Category: การเมือง

  • ‘นายกฯหนู’ น้ำตาคลอ เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ ขอทำงานสนองพระมหากรุณาธิคุณ

    “ในหลวง” ทรงให้กำลังใจ ขอให้นายกฯ และ ครม.มีจิตใจเข้มแข็ง มีความมานะบากบั่นและประสบความสำเร็จ เอาชนะอุปสรรคต่างๆ ได้ด้วยดี “นายกฯ หนู” น้ำตาคลอ เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ ขอทำงานสนองพระมหากรุณาธิคุณอย่างสุดชีวิตสุดความสามารถ ประชาธิปัตย์แตกเละ บ้านใหญ่ตรังบอกเอง “เสี่ยต่อ” อยู่แค่ส่งไม้ให้ “มาร์ค” เป็นหัวหน้าพรรค แล้วจะย้ายไปอยู่ภูมิใจไทย เชื่อความคับแค้นใจน่าจะมาจาก “นายกชาย” ด้วยส่วนหนึ่งเมื่อวันที่ 24 ก.ย. เวลา 18.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย นำคณะรัฐมนตรี เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนปฏิบัติหน้าที่ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน ในเวลา 18.51 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย และ ครม. เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่…

  • สิ้น ‘บิ๊กเจี๊ยบ’ พล.อ.อ.ธเรศ ปุณศรี อดีตรองปลัดกลาโหม

    วันที่ 25 ก.ย.68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า "บิ๊กเจี๊ยบ" พล.อ.อ.ธเรศ ปุณศรี อดีตรองปลัดฯกห. อดีตนักบิน เอฟ 5 ของ มือท็อปของ ตท.6 และ นนอ.12 เสียชีวิตด้วยโรคประจำตัว ณ รพ.ภูมิพลประวัติการทำงานที่สำคัญ- ผู้บังคับการกองบิน 23 ปี พ.ศ. 2532 – 34- ผู้ช่วยทูตทหารอากาศไทย/โซล ปี พ.ศ. 2534 – 37- เจ้ากรมยุทธการทหารอากาศ ปี พ.ศ. 2540 – 41- เสนาธิการทหารอากาศ ปี พ.ศ. 2544 – 48- รองปลัดกระทรวงกลาโหม ปี พ.ศ. 2549 – 51- สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ปี พ.ศ. 2549 –…

  • ‘นายกฯหนู’ โต้ ‘เขมร’ ปิดด่าน 100 ปี ไม่กระทบ ลั่นอย่าให้พูด ถ้าไม่ถอนทหาร-อาวุธ ก็ไม่คุย

    “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี กล่าวโต้ “เขมร” โวปิดด่าน 100 ปี ไม่กระทบ ลั่นอย่าให้พูด หวั่นกระทบความสัมพันธ์ ซัดหากกัมพูชาไม่ขนย้ายอาวุธร้ายแรง ถอนกำลังพลออกแนวชายแดน การเจรจาจะไม่เกิดขึ้น พร้อมมีมาตรการที่เข้มข้นเมื่อวันที่ 25 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลางดึกคืนที่ผ่านมา ที่โรงพยาบาลวชิรถนนสามเสน กทม. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการลงพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า ตนจะต้องไปอยู่แล้ว เนื่องจากมีตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยด้วย ขณะนี้ที่ชายแดนมีทั้งกองทัพทหาร ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่อาสา และ มีเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอยู่ ซึ่งเป็นหน้าที่รับผิดชอบที่จะต้องไปอยู่แล้วเมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า รัฐบาลกัมพูชาจะอ่อนข้อลงหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่ได้คุยกับทางรัฐบาลกัมพูชาอย่างเป็นทางการ แต่จุดยืนยังคงชัดเจนคือ การรักษาอธิปไตยโดยให้ฝ่ายกองทัพตัดสินใจ ผ่านสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในพื้นที่มีการประกาศกฎอัยการศึกอยู่แล้ว การตัดสินใจอยู่ที่ผู้รับผิดชอบ คือ แม่ทัพภาคที่ 2 แม้จะมีการเปลี่ยนตัวแม่ทัพภาคที่ 2 แต่แม่ทัพคนใหม่ก็อยู่ในพื้นที่อยู่แล้วที่จะต้องส่งไม้ต่อกันโดยวันนี้เหตุผลที่ตนได้แต่งตั้ง พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ มาช่วยในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 2…

  • กองทัพภาคที่ 2 ประกาศขอความร่วมมือ จากพี่น้องประชาชนทุกคน

    กองทัพภาคที่ 2 ประกาศขอความร่วมมือ จากพี่น้องประชาชนทุกคนเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2568 ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 ได้เผยเเพร่ข้อมูล สรุปสถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ประจำวันที่ 24 กันยายน 2568 (ณ เวลา 14.00 น.) ผ่านเพจเฟซบุ๊ก กองทัพภาคที่ 2 โดยระบุว่า สถานการณ์โดยรวม ตรวจพบความเคลื่อนไหวของกองทัพกัมพูชาในพื้นที่ชายแดนอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดพบการติดตั้งเครื่องแอนตี้โดรนจำนวน 3 จุด บริเวณช่องกร่าง ตรวจพบสัญญาณการบินของโดรนจำนวน 2 ครั้ง เหนือเนิน 527 ตรวจพบรถบัสต้องสงสัย 1 คัน คาดว่าเป็นการลำเลียงกำลังพลเพิ่มเติมเข้ามาในพื้นที่ และยังพบการปรับปรุงฐานที่มั่นในบางจุดอย่างต่อเนื่องทั้งนี้การเสริมกำลังและการเคลื่อนไหวลักษณะดังกล่าว สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของฝ่ายกัมพูชาในการเพิ่มขีดความสามารถทางทหาร และเป็นท่าทีที่แสดงถึงความไม่ละทิ้งแนวทางการเผชิญหน้ากับฝ่ายไทย ซึ่งอาจนำไปสู่ความตึงเครียดในพื้นที่แนวชายแดนมากยิ่งขึ้นในอนาคตปัจจุบันกองกำลังทั้ง 2 ฝ่าย ยังคงวางกำลังตามแนวที่มั่นของตนเอง ฝ่ายไทยจัดกำลังพลประจำจุดเฝ้าตรวจตามเหตุการณ์ เพื่อติดตามความเคลื่อนไหวของฝ่ายตรงข้าม และเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติตอบโต้ตามสถานการณ์การดำเนินงานด้านจิตอาสา ศอ.จอส.พระราชทาน พล.ร.6(โดย ร.23พัน.1) ร.อ.เลิศฤทธิ์ อ่อนเอิง นายทหารฝ่ายธุรการและกำลังพล เข้าเยี่ยมให้กำลังใจทหารกล้าที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่…

  • “อภิสิทธิ์” คืนรัง รีโนเวท “ประชาธิปัตย์” “เฉลิมชัย-เดชอิศม์” คืนพรรค ก่อนเลือกเส้นทางใหม่!

    ตามกรอบระยะเวลาที่ “พรรคประชาธิปัตย์” ค่ายพระแม่ธรณีบีบมวยผม จะต้องได้ “กรรมการบริหาร” และ “หัวหน้าพรรคคนใหม่” ในห้วงวันที่ 19 ต.ค.68 นี้เป็นอย่างช้า ตามพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองกำหนดเอาไว้ว่า เมื่อหัวหน้าพรรคลาออก จะต้องจัดให้มีการเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่ ภายใน 60วันในห้วงเวลาระหว่างนี้ ความเคลื่อนไหวภายในพรรคประชาธิปัตย์ ไปจนถึง “นอกพรรค” ยิ่งคักและเข้มข้น อย่าลืมว่า ความขัดแย้งภายในพรรคประชาธิปัตย์ นั้นปะทุขึ้นมาหลายครั้งหลายครา ก่อนจะเดินมาถึง “ฟางเส้นสุดท้าย” ที่ “เสี่ยต่อ” เฉลิมชัย ศรีอ่อน จะตัดสินใจลาออกจากหัวหน้าพรรคอย่างเป็นทางการทว่าการลาออกของเฉลิมชัย เพื่อเปิดทางให้มีการเลือก “หัวหน้าพรรคคนใหม่” กลับกลายเป็นจุดเริ่มของความขัดแย้งที่หลายฝ่าย ที่เอาใจช่วย เอาใจเชียร์พรรคสีฟ้า คาดหวังว่า อยากเห็น “ศึกใน” สงบลงเพื่อให้พรรคได้เดินหน้าโดยเร็ว เพราะการเลือกตั้งครั้งหน้ามาจ่อคิวกันแล้วเมื่อเฉลิมชัย ลาออก เสียงเรียกร้อง ให้ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” อดีตหัวหน้าพรรค กลับพรรค เพื่อทำหน้าที่ “หัวหน้าคนใหม่” นำทัพลงสู้ศึกเลือกตั้ง บนความเชื่อมั่นว่าพรรคจะมีโอกาสกลับมาปังอีกครั้ง !อย่างไรก็ดี ตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ดูเหมือนว่ายังไม่มีความชัดเจนจาก เจ้าตัว…

  • ด่วน เปิดนโยบายต้นฉบับ อนุทิน แถลงต่อรัฐสภา 29 กย. นี้

    เปิดพิมพ์เขียวร่างต้นฉบับ นโยบายเศรษฐกิจ เร่งด่วน สร้างรายได้ ลดรายจ่าย แก้ไขปัญหาหนี้รายบุคคลในระบบรายละไม่เกินหนึ่งแสนบาท เพื่อลดปัญหาหนี้ที่ทำให้คนไทยติดกับดักหนี้วันที่ 25 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เตรียมร่างต้นฉบับนโยบาย ที่จะแถลงต่อรัฐสภา่ ในวันที่ 29 กันยายน นี้มีไฮไลต์ ด้านเศรษฐกิจ ที่มุ่งเน้นการ สร้างรายได้ ลดรายจ่าย และแก้ปัญหาหนี้สินให้ประชาชน ดังนี้นโยบาย ด้านเศรษฐกิจ1. สร้างรายได้ ลดรายจ่ายให้กับพี่น้องประชาชนในการใช้ชีวิตประจำวัน อาทิค่าพลังงาน ค่าน้ำดื่มสะอาด ค่าโดยสาร ค่าผ่านทาง เพื่อให้มีกำลังในการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้นโดยจัดทำโครงการคนละครึ่ง การบริหารจัดการราคาสินค้าเกษตรให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมควบคู่กับการสร้างโอกาสในการสร้างรายได้และความสามารถในการแข่งขันแก่ผู้ค้ารายย่อยผู้ประกอบการรวมถึงเกษตรกรและชุมชนในท้องถิ่นให้มั่นคงแข็งแรงขึ้นผ่านกลไกความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และท้องถิ่น โดยมุ่งเน้นการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการเรียนรู้ทักษะใหม่ (Reskill) และการเพิ่มทักษะ (Upskill) เพื่อเพิ่มผลิตภาพ (Productivity)และสร้างโอกาสให้คนไทยมีรายได้มากขึ้น และส่งเสริมการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในการผลิตไฟฟ้าภาคครัวเรือนและกิจกรรมทางการเกษตร เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับประชาชนและชุมชนและเพิ่มพลังงานสีเขียวตามความต้องการของทุกภาคส่วนแก้หนี้สินรายละไม่เกินแสนบาท ด่วน2. แก้ไขปัญหาหนี้สินและเพิ่มสภาพคล่องบนพื้นฐานความเสี่ยงที่เป็นธรรมระหว่างสถาบันการเงินและผู้กู้ โดย2.1 หนี้ภาคประชาชน ช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาหนี้รายบุคคลในระบบรายละไม่เกินหนึ่งแสนบาท เพื่อลดปัญหาหนี้ที่ทำให้คนไทยติดกับดักหนี้2.2 เพิ่มสภาพคล่องให้แก่ผู้ประกอบการ วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs)…

  • สรยุทธขอโทษกรณีล้อเลียนกัมพูชา ลบคลิป ‘กรรมกรข่าว คุยนอกจอ’ ย้ำหลักสื่อ ไม่ควรล้ออัตลักษณ์ชนชาติอื่น

    วันนี้ (25 กันยายน 2568) ในรายการ ‘กรรมกรข่าว คุยนอกจอ’ สรยุทธ สุทัศนะจินดา ผู้ประกาศข่าวชื่อดังขอโทษกรณีที่เมื่อวันที่ 23 กันยายน ที่ผ่านมา ในรายการ ‘กรรมกรข่าว คุยนอกจอ’ ได้ให้ ไบรท์-พิชญทัฬห์ จันทร์พุฒ ผู้ดำเนินรายการร่วม อ่านข่าวด้วยสำเนียงกัมพูชา พร้อมกับหัวเราะชอบใจ“มีบางเพจ บางอินฟลูเอนเซอร์ ประณามผม ประณามน้องไบรท์ กรณีล้อเลียน ใช้สำเนียงกัมพูชาในเรื่องที่เกี่ยวกับข่าว เรื่องนี้รับทราบ ด่าได้ และขออภัยจริงๆ“ผมรับผิด ผิดพลาดไปแล้ว ถึงสั่งให้ลบทั้งหมด ที่มาที่ไป ผมผิดเอง คือผมเป็นสื่อ แต่บางทีอิน อันนี้ผิดจริงๆ พอมาย้อนดูแล้วยังไงก็ผิด ผิดพลาด”สรยุทธชี้แจงที่มาที่ไประบุว่า ในสารคดีที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ Royal Thai Army นำมาโพสต์นั้น เป็นเรื่องที่ว่าด้วยคนกัมพูชาที่อพยพเข้ามาในประเทศไทยตั้งแต่สมัยสงครามเขมรแดง แล้วเกิดเหตุการณ์บ้านหนองหญ้าแก้ว บ้านหนองจาน ที่จังหวัดสระแก้ว ที่เข้ามาก่อกวน รื้อลวดหนาม โดยสารคดีของกองทัพนำเสนอว่าไม่รู้จักบุญคุณว่าเราเคยรับเป็นผู้อพยพ แต่เมื่อถึงเวลากลับไม่รู้จักบุญคุณ กลับมายึดเป็นที่ของตัวเอง แล้วก่อเรื่องก่อราว“คือมันอิน ความรู้สึกมันอิน…

  • “อนุทิน” โต้วลีกัมพูชา “ปิดด่าน 100 ปี” ลั่น “อย่าให้พูดจากใจ หวั่นกระทบความสัมพันธ์”

    “อนุทิน” ห่วงประชาชนชายแดน-เร่งจ่ายเงินเยียวยา ชี้การเจรจาไม่เกิดหากกัมพูชายังเสริมกำลังพล-อาวุธหนัก โต้กัมพูชาปิดด่าน 100 ปี “อย่าให้พูดจากใจ”เมื่อวันที่ 24 ก.ย. 68 เวลา 23.00 น. ที่โรงพยาบาลวชิรพยาบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีภายหลังจากรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแล้วจะลงไปเยี่ยมพื้นที่ชายแดนหรือไม่ ว่า ตนก็ต้องไปอยู่แล้ว เพราะมีตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยอีกหนึ่งตำแหน่งด้วย ตอนนี้ที่ชายแดนเราก็มีทั้งกองทัพ มีทหาร และมีฝ่ายปกครอง โดยหน้าที่แล้วและความรับผิดชอบก็ต้องไปด้วยตัวเองอยู่แล้วเมื่อถามว่ารัฐบาลกัมพูชาจะอ่อนข้อกับไทยมากขึ้นหรือไม่นั้น นายอนุทินระบุว่า ตอนนี้ตนยังไม่ได้มีการพูดคุยกับทางรัฐบาลกัมพูชาอย่างเป็นทางการ แต่จุดยืนก็ยังมีความชัดเจนคือการรักษาธิปไตย ยังให้ทางฝ่ายกองทัพตัดสินใจผ่านสภาความมั่นคงแห่งชาติ และในพื้นที่ได้มีการประกาศกฎอัยการอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นการตัดสินใจก็สามารถกระทำได้โดยผู้ที่รับผิดชอบ นั่นคือแม่ทัพภาคที่ 2 แม้จะมีการเปลี่ยนตัวหลังเดือน ก.ย. แม่ทัพภาคที่ 2 คนใหม่ก็อยู่ในพื้นที่อยู่แล้ว คงมีการส่งไม้กันอย่างราบรื่นและล่าสุดที่ตนได้แต่งตั้งให้ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ เข้ามาช่วยอีกแรงในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม เพราะท่านก็เป็นแม่ทัพภาคที่ 2 ในอดีต ก็จะมีคนที่มีความชำนาญในพื้นที่คอยกำกับดูแลสถานการณ์อยู่ท่าทีของไทยในเรื่องของการทูตก็ยังยืนเหมือนเดิม อย่างไรก็จะคุยกันและต้องมีการขนย้ายอาวุธร้ายแรง กับระเบิด ตัวกำลังพลต่าง ๆ ที่ทางฝั่งกัมพูชาเข้ามากดดันตามชายแดนของไทย หากไม่มีการเคลื่อนย้ายออกไปก็ยังคุยอะไรไม่ได้ ซึ่งยังยืนในเรื่องของการปิดด่านต่าง ๆ จนกว่าความเป็นภัยจากกัมพูชาจะหมดลงไปส่วนที่ทางฝ่ายกัมพูชาออกมาเปิดเผยว่า…

  • ‘อนุทิน’ ประกาศ ‘ยุบสภา’ ปลาย ม.ค.69 ประชามติ-เลือกตั้ง อย่างช้า เม.ย.69

    เมื่อเวลา 22.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย แถลงหลังการประชุมครม.นัดพิเศษ ว่า ในด้านนิติบัญญัติ รัฐบาลจะจัดให้ทำประชามติการแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ ในวันที่มีการลงคะแนนเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั่วไปครั้งหน้า ซึ่งจะเกิดขึ้นในปีหน้านายอนุทิน กล่าวว่า ตนในฐานะนายกรัฐมนตรี จะยุบสภาผู้แทนราษฎรใน 4 เดือนนับตั้งแต่วันแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา ซึ่งคาดว่าเราจะยุบสภาภายในสิ้นเดือนมกราคม 2569 เพื่อคืนอำนาจให้กับพี่น้องประชาชน ให้ได้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งภายในเดือนมีนาคมหรืออย่างช้าต้นเดือนเมษายน 2569 ทั้งนี้สุดแล้วแต่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะได้กำหนดต่อไป

  • ด่วน! กองทัพภาคที่ 2 ตรวจพบรถบัสต้องสงสัยของกัมพูชา 1 คัน

    ด่วน! กองทัพภาคที่ 2 ตรวจพบรถบัสต้องสงสัยของกัมพูชา 1 คัน ซึ่งคาดว่าเป็นการลำเลียงกำลังพลเพิ่มเติมเข้ามาในพื้นที่ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองทัพภาคที่ 2 ตรวจพบรถบัสต้องสงสัยของกัมพูชา 1 คัน ซึ่งคาดว่าเป็นการลำเลียงกำลังพลเพิ่มเติมเข้ามาในพื้นที่ และยังพบการปรับปรุงฐานที่มั่นในบางจุดอย่างต่อเนื่องนอกจากนี้ กองทัพภาคที่ 2 ยังตรวจพบทหารกัมพูชาติดตั้งเครื่องแอนตี้โดรนจำนวน 3 จุด บริเวณช่องกร่าง และตรวจพบสัญญาณการบินของโดรนจำนวน 2 ครั้งที่บริเวณเหนือเนิน 527 อีกด้วยอ่านข่าวเพิ่มเติมทภ.1-กัมพูชา เลื่อนประชุม RBC เป็นเดือนต.ค. เหตุทั้ง 2 ฝ่ายข้อมูลยังไม่สมบูรณ์กกล.บูรพา-ผู้ว่าฯ สระแก้ว หารือบังคับใช้กฎหมาย หลังขีดเส้นอพยพชาวกัมพูชา 10 ต.ค.เฟคนิวส์ว่อนเน็ต! 'กัมพูชา' ยืนยันพระวรราชมารดา ยังไม่สวรรคตติดตามเราได้ที่เว็บไซต์ : https://www.thebangkokinsight.com/Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsightX: https://twitter.com/BangkokInsightInstagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg