Category: การเมือง

  • อดีตผู้พิพากษา ชี้สอบ ป.ป.ช. ‘คดีศักดิ์สยาม’ บททดสอบนิติรัฐไทย

    อดีตผู้พิพากษาอาวุโสศาลฎีกา ระบุการเข้าชื่อร้องสอบคณะกรรมการ ป.ป.ช. กรณียกคำร้องคดีซุกหุ้นของ “ศักดิ์สยาม ชิดชอบ” คือบททดสอบสำคัญของหลักนิติรัฐไทย ตั้งคำถามต่อมติ ป.ป.ช. ที่สวนทางคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ พร้อมจับตาบทบาทประธานรัฐสภาในการพิจารณาส่งเรื่องให้ศาลฎีกาตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป6 มิถุนายน 2569 – นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ และอดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา โพสต์เฟซบุ๊กหัวข้อเรื่อง “ศักดิ์สยาม ป.ป.ช. และประธานรัฐสภา: บททดสอบใหม่ของหลักนิติรัฐไทย” มีเหนือหาดังนี้วันที่ 5 มิถุนายน 2569 กลายเป็นหมุดหมายสำคัญหน้าใหม่ของการเมืองไทย เมื่อผู้นำฝ่ายค้านแท็กทีมสมาชิกรัฐสภา เข้าชื่อยื่นคำร้องครั้งประวัติศาสตร์ต่อประธานรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 236 ประกอบมาตรา 234 วรรคหนึ่ง (1) เพื่อส่งต่อไปยังประธานศาลฎีกา ให้แต่งตั้ง "คณะผู้ไต่สวนอิสระ" ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ทั้งชุดรวม 13 ราย (ทั้งที่ยังดำรงตำแหน่งและพ้นตำแหน่งไปแล้วไม่เกิน 5 ปีตามกฎหมาย พ.ร.ป. คดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองฯ มาตรา 53 และ 59) กรณีมีมติยกคำร้องคดีซุกหุ้นของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ…

  • เอาแล้ว! กองทัพภาค 2 ออกกฎเหล็กห้าม ‘กำลังพล’ เผยแพร่ภาพถ่ายที่ตั้งฐาน-ปฏิบัติการทางทหาร

    5 มิถุนายน 2569 – กองทัพภาคที่ 2 เผยแพร่ ระเบียบกระทรวงกลาโหมว่าด้วยการให้ข่าวฯ พ.ศ.2530 และ แนวทางการใช้สื่อโซเชียลมีเดียของกองทัพบก เพื่อป้องกันข้อมูลรั่วไหล ลดความเสี่ยงต่อการกิจ และรักษาความปลอดภัยของหน่วย มาตรการควบคุมการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร มี 4 ข้อดังต่อไปนี้1.การเผยแพร่ข้อมูลห้าม กำลังพลทุกนายเป็นเหล่งข่าวให้บุคคลภายนอก งดให้ข้อมูล แสดงความคิดเห็น เผยแพร่ ภาพถ่าย เอกสารและรายละเอียดการปฏิบัติงาน ระมัดระวังการแสดงความคิดเห็นส่วนตัวผ่านสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับสถานการณ์และการปฏิบัติงานของหน่วย2.การประสานกับภายนอกหากจำเป็นต้องแจ้งหน่วยงานภายนอกให้แจ้งเฉพาะข้อมูลที่จำเป็น งดแชร์ ข้อความ รูปภาพ เหตุการณ์ และข้อมูลการปฏิบัติงานที่สำคัญ ส่วนการให้ข้อมูลข่าวสารกับสื่อมวลชนและบุคคลภายนอก ให้เป็นความรับผิดชอบของทีมโฆษกหน่วยและผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นตั้งแต่ระดับ ผบ.กองกำลัง ขึ้นไปเท่านั้น3.ข้อมูลที่ห้ามเปิดเผยห้ามนำเสนอภาพถ่าย หรือข้อมูลที่ตังฐานปฏิบัติการแนวการวางกำลัง และการปฏิบัติการทางทหารที่สำคัญ ห้ามเผยแพร่ ทั้งก่อน ระหว่างและภายหลัง การปฏิบัติการส่งข้อมูลทางราชการที่มีขั้น "ความลับ" ผ่านสื่อออนไลน์ ต้องเข้ารหัสไฟล์ทุกครั้ง4.การรายงานเหตุการณ์หากยังพิสูจน์ทราบรายละเอียดไม่ชัดเจนให้รายงานขั้นต้น เฉพาะเวลาและลักษณะเหตุการณ์ โดยให้ถูกต้องมากที่สุด เมื่อพิสูจน์ทราบชัดเจนแล้ว ให้รายงานครบองค์ประกอบ ใคร/ทำอะไร/ที่ไหน/เมื่อไหร่/อย่างไร/ทำไม การรายงานตำบลกระสุนตกหรือตำบลระเบิดในพื้นที่ฐานฯ ต้องมีหลักฐานชัดเจนเพื่อป้องกันความเข้าใจผิดข้อเน้นย้ำผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้นต้องกำกับดูแลการปฏิบัติของกำลังพลอย่างใกล้ชิดและเคร่งครัด ให้ยึดถือระเบียบ กห. ว่าด้วยการให้ข่าวและบริการ ข่าวสารของทางการ พ.ศ.2530…

  • ‘ช่อพรรณิการ์’ แจงปมโกหก-ใส่ร้าย ‘ชัชชาติ’

    “พรรณิการ์ วานิช” ออกโรงชี้แจงหลังถูกวิจารณ์ว่าโกหกและใส่ร้าย “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” กรณีพูดถึงความยากลำบากในการติดป้ายหาเสียงของทีมพรรคประชาชน ยืนยันไม่ได้กล่าวโทษผู้ว่าฯ กทม. พร้อมยกตัวอย่างการขอใช้พื้นที่จัดกิจกรรมทางการเมืองที่ไม่ได้รับอนุญาต สะท้อนข้อจำกัดที่พรรคเผชิญมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่สมัยพรรคอนาคตใหม่6 มิถุนายน 2569 – นางสาวพรรณิการ์ วานิช แกนนำคณะก้าวหน้า โพสต์เฟซบุ๊กว่า ดิฉันพูดในรายการเฟรนด์ทอล์ก ว่าได้รับทราบถึงความยากลำบากของทีมกทม. พรรคประชาชน ในการติดป้ายโฆษณาหาเสียงในช่องทางสร้างสรรค์ต่างๆ ไม่คิดเลยว่าจะเกิดเป็นประเด็นบานปลายว่าดิฉันโกหก ใส่ร้าย อ.ชัชชาติฟังในคลิปให้ดีนะคะ"ที่อ.ชัชชาติไปติดป้าย ติดประตูลิฟต์ BTS ต่างๆ นานา เกิน 80% ทีมงานพรรคประชาชนติดต่อไปแล้ว แต่ไม่ได้"ซึ่งในคลิปยังย้ำด้วยว่าไม่ใช่ความผิดอ.ชัชชาติ เพราะเอกชนเขาจะขายหรือไม่ขายใครก็ได้และที่ข้องใจมากคือ ทีมอ.โจ ไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้สถานที่สวนเบญจกิติในการเปิดตัว แต่ทีม สก. คนทำงานกลับได้ใช้สถานที่เดียวกัน คือโกดังโรงงานยาสูบ ในสวนเบญฯตั้งแต่สมัยพรรคอนาคตใหม่ การหาสถานที่จัดงานเป็นเรื่องยากเสมอ กทม. และพื้นที่ราชการมักไม่ให้พรรคการเมืองใช้สถานที่ เอกชนส่วนใหญ่เกรงใจหน่วยงานราชการ หรือรัฐบาล จึงมักไม่สะดวกใจที่จะเกี่ยวข้องกับพรรคเรา แต่ก็มีบางที่ที่ให้บริการแบบ professional คือใครมีเงินมาเช่าพื้นที่ก็รับหมด จึงสังเกตได้ว่าพรรคเราจัดงานในสถานที่ซ้ำๆ กันไม่กี่ที่เท่านั้น หรือจัดที่พรรค ซึ่งประหยัดงบประมาณ และตัดปัญหาเรื่องการขอใช้พื้นที่จากเอกชน/ราชการ

  • ‘ค.ควาย’ เดินเข้าคอก

    เป็นความรู้ใหม่ของผมเลยนะเนี่ย….ที่ได้จาก "กระทรวงวัฒนธรรมและวิจิตรศิลป์เขมร" ชนิดสดๆ ร้อนๆ ว่าบันไดที่ “พวกโจรเขมร” พาดขึ้นบ้านเรา ที่ปราสาทคนาเรียกว่า “มรดกทางวัฒนธรรม”!?ทำเอาผมเงี้ย..ขรรรรมกลิ้งไปเลยเรื่องนี้ สืบเนื่องจาก “กระทรวงวัฒนธรรมและวิจิตรศิลป์เขมร” แถลงประท้วงไทย เมื่อวานว่าบันไดดังกล่าวที่ “ปราสาทคนา” สร้างขึ้นในปี ๒๕๖๐ จำนวน ๑,๑๘๑ ขั้น ยาว ๓๒๕ เมตร (เพื่อปีนขึ้นปราสาทคนา-เปลว)ถูกออกแบบมาเพื่อสนับสนุนการอนุรักษ์และปรับปรุงการเข้าถึงของผู้เยือนปราสาท นักวิจัย และชุมชนท้องถิ่นการรื้อทำลายดังกล่าว เป็นการกระทำที่สร้างความเสียหายต่อมรดกทางวัฒนธรรมและเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามอย่างกว้างขวางที่จะเปลี่ยนแปลงสภาพในพื้นที่และบ่อนทำลายหลักฐานที่แสดงถึงการบริหารพื้นที่มาอย่างยาวนานของกัมพูชานอกจากนี้…..ยังได้ประท้วงแผนการของไทยที่จะเปิด “ปราสาทตาควาย” ให้นักท่องเที่ยวเข้าชมในวันที่ ๖-๗ มิ.ย.ซึ่งมีการจำหน่ายตั๋วและการจัดงานพิธีต่างๆโดยเคลมว่า “ปราสาทตาควาย” และ “ปราสาทคนา" ตั้งอยู่ในดินแดนอธิปไตยของเขมร!?ช่างสมกับชื่อประเทศ CLAIMBODIA ซะจริงๆ!เรื่องนี้ เป็นมายังไง ให้ผมเล่าก็คงสะเปะ-สะปะเอาที่ “กองทัพภาคที่ ๒” ชี้แจงข้อเท็จจริงเรื่อง “บันไดโจรเป็นมรดกทางวัฒนธรรม” มาให้อ่านเลยดีกว่า เพราะ ชัด-ครบ-จบที่เดียว…………………………………….“กองทัพภาคที่ ๒”ชี้แจงข้อเท็จจริง เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง กรณีปรากฏ “คลิปวิดีโอ” ทหารกัมพูชาในสื่อสังคมออนไลน์บริเวณ “บันไดทางขึ้นด้านล่าง” ปราสาทคนา อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ตามที่ได้ปรากฏคลิปวิดีโอเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ โดยมีการกล่าวอ้างว่า…

  • กรมสรรพากร ไล่บี้ภาษี ทักษิณ ขู่ฟ้องล้มละลายหากตามเงินได้ไม่ครบ

    กรมสรรพากร ไล่บี้ภาษี ‘ทักษิณ’ ขู่ฟ้องล้มละลายหากตามเงินได้ไม่ครบตามที่กรมสรรพากรได้แถลงข่าวเกี่ยวกับการดำเนินการเร่งรัดจัดเก็บภาษีอากร จากนายทักษิณ ชินวัตร ตามคำพิพากษาของศาลฎีกาที่ 6890/2568 ซึ่งได้อ่านคำพิพากษาเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2568 วินิจฉัยว่าการประเมินของเจ้าพนักงานชอบด้วยกฎหมาย คดีจึงเป็นที่ยุติและมีผลทำให้หนี้ภาษีอากรตามการประเมินเป็นที่สุดนายสมศักดิ์ อนันทวัฒน์ ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์การจัดเก็บภาษี (กลุ่มธุรกิจพลังงาน) รักษาราชการแทน อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า นับแต่ประเมินภาษีนายทักษิณ ชินวัตร ถึงแม้จะอยู่ระหว่างการใช้สิทธิอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์และการพิจารณาคดีในชั้นศาล กรมสรรพากรได้ติดตามเร่งรัดภาษีอากรค้างจากนายทักษิณ ชินวัตร มาโดยตลอดอย่างต่อเนื่องภายใต้กรอบของกฎหมาย โดยดำเนินการแจ้งเตือนให้ไปชำระภาษี สอบสวนทรัพย์สินทุกประเภทเพื่อยึด อายัด นำเงินมาชำระหนี้ภาษีอากร ซึ่งปัจจุบันกรมสรรพากรได้ติดตามทรัพย์สินของนายทักษิณฯ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยได้ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อหาแนวทางดำเนินการบังคับชำระหนี้ภาษีอากร อย่างไรก็ตามเมื่อดำเนินการเร่งรัดภาษีอากรอย่างไรก็ตาม จนถึงที่สุดแล้ว หากกรมสรรพากรได้รับชำระภาษีไม่ครบถ้วนตามการประเมิน ก็จะพิจารณาดำเนินการฟ้องนายทักษิณ ชินวัตร เป็นคดีล้มละลายต่อไป โดยได้ดำเนินการภายใต้กรอบระยะเวลาและอายุความตามกฎหมายมิให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการอ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กรมสรรพากร ไล่บี้ภาษี ทักษิณ ขู่ฟ้องล้มละลายหากตามเงินได้ไม่ครบติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่– Website : https://www.matichon.co.th

  • โหมโรงชิง ‘ผบ.ตร.’

    หากยึดตามคำสัมภาษณ์ โฆษกตำรวจ-พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ หลังประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. เมื่อปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา วาระเดียวกับที่ ก.ตร.ติดเบรกการขอเปิดวาระแต่งตั้ง "นายพล" นอกวาระประจำปีแต่งตั้ง "หมอทวีศิลป์" นายแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ ขึ้น ผู้ช่วย ผบ.ตร.ด้วยเหตุใกล้ถึงวาระแต่งตั้ง "นายพล" วาระประจำปี ที่จะมีขึ้นในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้นั่นก็เหมือนเป็นเสียงระฆัง "กรมปทุมวัน" เข้าสู่โหมดแต่งตั้งในอีก 1 เดือนข้างหน้าไฮไลต์การแต่งตั้ง "นายพลสีกากี" ปีนี้ โฟกัสใหญ่น่าจะไปอยู่ที่การชิงเก้าอี้ "ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ" หรือ "ผบ.ตร." คนที่ 16 แตะไม้ต่อมือ บิ๊กต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ที่จะเกษียณอายุราชการวันที่ 30 กันยายนนี้ตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 มาตรา 77 การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจให้ดำรงตำแหน่งให้แต่งตั้งตามหลักเกณฑ์ต่อไปนี้ (1) ตำแหน่ง “ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ” จะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งจากข้าราชการตำรวจยศ “พลตำรวจเอก” ซึ่งดำรงตำแหน่งจเรตำรวจแห่งชาติ หรือรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมาตรา 78 การคัดเลือกแต่งตั้งข้าราชการตำรวจให้ดำรงตำแหน่งตามมาตรา 77 เอาเฉพาะ…

  • โกงสิ้นชาติ

    งานช้างครับ…วานนี้ (๑๕ พฤษภาคม) นายกฯ อนุทิน เชิญผู้บริหารระดับสูงจากภาคธุรกิจ ๑๐ กลุ่มอุตสาหกรรมสำคัญเข้าหารือแนวทางการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของประเทศสำหรับผู้บริหารภาคธุรกิจที่เข้าร่วม อาทินายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัดนายศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัดนายสารัชถ์ รัตนาวะดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)นายเวทิต โชควัฒนา กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน)นายสุทธิสาร จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)นายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน)นายปลิว ตรีวิศวเวทย์ กรรมการบริหาร บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน)นายคงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่…

  • ทาง 3 แพร่ง “ทักษิณ” ชี้ชะตา “เพื่อไทย-ดร.เชน”

    ประเด็นถัดมาที่ "คอการเมือง" อยากรู้ แต่ยังไม่ได้คำตอบ เพราะผู้เฉลยดีที่สุดไม่แคล้วนายทักษิณเอง คือ "นายใหญ่" พรรคเพื่อไทย จะทำอะไรนับจากนี้ นอกจากให้เวลากับครอบครัวและเล่นกับหลาน ๆจะวางมือการเมือง หรือจะเดินหน้าต่อ หรือถอยฉากอยู่ห่าง ๆ ไม่ว่าจะทางเลือกไหน ล้วนเป็นที่สนใจของผู้คนทั้งสิ้นทาง 3 แพร่งในโอกาสใกล้ครบรอบวันเกิด 77 ปี วันที่ 26 ก.ค. จึงน่าสนใจว่า นายทักษิณจะเลี้ยวขวา ส่งต่อพรรคเพื่อไทยที่มีแกนนำคนรุ่นใหม่ ๆ อย่าง "ดร.เชน" ยศชนันท์ วงศ์สวัสดิ์ และ "อุ๊งอิ๊ง" น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ที่มีเลือดแท้ชินวัตร 100% เป็นคนสานต่อภารกิจต่อไปหรือจะถอยกลับมายืนห่างอยู่วงนอก ไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองอีก หรือจะเลี้ยวซ้ายไปใช้ชีวิตบั้นปลายอยู่ที่ดูไบ ดังกระแสข่าวที่มีการโหมกระพือหลังจากมีข่าวอ้างคนวงในยืนยันนายทักษิณจะไปดูไบทันที หลังได้รับพระราชทานอภัยโทษ พร้อมสำทับว่า เพื่อเริ่มต้นของบทใหม่ของชีวิต โดยเพิ่มปัจจัยสำคัญ เพื่อไม่ให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และเหล่าผู้นำในพรรคภูมิใจไทยและรัฐบาลต้องอึดอัดใจ เนื่องจากเคยเป็นผู้บังคับบัญชาและลูกน้องเก่ามาก่อนข่าวจุดพลุไปอยู่ดูไบ และพยายามขยายวงกว้างไปยังสื่อหลายสำนัก ก่อนจะหยุดเอาดื้อ ๆ อาจเป็นเพราะกระบวนการพ้นโทษยังไม่เสร็จสิ้นสมบูรณ์ ยังไม่ได้ใบบริสุทธิ์ที่ต้องใช้ในการเดินทางออกนอกประเทศแต่อีกด้านหนึ่งอาจถูกมองได้ว่าเป็น…

  • ป.ป.ช. สั่งยึดทรัพย์-ไล่ออกจากราชการ อดีตจนท.การเงิน อบต.ศรีสะเกษ รวยผิดปกติ

    ป.ป.ช. สั่งยึดทรัพย์-ไล่ออกจากราชการ อดีตจนท.การเงิน อบต.ศรีสะเกษ รวยผิดปกติป.ป.ช. ชี้มูล อดีตเจ้าหน้าที่การเงิน อบต.ศรีสะเกษ รวยผิดปกติ 17 ล้านบาท สั่งยึดทรัพย์-ไล่ออกจากราชการเมื่อวันที่ 5 มิ.ย.2569 นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช.มอบหมายคณะไต่สวนเบื้องต้นเพื่อดำเนินการไต่สวน กรณีกล่าวหา น.ส.สุดารัตน์ อนุพันธ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่การเงินและบัญชี องค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.)หนองอึ่ง อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ ร่ำรวยผิดปกติมูลค่ารวม 17,410,400 บาทจากการไต่สวนปรากฏข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า น.ส.สุดารัตน์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่การเงินและบัญชี อบต.หนองอึ่ง มีรายได้จากเงินเดือน ในระหว่างปี พ.ศ. 2550 –2556 ประมาณ 60,000 – 72,000 ต่อปี และมีรายได้จากการขายสินค้ารับเหมาก่อสร้าง รับจ้างไถนาและเกี่ยวข้าว รวมเป็นเงินทั้งสิ้น15,548,950 บาท แต่มีทรัพย์สิน ที่เพิ่มขึ้นไม่สัมพันธ์กับรายได้ และไม่สามารถชี้แจงถึงที่มาของทรัพย์สินได้ เป็นเงินทั้งสิ้น 17,410,400…

  • ไล่บี้ภาษีทักษิณ สรรพากรเล็งฟ้องล้มละลายหากชำระไม่ครบ

    5 มิถุนายน 2569 ตามที่กรมสรรพากรได้ดำเนินการเร่งรัดจัดเก็บภาษีอากรจาก นายทักษิณ ชินวัตร ตามคำพิพากษาของศาลฎีกาที่ 6890/2568 ซึ่งได้อ่านคำพิพากษาเมื่อวันที่ 17 พ.ย.68 วินิจฉัยว่าการประเมินของเจ้าพนักงานชอบด้วยกฎหมาย คดีจึงเป็นที่ยุติ และมีผลทำให้หนี้ภาษีอากรตามการประเมินเป็นที่สุดล่าสุด นายสมศักดิ์ อนันทวัฒน์ ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์การจัดเก็บภาษี (กลุ่มธุรกิจพลังงาน) รักษาราชการแทน อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า นับแต่ประเมินภาษีนายทักษิณ ถึงแม้จะอยู่ระหว่างการใช้สิทธิอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์และการพิจารณาคดีในชั้นศาล กรมสรรพากรได้ติดตามเร่งรัดภาษีอากรค้างจากนายทักษิณ มาโดยตลอดอย่างต่อเนื่อง ภายใต้กรอบของกฎหมาย โดยดำเนินการแจ้งเตือนให้ไปชำระภาษี สอบสวนทรัพย์สินทุกประเภทเพื่อยึด อายัด นำเงินมาชำระหนี้ภาษีอากรทั้งนี้ ปัจจุบันกรมสรรพากรได้ติดตามทรัพย์สินของนายทักษิณ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยได้ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อหาแนวทางดำเนินการบังคับชำระหนี้ภาษีอากร อย่างไรก็ตาม เมื่อดำเนินการเร่งรัดภาษีอากรจนถึงที่สุดแล้ว หากกรมสรรพากรได้รับชำระภาษีไม่ครบถ้วนตามการประเมิน ก็จะพิจารณาดำเนินการฟ้องนายทักษิณ เป็นคดีล้มละลายต่อไป โดยได้ดำเนินการภายใต้กรอบระยะเวลาและอายุความตามกฎหมายมิให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการ- 006