Category: การเมือง
-
กัมพูชาออกแถลงการณ์ ทันที หลังกองทัพอากาศประกาศยุติดำเนินการทุกข้อตกลง
กระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศกัมพูชา ออกแถลงการณ์เมื่อคืนวันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 แสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อรายงานข่าวของหลายสื่อที่อ้างคำกล่าวของผู้นำไทยว่ากระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศกัมพูชา ออกแถลงการณ์เมื่อคืนวันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 แสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อรายงานข่าวของหลายสื่อที่อ้างคำกล่าวของผู้นำไทยว่า ไทยได้ระงับการปฏิบัติตามถ้อยแถลงผลการหารือระหว่างนายกรัฐมนตรีไทยกับนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ซึ่งมีโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซียและประธานอาเซียนปีนี้ ร่วมลงนามและเป็นสักขีพยานรายงานระบุว่า เหตุทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน บริเวณชายแดนกัมพูชา–ไทย ใกล้พนมทรอป ซึ่งอยู่ใกล้ปราสาทพระวิหารของกัมพูชา ถูกใช้เป็นเหตุผลในการระงับการปฏิบัติตามของฝ่ายไทย รวมถึงการยกเลิกการปล่อยตัวทหารกัมพูชา 18 นาย ที่เดิมมีกำหนดในวันที่ 12 พฤศจิกายนรัฐบาลกัมพูชาปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่าเป็นผู้วางทุ่นระเบิดใหม่ โดยชี้แจงว่าทุ่นระเบิดตามแนวชายแดนส่วนใหญ่เป็นของเก่าจากสงครามกลางเมืองเมื่อราว 3 ทศวรรษก่อน ซึ่งยังไม่ได้รับการเก็บกู้เนื่องจากภูมิประเทศยากต่อการเข้าถึง และเป็นพื้นที่ชายแดนที่ยังไม่มีการปักปันเขตแดนที่ชัดเจนกัมพูชายืนยันว่าจะปฏิบัติตามถ้อยแถลงที่ลงนามร่วมกันอย่างต่อเนื่อง พร้อมย้ำว่ากัมพูชาในฐานะภาคีของอนุสัญญาห้ามทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ไม่เคยและจะไม่ใช้ทุ่นระเบิดใหม่ใด ๆขณะเดียวกัน สำนักข่าวเฟรชนิวส์ของกัมพูชารายงานว่า เมื่อช่วงเช้าวันเดียวกัน ปลัดกระทรวงกลาโหมกัมพูชาได้บรรยายสรุปแก่ผู้ช่วยทูตทหารจาก 12 ประเทศ เกี่ยวกับความคืบหน้าในการดำเนินการตามถ้อยแถลงร่วมที่ลงนามที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อปลายเดือนที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงกลาโหมกัมพูชาสรุปประเด็นสำคัญที่เห็นชอบร่วมกัน ได้แก่ การปล่อยตัวทหารกัมพูชา 18 นาย การถอนอาวุธหนัก การกำจัดทุ่นระเบิด การแก้ไขปัญหาเขตแดนโดยสันติ…
-
‘สว.อังคณา’ ประณามการรื้อลวดหนามฝังทุ่นระเบิดใหม่ ชี้ขัดอนุสัญญาออตตาวา
“สว.อังคณา” ประณามการรื้อลวดหนามฝังทุ่นระเบิดใหม่ ละเมิดปฏิญญาร่วม 26 ตุลาคม ขัดอนุสัญญาออตตาวาจากกรณี ทบ.ยัน เหตุระเบิดห้วยตามาเรีย เป็นการลักลอบวางทุ่นระเบิดใหม่ ย้ำ ถือเป็นการละเมิดปฏิญญาร่วม-แสดงความเป็นปรปักษ์ ส่งผลให้ข้อตกลงต้องยุติลง ตามที่ข่าวเสนอไปก่อนหน้านี้อ่านข่าวต่อ : กองทัพบก ยัน เหตุระเบิดห้วยตามาเรีย เป็นการลักลอบวางทุ่นระเบิดใหม่เมื่อวันที่ 11 พ.ย. 68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า "นางอังคณา นีละไพจิตร" สมาชิกวุฒิสภา ได้ออกมาโพสต์ข้อความโดยเจ้าของโพสต์ ระบุข้อความว่า"การลักลอบรื้อลวดหนาม เพื่อเข้ามาฝังทุ่นระเบิดใหม่ถือเป็นการผิดข้อตกลง"อย่างไรก็ตาม ผู้โพสต์เผยอีกว่า "ปฏิญญาร่วม 26 ตุลา และขัดอนุสัญญาออตตาวา ขอแสดงความเสียใจต่อผู้เสียหายและครอบครัวค่ะ"ขอบคุณข้อมูล : Angkhana Neelapaijit
-
เพชรบุรีระอุ! ‘นายอำเภอ’ ปะทะฝีปาก ‘ส.ส.’ ระหว่างรอรมช.อุตฯ ลงพื้นที่พบชาวบ้าน ค้านตั้งโรงงานนายทุน
เพชรบุรีระอุ! ‘นายอำเภอ’ ปะทะฝีปาก ‘ส.ส.’ ปมชาวบ้านค้านตั้งโรงงานนายทุนเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณหมู่ 4 ต.ทับคาง อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี ระหว่างรอรับ จ่าเอกยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ลงพื้นที่รับฟังปัญหาชาวบ้าน กรณีมีนายทุนยื่นขออนุญาตก่อสร้างโรงงานผลิตน้ำมันไพโรไลซิสจากยางรถยนต์และน้ำมันเครื่องเก่า โดยชาวบ้านคัดค้านการก่อสร้างเพราะกังวลปัญหาเรื่องกลิ่นและมลพิษ ซึ่งหวั่นว่าจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพนั้นได้เกิดเหตุตึงเครียดระหว่างนายนฤนาท เมืองแสน นายอำเภอเขาย้อย และ จ.อ.อภิชาติ แก้วโกศล ส.ส.เพชรบุรี เขต 3 หรือ ส.ส.ต้อย หลังมีคลิปวิดีโอบันทึกเหตุการณ์ตอนหนึ่ง ที่ นายนฤนาท พูดขึ้นมาว่า “คนบางกลุ่มนั้นไม่ได้เรื่อง อย่าทำให้เป็นเรื่องใหญ่” ทำให้ สส.ต้อย ตอบกลับทันทีว่า “อย่ามาใช้อารมณ์กับผม เรื่องส่วนตัวก็อีกเรื่อง แต่ผมต้องยืนข้างประชาชนก่อน”โดยทั้งคู่ต่างล้วงกระเป๋ากางเกง ผลัดกันมองหน้าบ้าง หลบตากันบ้าง และมีผู้อยู่ในเหตุการณ์พยายามพูดให้ใจเย็นลง โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นต่อหน้าชาวบ้านจำนวนมาก ซึ่งได้บันทึกคลิปวิดีโอไว้และเผยแพร่บนโลกออนไลน์จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้างอ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เพชรบุรีระอุ! ‘นายอำเภอ’ ปะทะฝีปาก ‘ส.ส.’ ระหว่างรอรมช.อุตฯ ลงพื้นที่พบชาวบ้าน…
-
กัมพูชาปัดวางทุ่นระเบิดใหม่ กังวลไทยระงับดำเนินการตามถ้อยแถลงร่วม
กัมพูชาออกแถลงการณ์ ปฏิเสธข้อกล่าวหาของฝ่ายไทยที่ว่ากัมพูชาวางทุ่นระเบิดใหม่ ยืนยันเป็นระเบิดเก่าที่ยังไม่ได้เก็บกู้ พร้อมแสดงความกังวลต่อกรณีที่ไทยระงับการดำเนินการตามถ้อยแถลงร่วมที่เพิ่งลงนามร่วมกันกระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศกัมพูชา ออกแถลงการณ์ เมื่อคืนวันที่ 10 พ.ย. 2568 ระบุว่า รัฐบาลกัมพูชากังวลอย่างยิ่งต่อการรายงานข่าวของหลายสื่อที่อ้างคำกล่าวของผู้นำไทยที่ระบุว่า ไทยได้ระงับการปฏิบัติตามการลงนามในถ้อยแถลงผลการหารือระหว่างนายกรัฐมนตรีไทยและนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ซึ่งมีโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซียและประธานอาเซียนปีนี้ ร่วมลงนามและเป็นสักขีพยานด้วยโดยมีรายงานว่า เหตุทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดเมื่อวานนี้ (10 พ.ย.) ในพื้นที่ชายแดนกัมพูชา-ไทย บริเวณพนมทรอป ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับปราสาทพระวิหารของกัมพูชา ถูกใช้เป็นเหตุผลในการระงับการปฏิบัติตามของฝ่ายไทย รวมถึงการยกเลิกการกำหนดการปล่อยตัวทหารกัมพูชา 18 นายในวันที่ 12 พ.ย.รัฐบาลกัมพูชาขอปฏิเสธข้อกล่าวหาของไทยที่อ้างว่ากัมพูชาวางทุ่นระเบิดใหม่ โดยเป็นที่ทราบกันดีว่า ทุ่นระเบิดส่วนใหญ่ตลอดแนวชายแดนกัมพูชา-ไทย ซึ่งเกิดจากสงครามกลางเมืองกัมพูชาเมื่อเกือบ 3 ทศวรรษก่อนยังไม่ได้รับการเก็บกู้ เนื่องจากสภาพภูมิประเทศที่ยากลำบากและเป็นพื้นที่ชายแดนที่ยังไม่มีการปักปันเขตแดนกัมพูชาขอยืนยันว่ายังคงมุ่งมั่นที่จะดำเนินการตามถ้อยแถลงที่ได้ลงนามร่วมกัน พร้อมยืนยันอีกครั้งว่ากัมพูชาในฐานะผู้สนับสนุนและรัฐภาคีของอนุสัญญาห้ามทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ไม่เคยใช้ทุ่นระเบิดใหม่ใดๆ และจะไม่มีทางทำเช่นนั้นขณะที่สำนักข่าวเฟรช นิวส์ สื่อกัมพูชา รายงานว่า เมื่อช่วงเช้าวานนี้ ปลัดกระทรวงกลาโหมกัมพูชาบรรยายสรุปแก่ผู้ช่วยทูตทหารจาก 12 ประเทศ เกี่ยวกับความคืบหน้าในการปฏิบัติตามถ้อยแถลงร่วมดังกล่าว ซึ่งลงนามร่วมกันที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย เมื่อช่วงปลายเดือนที่แล้วโดยเจ้าหน้าที่ระดับสูงกระทรวงกลาโหมกัมพูชาสรุปประเด็นสำคัญที่เห็นชอบร่วมกันหลายประการ ซึ่งรวมถึงการปล่อยตัวทหารกัมพูชา 18 นาย การถอนอาวุธหนัก…
-
ไม่ไว้หน้า! กองทัพอากาศ ออกแถลงการณ์ล่าสุด
วันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 เวลา 16.30 น. มีรายงานว่า เพจเฟซบุ๊ก กองทัพอากาศไทย Royal Thai Air Forceวันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 เวลา 16.30 น. มีรายงานว่า เพจเฟซบุ๊ก กองทัพอากาศไทย Royal Thai Air Force ได้โพสต์ข้อความระบุว่า ยุติการดำเนินการทุกข้อตกลงระหว่างประเทศไทยกับกัมพูชา จนกว่าการปฏิบัติการใดๆ ของกัมพูชา ที่แสดงความเป็นปฏิปักษ์จะไม่มีกองทัพอากาศขอยืนยัน จะปฏิบัติหน้าที่ด้วยเกียรติ ศักดิ์ศรี และผลประโยชน์ของชาติเป็นที่ตั้งเรียบเรียง สยามนิวส์อ่านข่าวเพิ่มเติมเดือดสุดๆ! พลโทนันทเดช ซัดรัฐบาล ย้ำ 3 เหตุผล ไทยต้องเด็ดขาด หลังทหารไทยเสียขาเพิ่ม กองทัพอากาศ ประกาศยุติดำเนินการทุกข้อตกลงระหว่าง ไทย-กัมพูชา แม่ทัพภาคที่ 2 ลงพื้นที่ด่วน หลัง ทหารกัมพูชายั่วยุ 4-5 นัด
-
กองทัพอากาศ ประกาศแล้ว! ข้อตกลงระหว่าง ไทย-กัมพูชา
กองทัพอากาศ ประกาศแล้ว! ข้อตกลงระหว่าง ไทย-กัมพูชาวันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 หลังจากสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาทวีความตึงเครียด ล่าสุด เฟซบุ๊ก กองทัพอากาศไทย Royal Thai Air Force ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ โดยระบุว่ายุติการดำเนินการทุกข้อตกลงระหว่างประเทศไทยกับกัมพูชาจนกว่าการปฏิบัติการใดๆ ของกัมพูชา ที่แสดงความเป็นปฏิปักษ์จะไม่มี กองทัพอากาศขอยืนยันจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยเกียรติ ศักดิ์ศรี และผลประโยชน์ของชาติเป็นที่ตั้งทั้งนี้ แถลงการณ์ดังกล่าวได้แนบแฮชแท็ก# ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด# กองทัพอากาศ
-
‘ภูมิธรรม’ เปิดข้อเท็จจริงปม ‘คำสั่งหยุดยิง’ ช่วงกองทัพไทยปะทะกัมพูชา
ภูมิธรรม เวชยชัย อดีตผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี อดีตรองนายกรัฐมนตรี และ แกนนำพรรคเพื่อไทย เผยแพร่ข้อความผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย วันนี้ (10 พฤศจิกายน 2568) โดยระบุเมื่อมีการพูดถึง 'คำสั่งหยุดยิง' ในช่วงระหว่างเหตุการณ์ ที่มีการปะทะกันระหว่างกองทัพไทยกับกัมพูชา ทำให้เกิดคำถามคาดเดาไปต่างๆนานา และสร้างความเข้าใจคลาดเคลื่อนในสังคมในฐานะ ผู้เคยปฏิบัติหน้าที่รองนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลด้านความมั่นคง และประธานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ผมเห็นว่าควรนำข้อเท็จจริงจากช่วงเวลานั้นมาอธิบายให้ประชาชนได้รับทราบอย่างชัดเจนดังนี้1. หลังจากเกิดเหตุความตึงเครียดชายแดนไทย–กัมพูชา รัฐบาลในขณะนั้นได้เรียกประชุม สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2568ที่ประชุมได้มีการหารืออย่างรอบคอบ และมีมติสำคัญคือ> “มอบอำนาจให้กองทัพสามารถตัดสินใจได้ตามหลัก Rules Of Engagement (ROE)”ซึ่งหมายความว่า กองทัพไทยมีอำนาจเต็มในการตัดสินใจเชิงยุทธวิธี เพื่อป้องกันประเทศตามสถานการณ์ในพื้นที่ โดยไม่ต้องรอคำสั่งจากฝ่ายการเมือง2.การปฏิบัติการป้องกันประเทศในครั้งนั้นมีสองระดับที่ชัดเจน คือระดับนโยบาย (รัฐบาล): กำหนดกรอบยุทธศาสตร์และแนวทางทางการเมือง เพื่อรักษาผลประโยชน์ของชาติและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศระดับปฏิบัติ (กองทัพ): เป็นผู้ดำเนินการตามหลักยุทธวิธีและ ROE ที่ได้รับมอบอำนาจเต็มจาก สมช.ดังนั้น ความเชื่อที่ว่า “มีคำสั่งหยุดยิงจากฝ่ายการเมือง” ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง เพราะในห้วงเวลานั้น กองทัพได้รับอำนาจในการปฏิบัติอย่างอิสระ ภายใต้กรอบกฎหมายและกติกาสากล3. ตลอดช่วงสถานการณ์…
-
แม่ทัพกุ้ง ตอบแล้ว หลังโดนจี้ถามเรียงคน สั่งให้หยุดยิง
แม่ทัพกุ้ง ตอบแล้ว หลังโดนจี้ถามเรียงคน สั่งให้หยุดยิงวันที่ 10 พ.ย.2568 พล.ท.บุญสิน พาดกลาง ที่ปรึกษาผู้บัญชาการทหารบก อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 ได้ไปออกรายการช่องดัง ตอบคำถามถึงกรณีมีการสั่งการให้หยุดยิง ใน 6 ชั่วโมงแรกของการปะทะกับทหารกัมพูชา เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 68 ที่ผ่านมาโดยพล.ท.บุญสิน กล่าวว่า อาจเป็นความเข้าใจผิดของการสื่อสาร ของข้อมูลต่างๆ ยืนยันว่า ณ วันนี้ ตัวผมเองไม่อยากไปพูดถึง ย้อนกลับไป ซึ่งเป็นอดีตมานานแล้ว ผ่านมาแล้ว การปฏิบัติต่างๆ ผู้บังคับบัญชาไม่ได้สั่งการให้หยุด ไม่เป็นคำสั่ง เพราะฉะนั้นก็มีคำสั่งที่ถูกต้องคือวันที่ 28 กรกฎาคม ส่วนที่ผ่านมาเป็นการหารือกันปกติพล.ท.บุญสิน กล่าวอีกว่า ผู้บังคับบัญช่าทุกระดับทำหน้าที่ดีที่สุดแล้ว ตั้งแต่ท่านนายกฯ รมว.กลาโหม ผบ.ทบ. ผบ.สส. ได้ทำหน้าที่ให้กับประเทศชาติบ้านเมือง ทั้ง 4 คืน 5 วัน เราได้ทวงคืนแผ่นดินได้ตามที่พี่น้องประชาชนได้รับรู้ ทำให้ดีที่สุดแล้วต่อมาพิธีได้ถามเรียงทีละคน เพื่อให้ตอบว่าใช่หรือไม่ใช่เริ่มจาก พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์…
-
ศาลยกฟ้อง “สว.นันทนา” ชี้ “คนขายหมู” เป็นข้อเท็จจริง ไม่ผิดคดีหมิ่นประมาท
ภาพไฮไลต์ศาลพิพากษา ยกฟ้อง "สว.นันทนา" ชี้ "คนขายหมู" เป็นข้อเท็จจริงไม่เป็นการด้อยค่า ไม่ผิดคดีหมิ่นประมาทวันที่ 10 พ.ย. 2568 มีรายงานว่า ศาลพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ อ 562/2568 ระหว่าง นางแดง กองมา สว. เป็นโจทก์ กับ น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สว. เป็นจำเลยในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาด้วยถ้อยคำว่า "คนขายหมู"ทั้งนี้ ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์ในชั้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว โจทก์มีตัวโจทก์เบิกความ ประกอบเอกสารว่า ตามวันเวลาตามฟ้อง จำเลยให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนว่า "ฉันเองก็เป็นคนหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากการเกลี่ยอันนี้เช่นเดียวกัน ดิฉันเองสอนและทำงานเกี่ยวกับเรื่องของพัฒนาการเมืองมาโดยตลอด ดิฉันถูกโหวตให้ออกจากกรรมาธิการพัฒนาการเมืองค่ะ ได้คนขายหมูเข้ามาอยู่ในคณะกรรมาธิการพัฒนาการเมืองค่ะ จากผลการโหวตของผู้ที่สมัครเข้ามา ก็ใช้เสียงข้างมากเช่นเดิม ซึ่งตรงนี้ก็ขอฟ้องประชาชนนะคะว่า กระบวนในการคัดสรรผู้ที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งกรรมาธิการไม่ได้เป็นไปตามฐานหรือว่าโปรไฟล์ประวัติกลุ่มของคนที่สมัครเข้ามาเป็น สว.เลย แต่ใช้วิธีการ กระบวนการ คือใช้เสียงข้างมากในการโหวต" โดยสื่อมวลชนนำเสนอข่าวให้ประชาชนรับทราบทั้งสื่อโทรทัศน์และสื่อโซเชียลขณะที่ศาลเห็นว่า โจทก์และจำเลยต่างเป็นสมาชิกวุฒิสภาและโจทก์เป็นคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา การที่จำเลยกล่าวถึงผลกระทบว่าจำเลยซึ่งสอนและทำงานเกี่ยวกับการเมืองมาโดยตลอดถูกโหวตให้ออกจากกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง และได้โจทก์ซึ่งมีอาชีพแม่ค้าขายหมูเข้ามาอยู่ในกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง และพูดต่อไปถึงกระบวนการคัดสรรว่าใช้เสียงข้างมากในการโหวตนั้น ย่อมหมายถึงจำเลยกำลังวิพากษ์วิจารณ์ถึงกระบวนการในคัดเลือกบุคคลเข้ามาเป็นกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองว่า การโหวตโดยใช้เสียงข้างมากจะทำให้ได้รับบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญไม่ตรงกับคุณสมบัติที่ใช้ในการปฏิบัติงาน โดยจำเลยยกตัวอย่างว่า ได้คนขายหมูเข้ามาทำงานเกี่ยวกับกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง…
-
ป.ป.ช. ชี้มูล คณิต ชินวงศ์ รวยผิดปกติ ชี้แจงที่มา สลากออมทรัพย์ 14 ล้านไม่ได้ ส่งอสส.ยื่นศาล
ป.ป.ช. ชี้มูล คณิต ชินวงศ์ รวยผิดปกติ ชี้แจงที่มา สลากออมทรัพย์ 14 ล้านไม่ได้ ส่งอสส.ยื่นศาลเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน นายสุรพงษ์ อินทรถาวร รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. รักษาราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดคดีสำคัญกรณีร่ำรวยผิดปกติกรณีคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดนายคณิต ชินวงศ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาราชบุรีฝั่งขวา สำนักงานชลประทานที่ 13 ร่ำรวยผิดปกติ รวมเป็นเงินจำนวน 14,050,000 บาทข้อเท็จจริงจากการไต่สวนปรากฏว่า ในระหว่างปี พ.ศ. 2562 – 2567 นายคณิต ชินวงศ์ ขณะดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาราชบุรีฝั่งขวา สำนักงานชลประทานที่ 13 มีรายได้จากการรับราชการตามแบบแสดงภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ระหว่างปี 2560 – 2565 ประมาณ 329,728 – 806,614 บาทต่อปี โดยไม่ได้ประกอบอาชีพอื่น…