Category: การเมือง

  • อนุทิน เผย สี จิ้นผิง อาสาเป็นกาวใจ ฟื้นสัมพันธ์ไทย-เขมร แจงขายรถถังไปเขมรออเดอร์เก่านานแล้ว

    ‘อนุทิน’ เผย ‘สี จิ้นผิง’ อาสาเป็นผู้อำนวยความสะดวกให้ไทยหารือกับกัมพูชา เพื่อฟื้นความสัมพันธ์ที่ดี พร้อมย้ำจุดยืนไทยต้องดูแลประชาชน – ผลประโยชน์ประเทศ ขณะที่ จีนแจงชัดประเด็นส่งมอบรถถังให้กัมพูชาเป็นออร์เดอร์ที่มีมานานแล้ว พร้อมนำข้อความพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เชิญประธานาธิบดีสี จิ้นผิง-ภริยา เดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการเมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 17 กรกฎาคม ที่มหานครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน (ซึ่งเร็วกว่าประเทศไทย 1 ชม.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เปิดเผยผลการหารือทวิภาคีกับนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยในการพูดคุยย้ำถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นของทั้งสองประเทศ ทางจีนยืนยันที่จะเป็นผู้ให้การสนับสนุน และร่วมมือกับประเทศไทยในด้านต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความมั่นคง เศรษฐกิจ การถ่ายทอดเทคโนโลยี รวมถึงการร่วมกันฝึกอบรมบุคลากรขณะเดียวกัน ประเด็นสำคัญในการหารือคือเรื่องความสัมพันธ์ และปัญหาความมั่นคงในภูมิภาค โดยประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้กล่าวถึงความสัมพันธ์ของประเทศเพื่อนบ้าน พร้อมเสนอตัวเป็นผู้อำนวยความสะดวก เพื่อให้ทั้งสองประเทศรื้อฟื้นความสัมพันธ์ที่ดี และแสวงหาทางออกร่วมกันนายกฯกล่าวอีกว่า ขณะที่ไทยได้เน้นย้ำจุดยืนของไทยว่า ประเทศไทยไม่ได้แสวงหาความขัดแย้ง แต่มีความจำเป็นที่ต้องปกป้องอธิปไตย และความปลอดภัยของประชาชนนายอนุทินกล่าวว่า นอกจากนี้ ยังได้มีการพูดคุยอย่างตรงไปตรงมาบนโต๊ะเจรจาเกี่ยวกับกรณีการส่งยุทธภัณฑ์ โดยเฉพาะรถถังจากจีนไปยังประเทศกัมพูชา ซึ่งทางการจีนชี้แจงว่าเข้าใจถึงความกังวลของรัฐบาล…

  • ‘๓๓ ศพ’ ใครรับผิดชอบ?

    เสาร์วันนี้ ต้องประเดิมด้วย “ข่าวใหญ่”เป็นข่าวใหญ่ของ “รองผู้ว่าฯ กทม.” ท่านหนึ่งใหญ่แบบไหน-อย่างไร?“Mu Nine News – เอ็มยูไนน์ ข่าวกระแส” เขานำมารายงานไว้ดังนี้ข่าวใหญ่ "ท่านชัชชาติ"!!….สิ่งแรกที่รองผู้ว่าฯ 'ทวิดา กมลเวชช' ทำหลังลืมตาตื่น ไม่ใช่ล้างหน้าหรือชงกาแฟแต่คือ หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็กไลน์เพื่อดูว่า เช้านี้ ผู้ว่าฯ 'ชัชชาติ สิทธิพันธุ์' วิ่งไปทางไหน และเจอปัญหาอะไรระหว่างทางข้อความในกลุ่มไลน์ ไม่ใช่แค่ทักทายตอนเช้าแต่คือ “แผนดูแลเมือง” ของวันนั้น รองผู้ว่าฯ คนไหนจะได้รับงานต่อ ก็รู้กันตรงนั้นเลยวันหนึ่งของผู้ว่าฯ เริ่มก่อนคนกรุงจะตื่นด้วยซ้ำเจ้าตัวมักเข้านอนราว 22.00 – 23.00 น. แล้วตื่นไปวิ่งช่วง 05.00 – 06.00 น. เว้นเฉพาะวันที่ฝนตกหนักจริงๆการวิ่งครั้งนั้น ไม่ได้จบแค่เหงื่อเพราะระหว่างทางสายตาก็มองเก็บทุกอย่างกองขยะริมทาง หรือคิวยาวๆ ที่ศูนย์บริการสาธารณสุขเรื่องเล็กในรายงานพวกนี้ คือเรื่องใหญ่ของคนที่ต้องเจอมันทุกเช้าพอผู้ว่าฯ เห็นเองแล้วส่งงานผ่านไลน์ทีมก็แยกกันลุยคนละจุด ไม่ต้องเสียเวลาลงพื้นที่ซ้ำ ดูแลเมืองได้กว้างขึ้นในเวลาเท่าเดิมทวิดาบอกว่า การที่ผู้นำสูงสุดเดินไป เห็นปัญหาด้วยตัวเอง ช่วยให้เจ้าหน้าที่หน้างานมีกำลังใจและทำให้ประชาชนรู้สึกอุ่นใจก่อนเมืองจะตื่น การดูแลเมืองก็เริ่มขึ้นแล้วบนเส้นทางวิ่งเส้นหนึ่ง………………………….ในฐานะคน กทม.คนหนึ่ง อ่านแล้วก็ได้แต่ร้อง..เฮ้อในใจ!และขอถามท่านรองฯ “ทวิดา…

  • เหตุอัปยศ! ยื่นสอบจริยธรรมร้ายแรง ‘ประธานสภาฯ-ที่ปรึกษา’ สั่งตำรวจขัดขวางเปิดโปงทุจริตก่อสร้างรัฐสภา

    'วัชระ' บุก ปปช. ยื่นสอบจริยธรรมร้ายแรง 'โสภณ ซารัมย์-พล.ต.ต.วิชัย' สั่งตำรวจสภาขวางไม่ให้ 'วิลาศ จันทร์พิทักษ์'แถลงข่าว การทุจริตการก่อสร้างอาคารรัฐสภา ทั้งที่ขออนุญาต สว. เป็นผู้รับรองถูกต้องแล้ว เตือนเข้าข่ายมีประโยชน์ทับซ้อน ใช้อำนาจครอบงำระบบรปภ.17 ก.ค.2569 – นายวัชระ เพชรทอง อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ยื่อหนังสือ ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ขอให้ไต่สวนและวินิจฉัยกรณีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมือง ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง และกระทำการอันเป็นการขัดขวาง สิทธิหน้าที่ของพลเมืองตามรัฐธรรมนูญหนังสือมีใจความว่า ตามที่ปรากฏข้อเท็จจริงว่านายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้สั่งการให้ตำรวจสภา 15 นายขวางกั้นไม่ให้นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีตสส.กทม. 8 สมัย แถลงข่าวเรื่องการทุจริตการก่อสร้างอาคารรัฐสภาทั้งนี้ก่อนเกิดเหตุอัปยศดังกล่าวนั้น มีข่าวว่ามีการประชุมโดยพลตำรวจตรีวิชัย สังข์ประไพ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร เสนอและสั่งการตำรวจสภาไม่ให้นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ ทำการแถลงข่าว จึงขัดต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตย เป็นการใช้เจ้าหน้าที่ตำรวจสภาขัดขวางการตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชั่น ทำลายภาพพจน์ของสถาบันนิติบัญญัติและรัฐสภาไทย ไม่ให้เกียรติต่ออดีตสมาชิกรัฐสภา ขัดต่อหลักธรรมาภิบาล หลักนิติรัฐนิติธรรม และหลักการแห่งสิทธิเสรีภาพในระบอบประชาธิปไตย จึงขอให้สอบสวนจริยธรรมร้ายแรงนายโสภณ ซารัมย์…

  • ผบ.ทบ.ย้อนวันรับมือ “กัมพูชา” ชี้เกิดขึ้นรวดเร็ว ปรับแผนรับมือหา “โดรน” เร่งด่วนเฉพาะหน้า

    ภาพไฮไลต์ผบ.ทบ.ย้อนวันรับมือ “กัมพูชา” ชี้เกิดขึ้นรวดเร็ว ปรับแผนรับมือหา “โดรน” เร่งด่วนเฉพาะหน้า ก่อนได้งบประมาณประจำปี ด้าน “เสธ.ทบ.” จ่อขอแปรญัตติงบกำลังพลตรึงกำลังชายแดนวันที่ 17 ก.ค.2569 พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ชี้แจงเหตุผลการเสนอของบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ต่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณว่า ในห้วงเวลาที่ผ่านมาในสถานการณ์สู้รบไทย-กัมพูชา รอบแรกเหตุการณ์พัฒนาการไปเร็วมาก ต้องมีการปรับแผนอยู่ตลอด รวมไปถึงการจัดหายุทโธปกรณ์เพื่อรองรับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ขณะนั้นกองทัพบกยังไม่มีโดรนที่เตรียมรับมือไว้ จนกระทั่งการสู้รบระลอกที่ 2 มีการพัฒนาโดรนขนาดเล็กขึ้นมาใช้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งทหารปืนใหญ่ในพื้นที่ผลิตขึ้น เพื่อใช้ตรวจการณ์หน้า หาพิกัดเป้าหมายในการยิงปืนใหญ่ และพัฒนาไปสู่โดรนติดอาวุธ และตรวจการณ์กลางคืนทั้งนี้เหตุการณ์ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วและกองทัพบกไม่มีโดรนในอัตรา แต่ก็นับว่าเหตุการณ์ผ่านมาได้ด้วยดี หลังจากนั้นเริ่มมีระบบงบประมาณในห้วงถัดมา“หลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว จากที่ไม่รู้ว่าจะมีอะไรก่อน อะไรหลัง แต่สิ่งสำคัญคือต้องปกป้องอธิปไตย ปกป้องชีวิต และหยุดภัยคุกคามให้ได้ เนื่องด้วยเราไม่เคยมีภัยคุกคามในลักษณะนี้มาก่อน ดังนั้นจะมีคำถามหลายเรื่องที่กรรมาธิการถามมาสำหรับการก่อสร้างหอประชุมกองทัพบก เกิดตามคำสั่งของ คสช. ซึ่งสร้างเสร็จเมื่อปี 66 ปัจจุบัน ได้ใช้ประโยชน์บ้าง เช่น ใช้ประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก รวมถึงกิจกรรมต่าง ๆ และมีบางส่วนราชการมาขอใช้ ขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือกับกรมบัญชีกลาง กรมธนารักษ์…

  • นายกฯ เผย สี จิ้นผิง อาสาอำนวยความสะดวก ให้ไทยเจรจากัมพูชา ฟื้นสัมพันธ์

    นายกฯ เผย สี จิ้นผิง อาสาอำนวยความสะดวก ให้ไทยเจรจากัมพูชา ฟื้นสัมพันธ์นายกฯ เผย “สี จิ้นผิง” อาสาอำนวยความสะดวก ให้ไทยหารือกัมพูชา ฟื้นสัมพันธ์ แจงปมส่งมอบรถถังให้เขมร ยัน ไม่นำมาก่อให้เกิดความเสียหายต่อไทยเมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 17 ก.ค. 2569 ที่มหานครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน (ซึ่งเร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เปิดเผยผลการหารือทวิภาคีกับนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีนโดยในการพูดคุยย้ำถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นของทั้งสองประเทศ ทางจีนยืนยันที่จะเป็นผู้ให้การสนับสนุน และร่วมมือกับประเทศไทยในด้านต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความมั่นคง เศรษฐกิจ การถ่ายทอดเทคโนโลยี รวมถึงการร่วมกันฝึกอบรมบุคลากรขณะเดียวกัน ประเด็นสำคัญในการหารือคือเรื่องความสัมพันธ์ และปัญหาความมั่นคงในภูมิภาค โดยประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้กล่าวถึงความสัมพันธ์ของประเทศเพื่อนบ้าน พร้อมเสนอตัวเป็นผู้อำนวยความสะดวก เพื่อให้ทั้งสองประเทศรื้อฟื้นความสัมพันธ์ที่ดี และแสวงหาทางออกร่วมกันขณะที่ไทยได้เน้นย้ำจุดยืนของไทยว่า ประเทศไทยไม่ได้แสวงหาความขัดแย้ง แต่มีความจำเป็นที่ต้องปกป้องอธิปไตย และความปลอดภัยของประชาชนนายอนุทิน กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ยังได้มีการพูดคุยอย่างตรงไปตรงมาบนโต๊ะเจรจาเกี่ยวกับกรณีการส่งยุทธภัณฑ์…

  • ด่วน! กสถ. มีมติยกเลิกบัญชีบรรจุข้าราชการท้องถิ่น 5,924 ราย

    วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย แถลงผลการประชุมคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ว่า จากการตรวจสอบการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น ซึ่งมีผู้เข้าสอบกว่า 270,000 คน พบผู้มีคะแนนสอบผิดปกติ 5,924 คนคณะกรรมการจึงมีมติยกเลิกบัญชีรายชื่อผู้สอบผ่านเดิม และจัดทำบัญชีใหม่จากผลคะแนนที่ตรวจสอบแล้วว่าถูกต้อง โดยจะตัดรายชื่อผู้ที่มีคะแนนผิดปกติทั้ง 5,924 คนออก ก่อนจัดเรียงลำดับผู้สอบผ่านใหม่ทั้งหมด คาดว่าประธาน กสถ. จะลงนามยกเลิกประกาศเดิม และประกาศบัญชีใหม่ได้ภายในต้นสัปดาห์หน้านายอรรษิษฐ์ ยืนยันว่า จะไม่มีการจัดสอบใหม่ เนื่องจากมีผลคะแนนที่ผ่านการตรวจสอบความถูกต้องแล้ว เพียงแต่ต้องปรับบัญชีผู้สอบผ่านใหม่ หลังตัดรายชื่อผู้ที่มีคะแนนผิดปกติออก ทำให้ผู้ที่อยู่ในลำดับถัดไปมีการขยับอันดับตามผลคะแนนที่ถูกต้อง

  • ศาลภูเขียวให้ประกัน ไผ่ จตุภัทร์ แต่ศาลอาญากลับคำสั่งไม่ให้ประกัน ต้องใส่กำไลอีเอ็ม เข้าเรือนจำ

    ศาลภูเขียวให้ประกัน ไผ่ จตุภัทร์ แต่ศาลอาญากลับคำสั่งไม่ให้ประกัน ต้องใส่กำไลอีเอ็ม เข้าเรือนจำเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการไอลอว์ โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่ามีเรื่องแปลกเกิดขึ้นกับไผ่ จตุภัทร์ อีกแล้ว ไอ้หมอนี่มีคดี เข้าคุก ขึ้นศาลแต่ละทีต้องมีเรื่องให้เล่าขานกันตลอด– เรื่องครานี้ มีอยู่ว่าไผ่โดนคดีมาตรา 112 หลายคดี มีคดีที่ศาลอาญา รัชดา และมีคดีที่ศาลจังหวัดภูเขียว ก่อนหน้านี้ระหว่างดำเนินคดีทั้งสองที่ให้ประกันตัวระหว่างต่อสู้คดี– ศาลจังหวัดภูเขียวเคยพิพากษาให้จำคุกแล้ว แต่ยังได้ประกันตัวต่อในชั้นอุทธรณ์ และเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2568 ศาลจังหวัดภูเขียวอ่านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ให้จำคุกอีก คราวนี้ไม่ให้ประกันตัวแล้ว ก็เลยเข้าคุกตั้งแต่วันนั้น– เมื่อตัวอยู่ในคุกแล้ว ตามคำสั่งของศาลคดีที่ภูเขียว การประกันตัวที่ศาลอาญาจึงไม่จำเป็นอีกต่อไป จะประกันตัวก็คือเอาเงินไปฝากไว้กับศาลเฉยๆ ทั้งที่ตัวเองก็อยู่ในคุก ไม่ได้อิสรภาพ ก็เลยไปขอยกเลิกสัญญาประกันตัวที่ศาลอาญา เอาเงินคืน– ระหว่างนั้นก็ยื่นขอประกันตัวไปอีกหลายครั้ง ในคดีที่ภูเขียว แต่ไม่ได้ อยู่มาวันนึงในเดือนเมษายน 2569 การขอประกันตัวก็เป็นผล คดีที่ภูเขียวศาลอนุญาตให้ประกันตัว โดยให้ติดกำไล em ติดตามตัวห้ามหลบหนี– ไผ่ ซึ่งถูกควบคุมตัวอยู่ที่กรุงเทพฯก็เลยยื่นขอประกันตัวอีกครั้งต่อศาลอาญา…

  • ด่วนที่สุด! กสถ.ประกาศยกเลิก บัญชีผู้สอบผ่านท้องถิ่นทั้งหมด 5,924 ราย

    วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) เพื่อพิจารณาเพิกถอนผลการสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น โดยมี นายวันชัย จันทร์พร ประธานคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) และนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เข้าร่วมประชุมวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) เพื่อพิจารณาเพิกถอนผลการสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น โดยมี นายวันชัย จันทร์พร ประธานคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) และนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เข้าร่วมประชุมภายหลังการประชุม นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า สังคมต้องการความชัดเจนเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว อีกทั้งยังมีข้อมูลที่คลาดเคลื่อนว่ามีการดึงรายชื่อผู้สอบออกจากระบบ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้แจ้งไว้แล้วว่าอาจมีการเพิกถอนรายชื่อผู้ที่มีคะแนนผิดปกติ โดยโชคดีที่สามารถประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด และได้รับข้อมูลสำคัญตั้งแต่เมื่อวานที่ผ่านมา ก่อนจะใช้เวลาตรวจสอบตลอดทั้งคืนและนำข้อมูลเข้าสู่ที่ประชุมทั้งนี้ ที่ประชุมได้รับทราบข้อมูลคะแนนสอบของผู้เข้าสอบกว่า 200,000 คน จากผู้สมัครทั้งหมดประมาณ 400,000 คน…

  • “นายกฯ” เรียกถกด่วน “มท.-ตร.-พณ.” สั่งเร่งดำเนินคดีโกงสอบท้องถิ่น รุกที่ดินภูเก็ต -ใช้คนไทยเป็นนอมินี ก่อนเดินทางเยือนจีน

    ">วันที่ 16 ก.ค.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เรียกประชุมนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ และพล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาลเพื่อเร่งรัดการดำเนินคดีและบูรณาการการทำงานของทุกหน่วยงานต่อผู้กระทำผิดในคดีสำคัญที่อยู่ระหว่างการดำเนินการ ทั้งกรณีการทุจริตสอบคัดเลือกข้าราชการส่วนท้องถิ่น การบุกรุกพื้นที่ของกลุ่มนายทุนและผู้มีอิทธิพล รวมถึงการกระทำความผิดเกี่ยวกับการใช้คนไทยเป็นนอมินีถือหุ้นหรือประกอบธุรกิจแทนชาวต่างชาติ อันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย โดยการประชุมดังกล่าวมีขึ้นก่อนที่นายกรัฐมนตรี จะเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 16-20 ก.ค.นี้

  • ยากจะเอาลง!

    ภูเก็ต..เกาะสวรรค์ไข่มุกอันดามันอดีต..เงียบสงบในยุคของเหมืองแร่ดีบุก ก่อนที่จะมาสู่ยุคแห่ง “เมืองท่องเที่ยว” ระดับโลก ที่มากมายไปด้วยผลประโยชน์มหาศาล ทั้งที่ถูกกฎหมายและผิดกฎหมายโดยเฉพาะพื้นที่ “หาดป่าตอง” ที่มีผู้กว้างขวางและมากบารมีนายหนึ่ง เป็นที่ยอมรับในวงราชการและชาวบ้านทั่วไป เข้าข่าย.. “ผู้มีอิทธิพลแห่งเมืองป่าตอง” ก็ไม่ผิด!และด้วยเป็นแหล่งเงิน-แหล่งทองที่ผู้คนจากทั่วสารทิศแห่เข้ามาขุดทองกัน มีผลประโยชน์มากมายมหาศาล ชนิดที่เรียกว่า “ทุกตารางนิ้ว” ของหาดแห่งนี้มีมูลค่าหมดนอกจาก “พื้นที่ส่วนบุคคล” ที่เป็นเจ้าของโดยชอบแล้ว ยังมี “พื้นที่สาธารณะ” ที่ผู้มีอำนาจในท้องถิ่นกับ “ขาใหญ่” คอยเก็บเกี่ยวผลประโยชน์กันอย่างเป็นล่ำเป็นสันจนมั่งคั่ง!ทั้งคนในและคนนอกพื้นที่ที่เข้ามาเรียกเก็บค่าคุ้มครอง โดยเฉพาะริมฟุตบาทบนทางสาธารณะและพื้นที่ว่างเปล่าที่พอจะวางโต๊ะหรือเคาน์เตอร์สักตัวขนาดเมตรคูณเมตรก็มีราคาค่างวดเดือนละเป็นหมื่นขึ้นไป และมีการขยายกิจการออกไปจากเพียงเรียกเก็บ “ค่าคุ้มครอง” ก็วิวัฒนาการกลายเป็น “ส่วย” ที่ต้องเก็บส่งฝ่ายอำนาจที่เป็นนายข้างบนแหล่งข่าววงในเขาเล่าลือกันว่า..จากที่เคยเก็บกินจากข้างฟุตบาทและที่ว่างเปล่า ก็ได้ขยายกิจการ (เก็บส่วย) แตกสาขาออกไป ครอบคลุม..ทั้งส่วยบาร์เบียร์ สถานบันเทิง ส่วยแรงงานต่างด้าว ส่วยนักลงทุนต่างชาติ ส่วยคิวรถ taxi และอื่นๆ สารพัดที่ขูด-เก็บได้!และด้วยเป็นเมืองท่องเที่ยวรายได้มหาศาลเช่นนี้ จึงมีเงินตราต่างประเทศสะพัดตลอด 40 กว่าปีที่ผ่านมา จึงไม่แปลกที่จะมีเบี้ยบ้ายรายทางจากธุรกิจต่างๆ เกิดขึ้นตามมา..พร้อมๆ ไปกับการแสวงหาผลประโยชน์ของผู้มีอำนาจหน้าที่ตามมาเช่นกันจนถึงวันนี้!ซึ่งแรกๆ ก็มีแค่นักการเมืองท้องถิ่น ก่อนที่จะมีหน่วยงานจากจังหวัด ตำรวจและหน่วยงานจากส่วนกลางเข้ามามีเอี่ยวด้วยมากกว่า 10 หน่วยงานแต่ที่เป็นล่ำเป็นสันก็ตำรวจและมาเฟียท้องถิ่นที่เก็บแล้วแบ่งกับจังหวัด!ผู้มีอิทธิพลนายนั้น คือขาใหญ่ตัวจริง-เสียงจริงที่เก็บผลประโยชน์ส่งนายเป็นเรื่องเป็นราวและขยายเครือข่ายออกไป จนถึงขั้นประกาศอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย..นักลงทุนที่จะเข้ามาลงทุนในป่าตองต้องผ่านทางเขาคนเดียวเท่านั้น!โดยเฉพาะนักลงทุนต่างชาติทั้งจีน, รัสเซีย, ฝรั่งยุโรป…