Category: การเมือง

  • “ภูมิธรรม”อดีตรองนายกฯ โพสต์แจงข้อเท็จจริง กระแสข่าว“คำสั่งหยุดยิง”

    (10พ.ย.68) ภูมิธรรม เวชยชัย อดีต รรท.นายกฯ พรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่าเมื่อมีการพูดถึง “คำสั่งหยุดยิง” ในช่วงระหว่างเหตุการณ์ที่มีการปะทะกันระหว่างกองทัพไทยกับกัมพูชา ทำให้เกิดคำถามคาดเดาไปต่าง ๆ นานา และสร้างความเข้าใจคลาดเคลื่อนในสังคมในฐานะ ผู้เคยปฏิบัติหน้าที่รองนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลด้านความมั่นคง และประธานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ผมเห็นว่าควรนำข้อเท็จจริงจากช่วงเวลานั้นมาอธิบายให้ประชาชนได้รับทราบอย่างชัดเจนดังนี้1.หลังจากเกิดเหตุความตึงเครียดชายแดนไทย – กัมพูชา รัฐบาลในขณะนั้นได้เรียกประชุม สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2568 ที่ประชุมได้มีการหารืออย่างรอบคอบ และมีมติสำคัญคือ >“มอบอำนาจให้กองทัพสามารถตัดสินใจได้ตามหลัก Rules Of Engagement (ROE)”ซึ่งหมายความว่า กองทัพไทยมีอำนาจเต็มในการตัดสินใจเชิงยุทธวิธี เพื่อป้องกันประเทศตามสถานการณ์ในพื้นที่ โดยไม่ต้องรอคำสั่งจากฝ่ายการเมือง2.การปฏิบัติการป้องกันประเทศในครั้งนั้นมีสองระดับที่ชัดเจน คือ ระดับนโยบาย (รัฐบาล): กำหนดกรอบยุทธศาสตร์และแนวทางทางการเมือง เพื่อรักษาผลประโยชน์ของชาติและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ , ระดับปฏิบัติ (กองทัพ): เป็นผู้ดำเนินการตามหลักยุทธวิธีและ ROE ที่ได้รับมอบอำนาจเต็มจาก สมช. ดังนั้นความเชื่อที่ว่า “มีคำสั่งหยุดยิงจากฝ่ายการเมือง” ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง เพราะในห้วงเวลานั้น กองทัพได้รับอำนาจในการปฏิบัติอย่างอิสระ ภายใต้กรอบกฎหมายและกติกาสากล3.ตลอดช่วงสถานการณ์…

  • “อนุทิน” สั่งหยุดทุกข้อตกลงกับกัมพูชา-หยุดส่งตัวเชลยศึก ลั่นความเป็นปฏิปักษ์ไม่ลดลง

    “นายกฯอนุทิน” รับทราบเหตุทหารเหยียบทุ่นระเบิด ประกาศกร้าวหยุดทุกข้อตกลงกับกัมพูชา-หยุดส่งตัวเชลยศึก ลั่นความเป็นปฏิปักษ์ไม่ลดลงวันที่ 10 พ.ย.2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงกรณีทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดที่จังหวัดศรีสะเกษ โดยระบุว่าได้รับทราบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่แล้ว ตนเองเห็นด้วยและสนับสนุนการดำเนินการของกระทรวงกลาโหมและเหล่าทัพในเรื่องนี้ สิ่งที่เรากำลังดำเนินการมาโดยตลอด ณ ตอนนี้ ต้องหยุดจนกว่าจะมีความชัดเจน และตอนนี้ได้แจ้งกระทรวงกลาโหมและกระทรวงต่างประเทศ ว่าต้องทำตามสิ่งที่ประเทศไทยต้องการเท่านั้น“สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ความปฏิปักษ์ที่คิดว่าจะลดลงต่อความมั่นคงแห่งชาติ ไม่ได้ลดลงไป เมื่อไม่ได้ลดก็ดำเนินการอะไรนอกเหนือจากนี้ไม่ได้ ซึ่งตอนนี้ทุกอย่างต้องหยุด ส่วนรายละเอียดจะให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและทางกองทัพได้ออกมาชี้แจง สิ่งที่ผมยืนยันกับท่านไปแล้วก็คือท่านว่าไปเลย ผมอยู่กับท่าน ผมตามท่านทุกอย่าง”จากนั้นผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามว่าวันพรุ่งนี้จะลงพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษใช่หรือไม่ นายอนุทินหันกลับมาตอบว่า “ต้องไปสิ ทหารของเราถึงขั้นขาขาด”ผู้สื่อข่าวถามเพิ่มเติมเรื่องส่งตัวเชลยศึก 18 คน จะต้องชะลอใช่หรือไม่ นายอนุทินตอบเพียงว่า “หยุดเลย”ด้านนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังว่าตามที่นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวว่าเหตุการณ์ที่ทหารไทยเหยียบกับระเบิดในเขตแดนไทยเป็นสิ่งที่รัฐบาลยอมรับไม่ได้ นายกฯ ให้การสนับสนุนการดำเนินการทุกอย่างของกองทัพและการดำเนินการตามข้อตกลงที่ดำเนินการมาได้ประมาณหนึ่งสัปดาห์โดยต้องหยุดไปก่อน ดังนั้นการดำเนินการที่อาจมีความกังวลว่าอาจมีการปล่อยเชลยศึกในวันที่ 12 พ.ย.นี้ เรื่องนี้ต้องหยุดไปก่อนเช่นเดียวกันทั้งนี้ขอให้ประชาชนมีความมั่นใจว่ารัฐบาลไม่มีการอ่อนข้อและไม่มีผลประโยชน์ใดกับประเทศกัมพูชา สิ่งที่รัฐบาลมุ่งหวังคือให้ประเทศ โดยเฉพาะปัญหาชายแดนกลับสู่ความปกติได้เร็วที่สุด แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้ความเป็นปฏิปักษ์ไม่ได้ลดลง เพราะฉะนั้นการดำเนินการใด ๆ ก็ตามที่ดำเนินการก่อนหน้านี้จะต้องหยุดชะงักลงและต้องเคลียร์เรื่องนี้ก่อนโดยยังไม่มีกำหนดจนกว่าจะได้มีการพูดคุยกับต่อไป และหลังจากที่ประท้วงแล้วสุดท้ายต้องมาดูว่าจะมีการดำเนินการอย่างไรกันต่อ ส่วนปกติกลไกในการประท้วงต้องแจ้งคณะผู้สังเกตการณ์หรือ IOT อยู่แล้ว ซึ่งนี่เป็นท่าทีของรัฐบาล ส่วนรายละเอียดที่เหลือให้เป็นฝ่ายความมั่นคงข่าวที่เกี่ยวข้องกางไทม์ไลน์ทหารไทยเหยียบระเบิดแล้ว…

  • งานเข้าแล้ว! บิ๊กเล็ก เผยเจตนาชัดเจน กรณีทวงคืนปราสาทตาควาย

    จากกรณี พล.ท.บุญสิน พาดกลาง อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 บรรยายพิเศษที่พุทธสถานปฐมอโศกจากกรณี พล.ท.บุญสิน พาดกลาง นายทหารราชองครักษ์พิเศษ ที่ปรึกษาผู้บัญชาการทหารบก ที่ปรึกษาพิเศษเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า และอดีตแม่ทัพภาคที่ 2 บรรยายพิเศษที่พุทธสถานปฐมอโศก ระบุว่า ในวันแรกของเหตุปะทะชายแดนกับกัมพูชา มีคนโทรศัพท์สั่งให้ หยุดยิง ทั้งที่ผ่านไปเพียง 6 ชั่วโมง แต่ตนไม่ยอมหยุด เพราะเป็นช่วงสำคัญของการทวงคืนแผ่นดิน พร้อมย้ำว่าหากต้องเปิดเผยว่าใครสั่งให้หยุด เขาจะอยู่ไม่ได้ซึ่งหลังจากคลิปถูกเผยแพร่ออกไป ทำให้สังคมตั้งคำถามว่าใครคือผู้สั่งการดังกล่าว ทั้งนี้ ได้มีเสียงจากกระเเสสังคมส่วนใหญ่พาดพิงถึงกระทรวงกลาโหมในเวลานั้นล่าสุด ด้าน พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมว.กลาโหม ปัจจุบัน ซึ่งขณะนั้นเป็น รมช.และรักษาการ รมว.กลาโหม ได้ออกมาชี้แจงชัดเจนว่า ไม่ทราบว่าหมายถึงใคร แต่ผมไม่เคยโทรไปสั่งแบบนั้นเลย เพราะตอนนั้น เราเข้าใจสถานการณ์ดีว่ามันจำเป็นที่จะต้องจัดการให้เด็ดขาด เรามีแต่สนับสนุน ในฐานะกองหลัง ให้จัดการเต็มที่ เอาให้จบ ไม่เคยไปขัดขวาง หรือสั่งหยุดยิงแต่อย่างใดตรงกันข้าม ต่อมา ผมเอง ยังสนับสนุนให้ แม่ทัพกุ้ง ทวงคืนปราสาทตาควาย ให้ได้ก่อนเกษียณด้วยซ้ำ ตอนนั้นคุยกันมี ผบ.ทบ.…

  • นายกฯ ประกาศหยุดทุกข้อตกลงกัมพูชา หลังทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดขาขาด

    วันนี้ (10 พ.ย. 68) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงกรณีที่มีทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิด บริเวณห้วยตามาเรีย อ.กันทรลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ ขณะที่ปฎิบัติภารกิจลาดตระเวนเส้นทาง ส่งผลให้มีทหารบาดเจ็บ 2 นาย ว่า ตนได้รับทราบแล้ว เห็นด้วยกับการดำเนินการของกระทรวงกลาโหม และเหล่าทัพ ซึ่งสิ่งที่เราดำเนินการมาโดยตลอด จะหยุดจนกว่ามีความชัดเจน ซึ่งตนจะแจ้งไปยังกระทรวงกลาโหม และกระทรวงการต่างประเทศ ว่าต้องทำตามสิ่งที่ประเทศไทยต้องการเท่านั้นนายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้เราคิดว่าความเป็นปฏิปักษ์ต่อประเทศไทย ต่อภัยความมั่นคงจะลดลงไป มันไม่ได้ลด เมื่อไม่ได้ลด เราจะดำเนินการอะไรนอกเหนือจากนี้ไม่ได้ พร้อมยืนยันว่า ทุกอย่างจะต้องหยุดการดำเนินการ ส่วนรายละเอียด จะให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และกองทัพออกมาชี้แจงจากนั้นผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามว่าพรุ่งนี้ (11 พ.ย.) จะลงพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี หันกลับมาตอบว่า “ต้องไปสิ ทหารของเราถึงขั้นขาขาด”ผู้สื่อข่าวถามเพิ่มเติมว่า เรื่องส่งตัวเชลยศึก ส่ง 18 คน จะต้องชะลอใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี ตอบเพียงว่า “หยุดเลย”

  • เปิด 3 ข้อสำคัญ ชี้เป้าคนสั่งการ เเม่ทัพกุ้ง ปิดศึกตั้งเเต่ 6 ชม.แรก

    จากกรณี พล.ท.บุญสิน พาดกลาง นายทหารราชองครักษ์พิเศษ และอดีตแม่ทัพภาคที่ 2 บรรยายพิเศษที่พุทธสถานปฐมอโศกจากกรณี พล.ท.บุญสิน พาดกลาง นายทหารราชองครักษ์พิเศษ ที่ปรึกษาผู้บัญชาการทหารบก ที่ปรึกษาพิเศษเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า และอดีตแม่ทัพภาคที่ 2 บรรยายพิเศษที่พุทธสถานปฐมอโศก ระบุว่า ในวันแรกของเหตุปะทะชายแดนกับกัมพูชา มีคนโทรศัพท์สั่งให้ หยุดยิง ทั้งที่ผ่านไปเพียง 6 ชั่วโมง แต่ตนไม่ยอมหยุด เพราะเป็นช่วงสำคัญของการทวงคืนแผ่นดิน พร้อมย้ำว่าหากต้องเปิดเผยว่าใครสั่งให้หยุด เขาจะอยู่ไม่ได้ซึ่งหลังจากคลิปถูกเผยแพร่ออกไป ทำให้สังคมตั้งคำถามว่าใครคือผู้สั่งการดังกล่าว โดยกระแสในโซเชียลมีเดีย มีการเชื่อมโยงไปยังฝ่ายการเมืองที่กำกับดูแลกระทรวงกลาโหมในช่วงเวลานั้น รวมถึงมีการพาดพิงถึงชื่อของรัฐมนตรีผู้รับผิดชอบ และผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่รักษาการรมว.กลาโหม ซึ่งถูกกล่าวถึงว่าอาจเป็นผู้อยู่เบื้องหลังคำสั่งดังกล่าว แม้ทั้งหมดจะยังเป็นเพียงข้อสงสัยในสังคมที่ไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการก็ตามล่าสุด วันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ประธานกรรมการมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน ได้ออกมาเคลื่อนไหวด้วยการโพสต์ข้อความ ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ โดยระบุว่า คนที่สั่งแม่ทัพกุ้งให้หยุดยิง 6 ชม. แรก1.เป็นผู้บังคับบัญชาอำนาจเหนือกว่า2.เรียกแม่กุ้งว่า น้อง เท่ากับ ไม่ใช่ ผบ.ทบ.3.ไม่ใช่บิ๊กเล็กโพสต์ดังกล่าวอ่านข่าวเพิ่มเติมเจ๊เอ๋ เดือดจัด! ตัดสินใจโพสต์ตรงๆ…

  • จี้ ‘ภูมิธรรม’ ออกมาชี้แจง ปมมีคนสั่ง ‘แม่ทัพกุ้ง’ หยุดยิงศึกไทย-เขมร

    แฟ้มภาพ10 พ.ย.2568-นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานพรรคไทยภักดี โพสต์ฟซบุ๊ก เรื่อง “ภูมิธรรมต้องออกมาชี้แจง” เนื้อหาระบุว่า เรื่องที่มีการขอให้แม่ทัพกุ้งหยุดยิง ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่มาก เพราะไม่ใช่เป็นเรื่องเด็กต่อยกัน แล้วมีผู้ใหญ่มาขอให้หยุดแต่การรบกับเขมรนั้น เป็นเรื่องของอธิปไตย เรื่องดินแดน เป็นเรื่องของชาติบ้านเมือง เป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ จะปล่อยให่ใครเข้ามาแทรกแซงไม่ได้อย่างน้อยท่านที่ปรึกษา ของพลเอกณัฐพล ซึ่งท่านเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ท่านก็ออกมาชี้แจงแล้วว่า ท่านไม่เกี่ยว ไม่เคยโทรไปหาแม่ทัพกุ้งยังมีอีกคนหนึ่งคือ นายภูมิธรรม เวชชัย ซึ่งท่านคือผู้รักษาการนายกรัฐมนตรีในขณะนี้ ท่านจะปล่อยแบบนี้ไม่ได้ ขอเรียกร้องให้ท่าน ออกมาชี้แจงกับประชาชนเราไม่ได้กล่าวหาท่าน เพียงแต่เรียกร้องให้ท่าน ออกมาชี้แจงว่าอะไรเป็นอะไร ในฐานะผู้มีอำนาจ และสังคมประชาธิปไตยต้องการความโปร่งใส

  • “3 พี่น้องชินวัตร”เข้าเยี่ยม “ทักษิณ”หลังถูกคุมขังครบ 2 เดือน

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงสายของวันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 ที่เรือนจำกลางคลองเปรม เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร มีการรักษาความปลอดภัยเข้มงวด ขณะที่ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เดินทางมาพร้อมพี่ชาย นายพานทองแท้ ชินวัตร และพี่สาว นางพินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ เพื่อเข้าเยี่ยมอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งกำลังรับโทษจำคุก 1 ปีการเยี่ยมในครั้งนี้ ทั้ง น.ส.แพทองธาร นายพานทองแท้ น.ส.พินทองทา ได้เข้าไปภายในเรือนจำเพื่อเยี่ยมบิดา ซึ่งครั้งนี้เป็นการเยี่ยมครั้งที่ 15 ในรอบ 2 เดือน ที่ นายทักษิณ ถูกศาลฎีกาฯ สั่งคุมขัง เมื่อวันที่ 9 ก.ย. 2568การเข้าเยี่ยมครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสข่าวในแวดวงการเมือง ว่า ครอบครัวชินวัตรอาจอยู่ระหว่างพิจารณายื่นคำร้อง “ขอพักการลงโทษ” ให้กับอดีตนายกรัฐมนตรี ในช่วงปลายปีนี้ ซึ่งหากได้รับการอนุมัติ นายทักษิณ อาจได้ออกจากเรือนจำภายในต้นปี 2569สำหรับบรรยากาศที่บริเวณด้านหน้าเรือนจำ มีมวลชนคนเสื้อแดงจำนวนหนึ่งมารอต้อนรับและให้กำลังใจ*** ขอบคุณภาพจาก…

  • พิรุธเพียบ! “รักชนก” แฉงบสร้างสนามกีฬานราธิวาส 181 ล้าน 13 ปีไม่เสร็จ

    “ไอซ์ รักชนก” แฉ สนามกีฬาแห่งจังหวัดนราธิวาส เบิกงบสร้าง 181 ล้าน 13 ปีไม่เสร็จ จนชาวบ้านตั้งชื่อ “สนามกีฬาร้อยปี” ขณะที่ สตง. ตรวจสอบคาดใช้ “แรงงานผี” แต่เบิกจ่าย OT – เบิกค่าวัสดุเกินจริงนางสาวรักชนก ศรีนอก สส.กทม. พรรคประชาชน ซึ่งลงพื้นที่ติดตามการใช้งบประมาณก่อสร้างสนามกีฬาจังหวัดนราธิวาส ได้เปิดเผยความไม่ชอบมาพากลของโครงการดังกล่าว โดยบอกว่า โครงการนี้ ชาวบ้านตั้งฉายาว่า สนามกีฬาร้อยปี เพราะ ร้อยปีก็ไม่เสร็จโดยผู้ริเริ่มโครงการ คือ การกีฬาแห่งประเทศไทย หรือ กกท. คู่สัญญา คือ กรมทางหลวง โดยศูนย์สร้างทางลำปาง เริ่มในยุค รมว.คมนาคม จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ พรรคเพื่อไทย และ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ชุมพล ศิลปอาชา พรรคชาติไทยพัฒนางบประมาณ 181,278,000 บาท เริ่มลงนาม MOU วันที่ 10 พฤษภาคม…

  • หยุดยิง ‘ใครสั่ง’?

    ประกาศ….“คณะรถทัวร์” เตรียมสตาร์ทเครื่องรอได้ เพราะวันนี้ ผมจะคุย เรื่องอวย “รัฐบาลอนุทิน” ล้วนๆเรื่องแรก เห็นโหมประโคมกันว่ารัฐบาลอนุทิน “ล้มเหลว”เป็นรัฐบาลมาตั้งเดือน ปราบแก๊งสแกมเมอร์ไม่หมดซักที!เมื่อวาน (๙ พ.ย.๖๘) ตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ผบช.สอท.) และ ปปง. ออก “ปราบปลวก” ต่อเนื่องปิดล้อมพื้นที่ใน กทม.และที่จังหวัดตราด รวม ๓๖ จุด เพื่อตรวจค้น-อายัดทรัพย์สินเครือข่าย “นายพัด สุภาภา”หรือ “นายลี ยงพัด” สมาชิกวุฒิสภาและนักธุรกิจชาวเขมร เชื้อสายจีนและไทยเกาะกง ซึ่งขณะนี้ หลบหนีหมายจับอยู่เขาเป็นเจ้าของบริษัท LYP Group และเป็นคนสนิท “นายฮุน เซน” ประธานวุฒิสภาและอดีตนายกฯ เขมรนอกจากยึดที่ดินมูลค่า ๕ ล้านบาท ทรัพย์สินอื่นๆ และเงินสดในบัญชีกว่า ๘๘ ล้านบาท รวมมูลค่าทั้งหมดกว่า ๔๐๐ ล้านบาทแล้วยังนำหมายศาลอาญาจู่โจมค้นห้อง ๒ ห้องที่คอนโดฯ หรูในซอยสุขุมวิท ๑๖ ย่านคลองเตยจับ ๔ จีนแก๊งสแกมเมอร์ที่หลบจากเขมรมาใช้คอนโดฯ…

  • ไอซ์ รักชนก พาทัวร์ สนามกีฬานราธิวาส งบกว่า 400 ล้าน ชาวบ้านตั้งฉายา ร้อยปีไม่เสร็จ

    ไอซ์ รักชนก พาทัวร์ สนามกีฬานราธิวาส งบกว่า 400 ล้าน ชาวบ้านตั้งฉายาร้อยปีไม่เสร็จ เปิด 7 ปัญหาทำโครงการค้างเติ่ง จ่อเอาเข้า กมธ.ติดตามงบเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน น.ส.รักชนก ศรีนอก ส.ส.กทม. พรรคประชาชน ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก เกี่ยวกับโครงการก่อสร้างสนามกีฬาจังหวัดนราธิวาส ฉายาชาวบ้านเรียก สนามกีฬาร้อยปี (ร้อยปีก็ไม่เสร็จ) โดยผู้ริเริ่มคือ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) คู่สัญญาคือ กรมทางหลวง (ทล.) โดยศูนย์สร้างทางลำปางเริ่มในยุค รมว.คมนาคมจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ พรรคเพื่อไทย และ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ชุมพล ศิลปอาชา ชาติไทยพัฒนา งบประมาณ 181,278,000 บาท เริ่มลงนาม MOU 10 พฤษภาคม 2555เป็น 1 ใน 7 สนามกีฬาในโครงการ “พัฒนากีฬาในจังหวัดชายแดนใต้” งบรวมกว่า 1,900 ล้านบาท…