพื่อเกษตรกรรม การพลังงาน การสาธารณูปโภค การอุตสาหกรรม และ การป้องกันความเสียหาย แก่การเพาะปลูกอันเกิดจากน้ำ รวมถึงการซ่อมแซมเสริมพนังคันกั้นน้ำ อาคารชลประทาน และการขุดลอกทางน้ำชลประทานที่มีที่มาจาก รายได้จากค่าธรรมเนียม/ค่าบริการจากระบบชลประทานไปจัดซื้อโดยมีการดำเนินการ ในแผนดำเนินการ ในปีงบ 2569 มาจัดซื้อรถดังกล่าว ทั้งที่ปีที่ผ่านมาน้ำท่วมเดือดร้อนกันหลายที่ และไม่มีเงินไปช่วยเหลือเกษตรกร กองทุนเหล่านี้มีเป้าหมายในการนำไปใช้ เพื่อให้การช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร…
-
ปรับทัพจัดทิศสีกากี
ทิศทาง "กรมปทุมวัน" ในยุค บิ๊กราญ-พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ว่าที่ ผบ.ตร.คนใหม่ ที่จะเริ่มทำงานอย่างเต็มตัว ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไปตามแนวทางการ "คัดเลือก" ผู้นำสีกากีของ "นายกฯอนุทิน" น่าจะต้องการคนรุ่นใหม่ มีอายุราชการเพียงพอที่จะขับเคลื่อน ปรับเปลี่ยน "องค์กรตำรวจ" ให้ดีขึ้นสู่สายตาประชาชนทำให้เลือก "บิ๊กราญ" ที่นอกจากฝีมือการทำงานสืบสวนปราบปรามเป็นที่ประจักษ์แล้ว อายุราชการที่ยาวไปถึงปี 2576 หรืออีก 7 ปีข้างหน้า ก็น่าจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องการความต่อเนื่องในการทำงานเมื่อเลือกขยับปรับทิศ วางการพัฒนาระยะยาว ใช้คนรุ่นใหม่ในการขับเคลื่อน "สำนักงานตำรวจแห่งชาติ" แบบขึ้นต้นเป็นลำไม้ไผ่แล้ว พอเหลาลงไปก็ขอให้เป็นไม้ไผ่ดังเดิมไม่ใช่ "ขึ้นต้นเป็นลำไม้ไผ่ พอเหลาลงไปกลายเป็นบ้องกัญชา"!!!โดยเฉพาะการแต่งตั้ง "นายพล" ระดับ "ผู้บัญชาการ" หรือ "ผบช." ยศ พล.ต.ท. ซึ่งเป็นผู้นำหน่วยระดับปฏิบัติ ที่จะอยู่ในการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจตำแหน่ง รอง ผบ.ตร.หรือเทียบเท่า ลงมาถึง ผู้บังคับการทั่วประเทศ วาระประจำปี 2569 ที่จะมีขึ้นช่วงเดือนสิงหาคมนี้การเลือก "นายพล" มาดำรงตำแหน่ง ก็ต้องเหมาะสม…
-
นายก ฯ สั่ง “เอาทุกข์คนเป็นตัวตั้ง”ทบทวนเงื่อนไขบัตรคนจน
นายก ฯ สั่ง "เอาทุกข์คนเป็นตัวตั้ง" ก.คลัง เตรียมนำการทบทวนเงื่อนไขโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เข้าประชุม ครม. จันทร์นี้นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ติดตามและรับฟังข้อวิจารณ์ของสังคมเกี่ยวกับโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 กำชับกระทรวงการคลังเร่งรัดดำเนินโครงการ ฯ หลังมีผู้ลงทะเบียนไม่ผ่านเกณฑ์และถูกตัดสิทธิกว่า 9.3 ล้านคน โดยให้กระทรวงการคลังนำข้อกังวลของสังคมรวมทั้งความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน มาเป็นโจทย์มหลัก เพื่อปรับปรุง ทบทวนเงื่อนไขโครงการ ฯ ให้สอดคล้องความเป็นจริงทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน และให้นำหารือในที่ประชฺมคณะรัฐมนตรีสัปดาห์หน้า ในวันจันทร์ 27 กรกฏาคม นี้ ด้วยนางสาวรัชดา กล่าวถึงความตั้งใจของรัฐบาลในการดำเนินโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ เปิดโอกาสให้ประชาชนที่มีสิทธิ “คนจนตัวจริง” ได้รับความช่วยเหลือจากภาครัฐ ลดภาระค่าใช้จ่ายในการดำรงชีพ สร้างความมั่นคงในชีวิต สำหรับกลุ่มเป้าหมายของโครงการ คือ ผู้มีสิทธิตามคุณสมบัติและเงื่อนไขโครงการ กลุ่มตกหล่นและกลุ่มเปราะบางตามที่กระทรวงมหาดไทย และกระทรวง พม. สำนวจและขึ้นบัญชีไว้ โดยหลักการสำคัญ ให้ “การช่วยเหลือตรงถึงมือผู้ต้องการ” ขณะเดียวกัน ก็ยึดการบริหารจัดการงบประมาณ แบบคุ้มค่า โดยงบประมาณ ที่จำกัดถึงมือกลุ่มผู้ต้องการมากที่สุด…