Category: การเมือง
-
ชงครม.เด้ง ‘ปลัดอุตสาหกรรม’ วันนี้ ‘วราวุธ’ เผย ‘นายกฯ’ทราบแล้ว
เมื่อเวลา 08.41 น. วันที่ 8 กันยายน ที่รัฐสภา นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวถึงการแต่งตั้ง-โยกย้ายข้าราชการ ระดับปลัดกระทรวง ว่า วันนี้ยังไม่มี เพราะคงต้องให้มีการดำเนินการแต่งตั้งโยกย้ายให้แล้วเสร็จก่อนเมื่อถามว่า จะแต่งตั้งโยกย้ายไปสังกัดใดนั้น นายวราวุธกล่าวว่า คงต้องรอให้มีมติ ของที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เพราะยังไม่ได้มีการตัดสินใจเป็นมติออกมา ซึ่งตอนจบคงได้เห็นในรายละเอียดเมื่อถามว่า นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม คนเดิม จะยังคงสังกัดกระทรวงหรือโยกมานั่งในตำแหน่งทำเนียบรัฐบาล นาย วราวุธ กล่าวว่า ไปทำเนียบรัฐบาล ส่วนการตั้งปลัดกระทรวงคนใหม่นั้น และเพื่อความสบายใจของทุกฝ่ายต้องรอให้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯลงมาก่อนและเมื่อมีการประกาศผ่านราชกิจจานุเบกษาแล้วทางกระทรวง ก็จะทำการแต่งตั้งปลัดกระทรวงคนใหม่ต่อไปเมื่อถามว่า เมื่อวานนี้ได้เข้าไปยังทำเนียบรัฐบาลหารือกับนายกฯ แล้วใช่หรือไม่ นายวราวุธ กล่าวว่า ได้หารือกัน และนายกรัฐมนตรีก็รับทราบเรียบร้อยแล้ว
-
อดีตประธานศาล รธน. ชี้การเมืองไทยถึงทางตัน-มองอนาคตไม่ออก!
อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ชี้การเมืองไทยถึงทางตัน-มองอนาคตไม่ออก ต้นตอสำคัญวิกฤตความไว้เนื้อเชื่อใจ-การเปลี่ยนผ่านกติกาซ้ำแล้วซ้ำเล่าศ.ดร.นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ บรรยายพิเศษบนเวทีวิชาการวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ 68 (วปอ.68) ในหัวข้อ “การเมืองและสังคมไทยสำหรับอนาคต” ภายหลังพ้นจากวาระประธานศาลรัฐธรรมนูญ โดยระบุว่า สถานการณ์การเมืองในปัจจุบัน ทำให้ไม่สามารถมองเห็นหรือคาดการณ์ทิศทางอนาคตการเมืองไทยได้เลย ปัจจุบันมีความซับซ้อนและผันผวนสูงแต่สามารถสะท้อนภาพการเมืองไทยแต่ละยุคว่าขึ้นอยู่กับกับอุปนิสัยหรือพฤติกรรมของตัวบุคคล ทำให้ฝ่ายต่าง ๆ ยังคงต้องใช้วิธีคุมเชิงและช่วงชิงจังหวะกันอยู่เสมอศ.ดร.นครินทร์ บอกอีกว่า หากมองย้อนกลับไปจะเห็นพัฒนาการของโครงสร้างอำนาจทางการเมืองที่เปลี่ยนแปลงมาเป็นระยะ โดยสามารถแบ่งออกเป็น 4 ยุคสำคัญยุคแรก ปี 2475-2500 คือ ช่วง 25 ปีแรกหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 ซึ่งเป็นยุคที่คณะราษฎรมีบทบาทนำทางการเมืองและการบริหารประเทศยุคที่สอง ปี 2500-2516 คือ ยุคคณะปฏิวัติ ซึ่งเป็นช่วงที่อำนาจทางการเมืองถูกรวมศูนย์ ภายใต้การนำของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์, จอมพลถนอม กิตติขจร และจอมพลประภาส จารุเสถียรยุคที่สาม ปี 2516-2540 คือ ยุคของการแบ่งปันอำนาจ ซึ่งอำนาจทางการเมืองไม่ได้อยู่ในมือของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่เป็นการแบ่งสรรปันส่วนระหว่างกลุ่มข้าราชการประจำ กองทัพ กลุ่มทุน และพรรคการเมือง จนนำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลผสมยุคที่สี่ ปี 2540-ปัจจุบัน…
-
‘อัจฉราวดี’ ซูฮก! รัฐบาลอนุทิน เหมาะที่สุดในยุคนี้ ขอให้อยู่ครบเทอม
8 ก.ย.2569-อ.อัจฉราวดี วงศ์สกล วิปัสสนาจารย์ชื่อดัง ผู้ก่อตั้งมูลนิธิโรงเรียนแห่งชีวิต โพสต์ข้อความถึงรัฐบาลอนุทินว่าเป็นรัฐบาลที่เหมาะที่สุดในยุคนี้ขยันสร้างผลงานมากกว่าที่คิด ทำงาน 7 เดือนเหมือนทำมา 3 ปี และไม่ได้ทำแบบผักชีโรยหน้า โดยเฉพาะการปราบนอมินีทุนต่างชาติ ที่มีการผนึกกำลังทั้งพาณิชย์และมหาดไทย จับตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ ผลงานของกระทรวงต่างๆ ก็มีออกมาเป็นระลอก ยกเลิก MOU44 ถ่วงดุลความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ การรักษาเสถียรภาพการเงินการคลัง แก้วิกฤตสงครามด้วยไทยช่วยไทย ท่องเที่ยวแก้เรื่องฟรีวีซ่า 60 วันเป็น 30 วัน พาณิชย์ที่มีผลงานมากมายไล่เรียงไม่หมด อาทิ การป้องกันราคาสินค้าเกษตรไม่ให้ตกต่ำ การส่งออก การไปเปิดตลาดต่างประเทศ ลุยค้าขายไม่หยุดหย่อน พลังงานก็คอยป้องกันเรื่องการใช้พลังงานของดาต้าเซนเตอร์ และพยายามคืนค่าไฟทางหลวงให้ประชาชนหากใครมองว่ารัฐบาลไม่มีผลงานแสดงว่าไม่อ่านหนังสือหรือปัดผ่าน เพื่อจะดิสเครดิตปัญหาที่หมักหมมมานานมาบวมในรัฐบาลชุดนี้ แน่นอนว่ายังมีหลายเรื่องที่ต้องแก้ไขไปให้สุด อาจารย์ตระหนักว่าจะหวัง 100% นั้นไม่ได้ แต่ภาพรวมไม่ผิดหวัง และไม่เห็นใครหรือพรรคการเมืองไหนจะเหมาะสมและมีศักยภาพเท่ากับรัฐบาลชุดนี้ เทคโนแครตและรมต.หน้าใหม่ก็ทุ่มเทและตั้งใจทำงานจริงๆ ขอให้มุ่งแก้ปัญหาคอรัปชั่นให้เด็ดขาด และลงไปถึงเรื่องสิ่งแวดล้อมในเขตนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ ด้วยใครไม่เห็นผลงานเราเห็นขอให้กำลังใจนายกอนุทินและคณะรัฐบาลขอให้อยู่ได้ครบเทอม.
-
ตามที่มีวิพากษ์วิจารณ์ ถึงบทบาทของผม ในฐานะ รมว.แรงงาน ไม่เคยลอยตัวเหนือปัญหา
จุลพันธ์ ชี้แจง ข้อเท็จจริงเพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่พี่น้องผู้ประกันตนและนายจ้างทุกท่านผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ระบุว่า…ตามที่มีข้อเรียกร้องและวิพากษ์วิจารณ์ถึงบทบาทของผมในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน รวมถึงการตั้งข้อสังเกตต่อการทำหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้งและสำนักงานประกันสังคมนั้น ผมขอเรียนชี้แจงด้วยข้อเท็จจริงเพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่พี่น้องผู้ประกันตนและนายจ้างทุกท่านประการแรก ผมขอยืนยันจุดยืนเดิมอย่างหนักแน่นว่าการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมยังคงเดินหน้าต่อไปในวันที่ 27 กันยายนนี้ตามกำหนดการเดิม กระทรวงแรงงานและผมไม่มีแนวคิดที่จะเตะถ่วง ชะลอ หรือเลื่อนวันลงคะแนนออกไปแม้แต่น้อย ทุกกลไกกำลังเร่งรัดเตรียมการเพื่อให้วันเลือกตั้งเกิดขึ้นอย่างโปร่งใสและเป็นธรรมการยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลปกครองนั้น ขอชี้แจงเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องว่า ไม่ใช่เรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นเพื่อหวังจะสกัดกั้นหรือล้มการเลือกตั้งในช่วงเวลานี้ แต่เป็นการดำเนินการตามขั้นตอนกระบวนการทางกฎหมายตามปกติที่ได้ยื่นไปแล้วตั้งแต่ก่อนหน้านี้เพื่อความรอบคอบและรัดกุมในแง่ของข้อกฎหมายและการปฏิบัติราชการ ซึ่งเป็นการดำเนินการไปตามกรอบหน้าที่ แต่ในเชิงนโยบาย ผมได้กำชับชัดเจนว่าเป้าหมายสูงสุดคือการจัดการเลือกตั้งให้สำเร็จตามกำหนดวันที่ 27 กันยายน จึงไม่ใช่การพูดอย่างทำอย่างตามที่มีการกล่าวหาในส่วนของข้อกำหนดเรื่องเอกสารและหนังสือมอบอำนาจของนายจ้างนิติบุคคล ขอยืนยันว่าไม่ได้เป็นการสร้างภาระหรือเงื่อนไขเพื่อขัดขวางการใช้สิทธิแต่อย่างใด แต่คณะกรรมการฯ จำเป็นต้องยึดหลักความรัดกุมเพื่อยืนยันตัวตนของผู้มีอำนาจกระทำการแทนอย่างถูกต้องแท้จริง ป้องกันการสวมสิทธิ์ และอุดช่องโหว่ทางกฎหมายไม่ให้เกิดข้อพิพาทจนนำไปสู่การฟ้องร้องให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะในภายหลัง ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ต้องปกป้องความบริสุทธิ์ของทุกคะแนนเสียงและประเด็นความพร้อมด้านการจัดการ ทั้งคู่มือการปฏิบัติงานของกรรมการประจำหน่วย แนวทางวินิจฉัยบัตรดีและบัตรเสีย ตลอดจนระบบป้องกันการลงคะแนนซ้ำนั้น คณะกรรมการการเลือกตั้งฯ และเจ้าหน้าที่กำลังเร่งสรุปรายละเอียดในขั้นตอนสุดท้าย ซึ่งจะมีการประชุมเคาะความชัดเจนและจัดทำคู่มือเผยแพร่เสร็จสิ้นทันตามกรอบเวลาอย่างแน่นอน ขอให้มั่นใจว่าบุคลากรทุกคนทำงานอย่างเต็มที่ในฐานะคนกลางเพื่อรองรับการเลือกตั้งให้ราบรื่นที่สุดผมในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานไม่เคยลอยตัวเหนือปัญหาและติดตามการทำงานของสำนักงานประกันสังคมอย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด หน้าที่ของผมคือการดูแลประโยชน์สูงสุดของผู้ประกันตนกว่า 24 ล้านคน รวมถึงทำให้เกิดการเลือกตั้งโดยที่ไม่มีช่องโหว่ทางกฎหมายให้ใครสามารถร้องเรียนว่าการเลือกตั้งเป็นโมฆะได้ภายหลังผมอยากให้เรื่องนี้อยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริงและข้อมูลที่ถูกต้องเพื่อให้ทุกฝ่ายมีความเข้าใจตรงกันและสามารถพูดคุยกันได้อย่างสร้างสรรค์ โดยไม่จำเป็นต้องนำไปเชื่อมโยงเป็นประเด็นทางการเมืองครับขอให้พี่น้องผู้ประกันตนและนายจ้างมั่นใจ และเตรียมพร้อมออกไปใช้สิทธิร่วมกันในวันที่ 27 กันยายนนี้ครับ#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS
-
‘สนธิ’ ลั่น ยอมตาย นำม็อบ ชี้ ‘ภท.’ ร้ายกว่า ‘ทักษิณ’ ฮึ่ม ตัดตอนโกง สว. เห็นดีกัน
ที่บ้านพระอาทิตย์ นายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย แถลงจุดยืนทวงคืนประเทศไทย ว่า 21 ปีที่แล้ว ตนประกาศตัวนำมวลชนเพื่อต่อสู้กับระบอบทักษิณ มีการชุมนุมเรียกร้องเพื่อให้เครือข่ายระบบทักษิณ สิ้นสุดลง เนื่องจากทำลายหลักนิติรัฐ นิติธรรม จนนายทักษิณ ชินวัตร ถูกทำรัฐประหาร และตนถูกกล่าวหาว่าเป็นหัวเชื้อทำให้เกิดรัฐประหาร อย่างไรก็ตาม พรรคภูมิใจไทย ไม่ได้ทำอะไรต่างไปจากระบอบทักษิณ มิหนำซ้ำยังร้ายแรงกว่า เมื่อเลือกเขาเข้ามาแล้ว ตนรู้สึกว่าประเทศไทยไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว มันแย่ลงไปกว่าเดิม อาจจะเป็นเพราะระบบพรรคการเมือง ทุกอย่างเป็นเครือข่ายเดียวกันหมด ทุกคนรู้จักกันไม่ว่านักการเมืองหรือเจ้าสัวนายสนธิ กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทย ฉลาด และเจ้าเล่ห์ออกมาปกป้องสถาบัน ทำให้หลายคนเข้าใจว่าการปกป้องแบบนี้คือ สิ่งที่ประเทศไทยต้องการ แต่หารู้ไม่ว่านี่คือ เล่ห์กลของภูมิใจไทย ที่จะดึงเอาคะแนนเสียงต่างๆ มา เพื่อให้เป็นรัฐบาล ทั้งนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นพ่อค้า ครอบครัวมีธุรกิจก่อสร้าง เมื่อนายอนุทิน ออกมาพูดว่าไม่เห็นจะต้องทวงคืนประเทศไทย เพราะประเทศไทยเป็นของประชาชนคนไทยทุกคน ตนถามว่า ถ้าตนเข้าใจไม่ผิดกลุ่มนายอนุทินคือ เจ้าของประเทศไทยที่แท้จริง ส่วนประชาชนไม่ได้เป็นเจ้าของ ประชาชนอยากเห็นรัฐบาลมีศีลธรรม ความซื่อสัตย์…
-
‘รัชดา’ ยื่นลาออกโฆษกรัฐบาลแล้ว แจงไปภารกิจอื่น ครม.จ่อเคาะ ‘หมอเอก’ นั่งแทน
7 กันยายน 2569 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังมีความชัดเจนในการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ล่าสุด น.ส.รัชดา ธนาดิเรก ได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีแล้ว เมื่อวันที่ 3 ก.ย. โดยหนังสือลาออกระบุว่า ตามที่สำนักนายกรัฐมนตรัฐมนตรี ได้มีคำสั่งแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมืองตำแหน่งโฆษกประจำสำนักมนตรี ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีตั้งแต่วันที่ 6 เม.ย.69 มีความประสงค์ขอลาออกจากตำแหน่งโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีตั้งแต่วันที่ 7 ก.ย.เป็นต้นไปเพื่อไปภารกิจอื่นนอกจากนี้ ยังมีหนังสืออีกฉบับที่นายอนุทิน ได้ลงนามคือ คำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่329 /2569 เรื่อง ให้กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่ง โดยหนังสือดังกล่าวระบุตอนหนึ่งว่า เนื่องจาก นายเอกภพ เพียรพิเศษ ได้ขอลาออกจากตำแหน่ง ตั้งแต่วันที่ 7 ก.ย.69 ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามความในข้อ3 และข้อ8 (2) แห่งระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยคณะกรรมการ ผู้ช่วยรัฐมนตรี พ.ศ. 2546 จึงให้ นายเอกภพ กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี พ้นจากตำแหน่งเนื่องจากลาออก ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 7 ก.ย.พ.ศ.69 เป็นต้นไปโดยการประชุมคณะรัฐมนตรี…
-
นครินทร์ เผยปากคำ ปธ.ร่างรธน.’60 ยอมรับสูตรเลือกส.ว. คือความผิดพลาดที่สุด เตือนบทเรียนพาลงเหว
นครินทร์ เผยปากคำ ปธ.ร่างรธน.’60 ยอมระบบเลือกเลือกส.ว. คือความผิดพลาดที่สุด เตือนบทเรียนพาลงเหว ผู้เชี่ยวชาญร่าง ย้ำฉบับใหม่ต้องเป็นของทุกสีเมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569 นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ บรรยายพิเศษหัวข้อ “การเมืองและสังคมไทยสำหรับอนาคต” ให้กับนักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 68 ในกิจกรรมเสวนาวิชาการ NDC ’68 Symposium 2026 ภายใต้แนวคิด Resilient Thailandช่วงหนึ่ง นายนครินทร์ ได้ตอบคำถามถึงการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตามผลประชามติที่ประชาชนกว่า 21 ล้านเสียงเห็นชอบ โดยมีข้อกังวลว่าจะได้ผลลัพธ์เป็นรัฐธรรมนูญของสีน้ำเงินหรือสีน้ำเงินเข้ม ว่า รัฐธรรมนูญไม่ควรเป็นสีใดมีหนึ่ง ประเทศไทยจะแบ่งเป็นกี่สีไม่สำคัญ แต่รัฐธรรมนูญเป็นกฎกติกาของบ้านเมือง ต้องเป็นของคนทุกสี สิทธิเสรีภาพของคนทุกสีต้องได้รับความคุ้มครอง แล้วก็ต้องมีช่องทางโดยชอบธรรมให้คนทุกสีได้เอ๊ะอ๊ะโวยวาย ได้มีตัวแทน ได้มีการร้องต่อศาล หรือร้องต่อองค์กรที่มีความรับผิดชอบในหน้าที่นั้นๆ“รัฐธรรมนูญไม่ควรเป็นสีใดมีหนึ่ง แต่ปัญหาของเราก็คือยังตกลงกันไม่ได้ ว่าจะทำกันจริงๆหรือเปล่า ทั้งๆที่ความจริงมีประชามติมาแล้ว แล้วที่ยุ่งยากมากกว่านั้นก็คือ แล้วจะทำโดยใคร ผมว่าเรื่องนี้ทำให้พวกเราคาดการณ์กันว่า รัฐธรรมนูญจะเป็นของสีนั้นสีโน้น แต่เราคงน่าจะเข็ดแล้วนะครับ มอบให้ผู้เชี่ยวชาญมาเขียน เพราะบางครั้งผู้เชียวชาญก็พารัฐธรรมนูญลงเหวได้เหมือนกัน ผมเผอิญรู้จักกับท่านประธานกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญปี…
-
ผงะ! บุกอาณาจักร สแกมเมอร์ โอร์เสม็ด พบโรงพัก 6 ชาติ-ห้องผ่าตัดต้องสงสัย ใช้ผ่าอวัยวะ
ผงะ! เปิดอาณาจักรสแกมเมอร์ “โอร์เสม็ด” ผอ. JIC นำสื่อไทย-เทศลุย พบสถานีตำรวจปลอมหลายชาติ-โรงพยาบาลมีห้องผ่าตัด ต้องสงสัยใช้ผ่าอวัยวะ ทหารเปิดพื้นที่โซน A พาสื่อสำรวจอาณาจักรสแกมเมอร์กว่า 500 ไร่ พบ 157 อาคาร เผยสถานีตำรวจจำลองจัดเต็มทั้งเครื่องแบบ-ฉากสอบสวน-สคริปต์หลอกเหยื่อ พบ “ห้องผ่าตัด” ใน รพ.แห่งเดียวของพื้นที่ ข้อมูล ตร. เชื่ออาจใช้ผ่าอวัยวะเหยื่อที่ทำยอดไม่ได้ ขณะที่ 8 ก.ย. ครบ 9 เดือนทหารไทยคุมพื้นที่ อาคารทรุดโทรม น้ำท่วมขัง อาหารขึ้นราเมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569 ที่จุดผ่านแดนถาวรช่องจอม ตำบลด่าน อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา (ผอ. JIC) นำคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน หรือ AOT และคณะสื่อมวลชนทั้งสื่อไทยและต่างประเทศ ลงพื้นที่จุดผ่านแดนถาวรช่องจอม จ.สุรินทร์ เพื่อไปดูพื้นที่ที่ทหารไทยควบคุมอยู่ หลังการสู้รบไทย-กัมพูชา รอบที่…
-
สนธิ “ทวงประเทศคืน”
“พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว”ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ “นายอนุทิน ชาญวีรกูล”นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีมหาดไทยปฏิบัติหน้าที่ผู้แทนพระองค์เข้าร่วมพระราชพิธีพระบรมศพ “สมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ที่ ๕” แห่งนอร์เวย์โดยมีกำหนดเดินทางไปราชอาณาจักรนอร์เวย์ในค่ำวันที่ ๗ กันยายน ๒๕๖๙พระราชพิธีดังกล่าวจะจัดขึ้นในวันพุธที่ ๙ กันยายน ๒๕๖๙ เวลา ๑๓.๐๐ น. ตามเวลาท้องถิ่น ณ อาสนวิหารกรุงออสโลจากภารกิจในครั้งนี้ทำให้นายกฯ ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่สามารถร่วมพิจารณาและลงมติร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๗๐ วาระ ๒ และ ๓ ได้อย่างไรก็ตาม ได้มอบหมายให้ “นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” รองนายกฯ และรัฐมนตรีคลังพร้อมคณะรัฐมนตรีชี้แจงประเด็นสำคัญแทนต่อสภาฯ อย่างต่อเนื่องและครบถ้วนป่านนี้นายกฯ คงถึงนอร์เวย์เรียบร้อยแล้วเพราะเดินทางไปแต่เมื่อคืนจะกลับมาถึงไทย ก็คงราวๆ วันที่ ๑๐-๑๑ กันยา.นั่นแหละจะทันได้เห็น “คุณสนธิ ลิ้มทองกุล”นำมวลชนลงถนนในวันที่ ๑๐ กันยา.เพื่อไปยื่นหนังสือต่อ “สถานเอกอัครราชทูตอิสราเอล” หรือเปล่าก็ไม่รู้นะคุณสนธิบอกด้วยว่า ยื่นหนังสื่อต่อสถานทูตแล้วจะเดินทางไปประท้วง “จีนเทา” ต่อที่ชลบุรี!อืมมมม…ค่อยโล่งใจหน่อยที่บอกไปประท้วง “จีนเทา” ที่ชลบุรีเกรงว่าจะไปที่ “สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำไทย”ถ้าแบบนั้น เรื่องมันคงจะยุ่งแต่เมื่อไปประท้วงที่ชลบุรี นั่นก็สมควรแต่ละกรณีไปท่านคงทราบกันแล้วกระมัง จากการแถลงของคุณสนธิที่ “บ้านพระอาทิตย์” เมื่อวาน (๗…
-
คดีการเมืองใหญ่สุดร้อนแรง อาจพลิกชะตาประเทศ ทำไมไม่ดังเท่าข่าวอินฟลูฯ
ภาพไฮไลต์กระเพื่อมเท่าไร ก็ไม่เปรี้ยงปร้าง เมื่อคดีทางการเมืองที่เป็นผลประโยชน์ของชาติ อยู่ดีๆ ก็ถูกกลบข่าว แม้จะปั้นเป็นซีรีส์ คนก็ยังไม่สนใจเท่าข่าวของอินฟลูเอนเซอร์ จนถูกตั้งคำถามใครกันที่ถูกทำให้หายไปหากไล่ไทม์ไลน์ข่าวใหญ่และคดีสำคัญทางการเมืองช่วงนี้ถือว่าร้อนแรง และน่าจับตาเป็นพิเศษ เพราะสามารถพลิกโฉมหน้ารัฐบาล หรือมีการเลือกตั้งใหม่เกิดขึ้นในประเทศไทยได้ แต่ประเด็นข่าวเหล่านี้เหมือนมาเป็นระลอกคลื่นเบาๆ กระเพื่อมเท่าไร ก็ยังไม่เปรี้ยงปร้างเท่ากับข่าวอินฟลูเอนเซอร์ ซึ่งเป็นบุคคลที่มีพลังในการจุดติดประเด็นในสังคม หลายครั้งจึงมักถูกตั้งคำถามว่าข่าวการเมืองยิ่งร้อนแรง ยิ่งมีเรื่องอื่นเข้ามาแทรกเพื่อกลบกระแสหรือไม่ เพราะไม่ว่าเรื่องจะใหญ่แค่ไหน สุดท้ายประเด็นสังคมมักกลืนประเด็นทางการเมืองที่เป็นผลประโยชน์ของชาติอยู่ดี หรือใครกันที่ทำให้เรื่องเหล่านั้นมันหายไปจากหน้าสื่อย้อนไปเมื่อสิงหาคม โครงการ TH-AI Passport ถูกพูดถึงเป็นจำนวนมาก ทั้งการออกมาวิพากษ์วิจารณ์จากฝ่ายค้าน จนหลายคนถูกฟ้อง และหลังจากเปิดให้ใช้งาน ปรากฏว่าผู้ใช้ทดลองสั่งงาน (Prompt) ออกมาไม่ตรงปก ไม่เข้าใจภาษาไทย จนประชาชนออกมาแชร์ภาพที่สั่ง Prompt ผ่านโซเชียลมีเดีย และตั้งคำถามถึงการขอใช้งบประมาณจำนวน 1,600 ล้านบาทก่อนหน้านั้นว่ามีความคุ้มค่าหรือไม่ แม้รัฐบาลจะมีการปรับเปลี่ยนมาเป็นแบบ Pay per active user แล้วก็ตาม ขณะที่ทางกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ออกมาชี้แจงถึงเรื่องดังกล่าวว่า เป็นเพราะ การเลือกโมเดลผิดประเภท ซึ่งข่าวโครงการ TH-AI Passport จุดติดแบบมาๆ หายๆ ก่อนจะค่อยๆ เลือนหายไปจากหน้าข่าว31 สิงหาคม-1…