Category: การเมือง

  • ปรับทัพ “สีน้ำเงิน” กู้ชีพรัฐบาล

    ตลอด 3 เดือนที่ผ่านมา “รัฐบาลสีน้ำเงิน” ภายใต้การนำของ “นายกฯหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กำลังเผชิญกับมรสุมทางการเมืองที่ถาโถมเข้าใส่รอบทิศทั้งประเด็นยืดเยื้ออย่างเขากระโดงและปมร้อนเรื่องฮั้ว สว. ที่กลายเป็นเวทีประชันฝีปากของทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายแค้น และขั้วตรงข้าม ซึ่งดาหน้าออกมาเปิดแผลรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง จนตัวรัฐบาลเองกลายเป็นเป้านิ่งจากการที่มัวแต่ตอบเพียงคำว่า “ปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม”ท่ามกลางกระแสสังคมที่เคลือบแคลงสงสัยว่านี่คือการซื้อเวลาหรือมีการเป่าคดีกันแน่สถานการณ์ดังกล่าวบีบให้ “นายกฯหนู” ต้องลุกขึ้นมาปรับทัพใหม่ สั่งหวดก้นรัฐมนตรีและขุนพลภูมิใจไทยทั้ง กมธ. สส. รวมถึงทีมโฆษกพรรคให้เลิกทำตัวเป็นตำบลกระสุนตกโดยเฉพาะบรรดา “รัฐมนตรีลูกเทพ” ที่เคยถูกปรามาสว่า “ควรมาจากความสามารถ มากกว่านามสกุล”หลัง “การดี เลี่ยวไพโรจน์” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ออกมาเย้ยถึงผลงานของรัฐมนตรีกลุ่มนี้เป็นเหตุให้ สมาชิกกลุ่มลูกเทพ อย่าง “บุณย์ธิดา สมชัย” รมช.ดีอี อดีตลูกพรรค ปชป. ออกโรง ว่า หยุดผลิตวาทกรรม “ดีแต่พูดเสียที่เถอะ” พวกเราไม่ใช่พวกพูดมาก พวกเรา “พูดแล้วทำ” หลังๆ “ทำแล้วยังไม่พูด” ก็มีอีกเยอะเช่นเดียวกับ “พิชญุตม์ พอจิต” สส.คนรุ่นใหม่ อุตรดิตถ์ พรรคภูมิใจไทย โดดออกมาสวนกลับแบบตอกหน้าว่า…

  • ‘เดชอิศม์’ ชี้ต้นตอปัญหาโกงสอบท้องถิ่น คือผู้มีอำนาจต้องรับผิดชอบ ไม่ควรโยนบาปให้ผู้เข้าสอบ

    18 กรกฎาคม 2569 – นายเดชอิศม์ ขาวทอง อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ระบบโกง เด็กไม่ควรรับกรรมระบบการสอบข้าราชการท้องถิ่นที่มีการโกง รับผิดชอบโดย กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทยเมื่อระบบการจัดสอบมีการโกงคนดูแลระบบต้องรับผิดชอบไม่ใช่ให้เด็กๆผู้เข้าสอบมาเป็นผู้รับกรรมผมขอประณามการทุจริตอย่างรุนแรงในครั้งนี้ ผมมองว่าการทุจริตที่เกิดขึ้นเลวร้ายมาก เปรียบเสมือนการ "ดูดเลือดประชาชนและงบประมาณราชการ" ซึ่งเป็นการกัดกินทั้งระบบการปล่อยปละละเลยให้เกิดเหตุการณ์ทุจริตอย่างมโหฬารในครั้งนี้ #ถือเป็นความบกพร่องในหน้าที่ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งจะต้องรับผิดชอบเป็นคนแรกในฐานที่ปล่อยปละละเลยโดยไม่ดำเนินการตั้งแต่ที่ผมเคยมีการทักท้วง ไว้ในตอนนั้น รัฐมนตรีว่าการเองต้องรับผิดชอบทางการเมืองด้วยการลาออก และผู้เกี่ยวข้องในการทำความผิดต้องรับผิดตามกฎหมายระดับบน ต้องรับผิดชอบ ไม่ใช่โยนความผิดให้ผู้เข้าสอบเพราะปัญหาที่เกิดขึ้นมีต้นตอมาจาก ผู้ใหญ่หรือผู้มีอำนาจ จึงควรต้องแสดงความรับผิดชอบ ไม่ใช่ปล่อยให้ลูกหลาน ซึ่งเป็นปลายเหตุ เป็นผู้รับเคราะห์ไม่ควรโยนความผิดให้น้อง ๆ ผู้เข้าสอบ เพราะบางคนเพิ่งจบการศึกษา บางคนมีความฝันที่จะเป็นราชการอย่างแรงกล้า เขาเหล่านี้ ต่างก็ตั้งใจ อ่านหนังสือสอบแต่มีกระบวนการหากินกับเรื่องนี้ ซึ่งหลักฐานบางส่วนพบแล้วว่าเป็นข้าราชการ เป็นคนใกล้ชิดข้าราชการหรือนักการเมือง ไปยื่นข้อเสนอแลกกับ เรียกรับให้จ่ายเงิน กับพ่อแม่ซึ่งอยากให้ลูกได้รับราชการนี่คือต้นตอปัญหาควรถือโอกาสนี้ล้างบางเรื่องไม่ชอบมาพากล ล้างบางการเมืองบิดเบี้ยว ของประเทศไทยได้แล้วตอนนี้ประเทศเรา มีแต่ข่าวเสียหายเรื่องการคอรัปชั่น ทั้ง #คอรัปชั่นในเชิงนโยบาย และ #การฉ้อโกงงบประมาณแผ่นดิน ซึ่งเรื่องนี้ ก็เลวร้ายมากพออยู่แล้วแต่นี่คือการดูดเลือดประชาชน เป็นการดูดเลือดไปถึงรายจ่ายประจำของครอบครัวชาวบ้านที่หาเช้ากินค่ำ และของข้าราชการตัวเล็ก ๆ ที่เพิ่งสอบบรรจุต้องจัดการให้เด็ดขาด ย้ำว่าให้ติดตามและดำเนินเรื่องนี้ให้ถึงที่สุด…

  • ทร.หนี้ท่วม! จ่อถอดโครงการเรือดำน้ำลำ 2-3 พ้นกรอบงบฯ

    ผบ.ทร.แจง กมธ.งบฯ ปี 2570 กองทัพเรือมีภาระหนี้ผูกพันโครงการขนาดใหญ่กว่า 62,663 ล้านบาท เตรียมหารือสำนักงบฯดึงโครงการจัดหาเรือดำน้ำลำที่ 2-3 ออกจากกรอบวงเงิน เพื่อลดภาระหนี้ พร้อมปรับแผนจัดหาเรือรบให้สอดคล้องสถานการณ์ เดินหน้าเรือฟริเกต 8 ลำ ลดจำนวนเรือบางประเภท และเพิ่มยานผิวน้ำไร้คนขับกับอากาศยานไร้คนขับประจำเรือ โดยนำร่องให้ รล.จักรีนฤเบศร เป็น "เรือยานแม่" ในอนาคต18 กรกฎาคม 2569 – พล.ร.อ.ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) ชี้แจงคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) มีการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 ถึงแผนการรับมือทางทะเลในกรณีไทย-กัมพูชา เมื่อ 17 กรกฎาคมที่ผ่านมาว่า กองทัพเรือกัมพูชาได้รับมอบเรือ คอร์เวต Type 056 จากประเทศจีน 1 ลำ และมีเรือเก่าๆ 4-6 ลำ การเตรียมการของกองทัพเรือไทยดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องทั้งการฝึกทบทวนและปฏิบัติการของเรา การเตรียมกำลังทางเรือ ระยะนี้เรายังสามารถที่จะดูแลความปลอดภัยในทะเลของเราได้เรียบร้อยและเบ็ดเสร็จ“การใช้กำลังทางเรือไม่ใช่ว่าจะสามารถขับเรือและออกมาทำการรบได้เลย ต้องมีการฝึกใช้อาวุธและการตรวจการณ์ต่างๆ ซึ่งขณะนี้เราเฝ้าติดตามความพร้อมของกองทัพเรือกัมพูชา ขอให้มั่นใจว่ากำลังทางเรือของไทยมีความเหนือกว่าอย่างชัดเจน…

  • ดร.กิตติธัช ฟาด ‘ไอซ์’ ยิ่งโชว์พฤติกรรม ยิ่งผลักพรรคส้มไกลอำนาจ

    18 กรกฎาคม 2569 – ดร.กิตติธัช ชัยประสิทธิ์ นักวิชาการอิสระ และอาจารย์ด้านสถาปัตยกรรม สอนพิเศษด้าน ปรัชญาการเมือง โพสต์เฟซบุ๊กว่าพฤติกรรมของ ไอซ์ รักชนก ที่กระทำใส่ส่วนราชการของกระทรวงดิจิทัล ในเวทีกรรมาธิการติดตามงบฯ ที่ไปแซะส่วนราชการที่ตอบไม่โดนใจตัวเองว่า "ดิฉันเข้าใจแล้วว่าทำไมท่านถึงได้เลื่อนตำแหน่ง"รวมถึงการด่า ป้อม-ภาวุธ ที่เป็นเพื่อนร่วมพรรค เพียงเพราะภาวุธพูดชื่นชม AI ในโครงการ TH-AI Passport วันนี้ โดยไม่ได้กล่าวถึงเรื่องปัญหาการใช้งบประมาณยิ่งเป็นตัวสะท้อนว่า นักการเมืองคนนี้ คือ "แนวร่วมมุมกลับ" ของพรรคส้ม เพราะยิ่งนักการเมืองคนนี้ แสดงพฤติกรรมของตัวเองมากเท่าไรยิ่งทำให้นักการเมืองพรรคอื่นๆ หรือส่วนราชการแทบจะทุกคนเอือมระอา และรังเกียจที่จะทำงานร่วมกับพรรคส้มมากขึ้นไปเท่านั้นยิ่งทำให้ความฝันของพรรคประชาชน ที่จะได้บริหารประเทศยิ่งห่างไกลออกไปเรื่อยๆ เพราะสุดท้าย ไม่มีใครสักคนที่อยากทำงานร่วมกับพวกเขา เพราะลำพังพวกเขาเพียงพรรคเดียว ไม่สามารถรวมเสียงเกินครึ่งหนึ่งของสภาได้อย่างแน่นอนป.ล.ตอนนี้พรรคเดียวที่อยากร่วมงานกับพรรคประชาชน น่าจะเป็นพรรคประชาธิปัตย์ และก็เป็นประชาธิปัตย์ส่วนของปาร์ตี้ลิสต์เท่านั้นด้วย (ครึ่งเดียวของ สส.ที่มี).

  • เปิดกรุสุดช็อก! “สาทิตย์ วงศ์หนองเตย” ควงเมียแจ้งทรัพย์สิน “0 บาท” ป.ป.ช. เผยรายได้รวมทะลุ 3 ล้าน

    ">เปิดกรุสุดช็อก! "สาทิตย์ วงศ์หนองเตย" ควงเมียแจ้งทรัพย์สิน "0 บาท" ป.ป.ช. เผยรายได้รวมทะลุ 3 ล้านสำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ราย นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย กรณีเข้ารับตำแหน่ง เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ในตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2569นายสาทิตย์ พร้อมด้วย นางสุพร วงศ์หนองเตย คู่สมรสจดทะเบียน แจ้งมีทรัพย์สินทั้งสิ้น 0 บาท ไม่มีหนี้สินทั้งสิ้นนายสาทิตย์ แจ้งมีทรัพย์สิน 0 บาทนายสาทิตย์ แจ้งมีรายได้ต่อปีโดยประมาณ 1,288,160.00 บาท มาจากเงินเดือน 1,249,160.00 บาท และเงินกองทุนอดีต ส.ส. 39,000.00 บาท แจ้งมีรายจ่ายต่อปีโดยประมาณ 500,000.00 บาทนายสาทิตย์ แจ้งข้อมูลการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในรอบปีภาษีที่ผ่านมา โดยระบุว่าไม่ได้ยื่น ภ.ง.ด.…

  • ตำรวจ-ทหาร จับมือเคลียร์ใจ ปมจับทหารพรานพกปืนกลับภูมิลำเนา

    ตำรวจ-ทหาร จับมือเคลียร์ใจ ปมจับทหารพรานพกปืนกลับภูมิลำเนา ชี้ทุกฝ่ายต่างปฏิบัติหน้าที่ตามอำนาจและหน้าที่ภายใต้กรอบของกฎหมาย17 ก.ค. 69 – พ.อ.เอกวริทธิ์ ชอบชูผล รองโฆษก กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า ได้มีการประชุมหารือร่วมกัน ที่ค่ายอิงคยุทธบริหาร จ.ปัตตานีระหว่าง พันเอกสิทธิศักดิ์ เจนบรรจง ผู้บังคับกองกำลังทหารพรานจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในฐานะผู้แทนกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า และ พันตำรวจเอก สุรศักดิ์ สิทธิใหญ่ รองผู้บังคับการตำรวจทางหลวง ผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายหลัง อาสาสมัครทหารพราน สังกัดหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 48 ถูกดำเนินคดีในข้อหาพกพาอาวุธปืนระหว่างเดินทางกลับภูมิลำเนาที่ประชุมมีความเห็นร่วมกันว่า เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายต่างปฏิบัติหน้าที่ตามอำนาจและหน้าที่ภายใต้กรอบของกฎหมาย โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจมีหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย ขณะที่หน่วยทหารมีหน้าที่กำกับดูแลกำลังพลและสนับสนุนภารกิจด้านความมั่นคง ทั้งสองฝ่ายยืนยันการเคารพกระบวนการยุติธรรม พร้อมร่วมกันพัฒนาแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างถูกต้อง มีประสิทธิภาพ และเป็นไปในทิศทางเดียวกันนอกจากนี้ ที่ประชุมเห็นควรให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันศึกษาหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการพกพาอาวุธปืนของกำลังพลในระหว่างการเดินทาง รวมถึงการจัดเตรียมเอกสารประกอบ การประสานงานระหว่างหน่วยงาน และช่องทางการตรวจสอบข้อมูล เพื่อป้องกันความคลาดเคลื่อนในการปฏิบัติ และสร้างความชัดเจนให้แก่เจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย โดยยึดหลักกฎหมายและความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เชื่อมั่นว่า ความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในครั้งนี้จะนำไปสู่แนวปฏิบัติร่วมที่ชัดเจนและเป็นมาตรฐานเดียวกัน อันจะเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติราชการ…

  • “แสวง” รอด! นั่งเลขาฯ กกต.ยาวจนหมดวาระ หลัง กกต.ตีตกผลประเมินการทำงานของ กกต.ชุดเก่า

    วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ที่ประชุมได้มีมติ 5 ต่อ 2 เสียงให้ยกเลิกมติการประเมินผลการปฏิบัติงานของนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ประจำปีงบประมาณ 2568 ของกกต.ชุดที่มีนายอิทธิพร บุญประคอง เป็นประธาน โดย กกต.ชุดปัจจุบันจะเป็นผู้ประเมินการทำงานของนายแสวงเองหลังจากนี้ โดยผลพวงจากการยกเลิกการประเมินผลการปฏิบัติงานดังกล่าวได้ส่งผลให้นายแสวง ยังคงดำรงตำแหน่งเลขาธิการ กกต.ต่อไปได้ หลังผลการประเมินของชุดนายอิทธิพร ได้มีคำสั่งให้นายแสวง ไม่ผ่านการทำงานและต้องพ้นจากตำแหน่ง โดยการประเมินของ กกต.ชุดนายอิทธิพร ได้ประเมินผลการปฏิบัติงานของนายแสวง ในปี2568 ให้ได้คะแนนต่ำกว่าร้อยละ 60 ซึ่งตามเงื่อนไขสัญญาจ้างจะต้องมีการยกเลิกและนายแสวงต้องพ้นจากตำแหน่ง แต่เนื่องจากเรื่องดังกล่าวไม่ได้มีการนำเข้าสู่การพิจารณาเพื่อให้ที่ประชุม กกต.มีมติรองรับอย่างเป็นทางการ จนล่วงเลยมาถึง กกต.ชุดนายอิทธิพรพ้นวาระ เมื่อกกต.ชุดใหม่เข้าปฏิบัติหน้าที่และมีการเผยแพร่ข่าวว่านายแสวง ได้คะแนนต่ำกว่าเกณฑ์ร้อยละ60 รวมถึงมีปัญหาข้อกฎหมายที่หนึ่งในกกต.ชุดของนายอิทธิพร ขอเรียกคืนเอกสารการประเมินผลการปฏิบัติงานของนายแสวง เพราะสงสัยว่า กกต.ที่พ้นจากตำแหน่งมาแล้วมีอำนาจในการประเมินหรือไม่ และ กกต.ชุดปัจจุบันตั้งข้อสังเกตว่าอำนาจการประเมินควรเป็นของ กกต.ชุดใดจึงได้มีหนังสือหารือไปยังสำนักงานกฤษฎีกา แต่ทางกฤษฎีกาแจ้งว่าไม่มีอำนาจตามกฎหมายในการพิจารณาหรือตีความข้อพิพาทเกี่ยวกับสัญญาจ้างและผลการประเมินของนายแสวง และเห็นว่าเรื่องดังกล่าวเป็นอำนาจของ กกต.…

  • ‘ภาวุธ’ ขอบคุณที่ช่วยดึงสติ หลังรีวิวเชิงบวกโครงการ AI ทำเข้าใจผิดปล่อยผ่านเรื่องตรวจสอบ

    17 กรกฎาคม 2569 – นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า ตนต้องขอโทษทุกท่านจากใจจริงสำหรับโพสต์ก่อนหน้านี้ การที่ผมมุ่งเน้นวิจารณ์เพียงแค่ระบบบริการของ AI Pass มากเกินไป ทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่าตนจะปล่อยผ่านเรื่องการตรวจสอบ ทั้งที่เรื่องความโปร่งใสของงบประมาณคือเรื่องที่พรรคประชาชนและตนให้ความสำคัญที่สุด "ขอยืนยันว่า กระบวนการตรวจสอบโครงการนี้ยังคงดำเนินต่อไปอย่างเข้มงวดและละเอียดถี่ถ้วนในทุกขั้นตอน ขอบคุณทุกคำตักเตือนที่ช่วยดึงสติครับ หลังจากนี้ผมจะทำงานให้หนักและรอบคอบขึ้น เพื่อพิสูจน์ตัวเองด้วยผลงานนับจากนี้ครับ" นายภาวุธ ระบุ ก่อนหน้านี้ น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน แชร์ข่าวและโพสต์แสดงความเห็นต่อการรีวิวโครงการ TH-AI Passport ของนายภาวุธ ว่า "ค.เหอะ เข้าใจยังทำไมประเทศนี้ถึงแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชันไม่ได้สักที อยากด่าหยาบๆ ที่สุดในชีวิต เพราะงานที่หลายคนเอาชีวิตเป็นเดิมพันจะพังเพราะมีคนอยากเอาตัวรอด "พี่ป้อมเขาน่าจะลืมแล้ว ว่าเคยถามกระทู้อะไรไว้ ตั้งข้อสังเกตอะไรไว้ ตอนนี้เน้นพูดแต่เรื่องคุ้มค่า ติดคอเรื่องล็อกสเปก เป็นประชาชนคนธรรมดา จะพูดจะวิจารณ์อย่างไรก็ได้ ยินดีรับฟัง แต่เป็นฝ่ายการเมืองที่วิจารณ์โครงการมาตลอด พอโดนคดีแล้วน้ำเสียงเปลี่ยนไป เขาไม่อายตัวเองหรือไง"

  • “กองทัพเรือ” ยืนยัน! เรือถูกโจมตีในอ่าวโอมาน ไม่ใช่เรือไทย ชี้เรือสินค้าไทยยังปลอดภัย

    ">กองทัพเรือตรวจสอบแล้ว ยืนยันเรือที่ปรากฏในข่าวไม่ใช่เรือสัญชาติไทย เรือสินค้าไทยในพื้นที่ยังคงปลอดภัยพลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า ตามที่ปรากฏข่าวในสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับเหตุการณ์เรือพาณิชย์ในบริเวณอ่าวโอมาน จนทำให้เกิดความกังวลว่าอาจเป็นเรือสัญชาติไทยนั้น ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือได้ประสานการตรวจสอบข้อมูลในระบบติดตามเรือ กับศูนย์ปฏิบัติการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศปก.ศรชล.) และศูนย์ Vessel Traffic Service (VTS) กรมเจ้าท่า พบว่า เรือที่ปรากฏตามข่าวไม่ใช่เรือสัญชาติไทย แต่อย่างใดนอกจากนี้ จากการตรวจสอบเรือสินค้าไทยที่ปฏิบัติการอยู่ในพื้นที่อ่าวโอมาน ซึ่งปัจจุบันมีจำนวน 1 ลำ โดยได้ประสานตรวจสอบกับผู้รับผิดชอบด้านความปลอดภัยของเรือแล้ว ได้รับการยืนยันว่าเรือและกำลังพลประจำเรือมีความปลอดภัย การเดินเรือและการปฏิบัติภารกิจเป็นไปตามปกติกองทัพเรือขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานภาครัฐและแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ พร้อมยืนยันว่าจะติดตามสถานการณ์ความมั่นคงทางทะเลอย่างใกล้ชิด และประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เพื่อดูแลความปลอดภัยของเรือไทยและผลประโยชน์ของชาติทางทะเลสำนักงานโฆษกกองทัพเรือ18 กรกฎาคม 2569#กองทัพเรือ #เรือไทย #อ่าวโอมาน #ข่าวด่วน #ข่าวต่างประเทศ #ความมั่นคงทางทะเล #เรือสินค้าไทย #โฆษกกองทัพเรือ #ข่าววันนี้ #กรมเจ้าท่า #ศรชล #เรือพาณิชย์

  • ด่วน! โฆษกฯ เผยแล้วข่าวเรือไทยถูกโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซ เป็นเรือสัญชาติไทยไหม?

    โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เผยผลตรวจสอบกรณีข่าวเรือชักธงไทยถูกกองกำลัง IRGC โจมตีในช่องแคบฮอร์มุซ กองทัพเรือยืนยันข้อมูลไม่ใช่เรือไทย พร้อมเตือนบริษัทเดินเรือเกาะติดสถานการณ์ใกล้ชิด หลังความตึงเครียดพุ่งสูงสืบเนื่องจากรายงานข่าวเมื่อคืนวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 โดยสำนักข่าวต่างประเทศ รวมถึงสำนักข่าวของอิหร่านระบุว่า เรือเดินเรือที่ชักธงไทย ตกเป็นเป้าหมายการโจมตีของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) เนื่องจากถูกกล่าวหาว่าพยายามเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้นล่าสุด นางสาวใจไทย อุปการนิติเกษตร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า กระทรวงการต่างประเทศได้ประสานงานร่วมกับสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน และกองทัพเรือ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวทันที ผลการตรวจสอบเบื้องต้น กองทัพเรือได้ออกมาชี้แจงและยืนยันอย่างเป็นทางการแล้วว่า เรือลำที่ปรากฏในกระแสข่าวนั้น ไม่ใช่เรือสัญชาติไทยแต่อย่างใด อย่างไรก็ดี กระทรวงการต่างประเทศจะยังคงติดตามพัฒนาการและสถานการณ์เพิ่มเติมในพื้นที่ดังกล่าวอย่างใกล้ชิดต่อไปเนื่องจากสถานการณ์บริเวณช่องแคบฮอร์มุซในขณะนี้ยังคงมีความไม่แน่นอนสูง กระทรวงการต่างประเทศจึงได้ออกประกาศแจ้งเตือนไปยังบริษัทเดินเรือ ตลอดจนภาคส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ให้เฝ้าติดตามข้อมูลข่าวสารและประกาศเตือนจากหน่วยงานภาครัฐอย่างใกล้ชิด เพื่อความปลอดภัยในการเดินเรือ