Category: การเมือง
-
“รักชนก” เปิดโป๊ะ! “ประกันสังคม” ส่อใช้เงินกองทุนไม่โปร่งใส จี้เปิดรายงานประชุม
วันที่ 26 กันยายน 2568 ที่อาคารรัฐสภา น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.กทม.พรรคประชาชน ในฐานะโฆษกคณะ กมธ.ศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ ได้แถลงข่าวเกี่ยวกับผลการศึกษาความโปร่งใสในการใช้งบประมาณของสำนักงานประกันสังคม โดยเฉพาะในส่วนของ ระบบสารสนเทศ (IT) และการบริหารงบประมาณในหลายโครงการประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นในการแถลงข่าว มีดังนี้1. โครงการพัฒนาระบบการให้บริการทางการแพทย์ ใช้งบประมาณ จำนวน 548 ถ้านบาท เป็นโครงการจัดเก็บประวัติการรักษาของตัวเองเพื่อสามารถนำไปยื่นกับสถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้องยิ่งขึ้น จากการตรวจสอบฝ่ายผู้ประกันตนพบว่า สมุดพกผู้ประกันตนยังไม่สามารถใช้ได้ตาม TOR แต่สำนักงานประกันสังคมแจ้งว่าระบบนี้เปิดใช้ตาม TOR แล้ว และอีกระบบหนึ่งคือ Open data/Open API ซึ่งจะเป็นระบบให้คนทั่วไปเข้าถึงข้อมูลการรักษา สำนักงานประกันสังคมแจ้งว่าระบบเสร็จแล้วแต่ยังไม่เปิดใช้เนื่องจากยังไม่ได้วางแผนเลือกข้อมูลที่จะเผยแพร่2. กรณีระบบดับเพลิง Watermist มูลค่า 79 ล้านบาท โดยสำนักงานฯ แจ้งว่าระบบดับเพลิงที่ใช้อยู่เพียง 10 ปี ต้องเปลี่ยนแปลงทั้งระบบ เพราะสารเคมี Novec1230 ที่ใช้ในระบบดับเพลิงจะไม่มีขายแล้ว แต่จากการตรวจสอบของฝ่ายผู้ประกันตน พบว่า Novec1230 ยังคงมีจำหน่าย จึงขอตั้งขอสังเกตว่า ใช้งบประมาณอย่างไม่คุ้มค่า3. ระบบ IPS…
-
‘สิริพงศ์’ ชื่นชม ‘รมว.คมนาคม’ เปิดทางการรถไฟฟ้องรายแปลง ปมเขากระโดง
“สิริพงศ์” ชื่นชม “รมว.คมนาคม” เปิดทางการรถไฟฟ้องรายแปลง ปมเขากระโดง ย้ำเป็นธรรมกว่าการใช้อำนาจบีบบังคับวันนี้ (26 ก.ย.) นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในการให้ไฟเขียวการรถไฟแห่งประเทศไทย ฟ้องผู้ครอบครองพื้นที่รายแปลง ปมเขากระโดง ว่า ตนเห็นด้วยกับแนวทางของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่ให้การรถไฟแห่งประเทศไทยดำเนินการฟ้องร้องผู้ครอบครองพื้นที่รายแปลง เพื่อให้ศาลพิจารณาชี้ขาด มากกว่าการใช้อำนาจฝ่ายปกครองไปบีบบังคับประชาชนรมว.คมนาคมนายสิริพงศ์ ระบุว่า อธิบายว่า การฟ้องร้องในครั้งนี้ ไม่ใช่การรังแกประชาชน แต่เป็นการเปิดช่องให้ประชาชนได้พิสูจน์สิทธิ์อย่างเต็มที่ หากมีหลักฐานที่ชัดเจน ก็สามารถต่อสู้ และได้รับความเป็นธรรม นี่คือวิธีที่ถูกต้อง และยุติธรรม หากประชาชนมีเอกสารสิทธิ์ที่ดีกว่า ก็ชนะ และอยู่ในที่ดินได้อย่างสงบสุข จบปัญหาอย่างถาวรทั้งนี้ นายสิริพงศ์ ยังกล่าวเสริมว่า ที่ผ่านมาเคยมีคดีที่ประชาชนร้องขอโฉนด 35 แปลง แต่แพ้การรถไฟฯ ซึ่งเป็นคนละกรณีกับคดีที่กำลังดำเนินอยู่ในปัจจุบัน จึงไม่ควรสับสนหรือเหมารวม“ผมขอปรบมือให้รัฐมนตรีคมนาคม การดำเนินการเช่นนี้คือการใช้กฎหมายอย่างถูกต้อง โปร่งใส และเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย” นายสิริพงศ์ย้ำอ่านข่าวเพิ่มเติม'พิพัฒน์'พร้อมสางคดีเขากระโดง! ลั่นยิ่งกังขา ยิ่งต้องทำให้ได้รับความกระจ่าง'มท.1' ยืนยันสิ้นเดือน ก.ย. มีข่าวดีปมเขากระโดง ลุยเพิกถอน ไม่พอใจไปฟ้องศาล'ภูมิธรรม'ยันไม่แทรกแซงดีเอสไอ แค่ถามความคืบหน้าคดีเขากระโดงติดตามเราได้ที่เว็บไซต์ :…
-
“นายกฯหนู” โพสต์ภาพซึ้ง กราบลาพ่อแม่ก่อนทำงาน
วันที่ 26 ก.ย.68 นายอนุทิน ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โพสต์ภาพ เฟซบุ๊ก Anutin Charnvirakul พร้อมระบุข้อความว่า…กราบลาพ่อแม่ไปทำงาน
-
“อนุทิน” ยันไฟเขียวกองทัพหากต้องตอบโต้กัมพูชา ลั่น “ไม่ต้องเหลียวหลัง”
“อนุทิน” ยันพร้อมไฟเขียวกองทัพหากสถานการณ์ไทย-กัมพูชารุนแรง ลั่น “ใช้ดุลยพินิจทางการทหารเต็มที่ ไม่ต้องเหลียวหลัง พร้อมสนับสนุน”วันที่ 25 ก.ย. 68 เมื่อเวลา 23:20 น. นายอนุทิน ชาญวีกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาที่กลับมาตึงเครียดอีกครั้งว่า ตรงนั้นเป็นเขตประกาศกฎอัยการศึกอยู่แล้ว เป็นการตัดสินใจ และการรักษาอธิปไตย เป็นอำนาจโดยตรงของผู้ที่ประกาศกฎอัยการศึก คือ แม่ทัพภาคที่ 2 ก็ต้องมั่นใจว่าท่านจะใช้ดุลยพินิจที่ถูกต้อง และยึดมั่นบนหลักของการรักษาอธิปไตยของประเทศไทยส่วนหากจำเป็นต้องตอบโต้ จะให้เป็นอำนาจของกองทัพใช่หรือไม่ นายอนุทิน ระบุว่า “แน่นอน ใช่ครับ” พร้อมกล่าวต่อว่า รัฐบาลพร้อมสนับสนุนเป็นกำลังใจให้กับผู้ปฏิบัติหน้าที่ที่ชายแดนอย่างเต็มที่ ซึ่งตนคาดว่าสัปดาห์หน้าพวกตนก็จะลงไปดูพื้นที่ และตนในฐานะที่เป็น มท.1 ก็จะประสานฝ่ายปกครองคอยรับภาระในเรื่องของพี่น้องประชาชนชาวบ้าน ไม่ใช่ว่าทุกอย่างจะโยนไปให้ทหารทั้งหมด ซึ่งทหารจะต้องใช้เวลาในการปกป้องรักษาอธิปไตยให้เต็มที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมที่มีการเคลื่อนย้ายกำลัง หรือยั่วยุต่าง ๆ เข้ามา ก็เพื่อให้ทหารได้มีเวลาจัดเตรียมกำลังนายอนุทิน ยืนยันว่า สถานการณ์ชายแดนตึงเครียดมาโดยตลอด และเราพร้อมมากกว่า ตนก็เชื่อว่าทหารซึมซับเป็นอย่างดี “แม้หวังสงบจงเตรียมรบให้พร้อมกลับ” นี่คือเป็นสิ่งที่ตนมั่นใจว่าเกิดขึ้นบริเวณชายแดนของเรา“ท่านใช้ดุลยพินิจของการทหารได้อย่างเต็มที่ ไม่ต้องเหลียวหลัง พวกเราพร้อมที่จะสนับสนุน ให้ไฟเขียวผ่านตลอด” นายอนุทินกล่าวทิ้งท้ายข่าวที่เกี่ยวข้องกัมพูชาส่งหนังสือตอบไทย ยอมรื้อบ้าน 1…
-
“เสรีพิศุทธ์” ฉะ “อนุทิน” โหนกองทัพ พูดเอาหล่อ มองการเมืองอะไรก็เกิดขึ้นได้
“เสรีพิศุทธ์” ฉะ “อนุทิน” โหนกองทัพ พูดเอาหล่อเฉย ๆ เพราะกองทัพก็มีรัฐบาลควบคุมอีกที มองการเมืองอะไรก็เกิดขึ้นได้ ดักทางอย่าให้มีย้ายผู้ว่าสักคนอ้างฝืนคำสั่งรัฐบาลพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย มองสถานการณ์การสู้รบระหว่างไทยกัมพูชาว่า วันนี้แม้ว่าจะอยู่ในช่วงหยุดยิง แต่ว่าหน้างานยังมีความตึงเครียด กัมพูชายังใช้มวลชนเข้ามากดดันอยู่ตลอด ถูกแล้วที่กองทัพเปลี่ยนมาใช้ตำรวจควบคุมฝูงชนลงไปกำกับดูแลแทน แต่ปัญหามันอยู่ตรงที่คนที่ส่งลงไปมีประสบการณ์มากน้อยแค่ไหน ผู้บังคับบัญชากล้าตัดสินใจหน้างานแค่ไหน ถ้าไม่มีไม่กล้าก็ไร้ผลเพราะงานนี้เป็นงานใหญ่ส่วนกรณีที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล บอกว่าจะให้อำนาจกองทัพจัดการตัดสินใจหน้างานชายแดน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ มองว่า นายอนุทินแค่พูดเอาหล่อเฉย ๆ เพราะอย่างไรเสียกองทัพก็มีรัฐบาล มีกระทรวงกลาโหมกำกับอีกที และนายอนุทินก็เป็นผู้นำการบริหาร ดังนั้น จะพูดแบบนั้นไม่ได้อย่างไรก็ตาม ต้องกำกับดูแลไม่ให้กองทัพออกนอกลู่นอกทาง และต้องเป็นผู้ที่รับผิดชอบด้วยหากว่าเกิดอะไรขึ้นส่วนที่นายอนุทินพูดว่า "ขนาดหมายังไม่กล้าเปิดด่าน หนูก็ไม่กล้าเปิด" ระหว่างที่ลงพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ มองว่า ในทางการเมืองอะไรก็เกิดขึ้นได้ การเมืองกล้าทำทุกอย่างถ้ามีผลประโยชน์พร้อมกับพูดดักทางว่า อย่าให้มีประเภทที่ว่าคำสั่งอย่างไม่เป็นทางการ เสร็จแล้วก็หาแพะมาสักคนมารับผิดชอบ เช่น ย้ายผู้ว่าสักคนคน แล้วบอกว่าฝืนคำสั่งรัฐบาลแล้วกันข่าวที่เกี่ยวข้องมทภ. 1 ย้ำทำงานตลอด วางแผนรอบคอบครบทุกมิติ ทวงคืนอธิปไตยไทยได้แน่นอน “อนุทิน” เตรียมร่างนโยบายแก้ปัญหา 4 ด้าน ย้ำยุบสภา…
-
‘จุลพันธ์’ ลั่นจะถามหา ‘เพื่อไทย’ ทำไมถ้ารัฐบาล-ฝ่ายค้ำอยู่ครบ
‘จุลพันธ์’ ลั่น จะถามหา ‘เพื่อไทย’ ทำไม ถ้ารัฐบาล-ฝ่ายค้ำอยู่ครบ บอก พร้อมทำงานในสภาเพื่อประโยชน์ของประชาชนเสมอวันที่ 25 ก.ย. นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึงกรณีสภาล่ม เนื่องจากองค์ประชุมไม่ครบในการลงมติร่างพ.ร.บ.บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด ว่า ผมขออนุญาตชี้แจงกรณีองค์ประชุมในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด ผมขอเรียนว่าร่างกฎหมายฉบับนี้ไม่ใช่ของเพื่อไทยเพียงพรรคเดียว แต่เป็นร่างของทุกพรรคการเมืองที่เสนอร่วมกันคงจะทราบดีว่าการรักษาองค์ประชุมต้องเป็นหน้าที่ของฝ่ายรัฐบาล ไม่ใช่ฝ่ายค้าน ทำไมตอนโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีที่ สส. หลายท่าน พร้อมใจกันขานชื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ถึงมี 311 เสียง แต่วันนี้มันหายไปไหนหมด ถ้าฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้ำอยู่กันครบจริง จะมาถามหาพรรคเพื่อไทยทำไมพรรคเพื่อไทย ยืนยันว่า เราไม่ได้ทอดทิ้งกฎหมายฉบับนี้หรือไม่อยากให้พ.ร.บ.อากาศสะอาด เดินหน้า แต่ความจริงคือเมื่อเข้าสู่ช่วงโหวตลงมติสุดท้าย มี สส. จำนวนหนึ่งอยู่นอกห้อง ไม่เข้ามาเป็นองค์ประชุม จึงอดสงสัยไม่ได้ว่าเพราะสภาฯมีมติร่วมกันแล้วว่าจะเลื่อนร่างกฎหมายฉบับนี้ไปสัปดาห์หน้า เพื่อเปิดทางให้หารือปัญหาเร่งด่วนของประชาชน คือ เรื่องถนนสามเสนทรุดตัวที่มีความเชื่อมโยงกับบริษัทที่เกี่ยวโยงกับนายกรัฐมนตรีหรือไม่ดังนั้นผมในฐานะรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยยืนยันว่า เราทำหน้าที่อย่างเต็มที่ในฐานะผู้รักษาองค์ประชุมและพร้อมทำงานในสภาฯ เพื่อประโยชน์สูงสุดของพี่น้องประชาชนเสมอ
-
ด่วน! ‘ทักษิณ’ เตรียมออกคุก รับบทคุมงานลอกท่อ
ด่วน! ‘ทักษิณ’ เตรียมออกคุก รับบทคุมงานลอกท่อเมื่อวันที่ 25 ก.ย. 2568 น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี บุตรสาวคนเล็กของนายทักษิณ ชินวัตร เดินทางมาพร้อมนายปิฎก สุขสวัสดิ์ สามี เข้าเยี่ยมนายทักษิณ ที่คุมขังอยู่ที่เรือนจำกลางคลองเปรมตั้งแต่วันที่ 9 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยมีกลุ่มคนเสื้อแดงสระบุรี เดินทางมารอให้กำลังใจ บอกว่าเหมารถมาด้วยกันจาก จ.สระบุรี เปิดเพลงผ่านลำโพงพร้อมถือป้ายให้กำลังใจนายทักษิณ พร้อมระบุว่า “คนเสื้อแดงสระบุรีรักนายกทักษิณ” ซึ่ง น.ส.แพทองธาร กล่าวก่อนเข้าเยี่ยมว่า วันนี้ไม่มีจดหมายจากหลานๆ เพราะเรือนจำมีมาตรการที่เปิดให้ไลน์คอลเยี่ยมได้สั้น ๆน.ส.แพทองธาร และสามี ใช้เวลาเยี่ยมในเรือนจำประมาณ 1 ชั่วโมง และกล่าวสั้นๆ หลังเยี่ยมว่า นายทักษิณ มีสุขภาพโดยรวมดีขึ้น และบอกว่า ผบ.เรือนจำ จะให้ช่วยคุมงานลอกท่อ#Thepoint #Newsthepoint#ทักษิณชินวัตร #ทักษิณติดคุก #ลอกท่อ
-
สิ้นกันยา ‘ยก ๒’ มาแน่!
ไม่ใช่อาถรรพณ์หรือปรากฏการณ์พิสดารอะไรหรอกครับ!อะไรๆ ที่มันเกิดตอนนี้…..มันเกิด “เพราะมันต้องเกิด” ตามเหตุปัจจัยของมันอยู่แล้ว๒๘ มีนา.๖๘ แผ่นดินไหวที่พม่าลามถึงไทย เขย่ากรุงเทพฯ ครืนครั่นสนั่นหวั่นไหว ยังจำกันได้มิใช่หรือ?๒๔ กันยา.๖๘ คือเมื่อวาน ถนนหน้าโรงพยาบาลวชิระ สามเสน ทรุดตัวเป็นหลุมกว้างใหญ่เกิดภาพคล้าย “ธรณีสูบ” ดูดกลืนรถรา-อาคารให้ค่อยๆ ไหลเข้าปากปล่องใหญ่แล้วขยอกจมหายลงใต้พื้นพิภพอีกมุมหนึ่งของโลก ในวันเดียวกันที่ “ไต้หวัน-ฮ่องกง-มาเก๊า-จีน” ถูกซูเปอร์ไต้ฝุ่น “รากาซา” ซัดถล่มหลายเมืองจมน้ำขณะเดียวกัน “กรมอุตุนิยมวิทยา” ของไทย ออกประกาศเตือน ช่วง ๒๔-๒๖ กันยา.ผลจากรากาซา จะทำให้ฝนจะตกหนักในภาคอีสาน ภาคกลาง ภาคตะวันออก กรุงเทพฯ และปริมณฑลระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง!สรุป…ประเด็นที่ผมจะบอกสำหรับบ้านเมืองเราก็คือ ที่ผ่านมาตั้งแต่ต้นปี นั่นแค่ “หนังตัวอย่าง”ผมไม่มีเซนส์หรือลางสังหรณ์อะไรหรอก แต่จะบอกในความเป็นจริงทางธรรมชาติว่า ทาง “เหนือ-อีสาน” ฝนตกสะสมต่อเนื่องมานานเป็นเดือนแล้วสภาพผืนป่า ดินอุ้มน้ำอุ้ยอ้าย เกาะแก่งแอ่งหินตามยอดผาสูง ไม่ต่างหญิงท้อง ๙ เดือน ใกล้คลอด-มิคลอดแหล่เมื่อต้องเจอพายุฝนต่อเนื่องอีกไม่น้อยกว่า ๒ ลูกกระหน่ำซ้ำดังนั้น….เพื่อความไม่ประมาท “น้ำป่า” จะทะลัก-ทลาย เกรี้ยวกราด ดุร้าย มาเร็วและมาแรง…
-
‘นายกฯหนู’ น้ำตาคลอ เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ ขอทำงานสนองพระมหากรุณาธิคุณ
“ในหลวง” ทรงให้กำลังใจ ขอให้นายกฯ และ ครม.มีจิตใจเข้มแข็ง มีความมานะบากบั่นและประสบความสำเร็จ เอาชนะอุปสรรคต่างๆ ได้ด้วยดี “นายกฯ หนู” น้ำตาคลอ เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ ขอทำงานสนองพระมหากรุณาธิคุณอย่างสุดชีวิตสุดความสามารถ ประชาธิปัตย์แตกเละ บ้านใหญ่ตรังบอกเอง “เสี่ยต่อ” อยู่แค่ส่งไม้ให้ “มาร์ค” เป็นหัวหน้าพรรค แล้วจะย้ายไปอยู่ภูมิใจไทย เชื่อความคับแค้นใจน่าจะมาจาก “นายกชาย” ด้วยส่วนหนึ่งเมื่อวันที่ 24 ก.ย. เวลา 18.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย นำคณะรัฐมนตรี เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนปฏิบัติหน้าที่ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน ในเวลา 18.51 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย และ ครม. เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่…
-
สิ้น ‘บิ๊กเจี๊ยบ’ พล.อ.อ.ธเรศ ปุณศรี อดีตรองปลัดกลาโหม
วันที่ 25 ก.ย.68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า "บิ๊กเจี๊ยบ" พล.อ.อ.ธเรศ ปุณศรี อดีตรองปลัดฯกห. อดีตนักบิน เอฟ 5 ของ มือท็อปของ ตท.6 และ นนอ.12 เสียชีวิตด้วยโรคประจำตัว ณ รพ.ภูมิพลประวัติการทำงานที่สำคัญ- ผู้บังคับการกองบิน 23 ปี พ.ศ. 2532 – 34- ผู้ช่วยทูตทหารอากาศไทย/โซล ปี พ.ศ. 2534 – 37- เจ้ากรมยุทธการทหารอากาศ ปี พ.ศ. 2540 – 41- เสนาธิการทหารอากาศ ปี พ.ศ. 2544 – 48- รองปลัดกระทรวงกลาโหม ปี พ.ศ. 2549 – 51- สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ปี พ.ศ. 2549 –…