Category: การเมือง
-
ถอดรหัส ‘ถอนฟ้อง’ ในคดี อดีตประธานป.ป.ช. เมื่อสิทธิของโจทก์ ต้องเผชิญกับประโยชน์สาธารณะ
วัส ติงสมิตร1 มิ.ย.2569-นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ และอดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฏีกา โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง ถอดรหัส “การถอนฟ้อง” ในคดีอดีตประธาน ป.ป.ช. : เมื่อสิทธิของโจทก์ต้องเผชิญกับประโยชน์สาธารณะ เนื้อหาระบุว่า หน้าประวัติศาสตร์กฎหมายและการเมืองไทยต้องจารึกไว้อีกครั้ง! เมื่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 ได้มีคำพิพากษาครั้งสำคัญ สั่งจำคุก พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ อดีตประธาน ป.ป.ช. และ น.ส.สุภา ปิยะจิตติ อดีตกรรมการ ป.ป.ช. คนละ 3 ปี โดยไม่รอลงอาญา ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 กรณีไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ให้เปิดเผยข้อมูลเอกสารในคดี "นาฬิกาหรู" ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณแต่ทว่า… นอกเหนือจากผลการตัดสินที่ทำเอาสปอตไลต์ทุกดวงจับจ้องแล้ว เบื้องหลังกระบวนการพิจารณาคดีกลับมีเงื่อนงำและปมดราม่าทางกฎหมายที่น่าคิดตามอย่างยิ่ง นั่นคือกรณีที่ คุณวีระ สมความคิด ในฐานะโจทก์ ได้ยื่นคำร้องขอ "ถอนฟ้อง" จำเลยบางรายในวินาทีท้าย ๆเกิดอะไรขึ้นในห้องพิจารณาคดี? ทำไมจำเลยบางคนถอนฟ้องได้ แต่บางคนศาลกลับเบรกเอี๊ยด! วันนี้เราจะพาไปแกะรอยและถอดรหัสข้อกฎหมายในเรื่องนี้กันครับเปิดข้อกฎหมาย: "สิทธิถอนฟ้อง" ตาม…
-
‘ศิริกัญญา’ จับโป๊ะ! รบ.ใช้เงินกู้เยียวยา-แอบสอดไส้โปะเงินกองทุนประชารัฐ 1.8 หมื่นลบ.
‘ศิริกัญญา’ จับโป๊ะ! รัฐบาลใช้เงินกู้เยียวยา-แอบสอดไส้โปะเงินกองทุนประชารัฐ 1.8 หมื่นล้านบาทเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีการกู้เงินของรัฐบาลเพื่อใช้ในโครงการสนับสนุนและช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยนั้น น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ออกมาเพสข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก Sirikanya Tansakun – ศิริกัญญา ตันสกุล โดยระบุข้อความว่า “จับโป๊ะ! รัฐบาลเอาเงินกู้สำหรับเยียวยามาใช้กับงบประจำ แอบสอดไส้โปะเงินกองทุนประชารัฐ 18,800 ล้านบาท ที่ควรเป็นงบประมาณตามปกติ”ขณะเดียวกัน ได้แสดงความคิดเห็นใต้โพสเพิ่มเติมพร้อมแนบภาพประกอบระบุว่าข้อมูลตามมติครม. ตามภาพโครงการแรกนี้ เป็นสวัสดิการที่ผู้ถือบัตรสวัสดิการต้องได้รับตามปกติอยู่แล้ว (เงินช่วยเหลือ 300 บาท, ค่าสาธารณูปโภค, ค่าเดินทาง, ฯลฯ) ซึ่งต้องได้รับจากงบประมาณประจำปี ไม่เกี่ยวกับการเยียวยาในช่วงวิกฤตพลังงานแต่อย่างใด เนื่องจากรัฐบาลตั้งงบเอาไว้ต่ำกว่าที่ต้องใช้จริง เลยไม่มีเงินพอมาจ่ายสวัสดิการ (ใช้ 50,000 ล้านบาท ตั้งงบไว้เพียง 30,000 ล้านบาท ในปีงบ 69) นับว่ารัฐบาลกล้ามาก! ที่จะนำเงินกู้เพื่อเยียวยาผลกระทบจากวิฤตพลังงานในวงเงิน 200,000 ล้านบาทมาใช้เพื่อจ่ายรายจ่ายประจำ ที่ควรใช้เงินจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีตามปกติ ถือว่าผิดจากวัตถุประสงค์ไปไกล สรุปว่าเงินกู้ก้อนนี้ นำมาแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน…
-
อนุทิน ปัดตอบปม ศิริกัญญา จับโป๊ะรัฐบาลสอดไส้ใช้เงินกู้กับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
อนุทิน ปัดตอบปม ศิริกัญญา จับโป๊ะรัฐบาลสอดไส้ใช้เงินกู้กับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอนุทิน ปัดตอบปม ศิริกัญญา จับโป๊ะรัฐบาลสอดไส้ใช้เงินกู้กับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เผยภาพรวมประชุม สมช. โอเคทุกอย่างเมื่อเวลา 16.20 น. วันที่ 20 พ.ค.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เดินทางออกจากที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ก่อนเวลา โดยให้นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ต่างประเทศ ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุมต่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน ระบุรัฐบาลสอดไส้ใช้เงินกู้กับโครงการประจำบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ นายกฯ กล่าวเพียงว่า ให้ไปถามนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลังเมื่อถามถึงภาพรวมการประชุม สมช.เป็นไปด้วยดีใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ดีมาก โอเคทุกอย่างอ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อนุทิน ปัดตอบปม ศิริกัญญา จับโป๊ะรัฐบาลสอดไส้ใช้เงินกู้กับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่- Website : https://www.khaosod.co.th
-
ด่วน! สั่งเด้งฟ้าผ่า 5 บิ๊กปกครองภูเก็ต หลังเจอร้องเรียนหนัก
วันที่ 20 พฤษภาคม 2569 นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ลงนามในคำสั่งกรมการปกครอง ที่ 1512/2569 เรื่องให้ข้าราชการช่วยราชการ โดยให้มีผลตามคำสั่งตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ลงนามในคำสั่งกรมการปกครอง ที่ 1512/2569 เรื่องให้ข้าราชการช่วยราชการ โดยให้มีผลตามคำสั่งตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป คำสั่งดังกล่าวระบุว่า ด้วยปรากฏข้อมูลข่าวสารผ่านสื่อสังคมออนไลน์ กรณีการร้องเรียนของประชาชนและตัวแทนผู้ประกอบการสถานบันเทิงในพื้นที่ จ.ภูเก็ต ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของกระทรวงมหาดไทยและกรมการปกครอง รวมถึงความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อหน่วยงานราชการเพื่อประโยชน์ของทางราชการ และเพื่อให้กระบวนการสืบสวนข้อเท็จจริงเป็นไปโดยรวดเร็ว สร้างความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย และลดผลกระทบจากสถานการณ์ในพื้นที่ อาศัยอำนาจตามมาตรา 32 แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 และที่แก้ไขเพิ่มเติม จึงมีคำสั่งให้ข้าราชการช่วยราชการที่กรมการปกครองเป็นการประจำ จำนวน 5 ราย ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม – 24 มิถุนายน 2569 ดังนี้1. นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ปลัดจังหวัดภูเก็ต ให้ช่วยราชการที่วิทยาลัยการปกครอง กรมการปกครอง…
-
“สมชัย” ลบโพสต์แล้ว! หลังถูกเตือนส่อเข้าข่ายละเมิดอำนาจศาล ปมคำถาม”บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง”
">"สมชัย" ลบโพสต์แล้ว! หลังถูกเตือนส่อเข้าข่ายละเมิดอำนาจศาล ปมคำถาม"บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง"เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีหนังสือแจ้งเตือนไปยัง นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต.และ นายธนารัตน์ กัววัฒนาพันธุ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านไอที กรณีโพสต์ประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญกำหนดให้ผู้ร้องเรียนในคดีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งได้จัดทำคำชี้แจงยื่นมายังศาลรัฐธรรมนูญนั้น (ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ศาล รธน.เตือน สมชัย-ธนารัตน์ ระวังโพสต์ประเด็นไต่สวนปมบาร์โค้ด ส่อเข้าข่ายละเมิดอำนาจศาล)ล่าสุด เพจเฟซบุ๊ก "ปั่นไปไหน – สมชัย ศรีสุทธิยากร" ของนายสมชัย ก็ได้โพสต์ภาพเอกสารข่าวดังกล่าวของสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ พร้อมระบุข้อความว่า "รับทราบ รับปฏิบัติครับ ได้แก้ไข โดยลบโพสต์ในอดีตทั้งหมดเป็นที่เรียบร้อย โปรดงดวิพากษ์วิจารณ์ใดๆ ในคอมเมนท์ด้วย"
-
ธาตุแท้พรรคส้ม
กรรมเป็นเครื่องชี้เจตนา…วานซืน (๑๙ พฤษภาคม) มีข่าวอยู่ชิ้นหนึ่ง ว่าไปแล้วไม่ใช่ข่าวที่มียอดไลก์ยอดแชร์อะไรมากมายนัก แต่เป็นเรื่องของการแก้ไขปัญหาประเทศข่าวพาดหัวว่า…"…คณะองคมนตรี ให้คำแนะนำ-ข้อห่วงใย รับมือภัยแล้งปี ๖๙ บรรเทาความเดือดร้อนประชาชน กำชับดูแลกลุ่มเปราะบาง-เยียวยาผลกระทบพื้นที่ชายแดนภาคใต้ นายกฯ พร้อมน้อมนำพระราชกระแสรับสั่งในหลวง เป็นแนวทางปฏิบัติ…"ข่าวชิ้นนี้มีขึ้นที่ห้องประชุม ๑ อาคาร ๓ ชั้น ๕ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยคณะองคมนตรี ประกอบด้วยนายพลากร สุวรรณรัฐพลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุขพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชาพลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณพลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายาพลเรือเอก พงษ์เทพ หนูเทพพลเอก เฉลิมชัย สิทธิสาทพลอากาศเอก จอม รุ่งสว่างและนายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิเนื้อข่าวระบุว่าองคมนตรีร่วมสังเกตการณ์ ให้คำแนะนำ และข้อห่วงใย ในการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์และเตรียมการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ปี ๒๕๖๙ ที่มี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมเป็นการประชุมผ่านระบบ Video Conference ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดในการนี้ คณะองคมนตรีได้ให้คำแนะนำและข้อห่วงใยในการบริหารจัดการน้ำและแก้ไขปัญหาภัยแล้งอย่างยั่งยืน โดยเน้นย้ำการน้อมนำแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร…
-
‘สนธิญาณ’ ออกโรงสยบดรามาองคมนตรีประชุมร่วมกับนายกฯ บอกดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2562
21 พ.ค.2569 – นายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม สื่อมวลชนและพิธีกรข่าวชื่อดัง โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ปกติผมไม่ค่อยได้ออกความเห็นในเรื่องข่าวสารผ่าน Facebook โดยเฉพาะข่าวลึกๆลับๆ ซึ่งในแต่ละวัน มักจะมีข่าว ผ่านหูผ่านตาผม อยู่เสมอไม่ออกความเห็นเพราะเห็นว่าข่าวส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นประโยชน์ต่อประชาชน แต่เมื่อเห็นข่าวคณะองคมนตรีประชุมร่วมกับนายกฯ ล่าสุดคือเหตุการณ์เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 69 ณ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.)แล้วมีการตีความข่าวดังกล่าวให้เกิดความเสียหายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ พวกที่ไม่ชอบรัฐบาลก็บอกว่าเป็นสัญญาณแรง ที่สถาบันฯส่งถึงรัฐบาล พวกที่เชียร์รัฐบาลก็บอกว่านี่คือรูปแบบที่สถาบันฯ สนับสนุนรัฐบาล พวกส้ม บอกว่าสถาบันฯแทรกแซงการเมือง ว่ามุมไหนสถาบันฯข้อเสียหายทั้งสิ้น ทั้งๆที่โดยข้อเท็จจริงแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเรื่องที่พระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นห่วง ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนคนไทยทันทีที่เห็นข่าวนี้แล้วรู้สึกไม่สบายใจเลยได้กราบเรียนถาม ข้อเท็จจริงจาก“ท่านองคมนตรี”ที่อยู่ในที่ประชุมวันนั้นด้วยได้ความว่าการทำงานระหว่างคณะองคมนตรี กับรัฐบาล ในเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนนั้น ได้เริ่มอย่างเป็นรูปธรรมมาตั้งแต่เมื่อปี 62 โดยพระบาทสมเด็จเจ้าอยู่หัวได้เชิญพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี และพลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้เข้าเฝ้าพร้อมคณะองคมนตรี ที่รับผิดชอบดูแลความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ผ่านมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งมูลนิธิดังกล่าวนี้ก่อตั้งขึ้นมา โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เพื่อดูแลความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนคนไทย…
-
แฉ ‘ล้งเถื่อนข้ามชาติ’ กำลังสกัดรากแก้วราชาผลไม้ไทย!
21 พ.ค.2569 – ณัฏฐ์ มงคลนาวิน นักวิเคราะห์ข้อมูลและยุทธศาสตร์สังคม โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ “ถอดรหัส "ล้งเถื่อนทำอะไรกับทุเรียนไทย?" ยุทธศาสตร์สกัดรากแก้วราชาผลไม้” ระบุว่า ทุเรียนคือ "ทองคำบนดิน" ของไทย แต่ในเชิงยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ มันกำลังถูกควบคุมโดยขบวนการล้งเถื่อนข้ามชาติอย่างเบ็ดเสร็จ ผ่านรูปแบบพฤติการณ์อันแยบยล 3 ขั้นตอนที่คนไทยต้องรู้เท่าทัน:1.ยุทธศาสตร์ "สัญญาผูกมัดล่วงหน้า" (The Financial Trap)ล้งเถื่อนจะใช้ตัวแทนคนไทย (นอมินี) ถือเงินสดก้อนโต ลงพื้นที่ไปหาชาวสวนทุเรียนตั้งแต่ช่วงดารก (ดอกทุเรียนเริ่มบาน) เพื่อทำสัญญา "เหมาสวน" ล่วงหน้า โดยทุ่มราคาเงินมัดจำที่สูงลิ่วจนล้งไทยรายย่อยไม่มีทุนหนาพอที่จะแข่งได้ เกษตรกรที่ต้องการเงินหมุนเวียนมักจะตกหลุมพรางเซ็นสัญญาผูกมัดนี้ โดยไม่รู้เลยว่ากำลังส่งมอบอำนาจการควบคุมผลผลิตทั้งหมดไปอยู่ในมือของทุนต่างชาติ2.ยุทธศาสตร์ "ตัดราคา-ปฏิเสธรับซื้อ" ในวันตัดผล (The Cutting Price Game)เมื่อทุเรียนแก่จัดพร้อมตัดขาย ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ล้งไทยรายย่อยล้มหายตายจากไปจากพื้นที่หมดแล้ว ล้งเถื่อนจะเริ่มกระบวนการกดราคาอย่างโหดเหี้ยม โดยส่งทีมงานเข้าไปคัดเกรดแล้วอ้างสารพัดเหตุผล เช่น "ทุเรียนอ่อน", "ผิวไม่สวย", "ทรงไม่ได้รูป" หรืออ้างว่าตลาดปลายทางกำลังปิดรับซื้อ เพื่อปฏิเสธการขนย้าย ทุเรียนที่ตัดแล้วไม่สามารถรอได้ เกษตรกรที่ไม่มีทางเลือกและไม่มีอำนาจต่อรอง จำเป็นต้องยอมลดราคาขายต่ำกว่าทุน ดีกว่าปล่อยให้ผลไม้เน่าคาต้น3.ยุทธศาสตร์ "สวมสิทธิ์สติ๊กเกอร์สแกน" (The Label…
-
กระทำการมิบังควร
ตามประเด็นการเมือง…ต้องยอมรับว่า การบริหารบ้านเมืองนั้น หากได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายถือเป็นสิ่งสำคัญ รวมถึงคำแนะนำของผู้รู้และผู้มีประสบการณ์ สิ่งที่พรรค ปชน.สื่อสารออกมา ถือเป็นคำถามที่หลายฝ่ายอาจจะมีข้อสงสัย รวมทั้งที่ระบุว่ารัฐบาลกระทำการมิบังควร อาจกลายเป็นบูมเมอแรงย้อนกลับมาถึงพรรคที่ตั้งคำถามก็ได้คงนำมาสู่เสียงวิพากษ์วิจารณ์อีกครั้ง หลัง พรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก หัวข้อ รัฐบาลกำลังกระทำการมิบังควร เสี่ยงละเมิดหลักการประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข โดยระบุว่า ในการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อเตรียมรับมือภัยแล้งปี 2569 เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคมที่ผ่านมา ถือเป็นกลไกปกติ ของรัฐบาลในฐานะฝ่ายบริหารที่มีหน้าที่กำหนดนโยบาย และมาตรการรับมือวิกฤติตามฤดูกาล แต่สิ่งที่ไม่ปกติและแทบไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน คือการปรากฏตัวของ คณะองคมนตรีหลายท่าน ได้เข้าร่วมประชุมเพื่อ “ให้กำลังใจและคำแนะนำ” ในการรับมือภัยแล้งครั้งนี้ มองเผินๆ นี่อาจดูเหมือน ความห่วงใยต่อประชาชน ในยามวิกฤติ แต่ในอีกด้านหนึ่ง การที่องคมนตรีเข้า "คลุกวงใน" กับการทำงานของฝ่ายบริหารอย่างใกล้ชิดเช่นนี้ ชวนให้ตั้งคำถามสำคัญถึง ความเหมาะสมในทางหลักการตามหลักการพื้นฐานของระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข พระมหากษัตริย์ทรงดำรงสถานะอยู่เหนือการเมือง เพื่อรักษาความเป็นกลาง และเสถียรภาพของสถาบันโดยไม่ทรงเข้ามาข้องเกี่ยวโดยตรง กับอำนาจบริหาร ขณะที่องคมนตรี ซึ่งมีขอบเขตหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญชัดเจนว่าเป็นผู้ถวายคำปรึกษาต่อพระมหากษัตริย์ ย่อมต้องวางตัวเป็นกลาง เพื่อรักษาดุลยภาพนั้น และต้องไม่มีบทบาททางการเมืองเด่นชัดต่อสาธารณะอันอาจถูกตีความได้ว่าเป็นการแทรกแซงฝ่ายบริหารพรรค ปชน.เห็นว่ารัฐบาล กำลังกระทำการมิบังควร เสี่ยงละเมิดหลักการประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข…
-
ดร.นิว ลากไส้ พรรคส้ม-แก๊งล้มเจ้าหนีคดี เคลื่อนไหวสอดรับ โจมตี ‘องคมนตรี’
21 พฤษภาคม 2569 – ดร.ศุภณัฐ อภิญญาณ หรือ “ดร.นิว” นักวิจัยภายใต้สถาบันวิจัย MAST Center และ คณะวิศวกรรมชีวการแพทย์ University of Arkansas ประเทศสหรัฐอเมริกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า พรรคส้มยังคงร่วมมือกับพวกล้มเจ้าหนีคดี?พรรคส้มยังคงใช้วิธีชั้นต่ำทางการเมืองในการเซาะกร่อนบ่อนทำลาย ผิดจากวิถีของปัญญาชนโดยสิ้นเชิง หากแต่เป็นพฤติกรรมของทุรชนที่ชอบประดิษฐ์มุมมองอันทุจริตในการบิดเบือนให้ร้ายสถาบันพระมหากษัตริย์ไม่เลิกลา แถมพรรคส้มยังเคลื่อนไหวสอดรับกับพวกล้มเจ้าหนีคดีดังที่กระทำมาโดยตลอดอีกด้วย ตอกย้ำความน่าสงสัยว่าเป็นขบวนการเดียวกันแต่แรก แยกกันเดิน แบ่งกันตี ใช่หรือไม่?ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา องคมนตรีคอยเป็นอีกกำลังสำคัญในการช่วยเหลือประชาชนมาโดยตลอด โดยจะสนับสนุนภาครัฐในยามจำเป็น ร่วมประชุม แนะนำ ตลอดจนหาทางแก้ไขวิกฤตปัญหาต่างๆ เนื่องด้วยในหลวงทรงรักและห่วงใยประชาชน ถามว่าเป็นหน้าที่ไหม? ก็ต้องตอบว่าอยู่ในมาตรา 12 ของพระราชกฤษฎีกา จัดระเบียบราชการและการบริหารงานบุคคลของราชการในพระองค์ พ.ศ. 2560โดยที่มาตรา 12 ของพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว ได้บัญญัติไว้ว่า "การแต่งตั้งและการพ้นจากตำแหน่งองคมนตรีให้เป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย การปฏิบัติหน้าที่ขององคมนตรี นอกจากที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแล้ว องคมนตรีในฐานะข้าราชการในพระองค์มีหน้าที่ปฏิบัติภารกิจตามที่พระมหากษัตริย์ทรงกำหนดหรือทรงมอบหมาย…"องคมนตรีเป็นกลางทางการเมือง ไม่ว่าจะรัฐบาลไหน ก็เป็นหน้าที่ขององคมนตรีในการส่งต่อพระราชกระแสแนะนำ ห่วงใย ตลอดจนความช่วยเหลือไปยังภาครัฐ ทั้งนี้เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน แล้วงานนี้องคมนตรีก็แค่ไป "สังเกตการณ์" อย่างเปิดเผยเพื่อเสนอแนะหาทางรับมือภัยแล้งตามคำเชิญของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)…