Category: การเมือง

  • ‘อดีตผู้พิพากษาอาวุโส’ เจาะลึกคำพิพากษาประวัติศาสตร์สูงวัยแต่ไฟยังแรง!

    20 พ.ค.2569 – นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ และอดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ “สูงวัยแต่ไฟยังแรง! เจาะลึกคำพิพากษาประวัติศาสตร์ศาลฎีกาที่ 9052/2559 กับอนาคตแรงงานไทยในยุคสังคมสูงวัย” ระบุว่า ลองจินตนาการดูครับ… หากคุณทำงานทุ่มเทให้องค์กรมานานกว่า 22 ปี เป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่หาตัวจับยาก แต่วันดีคืนดี บริษัทกลับบอกว่า "ขอบคุณนะ แต่เราต้องการคนรุ่นใหม่… คุณอายุ 77 ปีแล้ว ถึงเวลาต้องไป" โดยที่ตัวคุณเองยังแข็งแรง สมองยังแล่น และเพิ่งได้ปรับตำแหน่งเพิ่มเงินเดือนมาหมาด ๆ !๐ นี่ไม่ใช่เรื่องสมมติ แต่คือข้อเท็จจริงจากคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9052/2559 คดีประวัติศาสตร์ที่สั่นสะเทือนวงการกฎหมายแรงงานไทย และจุดประกายวงวิชาการให้หันมาตั้งคำถามว่า "ในยุคที่เรากำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัย (Aging Society) นายจ้างมีสิทธิ์ใช้อายุเป็นเกณฑ์ตัดสิทธิ์การทำงานของมนุษย์คนหนึ่งได้จริงหรือ?"ภาค 1: เบื้องลึกคดีประวัติศาสตร์ ฎีกา 9052/2559 (เมื่ออายุ 77 ไม่ใช่อุปสรรค)จุดเริ่มต้นของข้อพิพาท๐ โจทก์ (ลูกจ้าง): เป็นหัวหน้าบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ภาษาจีน เข้าทำงานตอนอายุ 55 ปี ทำงานมานาน 22…

  • ‘อดีตบิ๊กทอ.’ สรุป 11 ข้อ ถ้ากัมพูชามีกองทัพอากาศ ใช้เวลากี่ปีจึงมีประสบการณ์ทัดเทียมทอ.ได้

    20 พ.ค.2569 – พลอากาศโทวัชระ ฤทธาคนี หรือ เสธ.นิด อดีตนายทหารนักบินกองทัพอากาศ โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก ว่าแว่วๆว่ามีคำถามว่า “ถ้าเขมรมีกองทัพอากาศ” จะเป็นภัยคุกคามไทยหรือไม่?กัมพูชาเคยมีกองทัพอากาศแต่ตอนนี้ไม่มีแล้ว “หาอ่านเอาได้ครับว่าทำไมจึงสูญพันธุ์ไป”ไม่ขอตอบนะครับแต่จะบอกว่ากองทัพอากาศไทยมีรากฐานมาตั้งแต่ ๒๔๕๗ เป็นกองทัพอากาศสมบูรณ์แบบ ๒๔๘๐ บินรบกับฝรั่งเศส สงครามอินโดจีนฝรั่งเศสและบินรบกับสหรัฐฯในสงครามมหาเอเชียบูรพาทอ.ไทยผ่านสงครามเต็มรูปแบบ ๒ ครั้งและรบร่วมกันสหประชาชาติและสัมพันธมิตรสหรัฐฯทอ.เปิดรร.นนอ.ปี ๒๔๙๖ ผลิตนายทหารอากาศด้วยมีปริญญาตรีวิทยาศาสตร์บัณฑิต (ช่างอากาศ สื่อสาร สรรพาวุธ โยธาธิการ ฯลฯ)ทอ.มี รร.การบินผลิตนักบินตั้งแต่ ๒๔๕๗ ผลิตนักบินให้เหล่าทัพและตำรวจ ในช่วงแรกๆ ยุค ๒๕๐๐ และนักบินทอ.ลาออกไปบินสายการบิน บดท.การบินไทย แต่ตอนนี้บินพาณิชย์เกือบทุกสายการบินมีระบบการบินเบื้องต้น การฝึกเฉพาะแบบ การฝึกพร้อมรบมาตั้งแต่ ๒๔๕๗ อย่างมีประสิทธิภาพและวัฒนธรรมที่แข็งแกร่งมีวัฒนธรรมการบินที่แข็งแกร่ง นักบิน ทอ.ต้องใช้เวลาประมาณ ๘ ปี จึงจะเป็น หัวหน้าหมู่บินรบได้ทอ.มี รร.ฝึกอบรม “บินลองเครื่อง นิรภัยการบิน ฯลฯ”นักบินรบทอ.ไปฝึกบินรบกับ รร.การใช้อาวุธชั้นสูงต่างประเทศทอ.สนามใช้อาวุธทางอากาศแบบดิจิตอล ฝึกรบแบบเหมือนจริง คือ บินจริงๆแต่ใช้อาวุธแบบดิจิตอล (ตอนนี้อาจจะพัฒนาเป็น…

  • เตือนแล้วนะ ! ‘ศุภชัย‘ ซัด ’เสรีพิศุทธ์ ปมเขากระโดง บิดเบือน-ก้าวล่วงศาล

    เตือนแล้วนะ ! “ศุภชัย” ซัด “เสรีพิศุทธ์” ปมเขากระโดง บิดเบือน-ก้าวล่วงศาล อัดพฤติกรรมท้าตีท้าต่อย ไม่สมฐานะ “อดีต ผบ.ตร.” ย้อนเกล็ดเคยโดนคดีบุกรุกที่หลวงเหมือนกัเมื่อวันที่ 1 มิ.ย. 2569 นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) แถลงชี้แจงต่อกรณีที่ พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทยได้ออกมาติดตามทวงถามเรื่องข้อพิพาทที่ดินเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นเรื่องที่อยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลอยู่ในขณะนี้ เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นอันไม่ควรที่จะกระทำในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพราะเรื่องนี้สังคมโดยทั่วไปทราบแล้วว่า ที่ดินเขากระโดงพี่น้องประชาชนมีเอกสารสิทธิ์เป็นโฉนดที่ดินและ น.ส.3 ที่ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งกรณีดังกล่าวมีเหตุผล 2 ประการคือ ไม่เข้าใจกฎหมาย หรือมิฉะนั้นก็คือการบิดเบือนข้อเท็จจริง เพื่อที่จะประสงค์ที่จะใส่ร้ายป้ายสีบุคคลซึ่งเป็นผู้สุจริตนายศุภชัย กล่าวอีกว่า เมื่อวันที่31 พ.ค.69 พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ ได้ไปจ.บุรีรัมย์ บริเวณหน้าบ้านของผู้ที่เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดิน ผู้เป็นเจ้าของโฉนดที่ดิน ไปท้าตีท้าต่อย ท้าทายเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ จ.บุรีรัมย์ ซึ่งพฤติการณ์อย่างนี้เป็นพฤติการณ์ที่คนเป็น สส.ไม่พึงกระทำ“ คุณเสรีพิศุทธ์ เคยเป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มียศถึงพล.ต.อ.…

  • เตือน “เสรีพิศุทธ์” บุกทวงถามเขากระโดงระวังก้าวล่วงอำนาจศาล!

    “ศุภชัย” ออกโรงเตือน “เสรีพิศุทธ์” บุกทวงถามเขากระโดงระวังก้าวล่วงอำนาจศาล! ซัดพฤติกรรมชวนท้าตีท้าต่อย ไม่สมฐานะ อดีต ผบ.ตร.นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีที่พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ได้ออกมาติดตามทวงถามเรื่องข้อพิพาทที่ดินเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นเรื่องที่อยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลอยู่ในขณะนี้ ว่า เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นอันไม่ควรที่จะกระทำในฐานะ สส. เพราะเรื่องนี้สังคมโดยทั่วไปทราบแล้วว่า ที่ดินเขากระโดงพี่น้องประชาชนมีเอกสารสิทธิ์เป็นโฉนดที่ดินและ น.ส.3 ที่ถูกต้องตามกฎหมายซึ่งกรณีดังกล่าวมีเหตุผล 2 ประการคือ ไม่เข้าใจกฎหมาย หรือมิฉะนั้นก็คือการบิดเบือนข้อเท็จจริง เพื่อที่จะประสงค์ที่จะใส่ร้ายป้ายสีบุคคลซึ่งเป็นผู้สุจริต ขณะเดียวกัน วานนี้(31พ.ค.) พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ก็ได้เดินทางไปจังหวัดบุรีรัมย์ บริเวณหน้าบ้านของผู้ที่เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดิน ผู้เป็นเจ้าของโฉนดที่ดิน ไปท้าตีท้าต่อย ท้าทายเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ จ.บุรีรัมย์ พฤติการณ์อย่างนี้เป็นพฤติการณ์ที่คนเป็นสส. ไม่พึงกระทำ“คุณเสรีพิศุทธ์ เคยเป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มียศถึงพล.ต.อ. เพราะฉะนั้นควรจะต้องมีสำนึก มีความคิดว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำที่ผิดหน้าที่ และก้าวล่วงไปยังอำนาจของศาล การพูดเหมารวมว่าทุกคนที่นั่นบุกรุกที่ดินของรัฐ ทั้งๆ ที่โฉนดที่ดินยังไม่ถูกเพิกถอน และหลายคดียังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาล เป็นการพูดที่ข้ามขั้นตอน เป็นการกระทำการที่ก้าวล่วงเข้าไปในกระบวนการยุติธรรม และก็ละเลยหลักนิติรัฐอย่างชัดเจน”…

  • โครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) เปิดให้ประชาชนใช้จ่ายได้วันแรก 1 มิถุนายน 2569

    นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เชิญชวนประชาชนใช้สิทธิโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) (โครงการฯ) ที่จะเปิดให้ใช้จ่ายได้ในวันที่ 1 มิถุนายน 2569 เป็นวันแรก และแจ้งความคืบหน้าการลงทะเบียนร้านค้าในโครงการฯ ดังนี้1. การใช้จ่ายของประชาชนประชาชนผู้ได้รับสิทธิโครงการฯ สามารถเริ่มใช้จ่ายได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน – 30 กันยายน 2569 (เวลา 06.00 – 23.00 น.) ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” โดยจะได้รับวงเงินสนับสนุนค่าอาหาร เครื่องดื่ม สินค้าและบริการที่กำหนดจากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการฯ ในอัตราร้อยละ 60 แต่ไม่เกิน 200 บาทต่อคนต่อวัน และไม่เกิน 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน ทั้งนี้ กรณีมีวงเงินสิทธิเหลือในเดือนใด จะไม่ทบสิทธิไปในเดือนถัดไปสำหรับการเริ่มใช้จ่ายตามโครงการฯ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) (ธนาคารกรุงไทยฯ) ได้มีการเตรียมความพร้อมของระบบเพื่อรองรับการใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ของประชาชนไว้แล้วโดยประชาชนสามารถเตรียมเติมเงินเข้า G-Wallet (กระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ของภาครัฐ) ไว้ล่วงหน้าก่อนวันเริ่มใช้จ่าย เพื่อใช้สำหรับสแกนใช้จ่ายในโครงการฯ…

  • นักเขียนซีไรต์ ฉะเดือด ‘พิชาย’ ว่าด้วย ‘ทาส’

    1 มิถุนายน 2569 – วิมล ไทรนิ่มนวล นักเขียนรางวัลซีไรต์ โพสต์เฟซบุ๊ก ว่า "ท า ส"ผมเห็นด้วยครับว่า "หากประเทศใดผู้นำยังมีจิตสำนึกแห่งความเป็นทาสดำรงอยู่อย่างเข้มข้น ย่อมไม่อาจะหวังได้ว่าเขาจะส่งเสริมสิทธิเสรีภาพของประชาชนและประชาธิปไตย"ผมคิดว่าประเด็นนี้คุณพิชายหมายถึงคุณอนุทินกับสถาบันพระมหากษัตริย์ผมก็อยากบอกว่า ความอคติและความเป็นทาสลัทธิคอมมิวนิสต์นั่นแหละที่ทำให้ตาและใจมืดบอด ไม่รู้ว่าในหลวงรัชกาลที่ 5 ได้ทรงยกเลิกทาสไปนานแล้ว ส่วนในหลวงรัชกาลที่ 7 ก็ทรงเริ่มวางรากฐานระบอบประชาธิปไตย แต่ถูกปล้นชิงพระราชอำนาจไปเสียก่อนดังนั้นสถาบันพระมหากษัตริย์จึงไม่ใช่ "นายทาส" และคนที่จงรักภักดีก็ไม่ใช่ "ทาส" แต่คือความผูกพันกันระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์กับราษฎร ในฐานะที่พระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้นำสร้างประเทศนี้มาแต่ทาสนั้นยังมีอยู่จริง คือ1.ทาสลัทธิบริโภคนิยมหรือ ที่เรียกว่า"อเมริกันดรีม" ซึ่งส่วนมากนักเรียนไทยนำเข้ามาจากสหรัฐอเมริกา แต่เมื่อนำเข้ามาเผยแพร่แล้วคนไทยส่วนมากทำตามได้แค่ "บริโภค" แต่ "ผลิต" ไม่เป็น ล่วงมาถึงยุคนี้ก็เบ่งบานจนถึงขนาดจะไม่ทำอะไร หรือทำน้อย แต่อยากรวย-อยากประสบความสำเร็จเร็ว จึงอยากจะได้รัฐสวัสดิการ หรือปล้นชิงทรัพย์สินของพระมหากษัตริย์ นายทุน และพวกเศรษฐี2.ทาสลัทธิคอมมิวนิสต์ พวกนี้ไปยอมเป็นทาสมาจากยุโรป โดยเฉพาะฝรังเศส ตัวเองเป็นทาสแล้วก็นำเข้าลัทธิอุดมการณ์ทาสข้ามาปลุกปั่นคนไทย ด้วยหวังว่าพวกตนจะได้เป็นทาสที่มี "ทาส" อีกชั้น ที่จะใช้รองมือรองตีนให้พวกตนมีอำนาจ จึงถึงขนาดปล้นชิงพระราชอำนาจทาสทั้ง 2 ลัทธิอุดมการณ์นี้ ก็ยังสืบทอดปั่นหวักันมาจนถึงวันนี้ เวลาผ่านไปนานมาก จนหลงคิดว่าพวกตนเป็นเสรีชนไปแล้ว…

  • ด่วน! ศาลกาฬสินธุ์พิพากษาจำคุก ‘โตโต้ ปิยรัฐ’ 3 ปีไม่รอลงอาญาคดี 112

    20 พ.ค. 2569 – ศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ได้พิพากษาจำคุกนายปิยรัฐ จงเทพ หรือโตโต้ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) เมื่อครั้งเป็นนักกิจกรรมการเมืองกลุ่ม WeVo รวม 3 ปี ไม่รอลงอาญา ในคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (3) กรณีถูกกล่าวหาว่า ร่วมกับพวกติดตั้งป้ายวิจารณ์การผูกขาดวัคซีนโควิดที่ริมถนนในจังหวัดกาฬสินธุ์ และโพสต์ภาพป้ายในเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ เมื่อวันที่ 23 ม.ค. 2564ล่าสุด ทีมงานของนายปิยรัฐ โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ “โตโต้ ปิยรัฐ – Piyarat Chongthep” ระบุว่า ด่วน! วันนี้ (20 พ.ค. 69) เวลา 09.30 น. ที่ศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 มีคำพิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้น คดี ม.112 โตโต้ ปิยรัฐ…

  • เกลียดตัวกินไข่เหี้ย

    เหลือจะเชื่อครับ…เรื่องเงิน ๖๐/๔๐ ในโครงการไทยช่วยไทยพลัส ถูกขยายความจนงงกันไปหมดเป็นเรื่องน่าเศร้าตรงที่ บิดเบือนชุดข้อมูลกันจนมีคนเชื่อว่าใครขืนไปใช้มีแต่จะขาดทุน!ก็ไม่รู้ใช้อวัยวะส่วนไหนคิดที่หนักสุดคือ คนที่เชื่อนี่แหละครับ มีสมองไว้คั่นหูจริงๆจะโกรธจะเกลียดรัฐบาลก็โกรธเกลียดไปเถอะครับ แต่รัฐบาลเขาช่วยเรื่องค่าครองชีพแล้วก็ควรจะรับ ถ้าคิดว่ากลัวเป็นบุญคุณก็อยู่เฉยๆบางคนลงทะเบียนไปแล้วด้วย แต่เสพข้อมูลส้มๆ มากไปหน่อย เลยเครียดหนักจะเอาเงินที่ไหนไปเติม!คือ…มีปัญญาเสียค่าบริการให้ค่ายมือถือได้ แต่บอกไม่มีเงินไปเติมแอปเป๋าตัง ก็แสดงว่า วันๆ ไม่มีเงินกินข้าว ไม่มีเงินซื้ออะไรทั้งนั้นมันขนาดนั้นเลยหรือ!ไม่ทราบคนพวกนี้คิดจากฐานอะไร หรือเสพข้อมูลอะไรมาก็เชื่อแบบนั้นหมดก็ไม่ทราบจะมีหลงเข้ามาอ่านบ้างหรือเปล่า แต่จะบอกสูตรง่ายๆ ไม่ต้องไปคิดอะไรให้มันซับซ้อนมีเงิน ๔๐ บาท เติมไปเลยครับเติมแล้วเงินบาทของคุณมันจะเพิ่มมูลค่าขึ้นในพริบตาเดียวมันจะกลายเป็น ๑๐๐ บาทในทันทีเรื่องจริง ไม่ใช่มายากลจากกินข้าวได้มื้อเดียว จะกลายเป็น ๒ มื้อไอ้พวกที่บอกว่าเติมเงินแล้วกลัวขาดทุน ก็ลองดูนะครับ เอาเงินที่จะไปซื้อบุหรี่ ซื้อเหล้า เติมเข้าไปดูถ้ามูลค่าเงินมันไม่เพิ่มขึ้นมาเพราะด่ารัฐบาลมากเกินไป ลงถนนเลยครับไล่รัฐบาลอนุทินออกไปซะ!เรื่องนี้ไม่ใช่เล่นๆ นะครับ เห็นตามเพจสีส้มมาหลายวันแล้วยังมีอีกพวกบอกว่า ๔๐ เงินเรา ๖๐ ก็เงินเรา รัฐบาลได้หน้า ที่เอามาแจกถูกครับเงินประชาชนทั้งนั้นแต่รัฐบาลเป็นคนบริหารงบประมาณแผ่นดินที่มาจากการเสียภาษีของประชาชน แม้หลายคนจะไม่เคยเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเลยก็ตามทีถ้ารัฐบาลไม่มีโครงการ ๖๐/๔๐ ที่ว่านี้ ก็ไม่ได้พรรคส้มเขาไม่เอานโยบายนี้อยู่แล้ว ถ้าเป็นรัฐบาลส้มก็อดครับคงจะไปออกในรูปแบบลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันแทนใครไม่เติมน้ำมันก็ไม่ได้แบบตรงๆ แต่อาจได้แบบอ้อมๆ คือสินค้าราคาถูกลงแต่…แน่ใจนะว่า มันจะถูกลงจริงๆครับ…วันนี้ (๑ มิถุนายน) เป็นวันแรกที่เริ่มใช้เงินในโครงการไทยช่วยไทยพลัส ใครที่ไม่เก่งเลขแต่ไปเสพข้อมูลเพี้ยนๆ มาเยอะจนไม่กล้าใช้…

  • แฉท่อน้ำเลี้ยงทหารสบายปีกฮุบ 200 กิจการ สร้างรายได้กว่า 3,400 ล้านต่อปี “เชตวัน”ฉีกหน้ากากกองทัพทำธุรกิจ

    แฉท่อน้ำเลี้ยงทหารสบายปีกฮุบ 200 กิจการ สร้างรายได้กว่า 3,400 ล้านต่อปี “เชตวัน”ฉีกหน้ากากกองทัพทำธุรกิจตั้งแต่ครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน ชี้กองทัพเรือมีสถานะ “แลนด์ลอร์ด”ที่ดินหลวงในเขตEECเมื่อวันที่ 31 พ.ค. 69 นายเชตวัน เตือประโคน สส.ปทุมธานี พรรคประชาชน ระบุต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 29 พ.ค. ถึงการเสนอญัตติขอให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการขอใช้ที่ดินราชพัสดุในความครอบครองของกองทัพอากาศ เพื่อใช้เป็นสวนสาธารณะภายใต้การดูแลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อประโยชน์ของประชาชน และยังมีสส.เสนอญัตติในหลักการทำนองเดียวกัน 2 เรื่อง เกี่ยวกับการ “โอน ยุบ ยกเลิกธุรกิจกองทัพ” โดยได้มีการรับหลักการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการถ่ายโอนธุรกิจกองทัพไปอยู่ภายใต้การดูแลของหน่วยงานอื่น ซึ่งได้ใช้เวลาศึกษา 1 ปี 8 เดือน มีทั้งฝ่ายค้าน รัฐบาลและนายทหารเข้ามาร่วมเป็นคณะอนุกรรมการ 3 ชุด จนได้รายงานที่สมบูรณ์ แต่ไม่ได้ส่งต่อให้รัฐบาลดำเนินการ จนมีการยุบสภา“รายงานฉบับนี้รายงานเกี่ยวกับธุรกิจของกองทัพที่สมบูรณ์ที่สุดเล่มหนึ่ง เพราะที่ผ่านมาไม่เคยรู้ว่าธุรกิจต่างๆของแต่ละเหล่าทัพมีอะไรบ้าง การทำธุรกิจของแต่ละเหล่าใช้ทรัพยากร ทั้งงบประมาณ บุคลากรจากไหน เมื่อได้เงินมาแล้วจากธุรกิจกองทัพนำไปใช้อย่างไร ตอนนี้เมื่อได้รับคำตอบมากขึ้น ธุรกิจของกองทัพที่เคยอยู่ในแดนสนธยาก็เริ่มคลี่คลาย ต้องยอมรับธุรกิจไม่ใช่ภารกิจหน้าที่ของทหาร กำลังพลควรเตรียมพร้อมรับป้องกันประเทศ และที่ผ่านมาไม่โปร่งใส ตรวจสอบไม่ได้ หากมีคำถามว่าธุรกิจอะไรบ้างที่กองทัพทำไม่ได้…

  • “เสรีพิศุทธ์” บุกถึงหน้าบ้าน “เนวิน” ลุยคดีเขากระโดง ก่อนเข้าแจ้งความตำรวจ

    “เสรีพิศุทธ์” นำคณะลงพื้นที่บุรีรัมย์ บุกสังเกตการณ์หน้าบ้านพัก “เนวิน ชิดชอบ” เกาะติดข้อพิพาทที่ดินเขากระโดง 5,000 ไร่ ก่อนดึง “ทนายอั๋น” ร่วมเดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน ภ.จว.บุรีรัมย์ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไปเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 69 พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย พร้อมคณะ เดินทางลงพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อติดตามความคืบหน้ากรณีข้อพิพาทที่ดินเขากระโดง ซึ่งเป็นประเด็นที่อยู่ระหว่างการดำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และได้รับความสนใจจากสาธารณชนมาอย่างต่อเนื่องเมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ และคณะ ได้เดินทางไปยังบริเวณหน้าบ้านพักของนายเนวิน ชิดชอบ ในพื้นที่ ต.อิสาณ อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ โดยมีสื่อมวลชนหลายสำนักร่วมติดตามการลงพื้นที่จากการสังเกตการณ์พบว่า บริเวณทางเข้าบ้านพักมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยปฏิบัติหน้าที่ดูแลการเข้า-ออกตามปกติ และไม่อนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้าไปภายในพื้นที่ส่วนบุคคล ขณะที่คณะของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ได้อยู่เพียงบริเวณด้านหน้าทางเข้าเท่านั้น โดยไม่มีการเข้าไปภายในพื้นที่บ้านพัก ทั้งนี้ มีรายงานว่าไม่พบนายเนวินอยู่ในสถานที่ดังกล่าวในช่วงเวลาที่คณะเดินทางไปถึงภายหลัง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ และคณะ ได้เดินทางต่อไปยังกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อยื่นคำร้องทุกข์และข้อมูลประกอบการพิจารณาของพนักงานสอบสวน โดยมี นายภัทรพงศ์ ศุภักษร ร่วมติดตามการดำเนินการในครั้งนี้ด้วยเมื่อเดินทางถึงกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ คณะได้เข้าหารือและยื่นเอกสารข้อมูลที่เกี่ยวข้องต่อพนักงานสอบสวน โดยมี พ.ต.อ.รักเกียรติ…