Category: การเมือง

  • ด่วน เจ๊ปอง อัญชะลี รอดคุก คดีพธม. บุก NBT น้องชายสนธิ ไม่รอด คุก 6 เดือน ไม่รอลงอาญา

    ศาลฎีกา นัดฟังคำพิพากษา คดีม็อบ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย บุกช่อง NBT คดีดำ อ.1033/2561 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 4 เป็นโจทก์ฟ้อง นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) เสียชีวิตแล้ว, น.ส.อัญชะลี ไพรีรัก, นายภูวดล ทรงประเสริฐ, นายยุทธิยง ลิ้มเลิศวาที แนวร่วม พธม. และ นายชิติพัทธ์ ลิ้มทองกุล น้องชายของนายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำ พธม.ทั้งหมดร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-5 ในความผิดฐานร่วมกันมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป อั้งยี่ ซ่องโจร เป็นหัวหน้าสั่งการ บุกรุกสถานที่ราชการทำให้เสียทรัพย์ เมื่อปี 2551 จำเลยกับพวกที่ศาลพิพากษาลงโทษไปแล้วได้ร่วมกันบุกยึดสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (เอ็นบีที) ในช่วงการชุมนุมของ พธม. เพื่อขับไล่รัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวชคดีนี้ทั้งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำคุกจำเลยคนละ 1 ปี โดยไม่รอลงอาญา จำเลยทั้ง 4 ยื่นฎีกา และได้รับการประกันตัวคนละ 2…

  • ตรวจสอบพบ: ภาพทักษิณ ตัดผมเกรียน-สักเต็มตัว สวมชุดผู้ต้องขัง แท้จริงสร้างจาก AI

    ภาพอดีตนายกรัฐมนตรี ภาพอดีตนายกรัฐมนตรี "ทักษิณ ชินวัตร" ตัดผมเกรียน มีรอยสัก และสวมชุดนักโทษ ตรวจสอบแล้วเป็นภาพปลอมที่สร้างจาก AI ขณะที่กรมราชทัณฑ์ยืนยัน ตามระเบียบไม่สามารถเผยแพร่ภาพผู้ต้องขังได้

  • กัมพูชาหนาวแน่! เปิดประวัติ พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ นั่ง รมช.กลาโหม คนใหม่

    กัมพูชาหนาวแน่! เปิดประวัติ พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ นั่ง รมช.กลาโหม คนใหม่จากกรณีการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี อนุทิน 1 ล่าสุดได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ หรือ บิ๊กดุลย์ อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 ขึ้นดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม อย่างเป็นทางการพลโท อดุลย์ ถือเป็นนายทหารนักรบแห่งอีสานใต้ เติบโตมาจากสายงานความมั่นคงในกองทัพภาคที่ 2 เป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 26 และนักเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้ารุ่นที่ 37 อีกทั้งยังได้รับรางวัลศิษย์เก่าดีเด่น เกียรติยศจักรดาว จากโรงเรียนเตรียมทหาร และเป็นเพื่อนร่วมรุ่นวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 61 กับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีเส้นทางในกองทัพบิ๊กดุลย์ เริ่มต้นจากการเป็นผู้บังคับหมวดทหารราบในพื้นที่ชายแดนด้านอีสานใต้ ก่อนก้าวขึ้นเป็นผู้บังคับกองร้อยและกองพันทหารราบในจังหวัดสุรินทร์และบุรีรัมย์ โดยมีบทบาทสำคัญในช่วง การสู้รบตามแนวชายแดนไทย – กัมพูชา ระหว่างปี 2551 – 2554 โดยเฉพาะการรบที่ปราสาทตาควายและปราสาทตาเมือน ซึ่งยืดเยื้อกว่า 12 วัน…

  • ศาลฎีกา ยกฟ้อง ‘เจ๊ปอง’ คดีม็อบพันธมิตรบุกเอ็นบีที คุก 6 เดือน น้องชายสนธิ

    19 กันยายน 2568 – ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 09.00 น.วันที่ 19 ก.ย.2568 ที่ห้องพิจารณา 608 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกาม็อบพธม. บุกช่องNBT คดีดำ อ.1033/2561ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 4 เป็นโจทก์ฟ้องนายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) เสียชีวิตแล้ว, น.ส. อัญชะลี ไพรีรัก, นายภูวดล ทรงประเสริฐ, นายยุทธิยง ลิ้มเลิศวาที แนวร่วม พธม. และนายชิติพัทธ์ ลิ้มทองกุล น้องชายของนายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำ พธม. ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-5 ในความผิดฐานร่วมกันมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปอั้งยี่ ซ่องโจร เป็นหัวหน้าสั่งการ บุกรุกสถานที่ราชการทำให้เสียทรัพย์กรณีเมื่อปี 2551 จำเลยกับพวกที่ศาลพิพากษาลงโทษไปแล้วได้ร่วมกันบุกยึดสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (เอ็นบีที) ในช่วงการชุมนุมของ พธม. เพื่อขับไล่รัฐบาลนายสมัคร…

  • ประวัติ “ศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์” อดีตอธิบดี ทบ.-สส.เพื่อไทย สู่ รมช.มหาดไทยป้ายแดง

    ภาพไฮไลต์“ศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์” ประวัติไม่ธรรมดา จากอดีตอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล สู่ สส.กาญจนบุรี พรรคเพื่อไทย สมัยแรก ก่อนทิ้งบ้านเก่าขึ้นแท่น รมช.มหาดไทยวันที่ 19 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ได้ฟอร์มทีมพรรคร่วมรัฐบาลเพื่อดำเนินนโยบายแก้ปัญหาต่างๆ ของประเทศ โดยมีคณะรัฐมนตรี หรือ ครม.อนุทิน 1 ซึ่งมาจากพรรคร่วม รวมถึงคนนอก เป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลเฉพาะกิจนี้ ภายใต้เงื่อนไขที่หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ร่วมลงนามกับหัวหน้าพรรคประชาชนภายใต้ข้อตกลง MOA จำนวน 5 ข้อ แต่ไม่เพียงแต่พรรคร่วมรัฐบาลยังมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จากพรรคเพื่อไทยบางส่วน เปิดตัวเข้าร่วมกับพรรคภูมิใจไทย หนึ่งในนั้นคือนายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ อดีต สส.กาญจนบุรี พรรคเพื่อไทย ที่ยื่นลาออกจากการเป็น สส. และมีความชัดเจนว่าจะมาเป็น ว่าที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยประวัติ “ศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์”สำหรับประวัติของ นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ เกิดวันที่ 19 พฤศจิกายน 2504…

  • ศาล ปค.สั่งห้ามแพร่ขั้นตอนภายในคดี ‘บิ๊กโจ๊ก’ ส่อละเมิดอำนาจศาล

    เมื่อวันที่ 18 ก.ย. 2568 สำนักงานศาลปกครอง เผยแพร่เอกสารข่าวชี้แจงข้อเท็จจริงในคดีหมายเลขดำที่ ฟ. 117/2567 ของศาลปกครองสูงสุด ตามที่ปรากฏข่าวในสื่อออนไลน์และสื่อต่าง ๆ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการพิจารณาคดีของศาลปกครองสูงสุด คดีหมายเลขดำที่ ฟ. 117/2567 ระหว่าง พลตำรวจเอก สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ฟ้องคดี สำนักงานตำรวจแห่งชาติกับพวก ผู้ถูกฟ้องคดี นั้นสำนักงานศาลปกครอง ขอชี้แจงว่าคดีดังกล่าว ผู้ฟ้องคดีได้ฟ้องขอให้ศาลเพิกถอนคำสั่ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่สั่งให้ผู้ฟ้องคดีออกจากราชการไว้ก่อนและได้มีคำขอให้ศาลมีคำสั่งทุเลาการบังคับตามคำสั่งทางปกครอง ซึ่งศาลปกครองสูงสุดโดยที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุดได้มีคำสั่งยกคำขอสำหรับการพิจารณาเนื้อหาแห่งคดี กรณีสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีคำสั่งให้ผู้ฟ้องคดีออกจากราชการไว้ก่อนนั้น อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครองสูงสุด ซึ่งเป็นอำนาจอิสระขององค์คณะที่จะพิจารณาพิพากษา แต่ทั้งนี้ ประธานศาลปกครองสูงสุดมีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายและระเบียบที่ต้องรับผิดชอบให้งานของศาลปกครองเป็นไปโดยเรียบร้อย ซึ่งรวมถึงการตรวจกลั่นกรองร่างคำพิพากษาหรือคำสั่ง จัดทำข้อสังเกตให้องค์คณะทบทวนร่างคำพิพากษาหรือคำสั่ง รวมทั้ง ให้คำปรึกษา แนะนำ กำกับดูแลและบริหารจัดการคดีคั่งค้างด้วยประธานศาลปกครองสูงสุดได้มีคำสั่งมอบอำนาจให้รองประธานศาลปกครองสูงสุดและประธานแผนกในศาลปกครองสูงสุดปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวแทนประธานศาลปกครองสูงสุดไว้เป็นการทั่วไปโดยไม่ได้กำหนดให้ตรวจกลั่นกรองคดีใดคดีหนึ่งเป็นการเฉพาะดังนั้น รองประธานศาลปกครองสูงสุดและประธานแผนกในศาลปกครองสูงสุดที่ได้รับมอบอำนาจ จึงมีอำนาจตรวจกลั่นกรองร่างคำพิพากษาหรือคำสั่ง จัดทำข้อสังเกตให้องค์คณะทบทวนร่างคำพิพากษาหรือคำสั่ง รวมทั้งให้คำปรึกษา แนะนำ กำกับดูแลและบริหารจัดการคดีคั่งค้างแทนประธานศาลปกครองสูงสุดได้ นอกจากนี้ หากเป็นคดีที่มีประเด็นเกี่ยวกับหลักกฎหมายที่สำคัญ คดีที่อาจมีผลเป็นการกลับหรือแก้ไขแนวคำวินิจฉัยเดิม คดีที่มีทุนทรัพย์สูง หรือคดีที่เป็นที่สนใจของประชาชนหรือสื่อมวลชน หรือคดีที่มีลักษณะสำคัญพิเศษหรือคดีที่องค์คณะพิจารณาทบทวนแล้วไม่เห็นด้วยกับข้อสังเกต ต้องเสนอให้ประธานศาลปกครองสูงสุดเป็นผู้พิจารณาทุกคดีส่วนกรณีคดีใดจะนำเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุดนั้น มาตรา 68 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง…

  • ศาลปกครองแจงขั้นตอนคดี“บิ๊กโจ๊ก”เตือนเผยแพร่ข้อมูลละเมิดศาล

    วันนี้ (18 ก.ย. 2568) สำนักงานศาลปกครองเผยแพร่เอกสารชี้แจงข้อเท็จจริง เกี่ยวกับการพิจารณาคดีหมายเลขดำที่ ฟ.117/2567 ของศาลปกครองสูงสุด ซึ่งมีพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือ “บิ๊กโจ๊ก” เป็นผู้ฟ้องคดีต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และพวก เพื่อเพิกถอนคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน พร้อมทั้งยื่นคำขอให้ศาลมีคำสั่งทุเลาการบังคับโดยที่ประชุมใหญ่ตุลาการศาลปกครองสูงสุด มีคำสั่ง “ยกคำขอทุเลา” ไปก่อน ขณะที่เนื้อหาคดียังอยู่ระหว่างการพิจารณาขององค์คณะศาลปกครองสูงสุด ซึ่งศาลย้ำว่าเป็น “อำนาจอิสระ” ของตุลาการในการวินิจฉัยสำนักงานศาลปกครอง ระบุเพิ่มเติมว่า ประธานศาลปกครองสูงสุด มีหน้าที่กำกับดูแลให้งานศาลดำเนินไปโดยเรียบร้อย รวมถึงอำนาจในการตรวจกลั่นกรองร่างคำพิพากษา จัดทำข้อสังเกตเพื่อให้องค์คณะพิจารณาทบทวน รวมถึงการให้คำปรึกษา และดูแลคดีคั่งค้างทั้งนี้ ประธานศาลปกครองสูงสุดได้มอบอำนาจทั่วไปให้รองประธานและประธานแผนกในศาลปกครองสูงสุด สามารถปฏิบัติหน้าที่แทนได้สำหรับคดีที่มีลักษณะพิเศษ เช่นเกี่ยวข้องกับหลักกฎหมายสำคัญอาจเปลี่ยนแปลงแนววินิจฉัยเดิมมีทุนทรัพย์สูงเป็นที่สนใจของสังคม/สื่อมวลชนหรือกรณีที่องค์คณะไม่เห็นด้วยกับข้อสังเกตของผู้ตรวจกลั่นกรองคดีเหล่านี้สามารถนำเสนอต่อประธานศาลปกครองสูงสุดเพื่อพิจารณาได้ โดยอำนาจสุดท้ายอยู่ที่ประธานศาล ว่าจะส่งเข้าพิจารณาในที่ประชุมใหญ่ตุลาการศาลปกครองสูงสุด ซึ่งประกอบด้วยตุลาการศาลปกครองสูงสุดทุกคนที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ศาลยังย้ำว่า ไม่ได้จำกัดว่าต้องเป็น “คดีที่องค์คณะเห็นต่างกับผู้กลั่นกรอง” เท่านั้นถึงจะเข้าที่ประชุมใหญ่ แต่ขึ้นกับดุลพินิจของประธานศาลปกครองสูงสุดตามกฎหมายพร้อมกันนี้ สำนักงานศาลปกครอง เตือนว่า คู่ความหรือบุคคลภายนอก ไม่สามารถนำขั้นตอนการพิจารณาภายในศาลมาเผยแพร่ต่อสาธารณะได้ เพราะอาจฝ่าฝืนกฎหมาย และเข้าลักษณะเป็นความผิดฐาน “ละเมิดอำนาจศาล”สำนักงานศาลปกครองขอประชาสัมพันธ์ข้อเท็จจริงดังกล่าวให้ทราบโดยทั่วกัน

  • ‘อนุทิน’ นำ ครม.ใหม่ ‘ถวายสัตย์ฯ’ 24 ก.ย. ก่อนแถลงนโยบาย ภายใน15วัน

    ผู้สื่อข่าวรายงานภายหลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ นำโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม โดยทาง ครม.ได้รับแจ้งถึงกำหนดการเข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน ในวันที่ 24 กันยายน 2568 นี้ เวลา 18.00 น. โดย ครม.ทั้งหมดจะเข้ามารวมกันที่ทำเนียบรัฐบาลก่อนเพื่อถ่ายรูปติดบัตรตั้งแต่ช่วงเวลาประมาณ 14.00 น. รวมถึงเตรียมความพร้อมต่างๆ เช่น การตรวจคัดกรองโควิด ด้วย ATK ก่อนเดินทางออกจากทำเนียบ เวลา 16.00 น. ทั้งนี้ เมื่อเสร็จสิ้นการเข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณ จะมีการประชุม ครม. นัดพิเศษทั้งนี้ จากเดิมมีกระแสข่าวว่าในวันที่ 25 กันยายน 2568 นี้ นายอนุทิน จะนำครม.ชุดใหม่ แถลงนโยบาย ต่อรัฐสภา ก่อนจะปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการนั้นล่าสุด นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า ยังต้องรอรัฐบาลพร้อม ซึ่งมีกรอบระยะเวลาอยู่แล้ว ว่าหลังถวายสัตย์…

  • ด่วน! “คุณหญิงกัลยา” ประกาศลาออกสมาชิก ปชป.

    ด่วน! "คุณหญิงกัลยา" ประกาศลาออกสมาชิก ปชป.วันที่ 19 ก.ย. 2568 คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช โพสต์ข้อความ ระบุว่า เรียน ผู้บริหารพรรคประชาธิปัตย์ เรื่อง ขอลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ข้าพเจ้า คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ขอเรียนแจ้งความประสงค์ในการลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปตลอดเวลาที่ผ่านมาในการที่ข้าพเจ้าได้เป็นส่วนหนึ่งของพรรคข้าพเจ้าได้รับเกียรติและประสบการณ์อันทรงคุณค่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการที่ข้าพเจ้าได้มีโอกาสร่วมผลักดันนโยบายด้านวิทยาศาสตร์ การศึกษา และการสร้างโอกาสให้เยาวชนประสบความสำเร็จ รวมถึงการขับเคลื่อนโครงการบริหารจัดการน้ำโดยชุมชนตามแนวพระราชดำริ เพื่อแก้จน แก้หลาก และแก้แล้ง อันช่วยให้พี่น้องเกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งล้วนเป็นประสบการณ์ที่ทรงคุณค่าอย่างยิ่งอย่างไรก็ตาม ข้าพเจ้ายังคงมีความเชื่อมั่นว่า “การศึกษา คือรากฐานสำคัญที่สุดในการพัฒนาคนและชาติ” จึงตั้งใจจะอุทิศเวลาและความรู้ ความสามารถทั้งหมดต่อจากนี้ เพื่อพัฒนาการศึกษาไทย สร้างโอกาสที่เท่าเทียม และขับเคลื่อนการเรียนรู้สู่ความยั่งยืนต่อไปขอขอบพระคุณพรรคประชาธิปัตย์ที่ได้มอบโอกาสและความไว้วางใจเสมอมา ข้าพเจ้าขอส่งความปรารถนาดีต่อพรรคประชาธิปัตย์ ให้ประสบความสำเร็จในภารกิจเพื่อประชาชนและประเทศชาติสืบไป

  • เริ่มแล้ว! กองทัพไทยติดตั้ง “รั้วอิเล็กทรอนิกส์” ยกระดับความมั่นคงชายแดนไทย-เขมร

    เริ่มแล้ว! กองทัพไทยเดินหน้ายกระดับความมั่นคง ติดตั้งรั้วอิเล็กทรอนิกส์ ในพื้นที่ชายแดนไทย-เขมรเมื่อวันที่ 19 ก.ย.68 กองทัพไทย ได้เริ่มโครงการติดตั้ง "รั้วอิเล็กทรอนิกส์" เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาความปลอดภัยและความมั่นคงตามแนวชายแดน โดย ได้มีการติดตั้งเสากล้องวงจรปิด (CCTV) ต้นแรกบริเวณหลักเขตชายแดนที่ 50 ด้านหลังด่านคลองลึก อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ซึ่งอยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของกองกำลังบูรพาสำหรับการติดตั้งเสา CCTV ต้นแรกนี้ประกอบด้วยกล้อง 3 ตัว ได้แก่ กล้องแบบ PTZ (Pan-Tilt-Zoom) 1 ตัว และกล้องแบบ Fix อีก 2 ตัว นอกจากนี้ยังมีการติดตั้งระบบไฟส่องสว่างและระบบโซลาร์เซลล์เพื่อรองรับการทำงานอย่างต่อเนื่อง และมีการติดตั้งการ์ดบันทึกข้อมูลขนาด 512GB ซึ่งสามารถบันทึกภาพได้นานถึง 30 วันในระหว่างการติดตั้ง กองร้อยทหารพรานที่ 12 ได้เข้าดำเนินการตัดต้นไม้ที่ขึ้นรกทึบในพื้นที่ตรงข้ามกำแพง เพื่อให้กล้องสามารถมองเห็นพื้นที่ได้อย่างชัดเจน และประสานงานกับหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 12 (นพค.12) ซึ่งมีแผนจะเข้าปรับปรุงพื้นที่ในลำดับต่อไปการติดตั้งเสา CCTV ต้นแรกนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของโครงการรั้วอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งจะช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถเฝ้าระวังและป้องกันภัยคุกคามต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และเสริมสร้างความมั่นคงให้กับประเทศในระยะยาว