Category: การเมือง
-
เตือนเเล้วนะ! ผบ.ทสส. ประกาศกร้าว หลังกระสุนรบเมียนมาร์ ล้ำแดนไทย
เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกระสุนปริศนาจากการสู้รบในประเทศเมียนมาร์ตกข้ามพรมแดนเข้ามายังฝั่งไทยเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกระสุนปริศนาจากการสู้รบในประเทศเมียนมาร์ตกข้ามพรมแดนเข้ามายังฝั่งไทย โดยระบุว่า ได้รับรายงานเบื้องต้นว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจากการปะทะกันระหว่างกองทัพรัฐบาลเมียนมาร์กับกลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่งระหว่างปฏิบัติการมีการยิงตอบโต้และเกิดความคลาดเคลื่อนของวิถีกระสุนจนทะลุเข้ามาในเขตไทยทั้งนี้ เมื่อทราบสถานการณ์ หน่วยกองกำลังเฉพาะกิจราชมนู ภายใต้กองกำลังนเรศวร ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ ได้ดำเนินการตามกฎการใช้กำลัง ด้วยการยิงเตือนและประสานงานในพื้นที่ทันที พร้อมใช้กลไกคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่น (TBC) ติดต่อไปยังฝ่ายเมียนมาร์ รวมถึงกองกำลังชนกลุ่มน้อย เพื่อแจ้งเตือนให้ระมัดระวังไม่ให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นซ้ำบนดินแดนไทยผู้บัญชาการทหารสูงสุดย้ำว่า ขณะนี้ได้ส่งสัญญาณเตือนอย่างเป็นทางการไปแล้ว หากยังเกิดเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันขึ้นอีก จะต้องยกระดับมาตรการตามกฎการใช้กำลังให้เข้มข้นขึ้นตามความเหมาะสมสำหรับเหตุการณ์ครั้งนี้ มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ แต่ยังไม่มีผู้เสียชีวิต โดยกองทัพไทยยืนยันว่ามีความพร้อมในการอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยงทันทีหากสถานการณ์ลุกลาม พร้อมติดตามสถานการณ์ตามแนวชายแดนอย่างใกล้ชิดเพื่อความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ
-
เวที รัฐภาคีออตตาวา เดือด! กัมพูชา ขวาง ไทย เปิดคลิปทหารกัมพูชา วางทุ่นระเบิด
6 ธ.ค. เวลาประมาณ 15.40 น. วันที่ 5 ธ.ค.68 ตามเวลาท้องถิ่น ของนครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส ซึ่งช้ากว่าประเทศไทย 6 ชั่วโมง นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้กล่าวถ้อยแถลงในที่ประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาห้ามทุ่นระเบิดสังหารบุคคล หรือ อนุสัญญาออตตาวา ครั้งที่ 22 (22MSP) ณ สำนักงานองค์การสหประชาชาติ ในวาระการพิจารณาคำขอตามข้อ 8 ของอนุสัญญา ว่า เมื่ออนุสัญญานี้ถูกให้การรับรองในปี พ.ศ. 2540 รัฐภาคีได้ให้คำมั่นว่าจะ “ยุติความทุกข์ทรมานและการบาดเจ็บล้มตายที่เกิดจากทุ่นระเบิดสังหารบุคคล” โดยตั้งอยู่บนฉันทามติร่วมกันว่า ไม่มีประเทศประเทศที่เจริญแล้วประเทศใดสามารถอ้างเหตุผลเพื่อใช้อาวุธที่โจมตีแบบไม่เลือกหน้าเช่นนี้ได้ ประเทศไทยจึงยึดมั่นในหลักการเหล่านี้ และหยิบยกประเด็นดังกล่าวขึ้นมาในที่ประชุมนายสีหศักดิ์ ระบุอีกว่า ประเทศไทยไม่มีความปรารถนาที่จะสร้างความตึงเครียด หรือ ทำให้ประเด็นนี้เป็นประเด็นทางการเมือง แต่ทหารไทยได้รับบาดเจ็บ และต้องสูญเสียขาจากทุ่นระเบิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า อย่างไรก็ตาม จากการประเมินที่เป็นอิสระ และจากของคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน (AOT) ยืนยันว่าทุ่นระเบิด PMN-2 เหล่านี้ถูกวางใหม่โดยกัมพูชา ซึ่งเรามีหลักฐานเป็นวิดีโอที่แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนถึงการฝึกอบรมบุคลากรกัมพูชาในการติดตั้งทุ่นระเบิด นี่จึงถือเป็นการละเมิดต่อข้อ 1 ของอนุสัญญาอย่างโจ่งแจ้งชัดเจน…
-
ด่วน! กัมพูชาคลั่ง กลางที่ประชุมออตตาวา หลังไทยเปิดหลักฐานวางทุ่นระเบิด โวยวายลั่น
เมื่อวันที่ 5 ธ.ค. 68 เวลาประมาณ 15.40 น. ที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น ของนครเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ ณ สำนักงานองค์การสหประชาชาติ ฝ่ายเมื่อวันที่ 5 ธ.ค. 68 เวลาประมาณ 15.40 น. ที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น ของนครเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ ณ สำนักงานองค์การสหประชาชาติ ฝ่ายเลขานุการของที่ประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาห้ามทุ่นระเบิดสังหารบุคคล หรือ อนุสัญญาออตตาวา ครั้งที่ 22 (22MSP) ได้กล่าวรายงานพัฒนาการของสถานการณ์ไทย-กัมพูชา ซึ่งเป็นไปตามคำขอของไทย ที่ยื่นให้กับเลขาธิการสหประชาชาติก่อนหน้านี้ หลังเกิดเหตุทหารไทยเหยียบกับทุ่นระเบิดตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาหลายครั้งติดต่อกัน จึงขอให้นำเรื่องดังกล่าวมาหารือระหว่างการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาออตตาวา ครั้งที่ 22โดย นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้กล่าวถ้อยแถลงในวาระการพิจารณาคำขอตามข้อ 8 ของอนุสัญญาออตตาวา ว่า เมื่ออนุสัญญานี้ถูกให้การรับรองในปี พ.ศ. 2540 รัฐภาคีได้ให้คำมั่นว่าจะ “ยุติความทุกข์ทรมานและการบาดเจ็บล้มตายที่เกิดจากทุ่นระเบิดสังหารบุคคล” โดยตั้งอยู่บนฉันทามติร่วมกันว่า ไม่มีประเทศที่เจริญแล้วประเทศใดสามารถอ้างเหตุผลเพื่อใช้อาวุธที่โจมตีแบบไม่เลือกหน้าเช่นนี้ได้ ประเทศไทยจึงยึดมั่นในหลักการเหล่านี้อย่างลึกซึ้ง และนี่คือเหตุผลที่เราจำเป็นต้องหยิบยกประเด็นที่น่ากังวลขึ้นมาในที่ประชุมครั้งนี้นายสีหศักดิ์…
-
เด็ดขาดมาก! ไอซ์ รักชนก ประกาศแล้ว! ถ้าได้เป็นรัฐบาล
วันที่ 6 ธันวาคม 2568 นางสาวรักชนก ศรีนอก ส.ส. พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กกล่าวถึงความพยายามในอดีตที่มีการดิสเครดิตข้อมูลที่ ส.ส. พรรคประชาชนและผู้เปิดโปงเครือข่ายสแกมเมอร์นำเสนอวันที่ 6 ธันวาคม 2568 นางสาวรักชนก ศรีนอก ส.ส. พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กชื่อ รักชนก ศรีนอก – Rukchanok Srinork กล่าวถึงความพยายามในอดีตที่มีการดิสเครดิตข้อมูลที่ ส.ส. พรรคประชาชนและผู้เปิดโปงเครือข่ายสแกมเมอร์นำเสนอนางสาวรักชนกระบุว่า ข้อมูลที่นายรังสิมันต์ โรม นายวิโรจน์ ลักขณาอดิสร อาจารย์สฤณี และตนเองเปิดเผยนั้น ในที่สุดได้นำไปสู่การปราบปรามขบวนการสแกมเมอร์ทั้งระบบ รวมถึงการอายัดทรัพย์ครั้งใหญ่ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์และการเชื่อมโยงกันของผู้มีอำนาจในศูนย์กลาง และยืนยันว่าระบบอุปถัมภ์ในประเทศไทยคือการเกื้อกูลกันภายในกลุ่มอำนาจเหล่านั้นเธอยังกล่าวว่า ในฐานะฝ่ายค้าน สิ่งที่ทำได้เพียงคือการชี้เป้าและเปิดเผยให้สาธารณะเห็น จนเกิดการอายัดทรัพย์ แต่ได้ประกาศเจตนารมณ์ชัดเจนว่า หากในอนาคตพรรคได้เป็นรัฐบาล การล้างบางเพียงผิวเผินไม่เพียงพอ ต้องยึดทรัพย์และดำเนินคดีให้ถึงที่สุด พร้อมย้ำว่าจะไม่สนว่าผู้กระทำผิดมีอำนาจหรือมีความใหญ่โตมาจากไหนเรียบเรียงโดย มุมข่าว
-
“ไอซ์ รักชนก” ประกาศกร้าวถ้าได้เป็นรัฐบาล จะล้างบางทุนเทา ยึดทรัพย์จับติดคุกหัวโต
ภาพไฮไลต์"ไอซ์ รักชนก" ตัวตึงค่ายส้ม ประกาศลั่นถ้าได้เป็นรัฐบาล จะล้างบาง "ทุนเทา" ยึดทรัพย์ไม่พอต้องจับยัดคุกให้หัวโตด้วยวันที่ 6 ธันวาคม 2568 นางสาวรักชนก ศรีนอก สส. พรรคประชาชน ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก โดยระบุถึงความพยายามในอดีตที่จะดิสเครดิตข้อมูลที่ สส. พรรคประชาชนและผู้ที่ออกมาเปิดโปงเรื่องเครือข่ายสแกมเมอร์ได้นำเสนอไปโดยนางสาวรักชนกชี้ว่า ข้อมูลที่ถูกนำเสนอโดยนายรังสิมันต์ โรม นายวิโรจน์ ลักขณาอดิสร อาจารย์สฤณี และตนเองนั้น ท้ายที่สุดได้นำไปสู่การปราบปรามสแกมเมอร์ทั้งระบบ และการอายัดทรัพย์ครั้งใหญ่ สะท้อนให้เห็นว่าผู้ที่อยู่ในศูนย์กลางอำนาจต่างรู้จักกันหมด และระบบอุปถัมภ์ในประเทศไทยคือการช่วยเหลือเกื้อกูลกันในกลุ่มคนเหล่านี้สส.พรรคประชาชนยังกล่าวด้วยว่า ตอนนี้ในฐานะฝ่ายค้านทำได้เพียงแค่การชี้เป้าและประจานให้สาธารณะเห็น จนนำไปสู่การอายัดทรัพย์ แต่ได้ประกาศเจตนารมณ์ไว้อย่างชัดเจนว่า แต่วันนึงในอนาคตถ้าเราได้เป็นรัฐบาล ล้างบางเทานั้น ยึดทรัพย์ไม่พอ ต้องจับติดคุกหัวโตให้เป็นเยี่ยงอย่าง โดยไม่สนด้วยว่าใหญ่กันมาจากไหนอ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : "ไอซ์ รักชนก" ประกาศกร้าวถ้าได้เป็นรัฐบาล จะล้างบางทุนเทา ยึดทรัพย์จับติดคุกหัวโตข่าวที่เกี่ยวข้องเรตติ้งอนุทินลดฮวบ ศุภจีแรงแซงหน้าเกือบเท่าตัว สัญญาณเตือนพรรคสีน้ำเงินหลังน้ำท่วมนายกฯ ลงพื้นที่บุรีรัมย์ตรวจแผนพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง กำชับ ชรบ. อย่าประมาทแม้บรรยากาศดี"ภราดร" บี้ ก.ล.ต. เร่งสอบทุนเทา 2.6 หมื่นล้าน จี้รัฐบาลแจงทำไมยังไม่มีหมายจับ "เบน…
-
อดีต ส.ส.อนาวิล ขี่ซาเล้งฝ่าฝน สมัครชิง นายกอบต.คลองสาม พลิกคว่ำเจ็บ แต่ไปต่อ ได้เบอร์ 2
อดีต ส.ส.อนาวิล ขี่ซาเล้งลุยฝน สมัครชิงนายก อบต.คลองสาม พลิกคว่ำกลางทาง แต่ไม่ท้อ ไปสมัครต่อ ได้เบอร์ 2จากกรณี นายมาโนช สินธุจริวัตร ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลคลองสาม ปฏิบัติหน้าที่นายกองค์การบริหารส่วนตำบลคลองสาม ได้ประกาศรับสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลคลองสาม และนายกองค์การบริหารส่วนตำบลคลองสาม ระหว่างวันที่ 1-5 ธันวาคม 2568 (ไม่เว้นวันหยุดราชการ)เวลา 8.30 – 16.30 น. ณ สนามฟุตบอลหญ้าเทียม องค์การบริหารส่วนตำบลคลองสาม ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี นั้นเมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 5 ธันวาคม ที่ศูนย์ประสานงานการเลือกตั้ง นายอนาวิล รัตนสถาพร อดีต ส.ส.ปทุมธานี เขต 3 ว่าที่ผู้สมัครนายก อบต.คลองสาม นำทีมผู้สมัคร ส.อบต.คลองสาม ขี่รถซาเล้ง ไปทำการสมัคร นายก อบต.คลองสาม ในนาม “ทีมคลองสามก้าวใหม่” ซึ่งมีทีมงานและประชาชน…
-
‘ไอซ์ รักชนก’ บอกเหตุผลทำไมซีเกมส์ปังขนาดนี้!
‘ไอซ์ รักชนก‘บอกเหตุผลทำไมซีเกมส์ปังขนาดนี้! คำตอบง่ายๆ เปลี่ยนรัฐบาลอะไรๆ ก็เปลี่ยน เลือกใช้เจ้าประจำรู้งาน รสนิยมธีมงานตรงใจผู้มีอำนาจ สไตล์นักการเมือง‘ท้องถิ๊น ท้องถิ่น’ ชี้ประเทศไทยโชคดีได้เห็นฝีมือ‘พรรคกล้าธรรม’พร้อมเหน็บ ‘กกท.‘นิสัยเหมือนใครนะคุ้นๆ หลังขู่ฟ้องคนวิจารณ์จัดแข่งซีเกมส์เมื่อวันที่ 5 ธ.ค. น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.กทม.พรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊กภาพป้ายประชาสัมพันธ์งานกีฬาซีเกมส์ของ จ.นครปฐม ที่มีภาพ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรมว.เกษตรฯ และนายอรรถกร ศิริลัทธยากร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมข้อความ ระบุว่า คำถามว่าทำไม ซีเกมส์ ถึงออกมา ปัง ขนาดนี้ ?คำตอบง่าย ๆ ก็คือพอเปลี่ยนรัฐบาลแล้ว อะไร ๆ ก็เปลี่ยน เปลี่ยนนโยบาย เปลี่ยนคนทำงาน เปลี่ยนผู้รับเหมา แล้วก็ยังเปลี่ยน “สัดส่วนของส่วนต่าง” แกอย่าคิดมาก เราหมายถึงในเมื่องบมันน้อยก็เลยต้องประหยัดไง คุณภาพของต่างๆก็อาจจะต้องลดลงมา ให้มันสอดคล้องกับราคาที่เงินจ่ายไปจริงๆ ตั้งแต่ค่าป้ายต่างๆ ค่าซ้อม ค่าเบี้ยเลี้ยงนักกีฬา ค่าที่พัก ค่าบริหารจัดการ ค่าพิธีการ ค่านั้นค่านี่ต่าง…
-
ไทยตอกหน้าเขมร กลางวงประชุมเจนีวา ขอ ‘เลขาUN’ ตั้งผู้ตรวจสอบอิสระ พิสูจน์ทุ่นระเบิดชายแดน
6 ธ.ค.2568-เพจกระทรวงการต่างประเทศ Ministry of Foreign Affairs of the Kingdom of Thailand เผยแพร่ข้อมูลว่า เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2568 นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถ้อยแถลงในวาระการพิจารณาคำขอตามข้อ 8 ของอนุสัญญาออตตาวา ในการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาห้ามทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ครั้งที่ 22 ณ นครเจนีวารัฐมนตรีฯ ชี้แจงข้อเท็จจริงและจุดยืนของไทยเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย – กัมพูชา โดยย้ำว่าไทยมีความมุ่งมั่นในการปฏิบัติตามพันธกรณีภายใต้อนุสัญญาฯ มาตลอด และได้ใช้กลไกทวิภาคีทุกช่องทางด้วยความจริงใจเพื่อแก้ไขสถานการณ์ ไทยไม่ประสงค์ที่จะทำให้ประเด็นนี้กลายเป็นประเด็นทางการเมือง แต่การที่ทหารของไทยได้รับความสูญเสียและต้องทุพลภาพอย่างถาวรจากการใช้ทุ่นระเบิดของกัมพูชา ซึ่งเป็นการละเมิดข้อ 1 ของอนุสัญญาฯ อย่างชัดแจ้งนั้น จึงจำเป็นต้องกล่าวถ้อยแถลงนี้ในนามของประชาชนผู้ที่ต้องเผชิญกับการกระทำที่ไม่ควรเกิดขึ้น ไทยไม่มีทางเลือกและต้องสงวนสิทธิในการดำเนินการตามกลไกข้อ 8 วรรค 2 ของอนุสัญญาฯ เพื่อขอคำชี้แจงจากกัมพูชา แต่คำชี้แจงของกัมพูชากลับขัดแย้งกับหลักฐานที่ได้ผ่านการตรวจสอบแล้ว อีกทั้งยังมีการบิดเบือนข้อมูลอย่างต่อเนื่อง โดยรัฐมนตรีฯ ตั้งคำถามว่า หากรัฐภาคีสามารถวางทุ่นระเบิดใหม่แล้วเพียงปฏิเสธได้โดยไม่ต้องรับผลการกระทำใด ๆ จะเกิดอะไรขึ้น หากมีผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ในครั้งถัดไปรัฐมนตรีฯ เห็นว่า…
-
‘ยาช่วยย่อย’ กินมากไป อันตรายไม่รู้ตัว
ยาช่วยย่อยเป็นตัวช่วยบรรเทาอาการในระยะสั้นเท่านั้น การรับประทานยาเหล่านี้เป็นเวลานานโดยไม่ได้อยู่ในความดูแลของแพทย์ หรือไม่มีข้อบ่งใช้เรื้อรังที่จำเป็นต้องใช้ อาจเกิดผลเสียต่อระบบทางเดินอาหารอาการความอึดอัดหลังจากรับประทานอาหาร ไม่ว่าจะเป็นจุกเสียด แน่นท้อง ท้องอืด เหมือนอาหารไม่ย่อย มักพบได้บ่อยครั้ง หลายคนเลือกรับประทานยาช่วยย่อยอาหาร แก้ไขอาการให้คลี่คลาย แต่วิธีนี้อาจไม่ได้ช่วยให้ระบบย่อยอาหารดีขึ้นได้เสมอไป“คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล” มีคำแนะนำ และข้อควรระวังเกี่ยวกับการรับประทานยาช่วยย่อยอาหาร เพื่อไม่ให้ส่งผลเสียต่อร่างกายยาช่วยย่อย คืออะไรยาช่วยย่อย โดยทั่วไปหมายถึงยาที่มีฤทธิ์บรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ จุกเสียดแน่นท้อง โดยหากแบ่งตามการออกฤทธิ์ของยา สามารถแบ่งเป็นกลุ่มๆ ได้แก่ ยาเอนไซม์ ที่ประกอบไปด้วยเอนไซม์ช่วยย่อยสารอาหารส่วนเกิน, ยาลดกรดในกระเพาะอาหาร ที่ช่วยบรรเทาอาหารปวดเสียดท้องจากการหลั่งกรดในกระเพาะอาหารที่มากเกินไป หรือในคนที่มีแผลในกระเพาะอาหารและทนภาวะความเป็นกรดในกระเพาะอาหารที่มากเกินไปไม่ได้, ยาขับลมที่ออกฤทธิ์ช่วยลดแรงตึงผิวของฟองอากาศในกระเพาะอาหาร ทำให้ลมถูกขับออกมาทางปากและทำให้อาการแน่นท้องทุเลาลง และสุดท้ายคือกลุ่มยาสมุนไพร ซึ่งมักมีการออกฤทธิ์หลายกลไก ช่วยบรรเทาอาการท้องอืด แน่นท้อง ขึ้นกับชนิดของสมุนไพรยาในกลุ่มนี้เป็นตัวช่วยบรรเทาอาการในระยะสั้นเท่านั้น การรับประทานยาเหล่านี้เป็นเวลานานโดยไม่ได้อยู่ในความดูแลของแพทย์ หรือไม่มีข้อบ่งใช้เรื้อรังที่จำเป็นต้องใช้ อาจเกิดผลเสียต่อระบบทางเดินอาหาร สำหรับคนที่มีปัญหาเรื่องตับหรือไตทำงานผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนหาซื้อยามารับประทานเองประเภทของยาช่วยย่อยยาช่วยย่อยแบ่งได้เป็น 4 กลุ่มหลัก ๆ คือ1.กลุ่มเอนไซม์ช่วยย่อย (Digestive Enzymes) เป็นยาที่มีส่วนประกอบของเอนไซม์ที่ช่วยย่อยอาหารแต่ละประเภท เช่น-อะไมเลส (Amylase) ช่วยย่อยแป้งและคาร์โบไฮเดรต-โปรตีเอส (Protease) ช่วยย่อยโปรตีน-ไลเปส (Lipase) ช่วยย่อยไขมันยากลุ่มนี้มักใช้ในผู้ที่มีภาวะตับอ่อนทำงานลดลง หรือผู้สูงอายุที่ร่างกายผลิตเอนไซม์น้อยลง…
-
ย้อนเส้นทางพล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ จากอดีตผบ.ทบ. – สนช. – สว.ชุดพิเศษ สู่รองเลขาธิการพระราชวัง
พล.อ. อภิรัชต์ คงสมพงษ์ หรือ “บิ๊กแดง” ตกเป็นที่พูดถึงในหน้าสื่อจากการถ่ายภาพร่วมเฟรมกับเบน สมิธ หนึ่งในผู้ที่คณะกรรมการธุรกรรม สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ยึดและอายัดทรัพย์จากกรณีเครือข่ายสแกมเมอร์ โดยพล.อ.อภิรัชต์ แจงความสัมพันธ์ว่าไม่ได้สนิทสนม แต่รู้จักแบบ “ผิวเผิน”ภาพถ่ายดังกล่าว ถ่ายเมื่อปี 2557 ขณะนั้นพล.อ.อภิรัชต์รับราชการทหารอยู่ แต่เส้นทางชีวิตของ “บิ๊กแดง” ไม่ได้จบที่กองทัพบกเท่านั้น เขายังมีบทบาทเกี่ยวพันกับรัฐบาลคณะรัฐประหารปี 2557 เป็นสมาชิกสภาแต่งตั้ง ต่อเนื่องมาเป็นสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ชุดพิเศษโดยตำแหน่ง หลังเกษียณอายุราชการ ก็ได้รับบทบาทใหม่เป็นรองเลขาธิการราชวัง และรองผู้อำนวยการสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นองค์กรที่ทำงานเกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ลูกชายอดีตหัวหน้าคณะรัฐประหาร 2534พล.อ. อภิรัชต์ คงสมพงษ์ เกิดและเติบโตมาในครอบครัวของ “ทหาร” เป็นบุตรชายคนโตของพล.อ.สุนทร คงสมพงษ์ หรือ “บิ๊กจ๊อด” อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส.) และอดีตหัวหน้าคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.) ผู้นำรัฐประหารเมื่อ 23 กุมภาพันธ์ 2534 ยึดอำนาจจากรัฐบาลชาติชาย ชุณหะวัณ การรัฐประหารในครั้งนั้น รสช. อ้างเหตุผลผ่านแถลงการณ์ ฉบับที่ 1…