Category: การเมือง
-
ด่วน! โปรดเกล้าฯ “ครม.อนุทิน 1” แล้ว ตามโผ “ธรรมนัส-วรภัค” นั่ง รมต.
วันที่ 19 กันยายน 2568 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระบรมราชโองการ แต่งตั้งรัฐมนตรี มีรายละเอียดดังนี้พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า ตามที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี ตามประกาศลงวันที่ 16 สิงหาคม พุทธศักราช 2568 แล้ว นั้นบัดนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เลือกสรรผู้ที่สมควรดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีเพื่อบริหารราชการแผ่นดินสืบต่อไปแล้ว อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 158 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งรัฐมนตรี ดังต่อไปนี้
-
โปรดเกล้าฯ ครม.อนุทิน 1 แล้ว นายกฯ นั่งควบมหาดไทย-เช็กชื่อ 36 รมต.
ภาพไฮไลต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ “อนุทิน” นั่งนายกฯ ควบมหาดไทย ด้าน “ธรรมนัส” ผงาดนั่งรองนายกฯ ควบกระทรวงเกษตรฯวันที่ 19 กันยายน 2568 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ความว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า ตามที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี ตามประกาศลงวันที่ 7 กันยายน พุทธศักราช 2568 แล้วนั้นบัดนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เลือกสรรผู้ที่สมควรดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี เพื่อบริหารราชการแผ่นดินสืบต่อไปแล้ว อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 158 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งรัฐมนตรี ดังต่อไปนี้นายโสภณ ซารัมย์ เป็นรองนายกรัฐมนตรีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ เป็นรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นรองนายกรัฐมนตรีด้านกฎหมายนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส เป็นรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นายสุชาติ…
-
กลุ่มไลน์ข้าราชการมหาดไทยวิจารณ์แต่งตั้งรองผู้ว่าฯ “ฟาสแทรค”
การแต่งตั้งรองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรีแบบ “ฟาสแทรค” โดยปลัดกระทรวงมหาดไทย กำลังกลายเป็นประเด็นร้อนในแวดวงราชการและการเมือง เมื่อมีรายงานว่าเป็นการแต่งตั้งอย่าง “ลับสุดยอด” ไม่เปิดเผยต่อสังคม ขัดกับมารยาทและขั้นตอนปกติของการแต่งตั้งโยกย้ายประจำปี ซึ่งอยู่ระหว่างการรวบรวมรายชื่อผู้มีคุณสมบัติครบเพื่อเข้าสู่การพิจารณากรณีดังกล่าวถูกตั้งคำถามในกลุ่มไลน์ข้าราชการมหาดไทย โดยมีข้อความในนาม “ผู้เสียสิทธิ์ในการดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัด” สอบถามถึงความถูกต้องและเหมาะสมตามระเบียบกฎหมาย พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า การแต่งตั้งเฉพาะรายนี้ส่งผลให้ตำแหน่งว่างลดลง ลิดรอนโอกาสของข้าราชการคนอื่นผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งนั้นเป็นผู้ตรวจราชการกรม สังกัดกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) และอยู่ในบัญชีรายชื่อที่กำลังจะเข้าสู่กระบวนการคัดเลือกตามปกติ ข้อมูลยังชี้ว่า บุคคลดังกล่าวเคยทำงานใกล้ชิดนายอนุทิน ชาญวีรกูล ว่าที่ รมว.มหาดไทย โดยเป็นหนึ่งในทีม “หน้าห้อง” และมีบทบาทจัดหาข้อมูลด้านปัญหาที่ดิน เช่น คดีเขากระโดง และการสร้างรันเวย์สนามบินขนงพระ อีกทั้งจังหวัดสระบุรียังเป็นฐานเสียงสำคัญของพรรคการเมืองใหญ่ข้าราชการระดับสูงบางรายที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเมืองยอมรับว่า การแต่งตั้งลักษณะนี้ผิดมารยาท เพราะโดยธรรมเนียมควรทำเป็นรอบใหญ่ ไม่ใช่แต่งตั้งเฉพาะราย ซึ่งอาจสร้างภาพลักษณ์ไม่ดีต่อระบบราชการและเพิ่มแรงกดดันต่อกระทรวงมหาดไทย ที่อยู่ในสายตาสังคมและการเมืองอย่างเข้มข้น
-
ณัฐวุฒิ ชี้ดีลการเมือง “ส้ม-น้ำเงิน” ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่คือ “พิธีกรรม” ที่จบกันไปนานแล้ว
“ณัฐวุฒิ“ฟันเปรี้ยงดีลจัดตั้งรัฐบาลไม่ใช่เพิ่งคุยกัน แต่เป็นการวางแผนไว้ล่วงหน้า พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าพรรคภูมิใจไทยไม่ได้สนใจ MOA ตามที่อ้างไว้แต่แรก และมีแนวโน้มเดินหน้าสะสมกำลังและจัดตั้งรัฐมนตรีตามเป้าหมายของตัวเอง โดยไม่สนเสียงทักท้วงจากพรรคประชาชนวันที่ 18 ก.ย.68 นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ สมาชิกพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความระบุว่า”ถ้าใครเลือกจะเชื่อว่า ดีลการเมืองที่พรรคสีส้มแบกพรรคสีน้ําเงินตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย คือดีลบนโต๊ะ เขาเพิ่งคุยกันเย็นวันที่ 29 สิงหาคม หลังนายกอิ๊งค์พ้นจากตําแหน่ง ก็เอาที่สบายใจนะครับแต่ผมแน่ใจว่า นี่คือข้อตกลงที่จบกันไปตั้งนาน เขาดีลกันไปแล้ว ที่เหลือเป็นเรื่องพิธีกรรมย้อนความอย่างที่ผมพูดไว้หลายที่ วันที่ 2 กรกฎาคม หัวหน้าเท้งไปออกรายการกรรมกรข่าวของคุณสรยุทธ พูดฟังได้เลยว่าจะโหวตคุณอนุทิน 3 กรกฎาคม ผมโพสต์เฟซบุ๊กชี้ให้เห็นภาพนี้ที่น่าสนใจก็คือ วันรุ่งขึ้น คุณศักดา วิเชียรศิลป์ อดีต สส.พรรคเพื่อไทย ซึ่งไปยกมือให้คุณอนุทิน แล้วภายหลังลาออกเพื่อเตรียมรับตําแหน่งรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดใหม่ เอาลูกสาวตัวเองไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย ตั้งแต่วันที่ 4 กรกฎาคมทําไมต้องไปสมัครตอนนั้น ทั้งๆ ที่คุณศักดา เวลานั้นยังอยู่พรรคเพื่อไทย นั่นเพราะว่ากฎหมายเขียนไว้ว่า หากมีการเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขต ผู้สมัครจะต้องเป็นสมาชิกพรรคการเมืองต้นสังกัด ไม่ต่ํากว่า 90 วันถ้ารอจนนายกอิ๊งค์พ้นตําแหน่งแล้วค่อยสมัคร มันจะไม่ทัน คุณศักดาก็เลยเอาลูกสาวไปสมัครไว้ก่อนร่วม 2…
-
จับตา! “พีระพันธุ์” แถลงด่วน ทุ่มตรงวันนี้ เปิดทางแยก “รวมไทยสร้างชาติ” ไปต่อหรือพอแค่นี้?
”พีระพันธ์ุ“ หน.พรรครวมไทยสร้างชาติ นัดแถลงเปิดใจ 19.00 น.วันนี้ ถึงสถานการณ์พรรคแตก ว่าพรรคจะไปต่อหรือพอแค่นี้วันนี้ (18 ก.ย.68) เพจเฟซบุ๊ค พรรครวมไทยสร้างชาติ ได้โพสต์ข้อความ และโปสเตอร์ แจ้งว่าวันนี้ายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ จะมีการเปิดใจตอบทุกคำถาม ในประเด็นพรรคแตกจริงหรือไม่ ไปต่อหรือพอแค่นี้ โดยจะมีการไลฟ์ผ่านเพจเฟซบุ๊คในเวลา 19:00 น. เป็นต้นไปผู้สื่อข่าวรายงานว่าเป็นการเปิดใจครั้งแรกของนายพีระพันธ์ุ หลังจากที่คนในพรรคทยอยออก ล่าสุดนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติที่ยื่นลาออกจากตำแหน่งเลขาพรรคแล้ว รวมถึงกลุ่มการเมืองของลูกหมี -นายจุมพล จุลใส ทีมเปิดตัว ร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทยเมื่อวานนี้
-
อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกาไขข้อข้องใจทำไมศาล รธน.ตีตกคำร้องปม ‘อนุทิน’
18 ก.ย.2568 – นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา และอดีตประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ “เหตุที่ศาลรัฐธรรมนูญตีตกคำร้องกรณีกล่าวหาอนุทินยึดถนนหลวงเป็นรันเวย์เครื่องบิน” ระบุว่าเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2568 ปรากฏจากข่าวสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญว่า ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ไม่รับคำร้องไว้พิจารณาในคดีที่นายนิยม นพรัตน์ ผู้ร้อง ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัย โดยกล่าวอ้างว่า เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล (ผู้ถูกร้อง) ขณะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ใช้อำนาจหน้าที่ขออนุญาตใช้ถนนสาธารณะเป็นทางขึ้นลงสำหรับอากาศยานเพื่อกิจกรรมทางธุรกิจของบริษัทเอกชน เป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธธรรมอย่างร้ายแรง ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ โดยขอให้สมาชิกภาพของ สส. และความเป็นรัฐมนตรีของนายอนุทินสิ้นสุดลง และเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของนายอนุทินศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่า ข้อเท็จจริงตามคำร้องและเอกสารประกอบ ไม่ปรากฏว่าผู้ร้องได้ยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินเสียก่อน ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 46 วรรคหนึ่ง ผู้ร้องจึงไม่อาจยื่นคำร้องดังกล่าวได้ผู้เขียนพิจารณาแล้ว มีข้อมูลและความเห็นดังนี้1.คดีที่ผู้ถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญคุ้มครองไว้ร้องขอว่าการกระทำนั้นขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ ศาลรัฐธรรมนูญมีหน้าที่และอำนาจพิจารณาวินิจฉัย (มาตรา 7 (11) ของ พ.ร.ป. วิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ 2561)2.บุคคลซึ่งถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพโดยตรง…
-
“รังสิมันต์” เบรคเขมร กลางเวที AIPA คุยเปิดด่านชายแดน
"รังสิมันต์" เบรคเขมร กลางเวที AIPA คุยเปิดด่านชายแดน ชี้ เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ควรแก้ผ่านกลไกทวิภาคี IOT-GBC มากกว่าเวทีพหุภาคีนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะผู้แทนรัฐสภาไทย ในการประชุมคณะกรรมการบริหารสมัชชารัฐสภาอาเซียน (AIPA) ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย โดยกล่าวถึงข้อเสนอของกัมพูชาที่หยิบยกประเด็น “การเปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา” ขึ้นเป็นวาระเร่งด่วนช่วงท้ายของการประชุมว่า เป็นการนำเรื่องที่ควรแก้ไขผ่านกลไกทวิภาคีมาพิจารณาในเวทีพหุภาคี ซึ่งอาจก่อให้เกิดความอ่อนไหวและถูกตีความเป็นการเมืองระหว่างประเทศได้นายรังสิมันต์ ระบุว่า เดิมทีข้อเรียกร้องของกัมพูชามี 2 เรื่อง คือ 1) กรณีทหารกัมพูชาที่ถูกควบคุมตัวระหว่างเหตุปะทะ และ 2) การเปิดด่านชายแดน แต่กลับถูกหยิบยกใน AIPA เพียงข้อเสนอเดียวเรื่อง “การเปิดด่านชายแดน” ทั้งที่กระบวนการของคณะผู้สังเกตการณ์ชั่วคราว (IOT) ได้ดำเนินไปอย่างราบรื่นแล้ว และยังมีเวทีคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) อยู่แล้วในการเจรจาแก้ปัญหาโดยตรงระหว่างสองประเทศนายรังสิมันต์ ย้ำว่า การยกปัญหาขึ้นใน AIPA จะทำให้ซับซ้อนยิ่งขึ้น และเสี่ยงถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองมากกว่าการหาทางออกที่แท้จริง พร้อมทั้งระบุว่า หากกัมพูชาต้องการให้การเปิดด่านชายแดนเดินหน้าได้ จำเป็นต้องดำเนินการ 3 เรื่องสำคัญก่อน คือ…
-
‘ส้ม’ เลี่ยงเผชิญนิติสงคราม แนวรบใหม่ ส่ง ‘3 แคนดิเดตนายกฯ’
กำลังเป็น “ตำบลกระสุนตก” สำหรับ “ก๊กส้ม” พลันที่ตัดสินใจโหวตหนุนพรรคภูมิใจไทย ผลักดัน “อนุทิน ชาญวีรกูล” หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ถึงฝั่งฝันเป็นนายกฯ คนที่ 32 ได้สำเร็จ และมีการทูลเกล้าฯ 36 รายชื่อ “ครม.หนู 1” ไปแล้วเมื่อ 16 ก.ย.68ที่ผ่านมาการตัดสินใจของ “ก๊กส้ม” ครั้งนี้ สร้างแรงสะเทือนไม่น้อยทั้งจาก “ภายใน” และ “ภายนอก” กล่าวคือ เสียงวิพากษ์วิจารณ์จากบรรดา “ด้อมส้ม” ประเภท “ซ้ายจัด” ที่มองว่าการโหวตอุ้ม “ก๊กน้ำเงิน” เถลิงอำนาจครั้งนี้ “ได้ไม่คุ้มเสีย”เนื่องจาก “แดง-น้ำเงิน” ไม่สามารถไว้วางใจได้ และวิกฤติการเมืองที่เกิดขึ้น เป็นผลพวงจากการรบกันระหว่าง “แดง-น้ำเงิน” ไม่เกี่ยวกับ “ส้ม” ดังนั้นควรสงวนท่าที และต้องยึดหลักการ “ยุบสภาฯ” เพียงอย่างเดียวด้าน “ด้อมส้มซ้ายกลาง” ยังเห็นดีเห็นงามกับพรรค โดยเห็นว่า การตัดสินใจครั้งนี้ เพื่อ “ผ่าทางตัน” ป้องกันไม่ให้โหวต “นายกฯ…
-
ป.ป.ช. รวบคาสนามบิน สาวจ่ายเงินให้นายก อบต.แลกขึ้นบัญชีสอบบรรจุเป็นพนักงานส่วนตำบล
ป.ป.ช. รวบคาสนามบิน สาวจ่ายเงินให้นายก อบต.แลกมีชื่อขึ้นบัญชีสอบบรรจุเป็นพนักงานส่วนตำบลเมื่อวันที่ 18 ก.ย. สำนักกิจการและคดีทุจริตระหว่างประเทศ และสำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามมการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จับกุมตัว น.ส.สุมาลา ปินะเต เมื่อวันที่ 17 ก.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดกรณีมีส่วนร่วมในการจ่ายเงินเพื่อให้ได้รับการขึ้นบัญชีในการสอบบรรจุเป็นพนักงานส่วนตำบล องค์การบริหารส่วนตำบลดงดวน อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม โดยเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 4 ที่ จ.46/2565 ลงวันที่ 26 ต.ค. 2565โดย น.ส.สุมาลา ได้เดินทางหลบหนีไปยังสาธารณรัฐเกาหลี สำนักงาน ป.ป.ช. จึงมีคำร้องขอความร่วมมือระหว่างประเทศในเรื่องทางอาญาผ่านอัยการสูงสุดไปยังทางการสาธารณรัฐเกาหลี และได้รับการยืนยันข้อมูลว่า น.ส.สุมาลา พำนักอาศัยอยู่ในสาธารณรัฐเกาหลีอย่างผิดกฎหมาย ซึ่งจากการสืบสวนต่อเนื่องทราบว่า น.ส.สุมาลา มีถิ่นอาศัยซึ่งระบุได้โดยชัดเจนในสาธารณรัฐเกาหลี จนนำไปสู่การประสานสำนักงานกลางแห่งชาติตำรวจสากลกรุงเทพฯ เพื่อร่วมมือในการติดตามจับกุมผู้ถูกกล่าวหาและส่งตัวกลับเข้ามาในราชอาณาจักรไทยในการนี้ น.ส.สุมาลา ได้ถูกผลักดันส่งตัวกลับประเทศไทย และเดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ ในวันที่ 17 ก.ย. 2568 เวลาประมาณ 21.45 น.…
-
ลุ้น “อภิสิทธ์”หวนนั่ง หัวหน้าพรรค ปชป. กระแรงทาบ”กร – มาดามแป้ง”รับตำแหน่ง เลขาฯ
(18ก.ย.68) นายประกอบ รัตนพันธ์ กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยก่อนเริ่มการประชุม เพื่อกำหนดวันเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่ เกี่ยวกับกรณีที่มีกระแสข่าวปรากฏชื่อ นายอภิสิทธ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ , นายกรณ์ จาติกวณิช อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ , น.ส.นวลพรรณ ล่ำซำ หรือ มาดามแป้ง นักธุรกิจและนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ถูกทาบทามให้มาทำงานการเมืองฟื้นฟูพรรคประชาธิปัตย์ ว่า ในส่วนของ นายอภิสิทธิ์นั้น มีเสียงเรียกร้องจากประชาชนมานานแล้ว เพราะถือว่าเป็นหัวหน้าที่มีอุดมการณ์ชัดเจน แม้แต่ผู้หลักผู้ใหญ่ในพรรคประชาธิปัตย์ก็ยังเห็นชอบว่า นายอภิสิทธิ์ นั้นมีความเหมาะสมที่จะมากอบกู้พรรคในยามพรรคค่อนข้างตกต่ำ แต่ตอนนี้ยังไม่มีใครรับปาก และสมาชิกพรรคอยู่ระหว่างการสรรหาบุคคลที่ที่มีความเหมาะสม ซึ่งอยู่มีหลายคนหากนายอภิสิทธิ์กลับมาเป็นหัวหน้าพรรค และมีนายกรณ์ หรือ มาดามแป้ง เป็นเลขาธิการพรรค จะเสริมความแข็งแกร่งให้พรรคประชาธิปัตย์อย่างไรนั้น นายประกอบ บอกว่า ก็เป็นไปได้ทั้งหมด แต่ขณะนี้ความชัดเจนยังไม่มี เพราะเป็นช่วงทาบทามกันว่าใครมีความเหมาะสม โดยผู้ที่ไปทาบทาม นายอภิสิทธิ์ ก็มีอยู่หลายคน ส่วนใหญ่เป็นสมาชิกรุ่นเก่าที่เคยทำงานกับนายอภิสิทธิ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนายชวน หลีกภัย อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ก็เคยปรารภอยู่ตลอดเวลา ว่า ในยามนี้นายอภิสิทธิ์ เหมาะสมที่จะมาเป็นผู้นำพรรคข่าวเวิร์คพอยท์23